เมื่อล่วงรู้ว่าบัดนี้หงอวิ๋นสิ้นชีพแล้ว เจิ้นหยวนจื่อก็รู้สึกสิ้นหวังจนใจแทบสลาย จุ่นถีและเจียอิ่นคิดจะจากไป ทว่าเขาก็ไร้กำลังจะเหนี่ยวรั้งไว้ได้
ท้ายที่สุดด้วยความอับจนหนทาง เขาจึงจำต้องกลับเข้าสู่อารามอู่จวงพลางทอดถอนใจอยู่ภายใน
สหายเอ๋ย สหายรัก... เหตุใดเ้าจึงดื้อรั้นถึงเพียงนี้ ปราณม่วงหงเิและตำแหน่งปราชญ์นั้นใช่ว่าจะกันได้ง่าย ๆ บ่วงกรรมแห่งปราชญ์นั้นใหญ่หลวงนัก ใช่ว่าใครจะแบกรับไหว
ยามที่ท่านมรรคาจารย์ไม่ได้รับเ้าเป็ศิษย์ ข้าก็ล่วงรู้แล้วว่าเ้าต้องเผชิญกับมหันตภัยครั้งใหญ่ แต่ท้ายที่สุดข้าก็ยังมิอาจปกป้องเ้าไว้ได้
มิสู้ดูทงเทียนในสามวิสุทธิ์ผู้นั้นเป็เยี่ยงอย่าง เขาล่วงรู้ว่าทั้งหมดนี้คือกับดัก จึงไม่ยอมรับสิ่งล่อใจ แม้ปราณม่วงหงเิจะมาจ่อถึงมือเขาก็ยังสะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดี... เฮ้อ… ช่างเถิด
เจิ้นหยวนจื่อทอดถอนใจยาว ก่อนจะกลับเข้าสู่การปิดด่านบำเพ็ญในอารามอู่จวงสืบไป
ทางด้านเล่าจื๊อและหยวนสื่อ ในชั่วขณะที่หงอวิ๋นะเิตัวเอง ทั้งคู่ก็สะดุ้งตื่นจากภวังค์การปิดด่านทันที ความจริงแล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา ทั้งสองยังมิอาจหยั่งรู้สัจธรรมใด ๆ ได้เลย
เมื่อได้รับข่าวการสิ้นชีพของหงอวิ๋น ทั้งสองต่างก็ตระหนกใยิ่งนัก หงอวิ๋นผู้นั้นเป็ถึงผู้ปราณม่วงหงเิที่มรรคาจารย์ประทานให้ นึกไม่ถึงว่าจะมีผู้ใดหาญกล้าบีบคั้นเขาจนต้องจบชีวิตเช่นนี้
เื่นี้ยิ่งทำให้คนทั้งสองรู้สึกถึงความกดดันและร้อนรนใจมากขึ้น
เล่าจื๊อก้าวออกมาจากลานเต๋าของตน และได้พบกับหยวนสื่อที่เดินออกมาพอดี
“น้องรอง เ้าเองก็เสร็จสิ้นการปิดด่านแล้วรึ? ปราณม่วงหงเิเป็อย่างไรบ้าง หยั่งรู้ไปถึงไหนแล้ว?”
หยวนสื่อส่ายหน้า สีหน้าดูย่ำแย่นัก เมื่อเห็นท่าทางของหยวนสื่อ เล่าจื๊อก็เดาคำตอบได้โดยไม่ต้องรอให้เอ่ยปาก
“ไม่ควรจะเป็เช่นนี้เลย ปราณม่วงหงเินี้ ท่านมรรคาจารย์เป็ผู้ประทานให้แก่พวกเรา ตามหลักแล้วพวกเราควรจะได้รับผลประโยชน์บ้าง แต่ไฉนยามนี้กลับไม่มีความคืบหน้าแม้แต่น้อย?”
เล่าจื๊อเริ่มรู้สึกร้อนรนใจ เพราะในยามนี้ผู้ที่หมายปองปราณม่วงเริ่มลงมือกันแล้ว กรณีของหงอวิ๋นคือคำเตือนที่ชัดเจนที่สุด ยิ่งเวลาผ่านไป ความกระวนกระวายในใจของผู้คนจะยิ่งเพิ่มพูน และสิ่งล่อใจจากปราณม่วงหงเิก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
ทว่าความจริงคือ พวกเขากลับไม่ได้รับผลดีใด ๆ จากปราณม่วงนี้เลย ซ้ำร้ายการมัวแต่หยั่งรู้ปราณม่วงยังทำให้การบำเพ็ญเพียรตามปกติต้องล่าช้าไปเสียอีก
“พี่ใหญ่... หรือว่าข้าจะไม่มีวาสนากับสิ่งนี้?” หยวนสื่อเริ่มสงสัยในตนเอง
เล่าจื๊อส่ายหน้า “ข้ามิอาจรู้ได้ บางทีอาจเป็เพราะวาสนายังมาไม่ถึง... อย่าเพิ่งคิดมากเลย ไม่สู้พวกเราไปหาน้องสามหน่อยเป็อย่างไร? ไปดูว่ายามนี้พลังบำเพ็ญของเขารุดหน้าไปถึงไหนแล้ว”
หยวนสื่อครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเห็นพ้อง
ภายในลานเต๋า สวีทงเองก็ััได้ถึงข่าวการะเิตัวเองของหงอวิ๋นเช่นกัน ทว่าเขาที่ล่วงรู้ตอนจบอยู่แล้วจึงมิได้ประหลาดใจเท่าใดนัก
ปราณม่วงหงเิ... หึหึ หากไร้ซึ่งการคุ้มครองจากมรรคาจารย์หงจวินล่ะก็ สิ่งนี้ก็เป็เพียงะเิเวลาเท่านั้นแหละ
สวีทงมองเห็นความจริงได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
มีเพียงความแข็งแกร่งของตนเองเท่านั้นที่จะทำให้มีชีวิตรอดในหงฮวงแห่งนี้ได้อย่างปลอดภัย เื่อื่นล้วนไร้สาระทั้งสิ้น
พูดจบสวีทงก็เตรียมจะปิดด่านบำเพ็ญเพียรต่อ แต่โลกภายนอกมักมีเื่ให้ประหลาดใจเสมอ ยังไม่ทันที่เขาจะเข้าสู่ฌาน เสียงหนึ่งก็ดังขัดจังหวะขึ้น
“น้องสามอยู่หรือไม่?”
เมื่อได้ยินเสียงของเล่าจื๊อและหยวนสื่อ สวีทงก็ชะงักไป
นั่นไง หงอวิ๋นสิ้นชีพปุ๊บ สองคนนี้ก็โผล่มาปั๊บเลยสินะ คาดว่าคงจะพบแล้วล่ะสิว่าปราณม่วงหงเิในมือนั้นกินไม่ได้ถ่ายไม่ออก
สวีทงลอบแค่นเสียงในใจ
มันจะมีประโยชน์ก็แปลกแล้ว ตราบใดที่หนวี่วายังมิได้สร้างมนุษย์ ต่อให้พวกเ้าหยั่งรู้จนตายก็ตั้งนิกายไม่ได้หรอก
ส่วนเื่ที่เหตุใดทั้งสองถึงมาหาเขา สวีทงก็พอจะเดาทางได้ คงอยากจะมาดูว่าเขาฝึกไปถึงไหนแล้วนั่นเอง
ยามนี้ หลังจากการบำเพ็ญอย่างหนัก สวีทงได้ก้าวมาถึงขอบเขตกึ่งปราชญ์ขั้นสูงสุดแล้ว เหลือเพียงก้าวเดียวก็จะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้า
หากเขา้า เขาสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นได้ทุกเมื่อ
แต่เขามิได้รีบร้อน เพราะการบรรลุขอบเขตเซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้านั้นจะก่อให้เกิดความสั่นะเืมหาศาล กระทั่งพิภพหงฮวงทั้งมวลอาจจะต้องสั่นคลอน หากหงจวินตรวจพบเข้าล่ะก็ เื่ยุ่งยากจะตามมาไม่รู้จบ
ทว่าสวีทงก็เตรียมทางหนีทีไล่ไว้แล้ว เขามีมุกโกลาหลอยู่ในมือ ยอดสมบัติโกลาหลชิ้นนี้สามารถพรางกายและซ่อนกลิ่นอายได้ หากเขาเข้าไปทะลวงขั้นภายในมุกโกลาหล ผนวกกับอำนาจกดข่มจากลานเต๋าแห่งปราชญ์ ก็น่าจะเพียงพอที่จะปิดบังร่องรอยได้
“น้องสามอยู่หรือไม่?” เล่าจื๊อเรียกซ้ำอีกครั้ง แสดงว่าคงไม่ยอมจากไปง่าย ๆ
สวีทงยิ้มพลางส่ายหน้า เขาปัดมือเปิดประตูทางเข้าลานเต๋าให้คนทั้งสองเข้ามา
“พี่ใหญ่ พี่รอง เมื่อครู่ข้ากำลังหยั่งรู้มหาเต๋าจนหลงลืมเวลาไปบ้าง ขอพวกท่านโปรดอย่าได้ถือสา”
สวีทงเอ่ยทักทายตามมารยาท เล่าจื๊อส่ายหน้าพลางนั่งลง ส่วนหยวนสื่อแม้จะมีท่าทีไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นเล่าจื๊อนิ่งเฉย เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร
“น้องสาม เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เ้ารู้แล้วใช่หรือไม่?” ทันทีที่นั่งลง เล่าจื๊อก็เข้าเื่หงอวิ๋นทันที
สวีทงพยักหน้า
ถามมาได้ เื่ใหญ่โตสั่นะเืสามภพขนาดนั้น ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร?
“สหายเต๋าหงอวิ๋นดับสูญไปแล้ว ปราณม่วงหงเิและตำแหน่งปราชญ์ช่างเป็เื่อันตรายโดยแท้ เมื่อมองเช่นนี้ การที่ข้าละทิ้งปราณม่วงหงเิไปก็นับว่าไม่ใช่เื่แย่นัก” สวีทงเอ่ยทีเล่นทีจริง
เล่าจื๊อชะงักไปครู่หนึ่ง ตามความคิดเขาไม่ทัน เดิมทีเขาตั้งใจจะพูดว่าหงฮวงยามนี้อันตราย เพื่อจะโยงเข้าถามเื่พลังบำเพ็ญของสวีทง แต่ไฉนบทสนทนาถึงพุ่งกลับไปเื่ความอันตรายของปราณม่วงเสียได้?
ทว่าเล่าจื๊อก็ปรับตัวได้เร็ว เขาพยักหน้าเห็นพ้อง
“ถูกต้อง หากไม่มีพลังโชคชะตาที่แข็งแกร่งคอยหนุนนำ ปราณม่วงหงเิก็นับว่าอันตรายยิ่งนัก
แต่ไม่รู้ว่ายามนี้น้องสามบำเพ็ญไปถึงขั้นใดแล้ว? เ้าอุตส่าห์ยอมแลกบุญบารมีเบิกฟ้าไปมหาศาล พลังบำเพ็ญย่อมต้องก้าวหน้าขึ้นมากใช่หรือไม่?”
เล่าจื๊อมิใช่คนที่จะล้มเลิกอะไรง่าย ๆ เขายังคงวนกลับมาถามเื่เดิมจนได้
สวีทงส่ายหน้าในใจ เขารู้ดีว่าคนผู้นี้ไม่มีทางปล่อยเขาไปง่าย ๆ ทว่าจากบทเรียนคราวก่อน เขาเรียนรู้แล้วว่าไม่ควรตามน้ำเ้าคนเ้าเล่ห์คนนี้จนเกินไป เขาจึงตอบเพียงสั้น ๆ ว่า
“รุดหน้าไปบ้าง”
เพียงสี่คำสั้น ๆ แล้วก็นิ่งเงียบไป เล่าจื๊อและหยวนสื่อต่างเงี่ยหูรอฟังประโยคถัดไป แต่รอแล้วรอเล่าสวีทงก็หามีวาจาใดหลุดออกมาไม่ เื่นี้ทำให้เล่าจื๊อรู้สึกอึดอัดคับแค้นใจจนพูดไม่ออก
หลังจากพูดคุยกันสัพเพเหระอีกไม่กี่ประโยค เมื่อเห็นว่ามิอาจล้วงความลับใด ๆ จากปากสวีทงได้อีก เล่าจื๊อก็จำต้องถอนตัวกลับไปด้วยความอับจนหนทาง
ครานี้สวีทงไม่แม้แต่จะลุกไปส่ง
ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มเหินห่างออกไปทุกที หรือจะกล่าวให้ถูกคือ พวกเขาไม่เคยเป็น้ำหนึ่งใจเดียวกันมาั้แ่ต้น
สวีทงมองตามหลังเล่าจื๊อและหยวนสื่อพลางส่ายหน้า เขาไม่มีความเสียดายใด ๆ ก่อนจะหมุนกายกลับเข้าสู่ลานเต๋าของตน ในเมื่อพลังบำเพ็ญของเขาเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ เส้นทางของเขากับคนทั้งสองก็ย่อมมิใช่เส้นทางเดียวกันอีกต่อไป
ภายในลานเต๋า สวีทงเปิดม่านพลังป้องกันของลานเต๋าแห่งปราชญ์ขั้นสูงสุด จากนั้นจึงหยิบมุกโกลาหลออกมา
เขามองมุกโกลาหลทรงกลมมนในมือด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ขั้นตอนต่อไปคือการขัดเกลาและหลอมรวมมุกโกลาหล เมื่อขัดเกลาสำเร็จ ข้าจะเริ่มการทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเซียนทองต้าหลัวเบิกฟ้าทันที เมื่อถึงเวลานั้น... แม้จะต้องเผชิญหน้ากับปราชญ์ ข้าก็หามีความหวาดเกรงไม่
เมื่อกำหนดเป้าหมายได้แล้ว สวีทงก็เข้าสู่การปิดด่านบำเพ็ญอีกครั้ง
ทว่าการสิ้นชีพของหงอวิ๋นนั้น ผลกระทบที่ตามมาเหนือมหาพิภพหงฮวงยังห่างไกลจากคำว่าสิ้นสุดนัก