สาวโรงงานร่านสวาท 10 : ความโลภที่ไม่มีที่สิ้นสุด
กลิ่นหอมของน้ำหอมกุหลาบป่าราคาแพงที่น้ำอ้อยใช้ประพรมเรือนร่างยังคงตลบอบอวลอยู่ในห้องนอนกว้างขวางของคอนโดมิเนียมหรูหรา แสงไฟสีส้มสลัวส่องประกายจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องลงบนเตียงกว้างสีขาวสะอาด ปรากฏร่างอวบอัดสะบึมของน้ำอ้อยในชุดนอนผ้าซาตินสีแดงเพลิงที่เนื้อผ้านุ่มลื่นทิ้งตัวลงตามส่วนเว้าโค้งของสรีระอย่างเย้ายวนใจ เธอนั่งชันเข่าข้างหนึ่งขึ้นมาพลางแกว่งแก้วไวน์แดงในมือเบา ๆ ด้วยท่วงท่าที่แช่มช้อยและช่ำชองมารยาหญิง
สายตากลมโตจิ้มลิ้มทว่าแฝงไปด้วยความทะเยอทะยานกระหายในเงินทองชำเลืองมองผู้จัดการธวัช ชายวัยสี่สิบเจ็ดปีที่นอนพิงหมอนใบใหญ่อยู่ข้างกาย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอิ่มเอิบและร่องรอยแห่งความอ่อนเพลียปนเปกับความพึงพอใจสูงสุดหลังจากเพิ่งเสร็จสิ้นศึกรักอันเร่าร้อนถึงอกถึงใจที่เด็กสาววัยยี่สิบสองปีเพิ่งปรนเปรอให้ ธวัชหลับตาพริ้มพลางสูดกลิ่นกายสาวอันหอมกรุ่นที่ลอยมาปะทะจมูกเป็นระยะ ราวกับว่าเขาได้กลับมาเป็นหนุ่มรุ่นกระทงที่มีพละกำลังมหาศาลอีกครั้ง
น้ำอ้อยลอบยิ้มมุมปากด้วยความสมเพชปนสะใจในความโง่เขลาของชายตรงหน้า เธอรู้ดีว่าเรือนร่างอวบอัดสะบึม อกโตล้นมือ และสะโพกผายนุ่มหยุ่นของเธอนั้นคืออาวุธร้ายกาจที่สามารถสะกดให้ผู้จัดการโรงงานผู้มีอิทธิพลและร่ำรวยคนนี้เชื่องเชื่อราวกับสุนัขรับใช้ เธอค่อย ๆ วางแก้วไวน์คริสตัลลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังรบกวน จากนั้นจึงขยับกายเข้าไปแนบชิดโอบกอดแขนแกร่งที่เริ่มหย่อนคล้อยตามวัยของธวัช ปล่อยให้หน้าอกอวบอิ่มคู่โตบดเบียดกับต้นแขนของเขาอย่างตั้งใจ
"พี่ธวัชขา... หลับแล้วเหรอคะคนดีของน้ำอ้อย" น้ำเสียงหวานหยดย้อยเหมือนหยาดน้ำผึ้งกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหูของชายวัยกลางคน พร้อมกับริมฝีปากอวบอิ่มที่กดจูบเบา ๆ บนลาดไหล่ของเขาอย่างประจบเอาใจ
ธวัชปรือตาขึ้นมามองใบหน้าจิ้มลิ้มในระยะประชิดทันที ความลุ่มหลงในรสรักและเรือนร่างของเด็กสาวตรงหน้าทำให้เขาไม่สามารถหักห้ามใจตัวเองได้ มือหนาเอื้อมไปโอบกระชับเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น "ยังไม่หลับหรอกจ้ะคนดี... พี่กำลังคิดถึงลีลาเด็ด ๆ ของน้ำอ้อยเมื่อครู่อยู่เลย หนูเก่งขึ้นทุกวันจนพี่หัวปักหัวปำ ถอนตัวไม่ขึ้นแล้วนะเนี่ย"
"พูดจริงหรือเปล่าคะ... ไม่ใช่ว่าพอกลับไปบ้านแล้วก็ลืมน้ำอ้อย ปล่อยให้น้ำอ้อยนอนเหงาอยู่ในคอนโดนี้คนเดียวนะคะ" น้ำอ้อยทำเสียงกระเง้ากระงอด แสร้งสะบัดหน้าหนีเล็กน้อยเหมือนเด็กสาวแสนงอนที่ต้องการความสนใจ ซึ่งท่าทางแบบนี้ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ใคร่และความเอ็นดูของธวัชให้พุ่งสูงขึ้น
"โธ่... ใครจะไปลืมหนูลงล่ะจ๊ะ น้ำอ้อยทั้งหวานทั้งอร่อยขนาดนี้ พี่แทบอยากจะย้ายมาอยู่ด้วยทุกวันเลยด้วยซ้ำ ว่าแต่... วันนี้หนูดูมีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่าจ๊ะ เห็นตอนร่วมรักกันหนูดูเหม่อลอยไปแวบหนึ่ง มีอะไรบอกพี่ได้นะ พี่พร้อมจะจัดการให้หนูทุกอย่างเลย" ธวัชเอ่ยถามด้วยความห่วงใยและหลงใหลหวังจะเอาใจชู้รักสาว
น้ำอ้อยสบโอกาสที่รอคอยมานาน เธอค่อย ๆ หันใบหน้ากลับมาซบบนแผงอกของเขา ดวงตากลมโตหยาดเยิ้มไปด้วยน้ำตาคลอเบ้าแสร้งทำเป็นสั่นระริกเหมือนคนที่แบกรับความทุกข์ไว้เต็มอก มือเรียวสวยลูบไล้ไปตามหน้าท้องของเขาอย่างช้า ๆ แต่ทว่าแฝงการปลุกเร้าแก่นกายของเขาให้เริ่มแข็งตัวขืนขึ้นมาสู้มืออีกครั้ง
"คือ... น้ำอ้อยเครียดมากเลยค่ะพี่ธวัช พ่อแม่ที่ต่างจังหวัดเพิ่งโทรมาบอกว่าที่ดินทำกินผืนสุดท้ายของครอบครัวกำลังจะถูกธนาคารยึดเพราะไปกู้เงินมาทำนาแล้วขาดทุน น้ำอ้อยสงสารพ่อแม่มากเลยค่ะ ไม่อยากเห็นพวกท่านต้องกลายเป็นคนไร้บ้านในยามแก่ชรา แต่น้ำอ้อยก็แค่สาวโรงงานตัวเล็ก ๆ เงินเดือนแค่นี้จะไปมีปัญญาช่วยได้ยังไง" เธอพูดพลางสะอื้นเบา ๆ ร่างกายอวบอัดสั่นเทาจนหน้าอกโตบดเบียดสั่นไหวไปตามจังหวะเสียงสะอื้น
"แล้วต้องใช้เงินเท่าไหร่ล่ะน้ำอ้อย? เรื่องเงินทองไม่ใช่ปัญหาสำหรับพี่เลย ขอแค่หนูบอกมา พี่ช่วยจัดการให้ได้อยู่แล้ว" ธวัชรีบรับปากทันทีด้วยความหยิ่งผยองในทรัพย์สินของตนเอง และความกระหายที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นที่พึ่งพิงอันยิ่งใหญ่ของเด็กสาว
"พ่อบอกว่าต้องใช้เงินสดประมาณหนึ่งล้านบาทค่ะพี่ธวัช... แต่อันที่จริง น้ำอ้อยก็ไม่ได้หวังสูงขนาดนั้นหรอกนะคะ น้ำอ้อยแค่รู้สึกว่าตัวเองช่างไร้ค่าและไม่มีความมั่นคงในชีวิตเลย ถ้าวันหนึ่งพี่ธวัชเบื่อน้ำอ้อยแล้วทิ้งน้ำอ้อยไป น้ำอ้อยคงไม่เหลืออะไรเลยนอกจากตัวเปล่า น้ำอ้อย... น้ำอ้อยอยากได้ทองคำแท่งสักสิบบาทเก็บสะสมไว้เป็นหลักประกันความมั่นคงในอนาคตของตัวเองบ้างจะได้ไหมคะ"
เธอมองสบตาธวัชด้วยแววตาเว้าวอนระคนละโมบ มือเรียวสวยกุมแก่นกายร้อนผ่าวที่เริ่มขยายตัวแข็งปั๋งของเขาเอาไว้แน่น ลูบรูดมันขึ้นลงช้า ๆ อย่างเป็นจังหวะกระตุ้นความกระสัน น้ำเสียงหวานกระซิบข้างหูของเขาอีกครั้ง "ถ้าน้ำอ้อยได้เงินหนึ่งล้านบาทไปช่วยพ่อแม่ และมีทองคำสิบบาทไว้ให้อุ่นใจ... น้ำอ้อยสัญญาว่าจะยอมเป็นเด็กดี เป็นของเล่นส่วนตัวของพี่ธวัชคนเดียว จะไม่มองผู้ชายคนไหน และจะยอมตามใจพี่ธวัชทุกอย่าง ไม่ว่าจะให้ออนท็อป บดสะโพก หรือให้ลองท่าไหน น้ำอ้อยยอมหมดเลยค่ะ"
คำสัญญาที่มาพร้อมกับการปรนเปรอกามารมณ์และแรงกระตุ้นทางกายทำเอาสมองของธวัชขาวโพลน ความคิดและเหตุผลลื่นไหลไปตามอารมณ์ตัณหาที่พุ่งทะยาน เขาหน้ามืดตามัวลุ่มหลงสรีระและคำประจบสอพลอของชู้รักวัยสาวจนมองข้ามความโลภที่ไม่สิ้นสุดของเธอไปโดยสิ้นเชิง
"ได้เลยจ้ะ! พรุ่งนี้พี่จะสั่งโอนเงินสดหนึ่งล้านบาทเข้าบัญชีหนูทันที ส่วนทองคำแท่งหนักสิบบาท พี่จะแอบไปเบิกจากตู้เซฟที่บ้านมาให้หนูเอง... แต่คืนนี้ หนูต้องรักษาสัญญาที่ว่าจะยอมตามใจพี่ทุกอย่างนะ" ธวัชเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากความเสียวซ่านขณะพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างอวบอัดของน้ำอ้อย
น้ำอ้อยหลุดเสียงหัวเราะคิกคักด้วยความสะใจที่แผนการปอกลอกสำเร็จงดงาม เธอกางขาออกกว้างรองรับร่างหนาที่โถมกายเข้าหา ยอมรับความต้องการอันรุนแรงและป่าเถื่อนของชายรุ่นพ่ออย่างเต็มใจเพื่อเป็นการจ่ายมัดจำชิ้นใหญ่สำหรับเงินล้านและทองแท่งที่จะตกเป็นของเธอในวันรุ่งขึ้น
---
สายแดดยามเช้าสาดส่องลงมากระทบกระจกรถตู้โดยสารประจำทางปรับอากาศที่กำลังวิ่งมุ่งหน้าออกจากเขตอุตสาหกรรม น้ำอ้อยในชุดเสื้อเชิ้ตลายแฟชั่นและกางเกงรัดรูปเผยสรีระสะบึมนั่งเอนหลังพิงเบาะด้วยความสบายอารมณ์ ในอ้อมแขนของเธอโอบกระชับกระเป๋าสะพายใบหรูที่ภายในบรรจุสมุดบัญชีธนาคารเล่มใหม่เอี่ยมและกล่องกำมะหยี่สีแดงสดที่มีทองคำแท่งหนักสิบบาทนอนนิ่งอยู่
หลังจากที่ผู้จัดการธวัชรักษาสัญญา โอนเงินสดจำนวนหนึ่งล้านบาทเข้าบัญชีส่วนตัวของเธอตั้งแต่เช้าตรู่ และลอบนำทองคำแท่งแท้ ๆ หนักสิบบาทมาส่งมอบให้เธอถึงในห้องทำงานส่วนตัวในช่วงที่พนักงานคนอื่นยังไม่มาถึง น้ำอ้อยก็ไม่รอช้าที่จะรีบขออนุมัติลางานครึ่งวันบ่ายทันทีเพื่อดำเนินการตามแผนยักย้ายทรัพย์สิน
น้ำอ้อยไม่ใช่ผู้หญิงโง่เขลาที่ได้เงินมาแล้วจะฟุ่มเฟือยหรือเก็บไว้ใกล้ตัว เธอรู้ดีว่าความจริงเรื่องความสัมพันธ์ชู้สาวระหว่างเธอกับผู้จัดการธวัชเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะภรรยาของธวัชซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบัญชีของบริษัท มีอิทธิพลและสายสืบอยู่ทั่วทุกมุมในเขตอุตสาหกรรมแห่งนี้
หากน้ำอ้อยฝากเงินจำนวนหลักล้านเข้าบัญชีเดิมที่มีอยู่ หรือนำทองคำไปขายหรือฝากเก็บไว้ในธนาคารสาขาใกล้เคียงรอบโรงงาน ข่าวคราวความเคลื่อนไหวทางการเงินก้อนใหญ่นี้อาจจะไปถึงหูของเมียหลวงใจร้ายได้ในเวลาอันรวดเร็ว และนั่นหมายถึงจุดจบของอนาคตและการถูกตราหน้าว่าเป็นชู้รักที่ต้องถูกไล่ออกจากงาน
รถตู้จอดเทียบท่าที่สถานีขนส่งของอำเภอเมืองในต่างจังหวัดที่อยู่ห่างไกลออกไปเกือบห้าสิบกิโลเมตร ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ ไม่มีพนักงานโรงงาน และไม่มีความเชื่อมโยงใด ๆ กับชีวิตที่ดำเนินอยู่ น้ำอ้อยก้าวลงจากรถตู้และเรียกรถโดยสารเพื่อเดินทางไปยังธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ประจำจังหวัดทันที
บรรยากาศภายในธนาคารค่อนข้างเงียบสงบเนื่องจากเป็นช่วงกลางสัปดาห์ น้ำอ้อยเดินเข้าไปกดบัตรคิวและนั่งรอเรียกคิวด้วยท่าทางสงบนิ่ง เรียบร้อย คล้ายกับคุณหนูผู้ดีที่นำเงินมาฝากออมทรัพย์ทั่วไป เธอเช็กโทรศัพท์มือถือเป็นระยะเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสายโทรเข้าที่น่าสงสัยหรือมีใครสะกดรอยตามมา
"หมายเลขคิวที่หนึ่งร้อยสี่ เชิญที่ช่องบริการหมายเลขสามค่ะ" เสียงประกาศอัตโนมัติดังขึ้น น้ำอ้อยขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์บริการที่มีเจ้าหน้าที่สาวหน้าตายิ้มแย้มรออยู่
"สวัสดีค่ะ ต้องการติดต่อบริการด้านใดคะ" เจ้าหน้าที่ธนาคารเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ
"ต้องการเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ใหม่ค่ะ แล้วก็อยากจะขอเช่าตู้เซฟนิรภัยรายปีของธนาคารด้วย ไม่ทราบว่าตอนนี้ยังมีตู้ขนาดกลางว่างเหลืออยู่บ้างไหมคะ" น้ำอ้อยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงฉะฉาน ท่าทางน่าเชื่อถือและดูมีฐานะดี
"มีตู้วางว่างอยู่ค่ะคุณลูกค้า รบกวนขอรหัสบัตรประชาชนและเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อกรอกรายละเอียดและตรวจสอบสิทธิ์ในการเช่าตู้เซฟด้วยค่ะ" เจ้าหน้าที่ยิ้มรับและเริ่มคีย์ข้อมูลลงคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว
น้ำอ้อยยื่นบัตรประชาชนให้พลางกรอกเอกสารส่วนตัวอย่างละเอียดรอบคอบ เธอจงใจใช้เบอร์โทรศัพท์สำรองและระบุที่อยู่จัดส่งเอกสารตามทะเบียนบ้านเดิมที่ต่างจังหวัดซึ่งเป็นบ้านเกิดของพ่อแม่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีจดหมายเตือนหรือใบเสร็จใด ๆ ถูกส่งไปที่คอนโดมิเนียมหรูที่ธวัชเปิดเช่าไว้ให้เด็ดขาด ปิดช่องโหว่ไม่ให้เมียหลวงของธวัชตรวจพบความผิดปกติได้แม้แต่จุดเดียว
หลังจากลงนามในเอกสารเปิดบัญชีใหม่ ชำระเงินค่าธรรมเนียมเช่าตู้เซฟรายปี และลงทะเบียนลายนิ้วมือเพื่อยืนยันตัวตนเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ธนาคารก็นำทางน้ำอ้อยเดินลึกเข้าไปยังห้องนิรภัยชั้นใต้ดินผ่านประตูกระจกหนาและลูกกรงเหล็กที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยเฝ้าอยู่อย่างเข้มงวด
เมื่อบานประตูเหล็กหนาเตอะของห้องนิรภัยปิดลง ทิ้งให้น้ำอ้อยอยู่ตามลำพังท่ามกลางตู้เซฟโลหะสีเงินวาววับนับร้อยช่อง หญิงสาวก็ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก เธอหยิบกุญแจสองดอกที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่มาไขเปิดช่องตู้เซฟหมายเลขที่ระบุไว้
น้ำอ้อยเอื้อมมือเข้าไปในกระเป๋าและเปิดกล่องกำมะหยี่สีแดงสดออก แสงไฟนีออนในห้องมั่นคงสาดส่องลงมากระทบกับทองคำแท่งสีเหลืองอร่ามน้ำหนักสิบบาทที่เรียงรายกันอยู่ภายในกล่อง ความมันวาวและมูลค่าอันมหาศาลของมันทำให้หัวใจของน้ำอ้อยพองโตด้วยความปีติยินดีอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
เธอนำปลายนิ้วเรียวสวยลูบไล้ผิวเนื้อโลหะทองคำแท่งเหล่านั้นอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกรักใคร่และหวงแหน นี่คือหลักประกันชีวิตชั้นยอดที่เธอขูดรีดมาจากตัณหาของผู้ชายวัยใกล้เกษียณ เธอหยิบเงินสดหนึ่งล้านบาทที่เป็นปึกธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทที่แบ่งส่วนหนึ่งมาฝากเข้าบัญชีออมทรัพย์ที่ไม่มีบัตรเอทีเอ็มและไม่มีการติดตั้งแอปพลิเคชันใด ๆ บนหน้าจอมือถือ เพื่อให้ปลอดภัยจากการถูกเจาะข้อมูลหรือถูกตรวจพบโดยบังเอิญ
น้ำอ้อยบรรจงเก็บทองคำแท่งทั้งหมดลงในตู้เซฟนิรภัย หมุนล็อกปิดประตูลูกบิดอย่างหนาแน่นและเก็บกุญแจตู้เซฟไว้ในซอกลึกที่สุดของกระเป๋าเดินทางส่วนตัว ตอนนี้สมบัติที่แอบซ่อนไว้อยู่ในจุดที่ปลอดภัยที่สุดห่างไกลจากความขัดแย้งในโรงงาน
หากเกิดกรณีแย่ที่สุดที่เรื่องชู้สาวของเธอกับธวัชแดงโร่ขึ้นมา หรือหากก้อยเพื่อนสนิทจับได้จนทนไม่ไหวและนำเรื่องไปแจ้งฝ่ายบุคคล น้ำอ้อยก็พร้อมที่จะยื่นใบลาออกทันทีโดยไม่มีสิ่งใดต้องเสียดาย เธอจะหอบกระเป๋าเดินทางมุ่งหน้ามาที่ธนาคารต่างจังหวัดแห่งนี้ เบิกถอนเงินสดและทองคำทั้งหมดกลับไปเสวยสุขสร้างชีวิตใหม่ในต่างจังหวัดอย่างสงบสุขและร่ำรวยกว่าสาวโรงงานทุกคน
---
ช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวันเดียวกัน น้ำอ้อยเดินทางกลับมาถึงโรงงานและเปลี่ยนชุดกลับเป็นพนักงานฝ่ายผลิตตามเดิมเพื่อเข้ากะบ่าย ขณะที่เธอกำลังก้าวเท้าเดินไปตามทางเดินขึ้นตึกออฟฟิศที่มีผู้คนเดินสวนกันพลุกพล่าน สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ของชัยที่ยืนดักรออยู่ตรงหัวมุมตึก
ชัยมีสีหน้าซีดเซียวและดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความวิตกกังวลกระวนกระวายใจ เขากวาดสายตาคอยมองไปรอบ ๆ ตัวคล้ายคนกำลังระแวดระวังภัยพิบัติ ทันทีที่เห็นน้ำอ้อยเดินมาถึง ชัยก็ไม่รอช้ารีบก้าวเข้ามาคว้าข้อมือของเธอแล้วดึงหลบเข้าไปในซอกหลืบหลังชั้นวางพาเลทไม้และตู้ดับเพลิงซึ่งเป็นมุมอับสายตาพนักงานคนอื่นอย่างรวดเร็ว
"พี่ชัย! ทำบ้าอะไรคะเนี่ย ปล่อยน้ำอ้อยนะ เดี๋ยวน้องก้อยหรือคนอื่นมาเห็นเข้าจะทำยังไง" น้ำอ้อยพยายามสะบัดข้อมือออกพลางดุเสียงกระซิบเบา ๆ แต่ในใจกลับรู้สึกรำคาญใจเป็นที่สุดกับท่าทีลนลานของชายหนุ่ม
"น้ำอ้อย... ฟังผมนะ เรื่องของพวกเราตอนนี้มันเริ่มจะปิดไม่มิดแล้วจริง ๆ" ชัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดซึมออกมาตามไรผมอย่างเห็นได้ชัด "เมื่อคืนนี้ก้อยมันเค้นถามผมหนักมาก เรื่องกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงราคาแพงที่ติดเสื้อผ้าผมกลับบ้าน แล้วยังรอยเล็บข่วนสวาทที่หลังคอผมอีก ผมแกล้งโกหกว่าโดนกิ่งไม้ในป่าหลังหอพักครูดตอนเดินไปเก็บของ แต่มันไม่ยอมเชื่อเลย"
น้ำอ้อยพยายามระงับอารมณ์หงุดหงิด แสร้งทำตาโตด้วยความตกอกตกใจและยกมือขึ้นทาบอกแสดงท่าทางหวาดกลัวอย่างแนบเนียนเพื่อเลี้ยงไข้อารมณ์ของชัยไว้ไม่ให้ตื่นตูมจนทำเสียเรื่อง
"ตายแล้ว! แล้วน้องก้อยรู้เรื่องหรือยังคะว่ากลิ่นน้ำหอมกับรอยข่วนนั่นเป็นฝีมือน้ำอ้อยเอง" เธอบีบเสียงกระซิบให้ดูสั่นพร่าคล้ายคนกลัวความผิด
"ก้อยมันยังไม่มีหลักฐานคาหนังคาเขา แต่ขอบอกเลยว่ามันสงสัยน้ำอ้อยเป็นคนแรก ก้อยบอกว่ากลิ่นน้ำหอมนี้เป็นกลิ่นกุหลาบป่าที่น้ำอ้อยชอบฉีดประจำตอนมาทำงาน... ช่วงนี้เราสองคนต้องอยู่ห่าง ๆ กันไว้ก่อนนะ ห้ามทัก ห้ามสบตา หรือส่งของให้กันเด็ดขาดในไลน์ผลิต ผมกลัวว่าก้อยจะจับได้แล้วเรื่องมันจะลามปามไปถึงหูผู้จัดการฝ่ายผลิตหรือฝ่ายบุคคล ถ้าเรื่องชู้สาวในแผนกหลุดออกไป ผมต้องโดนไล่ออกแน่ ๆ" ชัยจับบ่าของเธอพลางเขย่าเบา ๆ ด้วยสายตาวิงวอนแกมสั่งการ
น้ำอ้อยมองดูใบหน้าของชัย ชายหนุ่มมาดเข้มร่างใหญ่ที่เป็นหัวหน้าควบคุมงานฝ่ายผลิตที่เธอเคยยอมพลีกายแลกเซ็กส์ด้วยเพื่อผลประโยชน์ในหน้าที่การงานและโบนัสในอดีต ทว่ามาในวันนี้ ชัยไม่มีความหมายสำหรับเธออีกต่อไปแล้วเมื่อเทียบกับผู้จัดการธวัชที่มีทั้งเงินล้านและทองแท่งพร้อมประเคนให้อย่างไม่อั้น
ความกลัวและความปอดแหกของชัยกลายเป็นสิ่งที่น่าสมเพชและน่ารำคาญใจสำหรับน้ำอ้อยเป็นอย่างยิ่ง ชัยเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งที่หมดประโยชน์ และกำลังจะกลายเป็นตัวถ่วงที่ขัดขวางเส้นทางชีวิตหรูหราของเธอเสียมากกว่า
"ค่ะ... น้ำอ้อยเข้าใจแล้วค่ะพี่ชัย น้ำอ้อยรักพี่ชัยนะไม่อยากให้พี่ชัยต้องเดือดร้อนเพราะน้ำอ้อยหรอกค่ะ ต่อไปนี้น้ำอ้อยจะเก็บตัวเงียบ ๆ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพี่ชัยอีกเลยจนกว่าเรื่องจะเงียบ พี่ชัยเองก็ต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะคะ อย่าให้ก้อยจับผิดได้อีกเด็ดขาดเลยนะคะ" น้ำอ้อยส่งยิ้มบางเบาปนเศร้าสร้อยและพยักหน้ารับคำเตือนอย่างว่าง่ายเพื่อสลัดตัวออกจากเขา
ชัยเห็นท่าทีว่าง่ายและดูเป็นกังวลของน้ำอ้อยก็รู้สึกเบาใจลงไปเปลาะหนึ่ง เขารีบปล่อยมือจากบ่าของเธอแล้วหันหลังเดินเลี่ยงออกไปจากซอกตึกอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้พนักงานคนอื่นผิดสังเกต
น้ำอ้อยยืนมองแผ่นหลังของชัยที่เดินจากไปด้วยสายตาเย็นชาและไร้ซึ่งความรู้สึกอ่อนไหวใด ๆ ริมฝีปากอวบอิ่มเหยียดยิ้มร้ายกาจที่มุมปากพึมพำกับตัวเองเบา ๆ "ไอ้หน้าโง่ขี้ขลาด... นึกว่าตัวเองมีความสำคัญนักหรือไง หมดเงินหมดน้ำยาก็กลายเป็นแค่ขยะเปียกเท่านั้นแหละ"
สมองอันชาญฉลาดแกมโกงของน้ำอ้อยเริ่มทำงานทันที เธอรู้ว่าการปล่อยให้ชัยป้วนเปี้ยนอยู่รอบตัวพร้อมความระแวงของก้อยเป็นเรื่องอันตรายต่อความมั่นคงของเธอกับผู้จัดการธวัช เธอต้องหาโอกาสเขี่ยชัยออกจากสารบบชีวิตและเบี่ยงเบนความสนใจของก้อยไปที่เป้าหมายอื่นอย่างเด็ดขาดโดยเร็วที่สุด เพื่อที่เธอจะได้เสวยสุขบนกองเงินกองทองของธวัชได้อย่างราบรื่นไร้กังวล
---
ค่ำคืนอันเงียบสงบมาเยือนคอนโดมิเนียมหรู น้ำอ้อยนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาบุหนังนุ่มสบายในห้องนั่งเล่นอันโอ่โถง บนใบหน้าสวยหวานถูกพอกไว้ด้วยแผ่นมาส์กหน้าบำรุงผิวผสมทองคำขาวราคาแพงที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวจากการทำงานในโรงงานมาทั้งวัน ร่างกายอวบอัดของเธอสวมใส่เพียงชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมบางเบาที่แยกเผยอให้เห็นเรียวขาขาวผ่องและเนินอกอวบหยุ่นล้นทะลัก
เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกเตี้ยด้านหน้าดังทำลายความเงียบขึ้น น้ำอ้อยเหลือบสายตามองดูหน้าจอและเห็นชื่อผู้เรียกเข้าเป็น 'ผู้จัดการธวัช' รอยยิ้มพึงพอใจผุดขึ้นบนใบหน้าทันที เธอไม่รอช้ารีบดึงแผ่นมาส์กหน้าออกและกดรับสาย ปรับระดับน้ำเสียงให้อ่อนหวาน ยั่วยวน และเต็มไปด้วยจริตมารยาหญิงรักชู้ในทันที
"ฮัลโหลค่ะพี่ธวัชขา... โทรหาค่ำมืดขนาดนี้ แสดงว่าคิดถึงหน้าจิ้มลิ้มของน้ำอ้อยจนนอนไม่หลับแล้วใช่ไหมคะ" น้ำเสียงใสซื่อแต่ทว่าแฝงความนัยยั่วยวนถูกส่งผ่านสายโทรศัพท์อย่างเชี่ยวชาญ
"คิดถึงสิจ๊ะคนดี... คิดถึงเนื้อตัวนุ่ม ๆ และกลิ่นหอมของน้ำอ้อยจนใจจะขาดแล้วเนี่ย" เสียงกระเส่าปนเหนื่อยหอบของธวัชดังตอบกลับมาด้วยความสิเน่หาอย่างรุนแรง "น้ำอ้อยจ๊ะ... สัปดาห์หน้าทางโรงงานมีกำหนดการไปจัดงานสัมมนาและดูงานประจำปีที่ต่างจังหวัดสามวันสองคืนนะ หนูรู้เรื่องนี้หรือยังจ๊ะ"
"ทราบข่าวคร่าว ๆ จากหัวหน้าแผนกแล้วค่ะพี่ธวัช... แต่น้ำอ้อยคงไม่ได้ไปหรอกมั้งคะ เพราะน้ำอ้อยก็เป็นแค่เด็กฝ่ายผลิตธรรมดา ๆ เขาคงคัดเลือกแต่คนระดับหัวหน้างานไปสัมมนากันหมด" หญิงสาวแกล้งพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อแสนอนาถและแสร้งทำเป็นน้อยเนื้อต่ำใจ เพื่อปูทางให้ธวัชเป็นฝ่ายเสนอตัวและยื่นข้อเสนอพิเศษให้เธอเอง
"ใครบอกว่าน้ำอ้อยของพี่จะไม่ได้ไปล่ะจ๊ะ... พี่เป็นคนอนุมัติรายชื่อและสั่งเพิ่มชื่อหนูเข้าไปในฐานะตัวแทนพนักงานดีเด่นของฝ่ายผลิตด้วยตัวเองเลยนะ ทริปนี้หนูต้องเดินทางไปกับพี่นะจ๊ะน้ำอ้อย" ธวัชกล่าวด้วยน้ำเสียงภูมิฐานและเต็มไปด้วยอำนาจควบคุมที่ต้องการอวดแสดงให้ชู้รักสาวเห็น
"จริงเหรอคะพี่ธวัช! ดีใจที่สุดเลยค่ะ... แต่น้ำอ้อยก็แอบกลัวนะคะ แล้วคุณนายหัวหน้าบัญชีที่บ้านพี่เขาจะไม่สงสัยเหรอคะที่พี่ธวัชใส่ชื่อน้ำอ้อยไปด้วยแบบนี้" เธอยังไม่วายถามถึงภรรยาหลวงของเขาเพื่อตรวจสอบเส้นทางความปลอดภัยและหลบเลี่ยงการเผชิญหน้า
"ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเลยคนดี... รายนั้นยุ่งอยู่กับการเตรียมปิดงบดุลบัญชีไตรมาสจนแทบไม่มีเวลากินข้าว คงไม่ว่าว่างมาตามจิกหรือเดินทางไปสัมมนาต่างจังหวัดกับพี่หรอก ทริปนี้พี่ได้จองห้องพักระดับเพรสซิเดนเชียลสวีทสุดหรูริมชายหาดส่วนตัวเอาไว้เรียบร้อยแล้วด้วยนะ... น้ำอ้อยอยากไปนอนฟังเสียงคลื่นกับพี่ไหมล่ะจ๊ะ?"
น้ำอ้อยลอบยิ้มสะใจในความโชคดีของตนเอง แผนการพาชู้รักไปแอบแซ่บนอกสถานที่ริมทะเลหรูหราจะทำให้เธอมีโอกาสได้ปรนเปรอธวัชอย่างเต็มที่ในบรรยากาศส่วนตัว และที่สำคัญคือเมียหลวงหรือพนักงานคนอื่นก็ไม่สามารถตามมาขัดจังหวะความสุขสบายนี้ได้เลย
"อยากไปที่สุดเลยค่ะพี่ธวัชขา... น้ำอ้อยอยากไปนอนหนุนอกอุ่น ๆ ของพี่ธวัชฟังเสียงคลื่นทะเล และปล่อยตัวปล่อยใจให้พี่ธวัชเชยชมทั้งวันทั้งคืนเลยค่ะ คงจะมีความสุขน่าดูเลยนะคะ" เธอกระซิบตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่ายั่วยวนอารมณ์กระสันของชายวัยทองอย่างรุนแรง
"น่ารักที่สุดเลยจ้ะคนดีของพี่... แล้วถ้าน้ำอ้อยไปสัมมนาแล้วดูแลปรนนิบัติพี่ให้มีความสุขสมใจตลอดทริปนี้นะ พี่สัญญาว่าทันทีที่พวกเราเช็กอินเข้าห้องพัก พี่จะโอนเงินสดให้อีกสองแสนบาทเข้าบัญชีของหนูทันที เอาไว้ให้หนูไปเดินช็อปปิ้งซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมและเสื้อผ้าสวย ๆ ใส่โชว์พี่ตอนอยู่ชายหาด ดีไหมจ๊ะ?" ธวัชเสนอสิ่งล่อใจก้อนโตเพิ่มมูลค่าทันทีเพื่อมัดใจชู้รักสาวไม่ให้ห่างกาย
"อุ๊ย! พี่ธวัชใจสปอร์ตและน่ารักที่สุดเลยค่ะ น้ำอ้อยรักพี่ธวัชที่สุดในโลกเลย... น้ำอ้อยสัญญาเลยนะคะว่าจะเตรียมชุดนอนไม่ได้นอนตัวที่บางที่สุด เซ็กซี่ที่สุด และเตรียมฝีไม้ลายมือเด็ด ๆ ไว้คอยขย่มบดสะโพกเอาใจพี่ธวัชจนพี่ลืมทางกลับบ้าน ลืมอายุไปเลยค่ะ" น้ำอ้อยตอบรับข้อเสนอด้วยแววตาที่เปล่งประกายระยิบระยับด้วยความโลภที่ทวีคูณไม่มีที่สิ้นสุด
ทริปสัมมนาต่างจังหวัดที่กำลังจะมาถึงเปรียบเสมือนโอกาสทองและสมรภูมิสวาทครั้งใหม่ที่น้ำอ้อยจะใช้จริตมารยาหญิงและเรือนร่างอวบอัดแลกเปลี่ยนกามารมณ์เพื่อปิดดีลปิดปากชิ้นใหญ่ที่จะนำพาเงินทองและความสุขสบายมาให้เธอชั่วนิรันดร์ โดยไม่สนใจผิดชอบชั่วดี ความเป็นจริง หรือความเจ็บปวดพังพินาศของครอบครัวใครทั้งสิ้น ขอเพียงแค่กระเป๋าของเธอตุงไปด้วยเงินสดและความละโมบของเธอก็ได้รับการเติมเต็มจนถึงขีดสุดก็พอใจแล้ว.