ตอนที่ 61
อวี้หลัวถูกกำจัด
ได้รับคำสั่งจากอวี้หลัวบ่าวรับใช้คนสนิทรีบเหาะเหินไปยังเรือนที่อยู่ของคนทั้ง3 เพื่อแจ้งข่าวนี้ให้แก่พวกเขาทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา ไม่รู้ว่าท่านประมุขที่เขาเคยอยู่รับใช้จะหายจากพิษที่โดนเข้าไปแล้วหากเขารู้แบบนี้จะไม่คิดหักหลังสักนิด
ทางด้านทั้งสามคนเมื่อได้รู้ข่าวว่าท่านประมุขโจวอวี้ซีหายจากพิษแล้วจึงเกิดความตื่นตระหนกขึ้นว่าตนเองจะโดนกำจัดอย่างแน่นอนต่างคนต่างร้อนรนคิดหาหนทางแก้ไขเรื่องเก่าที่ตนเองจับคุณหนูอี้เฟยไม่ได้นายท่านจางก็คาดโทษไว้แล้วหากจะเข้าไปพึ่งใบบุญหวังให้ช่วยรอดพ้นจากเนื้อมือท่านประมุขดูท่าจะยาก
“พวกเราจะกลัวทำไมกันเรายังมีท่านจางอยู่นะฝีมือก็ไม่ด้อยกว่าท่านประมุขเท่าไหร่”
ซูเหินกล่าวออกมาเพื่อเรียกสติทุกคนอื่นอย่าตื่นตระหนกแม้ไม่รู้ว่าท่านจางจะยอมช่วยเหลือหรือไม่แต่เขาขอคิดดีไว้ว่าท่านจางคงจะไม่ทิ้งพวกเขาอย่างแน่นอนมาถึงขนาดนี้แล้ว
หลิงเฮ่อและสวีจั้งเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยแต่ไม่อาจจะวางใจได้พวกเขารู้ว่าท่านประมุขมีฝีมือเช่นไรพวกเขาย่อมรู้ดีแต่ฝีมือของนายท่านจางพวกเขาพอรู้ผิวเผินเท่านั้นยังไม่เคยเห็นการต่อสู้ที่แท้จริงแต่ในเรือนของนายท่านจางก็มีคนอยู่ระดับชั้นพลังทลายสวรรค์ปฐพีขั้นที่5 ถึง 5 คน หากรวมกันต่อสู้ก็มีโอกาสชนะท่านประมุขได้เหมือนกัน เมื่อหลายปีที่แล้วท่านประมุขอวี้ซีอยู่ในชั้นทลายสวรรค์ปฐพีขั้นที่7แล้วก็นอนติดเตียงเป็นเวลายาวนานตอนนี้ไม่รู้ว่าระดับชั้นพลังจะเพิ่มขึ้นหรือไม่พวกเขาก็ไม่รู้
หลังจากบ่าวคนสนิทของนายน้อยอวี้หลัวมาแจ้งข่าวพวกเขาวางแผนกันไว้ว่าจะพานายน้อยอวี้หลัวไปหาที่พึ่งที่เรือนตระกูลจาง
เมื่อ4 คนเหาะไปหาอวี้หลัวที่รออยู่ที่เรือนแต่เมื่อใกล้จะถึงเรือนกลับพบเพียงควันไฟ เรือนที่เคยตั้งอยู่หลังเขาตอนนี้กลับเหลือแต่เศษซากที่ผ่านการเผาไหม้เหลือแต่ตอตะโก รอบข้างเรือนล้วนแต่ต้นไม้หักพังเป็นหลุมบ่อขนาดใหญ่คาดว่าตรงนี้เมื่อหลายชั่วยามก่อนได้ผ่านการต่อสู้อย่างหนัก พวกเขาทั้ง 4 ต่างตกตะลึงกับภาพเบื้องหน้าที่เห็นต่างก็คิดไปว่าตอนนนี้อวี้หลัวจะเป็นอย่างไรบ้างไม่ใช่ว่าจะตายไปแล้วเหรอสภาพเช่นนี้
“เจ้าว่านายน้อยอวี้หลัวยังมีชีวิตอยู่หรือไม่”
ซูเหินถามขึ้นมองดูสภาพตรงหน้าถึงกับหวาดผวา พลังทำลายล้างรุนแรงเช่นนี้จะเป็นใครไม่ได้นอกจากท่านประมุขอวี้ซีที่คิดมากำจัดน้องชายตนเองเขาสัมผัสได้ว่ายังมีพลังหลงเหลืออยู่แม้ว่าท่านประมุขจะจากไปนานแล้ว
“ข้าไม่มั่นใจแต่สภาพที่พวกเราเห็นก็บ่งบอกแล้วไม่น่าจะรอด แล้วใครเป็นคนลงมือโหดเพียงนี้”
สวีจั้งเอ่ยตอบจิตใจร้อนรุ่มหวาดกลัวว่าพวกตนจะเป็นรายต่อไปและก็ไม่คิดว่าจะเป็นท่านประมุขด้วยเขาคิดว่าอาจจะเป็นคุณหนูอี้เฟยหรือไม่ก็อาวุโสในตระกูลที่รวมตัวกันจัดการนายน้อยอวี้หลัว
“ข้าก็ไม่มั่นใจว่าจะใช่หรือไม่แต่ข้าคิดว่าคนที่สังหารนายน้อยได้ต้องเป็นคนที่มีชั้นพลังที่สูงกว่านายน้อยแน่คนที่อยู่ตระกูลโจวที่มีชั้นพลังสูงกว่านายน้อยก็มีท่านประมุขแต่ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้ท่านประมุขจะเดินพลังกลับมาคืนเหมือนเดิมได้หรือยังอันนี้ข้าไม่แน่ใจ คนที่จะสังหารนายน้อยได้ก็มีแต่ท่านประมุขเท่านั้น”
หลิงเฮ่อกล่าวออกมาตามความเข้าใจของตนเองการลงมือโหดครั้งนี้เหมือนต้องการเตือนพวกตนเองไปด้วยว่าพวกตนก็จะมีจุดจบเช่นนี้เหมือนกันแค่คิดถึงสีหน้าก็ไม่สู้ดีนัก
คนทั้ง4 เมื่อพูดถึงการสังหารโหดในครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะแตกตื่นไม่ใช่น้อยจำจะต้องไปตระกูลจางเพื่อขอความช่วยเหลือให้เร็วที่สุดก่อนที่ท่านประมุขจะลงมือกับพวกเขา
ตระกูลโจว
“ท่านประมุขท่านไม่น่าจะลงมือเองเลยน่าจะให้ข้าน้อยจัดการ”
พ่อบ้านโจวกล่าวด้วยความเป็นห่วงหลังจากนายท่านได้ใช้พลังบางส่วนออกไปทั้งที่พึ่งหายดีไม่นานการกำจัดนายน้อยอวี้หลัวไม่จำเป็นจะต้องถึงมือท่านประมุข ตนเองก็สามารถจัดการได้หากแสดงพลังที่แท้จริงออกมา
“ไม่เป็นไรเรื่องน้องชายสารเลวนั่นข้าต้องการจัดการเขาด้วยตัวของข้าเองดีที่สุดตอนนี้มันตายลงก็สมควรอย่างยิ่งถือว่าจัดการศัตรูไปอีกหนึ่งข้าไม่เสียใจสักนิดแม้ว่าจะเติบโตมีสายเลือดเดียวกันหากกระทำผิดข้าจำเป็นจะต้องจัดการให้เด็ดขาดเพื่อไม่ให้แว้งมากัดได้อีกครั้ง”
ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอี้เฟยที่มีใบหน้าร้อนรนก็เดินเข้ามามองสำรวจบิดาด้วยความเป็นห่วงหลังจากหายดีนางไม่ต้องการให้บิดาออกแรงไปทำอะไรเลย พอกำลังจะเข้ามาหาเพื่อต้องการพูดคุยก็ไม่เห็นว่าบิดาอยู่ในเรือนจนกระทั่งนางได้เห็นว่าบิดาเหาะมาแต่ไกลจึงได้เดินทางเข้ามาที่เรือนเพื่อมาดูว่าบิดาไปทำอะไรมาเพราะทิศทางที่บิดามานั้นเป็นทางที่น้องชายของท่านอยู่จนนางคิดเป็นห่วงถึงความอันตรายที่จะเกิดกับบิดาของนางยามไปทางนั้น
แต่เมื่อเห็นว่าท่านไม่ได้รับอาการบาดเจ็บนางก็รู้สึกโล่งใจอย่างมาก
“ท่านพ่อท่านไปไหนมาเจ้าคะข้ามาดูท่านแล้วรอบหนึ่งแต่ไม่เจอตัวท่าน”
“ข้าไปจัดการอวี้หลัวมา”
อวี้ซีบอกตรงอย่างไม่ปิดบังแต่หากนางรู้ก่อนน่านั้นว่าเขากำลังจะไปทำอะไรก็คงสั่งห้ามเด็ดขาดเพราะความเป็นห่วงเขาเข้าใจดี
“ทำไมท่านพ่อไม่บอกข้าเดี๋ยวข้าจะจัดการเขาเองท่านพ่อพึ่งหายป่วยเองข้าไม่อยากให้ท่านลงมือ” นางเดาถูกว่าบิดาไปทำเรื่องนั้นแน่เพราะปล่อยไว้นานแล้วแต่ไม่คิดว่าจะลงมือเร็วขนาดนี้ทั้งที่พึ่งหายดีไม่นาน
“ไม่เป็นไรเรื่องนี้ข้าจัดการได้ข้าไม่ต้องการให้มันมีชีวิตอยู่นานและข้าเป็นคนลงมือเองดีที่สุดแล้วอีกอย่างอยากออกแรงดูบ้างหลังจากไม่ได้ออกแรงนานแล้ว”
การลงมือกับอวี้หลัวไม่ได้มีผลกระทบกับร่างกายมากนั่นแสดงว่าร่างกายของเขากลับมาเป็นปกติแล้วย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดีและเขาต้องเร่งการฝึกอีกเพื่อตอบโต้คนตระกูลจางน่าจะเป็นศึกใหญ่สองตระกูลก็ว่าได้หลังจากที่เขาต้องนอนติดเตียงเวลานานตระกูลจางก็ลงมือดึงคนของตนเองไปแถมยังคิดทำร้ายบุตรสาวอันเป็นที่รักอีกย่อมจะไว้ไม่ได้
“ถ้าหากท่านพ่อจะลงมือกับตระกูลจางท่านบอกข้าด้วยนะข้าจะไปจัดการพวกมันด้วย”
เรื่องศัตรูของตระกูลโจวนางไม่มีพลาดโดยเฉพาะตระกูลจางที่มันบังอาจทำเรื่องชั่วช้าจะเอานางไปเมียนางไม่มีวันลืมชีวิตของนางที่จะต้องจบลงในวันนั้นหากไม่มีท่านไป๋หลงยื่นมือเข้าช่วยนางคงไม่รอดถึงทุกวันนี้และบิดาคงไม่ฟื้นกำลังกลับมาเดินได้ผู้มีพระคุณอย่างท่านไป๋หลงนางจะไม่มีวันลืม
“ได้เดี๋ยวให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้หน่อยแล้วข้าจะพาเจ้าไปจัดการศัตรูพวกนี้ให้สิ้นซาก”
เมื่อคิดว่าตนหายเมื่อไหร่ศัตรูที่เคยดูถูกและหยามเหยียดหาเรื่องในช่วงที่นอนติดเตียงเขาหายดีเมื่อไหร่จะไปจัดการคิดบัญชีแค้นพวกนั้นทันทีไอ้พวกที่เข้าร่วมกับตระกูลจางเขาไม่ยอมปล่อยไว้ด้วยแน่
ตระกูลจาง
“อะไรนะอวี้หลัวโดนกำจัดไปแล้วเหรอ”
ชายที่มีใบหน้าวัยกลางคนแต่อายุอานามปาไปร้อยกว่าปีแล้วที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะได้รับยาลดอายุใบหน้าทำให้ดูเด็กและยานี้ไม่ใช่ว่าจะมีได้มันต้องแลกมาจากอะไรหลายอย่าง หากมีคนได้ยินยานี้ที่ไหนคนมากมายก็จะดั้นด้นไปที่นั่นอย่างไม่ได้นัดหมายและยาเช่นนี้ไม่ใช่ว่าใครจะสามารถทำได้
“ขอรับนายท่านเห็นว่าประมุขตระกูลโจวตอนนี้หายจากการได้รับพิษนอนติดเตียงแล้วขอรับ”
“มันเป็นไปได้อย่างไรทั้งที่พิษนี้มันยังไม่มีใครหาทางรักษาได้นอกจากพวกเรา”
“เห็นว่าแม่นางอี้เฟยนำคนมาจากที่อื่นขอรับ”
“อย่างนั้นเหรอเห็นทีว่าข้าจำจะต้องเร่งการฝึกฝนเสียแล้วและบอกคนของเราให้เตรียมพร้อมอวี้ซีอาจจะมาลงมือตอนไหนพวกเราก็ยังไม่รู้ถ้ายังไงอย่าประมาทเป็นการดีที่สุดตอนนี้ข้ากับอวี้ซีอยู่ในระดับชั้นพลังที่เท่ากันย่อมต่อสู้กันอย่างสูสีแต่ข้าต้องอยู่เหนือกว่า”
จางซินเฉิงกล่าวด้วยความเกลียดที่ตนเองมีต่ออวี้ซีเขาต้องการเป็นใหญ่ในแคว้นหยวนจึงคิดตั้งต้นเป็นศัตรูกับตระกูลโจวและไม่คิดกลัวด้วยเพราะคิดว่าตนเองก็มีทรัพยากรที่มากพอกับตระกูลโจวแม้ที่ผ่านมาจะไม่เคยชนะเลย
ตระกูลจางและตระกูลโจวล้วนเป็นปรปักษ์กันตั้งแต่รุ่นก่อนหน้านั้นแล้วต่างคนต่างไม่มีใครยอมใครคิดอยากเป็นใหญ่ในแคว้นแห่งนี้แต่ตระกูลจางก็ไม่อาจจะสู้ตระกูลโจวได้ยังคงเป็นรองอยู่และเมื่อได้โอกาสที่อวี้ซีนอนติดเตียงจึงใช้โอกาสนี้พยายามจะยึดอำนาจร่วมด้วยการร่วมมือจากอวี้หลัวน้องชายซึ่งถูกขับออกจากตระกูลแต่พวกเขาไม่คิดเลยว่ายาพิษที่พวกเขาใช้นั้นกลับมีคนสามารถแก้มันได้
ฝากกดติดตามให้กำลังให้กันด้วยนะครับ อัพช้าหน่อยข้าน้อยขออภัยยุ่งกับการทำอีบุคเรื่องอื่นอยู่ขอรับ
คิดว่าไม่อยากจะให้เรื่องนี้มีมากมายหลายตอนพยายามจะไม่ทำให้มีปมเยอะเท่าไหร่55555