หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 53 : พลังอานุภาพสวรรค์

            ท้องฟ้ามืดสนิทพลังมหาศาลม้วนตัวเข้ามาปกคลุมฟ้าดินทำให้ผู้คนอดตัวสั่นไม่ได้ หัวใจสั่นไหวด้วยความตื่นตระหนก

            เทือกเขาโดยรอบวิหารยุทธ์ภายในเขามีเสียงร้องของสัตว์อสูรแผดเสียงคำรามดังออกมาแต่ละตัวหมอบอยู่ที่พื้นเพราะรู้สึกว่าฟ้าดินนี้กำลังจะล่มสลาย

            กลุ่มดาวที่อยู่ด้านนอกดินแดนสั่นไหวแรงกดดันของฝ่ามือที่น่ากลัวเหมือนกับท้องนภากดทับร่างกายและจิตใจของผู้คนคล้ายกับวันสิ้นโลกได้มาถึงแล้ว

            “นี่มันพลังอะไรกัน?หรือว่าจะปลุกนักรบศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาเพื่อบดขยี้ทำลายที่นี่ทิ้ง!?”

            “ข้าเองก็ไม่รู้ทว่าฝ่ามือนั่นน่ากลัวมาก เดาว่าจะต้องเป็นวิชามหาอำนาจอะไรสักอย่างแน่”

            ภายในเทือกเขา เหล่าอมนุษย์ที่แข็งแกร่งต่างก็พูดคุยกันต่างๆนานา เรื่องนี้ที่แพร่งพรายออกไปทำให้คนที่ได้ยินอดใจสั่นไม่ได้ใครกันที่กล้าโจมตีพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของวิหารยุทธ์วิหารยุทธ์นั้นเป็นขุมพลังอำนาจขนาดใหญ่ของดินแดนลึกลับเชียวนะ

            ฝ่ามือนภาเป็นวิชามหาอำนาจของตระกูลเต้าซึ่งถูกสืบทอดตั้งแต่สมัยโบราณกาลมาจนถึงตอนนี้ และเพราะฝ่ามือนภาอยู่ในดินแดนลึกลับจึงไม่มีใครกล้ามาล่วงเกินตระกูลเต้า

            วิชามหาอำนาจนี้คือหนึ่งในเจ็ดสิบสองวิชามหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ฝ่ามือนภาเป็นวิชาที่น่ากลัวยิ่ง โดยที่บรรพบุรุษของตระกูลเต้าเป็นคนสร้างขึ้นมาซึ่งมันสามารถหลอมรวมพลังสวรรค์เพื่อมาใช้โจมตีศัตรูได้

            แน่นอนว่าด้วยพลังทั้งหมดที่มีของเต้าเสี้ยวเทียนยังไม่สามารถใช้พลานุภาพที่แท้จริงทั้งหมดของฝ่ามือนภาออกมาได้เขาจึงต้องใช้พลังของชีพจรมังกรเพื่อขับเคลื่อนวิชามหาอำนาจนี้

            กระจกถ้ำนภาสั่นไหวคล้ายจะระเบิดเพราะพลังจำนวนมหาศาลที่กดทับลงอู่หวังต้งเรียกกระจกถ้ำนภาออกมาตัวสั่นก่อนที่ตัวจะกระเด็นลอยออกไป

            เปรี้ยะ สมบัติล้ำค่าโบราณสั่นไหวรุนแรงมากขึ้นตรงหน้ากระจกปรากฏรอยแตก

            จอมยุทธ์ชราของวิหารยุทธ์คำรามลั่นเลือดหลั่งออกมาภายในจิตใจ นั่นเป็นถึงของล้ำค่าวิญญาณผ่านนภาซึ่งตอนนี้มันได้แตกร้าวพลานุภาพก็จะลดต่ำลงไป ถ้าอยากจะซ่อมแซมมันก็จะต้องใช้ทองคำสวรรค์จำนวนมหาศาล

            “แหลก”เต้าเสี้ยวเทียนคำรามด้วยความโกรธนิ้วมือทั้งห้าสั่นไหวก่อนพุ่งโจมตีเข้าใส่กระจกถ้ำนภาจนกระเด็นลอยออกไปแรงฝ่ามือที่น่ากลัวลอยปกคลุมอยู่เหนือหัวของอู่ตี้

            หัวใจของผู้คนสั่นสะท้าน ถ้าโดนฝ่ามือนี้เข้าไปร่างของอู่ตี้จะต้องแหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีเป็นแน่

            มีร่างเงาสีทองปรากฏขึ้นที่เส้นขอบฟ้าไอพลังโกลาหลถูกปลดปล่อยออกมา พลังน่ากลัวมาก เพียงแค่หนึ่งก้าวย่างเดินร่างของเขาก็ข้ามผ่านหนึ่งแม่น้ำ หนึ่งหุบเขาใต้ฝ่าเท้าปรากฏเส้นเต๋าสีทองขึ้นเหมือนกับภาพคัมภีร์ ชั่วพริบตามันก็พุ่งเข้ามาต้านแรงกดดันเอาไว้

            “ตกใจแทบแย่ยังดีที่ท่านบรรพบุรษมาได้ทันกาล ไม่เช่นนั้นตี้เอ๋อได้ตกอยู่ในอันตรายเป็นแน่”

            “นั่นสิท่านบรรพบุษแข็งแกร่งเสียจริง อยู่ไกลหลายหมื่นลี้ทว่าก็ยังสามารถช่วยตี้เอ๋อเอาไว้ได้”

            “ฮึ เขาตายแน่ไม่ว่าใครก็ช่วยไม่ได้”อู่หวังชิงสำรอกเลือดออกมาที่พื้น เขาเงยหน้าที่บิดเบี้ยวขึ้นมาพลางแผดเสียงกล่าว “หากตี้เอ๋อเป็นอะไรแม้แต่ปลายเล็บตระกูลเต้าจะต้องล่มสลายไม่เหลือซาก”

            หัวใจของผู้คนตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทว่าเต้าเสี้ยวเทียนกลับแค่นเสียงฮึเย็นออกมา เขายื่นฝ่ามือพลันตบลงพื้นทั่วทั้งฟ้าดินระเบิดออก

            ภาพคัมภีร์สีทองถูกบดเป็นผุยผงห้วงมิติโดยรอบอู่ตี้สลายไปจนเกิดเป็นหลุมลึกที่มองไม่เห็นก้นฝ่ามือยื่นโจมตีเข้าใส่กลุ่มดวงดาว

            สีหน้าของอู่หวังต้งพลันหนักอึ้งพลางลั่นเสียงคำรามดังออกมา “บัดซบสารเลว รีบฆ่าเขาเสีย ฆ่าเขาให้ตายซะ”

            อู่หวังต้งใกล้เป็นบ้าเส้นผมที่อาบไปด้วยเลือดปลิวไสวอย่างบ้าคลั่งอีกฝ่ายกล้าลงมือกับเด็กคนเดียวอย่างโหดเหี้ยมขนาดนี้เชียวหรือทว่าเขากลับไม่ได้คิดเลยว่าตอนที่ตัวเองแย่งชิงพลังงานต้นกำเนิดมาจากเต้าหลิงนั้นโหดเหี้ยมขนาดไหน

            ผู้คนโดยรอบแทบบ้า ในตอนนี้อู่ตี้ตายหรือยัง?

            อู่ตี้เป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของวิหารยุทธ์เช่นนั้นจึงได้ตั้งชื่อเขาว่าอู่ตี้1 ตอนนี้เขาถูกหลอมรวมกับพลังงานต้นกำเนิดในภายหลังจะต้องเติบใหญ่เป็นหนึ่งในใต้หล้าของเหล่าจอมยุทธ์ที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจจะทัดเทียมได้

            ทว่าตอนนี้เขากลับต้องมาตกอยู่ในอันตรายกลุ่มคนโดยรอบโกรธแค้นเต้าเสี้ยวเทียนมากจนอยากจะเข้าไปกัดกินเนื้อของเขาให้ตายเสีย

            “ตี้เอ๋อ ตี้เอ๋อ” หญิงชราคนเดินเข้ามาด้วยร่างที่สั่นเทาสุดท้ายนางก็พบอู่ตี้ที่นอนอยู่ภายใต้ซากปรักหักพัง ร่างของเขานั้นแทบจะแหลกสลายเลือดไหลรินออกมาทั่วร่าง

            เลือดไหลออกมาจากร่างของเด็กน้อยสี่ห้าขวบจนแทบปางตายแต่เขานั้นไม่ธรรมดา พลังศักยภาพที่ไร้ที่สิ้นสุด พลังชีวิตแข็งแกร่งที่ไหลเวียนอยู่ในร่างทำให้เขารอดพ้นจากความตายออกมาได้

            ผู้คนโกรธแค้นมาก ทว่าภายในใจก็กลับรู้สึกปีติขอแค่ร่างกายของอู่ตี้ไม่เป็นอะไรพวกเขาก็สามารถหาของสิ่งของศักดิ์สิทธิ์มารักษาบาดแผลได้

            จอมยุทธ์ของวิหารยุทธ์ทะยานเข้ามาเพื่อคุ้มกันอู่ตี้ ภายในหัวใจบีบรัดจนถึงขีดสุดอู่ตี้ได้รับบาดเจ็บแสนสาหัสซึ่งเขาจะตกอยู่ในสภาวะเช่นนั้นอีกไม่ได้ไม่เช่นนั้นถึงจะเป็นเทพสวรรค์ก็ไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้

            เต้าเสี้ยวเทียนแผดเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราดจะต้องเป็นเพราะผลของของเหลวศักดิ์สิทธิ์ผสานสวรรค์เป็นแน่อู่ตี้ถึงได้ไม่เป็นอะไร หัวใจของเขาเหมือนกับถูกมีดกรีดแทง นั่นเป็นสมบัติล้ำค่าที่เขาหามา

            “ฮึยังคิดที่จะลงมืออีกงั้นหรือ หาที่ตาย” เงาสีทองที่มาถึงเมื่อเห็นว่าเต้าเสี้ยวเทียนยังจะทะยานออกไป ฝ่ามือขนาดใหญ่ของเขาก็กดทับลงมาทำให้ร่างของเต้าเสี้ยวเทียนสั่นสะท้าน

            “หลีกไปซะ”เต้าเสี้ยวแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธ พลังการต่อสู้ของเขาเดือดขึ้นจนถึงจุดสูงสุดเขาได้เหนี่ยวนำดึงพลังชีพจรมังกรฟ้าดินเข้ามาอีกครั้งพลางทะยานออกไป

            ร่างเงาสีทองน่ากลัวมาก เขายืนตระหง่านอยู่แรงกดดันเข้าปกคลุมทั่วฟ้าดินราวกับเทพอาทิตย์ที่กำลังแผดเผา ทำเอาท้องนภาสั่นไหว

            “ฮึ ข้าล่ะอยากรู้เสียจริงว่าเจ้าจะทนต่อไปได้อีกนานแค่ไหน” ร่างเงาสีทองไม่แยแสเขามองออกว่าเต้าเสี้ยวเทียนกำลังดึงพลังมหาศาลออกมาเขาจึงได้มีพลานุภาพมากขนาดนั้น

            ยิ่งอยากได้พลังมากแค่ไหน สิ่งที่ต้องจ่ายคืนก็จะยิ่งมากเท่านั้นผู้หยั่งรู้ปฐพีสามารถดึงพลังชีพจรมังกรออกมาได้แต่เต้าเสี้ยวเทียนนั้นใช้พลังมากเกินไปทำให้เขาไม่อาจจะทนรับได้ไหวพอถึงตอนนั้นเขาก็ต้องตาย

            ผู้คนที่อยู่รอบๆ วิหารยุทธ์หายใจไม่ทั่วท้องพวกเขารู้สึกได้ว่าจะต้องเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอีกทั้งพวกเขายังมองเห็นเส้นทางห้วงมิติที่สร้างขึ้นมาโดยจอมยุทธ์น่ากลัวซึ่งพวกเขากำลังมุ่งหน้าไปที่วิหารยุทธ์

            เต้าเสี้ยวเทียนรู้ดีว่าตนไม่อาจจะประมือกับชายชราคนนี้ได้เขาจึงได้ส่งสารกลับไปยังตระกูล เมื่อรู้สาเหตุที่เกิดขึ้น ทำให้พวกเขาโกรธมาก

            เต้าหลิงเป็นกายบรรพกาลศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นกายศักดิ์สิทธิ์ที่น่ากลัวมากในภายหลังหากเต้าหลิงได้เติบใหญ่เขาจะต้องนำพาความรุ่งเรืองกลับมาสู่ตระกูลเต้าให้เฉิดฉายขึ้นมาอีกครั้ง

            พลังต้นกำเนิดที่ถูกช่วงชิงไป เรื่องนี้ทำให้พวกเขารับไม่ได้เหล่าจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งของตระกูลถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการปิดขั้นพลังคนใหญ่คนโตของตระกูลถืออาวุธครบมือมาที่วิหารยุทธ์ หลิงเยี่ยนที่มาถึงนางก็เห็นว่าเต้าหลิงน้อยเป็นลมสลบไปแล้ว

            ดวงตาของหลิงเยี่ยนแดงก่ำ นางโกรธมากจนร่างทั้งร่างสั่นเทาไม่อยากจะคิดเลยว่าเด็กน้อยคนนี้จะต้องเจอกับความเจ็บปวดขนาดนี้

            ผู้เป็นแม่ของเต้าหลิงน้อยไม่พูดไม่จาพลางส่งลูกชายของนางให้กับหลิงเยี่ยน ภายในมือปรากฏกระบี่เซียนเล่มหนึ่งขึ้นหมอกสวรรค์ห้าสีพุ่งออกไปราวกับเทพสวรรค์เก้าชั้นฟ้านางได้ร่วมต่อสู้กับเต้าเสี้ยวเทียนเพื่อฆ่าบรรพบุรุษของวิหารยุทธ์เสีย

            เหล่าจอมยุทธ์ผู้แข็งแกร่งของวิหารยุทธ์โกรธมากที่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของวิหารยุทธ์ถูกทำลายลงทรัพยากรฟ้าดินที่อยู่ภายในคลังถูกบดทำลายจนแหลกสลายพวกเขาจ้องไปที่เต้าเสี้ยวเทียนเขม็ง พลางเอ่ยสาบานออกมาว่าจะต้องฆ่าเต้าเสี้ยวเทียนและถล่มตระกูลเต้าให้พังพินาศ

            เรื่องนี้ดำเนินต่อไปหลายวันกว่าจะจบลงนอกจากขุมพลังอำนาจส่วนน้อยจะรู้เรื่องนี้แล้ว คนอื่นๆก็ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นพวกรู้เพียงแค่ว่าเพราะสงครามในวันนั้นทำให้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และชีพจรมังกรถูกทำลาย

            เรื่องของเต้าหลิงน้อยก็ค่อยๆ ถูกผู้คนลืมเลือนไปตามกาลเวลาพลังต้นกำเนิดของเขาที่ถูกช่วงชิงทำให้ยากที่จะเฉิดฉายและเขาจะต้องอยู่เยี่ยงคนธรรมดาไปชั่วชีวิตจนตายลงเพราะหมดอายุไข

            ส่วนอู่ตี้หลังจากนั้นไม่กี่ปีต่อมาเขาก็ได้กลายเป็นอันดับหนึ่งของดินแดนลึกลับ ในภายหลังจะต้องเติบใหญ่จนกลายเป็นที่หนึ่งของใต้หล้าเป็นจักรพรรดิของดินแดนลึกลับ

            เพราะเขาได้หลอมรวมพลังต้นกำเนิดทั้งสองเข้าด้วยกันเดิมทีพลังต้นกำเนิดของอู่ตี้นั้นแข็งแกร่งมากเกินพออยู่แล้วแล้วยิ่งมีพลังต้นกำเนิดสองชนิด ทำให้พลังของเขาขึ้นไปอยู่จุดที่น่ากลัวสูงสุด

            สำนักซิงเฉิน ในห้องหลอมโอสถ เต้าหลิงนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างในหรือว่าพวกเขาอาจจะคิดไม่ถึงว่าเด็กน้อยเมื่อตอนนั้นจะยังมีชีวิตอยู่ทั้งยังทำลายตำนานที่กล่าวขานกันเข้าไปสู่ชั้นที่สิบของหอคอยผ่านจิต

            เต้าหลิงกัดฟันกรอด มุมปากของเขาฉีกยกขึ้นมาเผยให้เห็นฟันสีขาวร่างทั้งร่างสั่นเทาพลางกล่าวเสียงสั่นออกมา “ที่พ่อขาเป๋เสียขาไปก็เพราะข้าอย่างนั้นหรือ?”

            เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าชายหนุ่มที่สง่าผ่าเผยคนนั้นจะกลายเป็นชายขาเป๋ที่หมดสภาพในวันนี้นั่นเป็นเพราะตน

            ฝ่ามือทั้งสองจับไปที่ศีรษะของตนด้วยความเจ็บปวดจนเกินพรรณนาเรื่องผ่านมาตั้งหลายสิบปีแล้วแต่เขาก็ไม่รู้ว่าแม่ของตัวเองอยู่ที่ไหนในตอนนั้นเขาสลบไปสามสี่เดือนทำให้มีหลายเรื่องที่ถูกลืมไป

            ในตอนนี้ เขาที่ปลุกความทรงจำขึ้นมาแต่กลับมาเห็นภาพที่เกิดขึ้นสิ่งที่เขาสงสัยมาโดยตลอดว่าทำไมเขาถึงคุ้นเคยกับพลังของอู่ตี้นักที่แท้ก็เป็นเพราะว่านั่นคือพลังต้นกำเนิดของเขา

             

    *********************

    1อู่ตี้หากแปลชื่อเป็นภาษาไทยจะหมายถึงสุดยอดจักรพรรดิแห่งโลกของจอมยุทธ์

    คล้ายกับเรื่องหมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน