“ว่าอะไร...” ลุงสังวาลได้สติรีบปฏิเสธเสียงสูง “เปล๊า”
“แต่หนูได้ยินนะคะ”
“แว่วไปเองมั้ง” ชายชราตัดบท “อย่าสนใจเลย ดูโน่น...”
“ว้าววว!” พะเนียงร้อง ไม่ยอมปกปิดอาการแม้แต่น้อย “ผัวหนู ผัวหนู”
ก็ควรที่พะเนียงจะแสดงอาการชื่นชมอย่างออกหน้าออกตาให้เห็น ยิ่งเมื่อเห็นถม นิยมไทยเปิดฉากถล่มกลุ่มผู้บุกรุกอย่างมีชั้นเชิง
ตูม! ตูม!
บึ้มมม! บึ้มมม!
ลุงสังวาลเห็นด้วยกับพะเนียงว่าการต่อสู้ของถม เต็มไปด้วยชั้นเชิง ไม่ได้มีแค่การกดไกลั่นะุอย่างเด็ดขาด เขายังมีสไตล์การหลบหลีกอย่างว่องไว และสวนกลับอย่างรวดเร็วด้วยความแม่นยำเด็ดขาด
“ลุงดูสิ ว้ายยย!”
พะเนียงกำลังชี้ชวนให้ชายชราดูความยิ่งใหญ่ของหนุ่มอันเป็ที่รักของหล่อน ทว่า...
วี้ดดดด.... บึ้มมมม!
“มีคนมาสมทบอีกแล้วว่ะ งานนี้สงสัยไม่รอด” ลุงสังวาลหลุดปาก สีหน้าเริ่มวิตกขึ้นมาบ้าง “เก่งแค่ไหนก็ต้องแพ้กำลังคนเป็ร้อยว้อย นังพะเนียง”
“ลุงจะยืนดูเฉยๆแบบนี้ใช่มั้ยคะ”
“กำลังใช้ความคิดว่ะ” ชายชราตอบตามตรง
“ช้าไปไหนเนี่ยลุง เร็วเข้าสิคะ”
“บ๊ะ นังนี่ อย่ามาเร่งซีวะ”
“หนูกลัวผัวหนูตายนี่นา”
“เขาไม่ตายง่ายๆหรอกน่า เชื่อข้าเถอะ”
“กลัวถูกยิงเดี้ยง ไม่หล่อ หนูไม่เคยมีผัวขี้เหร่”
“ทำอย่างกับเคยมีแน่ะ”
“ก็ไม่เคยมีไง จะไม่มีใครอีกแล้ว นอกจากพี่ถม”
“เดี๋ยวนะ ข้าขอตั้งสมาธิหน่อย”
“ยังจะมาสมาธิอยู่อีกนะลุงนะ เห็นมั้ยนั่น... ว้าย! ระวังค่ะผัวขา!” พะเนียงเห็นถมเหมือนกับกำลังเสียทีจึงร้องเตือนเสียงหลง แต่คงไม่ได้ยินถึงหูเขาเป็แน่
ตูม! ตูม!
ถม นิยมไทยยังหาจังหวะสาดะุ แต่ในท่ามกลางแสงจันทราสีแดงนั้นและมองจากมุมของชายชรา เห็นความเคลื่อนไหวของอีกหลายสิบชีวิต เก่งแค่ไหนก็คงต้านได้ไม่นานนัก ลุงสังวาลใช้ความคิดอย่างเขม็งเกลียว ก่อนตัดสินใจกระชากแขนของสาวงามแห่งอเวจีมหานคร
“นังพะเนียง ตามข้ามา”
“ไปไหนคะลุง”
“เอ็งจะรอให้เขาสู้คนเดียวหรือไงวะ”
พะเนียงเข้าใจความหมายของชายชราทันที ไม่ต้องรอให้แกฉุดกระชาก รีบสาวเท้าตามหลังไปอย่างรวดเร็ว เสียงปืนนานาชนิดยังดังกึกก้องอยู่เื้ั ลุงสังวาลแม้อายุค่อนข้างมาก แต่การเคลื่อนไหวปราดเปรียวชนิดหนุ่มๆยังอาย
“ลุง ยังไกลอีกแค่ไหน”
“ถึงแล้วว้อย” ชายชราหยุดกึก
“บ้านใครเนี่ยลุง ใหญ่โตโคตร ๆเลย”
“อย่าเพิ่งถามน่า ตามข้ามาก่อน”
หญิงสาวชักหงุดหงิด เพราะตามหลังชายชราจนแทบจะชนก้นของแกอยู่แล้ว ลุงสังวาลหยุดอยู่บริเวณที่เรียกว่าประตู ไม่แน่ใจว่าแกทำอะไร ประตูจึงค่อยๆเลื่อนเปิดออกเอง เสียงดังครืด ด้วยความที่เป็รัตติกาลสว่างไสวด้วยแสงจันทราสีแดง จึงแลเห็นฝุ่นธุลีคลุ้งขณะประตูเปิดออก ลุงสังวาลก้าวนำหญิงสาวเข้าไปข้างใน
“ที่นี่ไม่เคยมีใครเข้ามาเป็เวลาร้อยกว่าปีแล้ว ฝุ่นเยอะหน่อยนะนังพะเนียง”
ไม่ต้องบอก หญิงสาวก็รู้สึกอึดอัดจนต้องเอามือปิดปากป้องกันฝุ่น
“รู้แล้วละน่าลุง แล้วยังไงอีก”
ลุงสังวาลจุ๊ปากอย่างขัดใจ แต่ไม่ได้ตอบโต้หญิงสาวให้มากความไปกว่านี้ แกเปิดกลไกบางอย่างจนได้ยินเสียงบานผนังเลื่อนเปิดออกอีกครั้ง คราวนี้ฝุ่นคลุ้งหนักกว่าเดิมอีก
แชะ... แชะ...
ไฟแช็กในมือของชายชราถูกจุดสว่างโพลงขึ้น ภาพที่สาวงามแห่งอเวจีมหานครได้เห็นในท่ามกลางแสงไฟสลัวนั้นทำเอาเ้าหล่อนถึงกับเบิกตากว้าง
“ว้าว นี่มันคลังอาวุธ”
“แม่นแล้ว” ลุงสังวาลตอบ “นอกจากข้าแล้วก็มีเอ็งนี่แหละเป็รายที่สองที่มีโอกาสได้เห็น”
“ของใครกันคะลุง นี่มันสามารถถล่มอเวจีมหานครได้ทั้งเมืองเลยนะคะ”
“ไม่เฉพาะอเวจีมหานครหรอกว้อยนังพะเนียง บุกขึ้นไปถล่ม์ยังได้เลย เอาละ อย่ามัวสงสัย เลือกเอาสักกระบอกแล้วตามข้าออกไปช่วยสุดหล่อของเอ็งเดี๋ยวนี้เลย”
“มันยอดมากพระเ้าลุง”
“บ๊ะ นังนี่ ยกย่องข้าเกินไปแล้ว”
ลุงสังวาลเลือกเครื่องยิงะุหัวปลี พร้อมะเิลูกเกลี้ยงอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนพะเนียงเล็งไปที่ปืนกลมือ ลักษณะกะทัดรัด อาวุธที่เก็บอยู่ในห้องโถงดังกล่าว แม้จะมีฝุ่นเกาะจนหนา แต่สภาพใหม่เอี่ยม และถูกจัดหมู่เอาไว้อย่างเป็ระเบียบ จนดูเหมือนกับห้องโชว์อาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ
“เร็วนังพะเนียง” ชายชราออกไปนอกห้องก่อน พะเนียงตามหลังออกมาพร้อมอาวุธที่เลือกแล้ว สีหน้าของหญิงสาวยามนี้ดูกระเหี้ยนกระหือรือพร้อมเปิดฉากประจัญบานช่วยเหลือบุรุษอันเป็ที่รักของหล่อน
“ไปเถอะลุง ไปฆ่าพวกมัน”
หนึ่งแก่หนึ่งสาวย้อนกลับไปยังตำแหน่งที่ปักหลักเฝ้าดู และดูเหมือนจะมาได้จังหวะพอดี เพราะจำนวนผู้ที่ไต่เขาขึ้นมาสมทบนั้นยั้วเยี้ยเกินเหตุ ลูกซองแฝดของบุรุษหล่อเข้มคล้ายกับจะเงียบงันไปชั่วขณะ หะแรกลุงสังวาลใจหายเหมือนกัน แต่พอเหลือบไปเห็นว่าเขาคนนั้นกำลังหลบมุมเพื่อบรรจุะุก็โล่งใจ
“นังพะเนียง ขอซัดก่อนนะ”
“ค่ะลุง ซัดมันเลย”
ลุงสังวาลประทับเครื่องยิงบนบ่า
“เอาละว้อย”
“จ้ะลุง ซัดเลย”
แซ่ดดด....
หัวปลีวิถีโค้งทะยานผ่านม่านสลัวของจันทราสีแดง กระทบเข้ากับเป้าหมายอย่างแม่นยำ
บึ้มมม!
“เย้ ลุง โดนแล้ว”
“ใส่ะุให้ข้าที”
ลุงสังวาลชักย่ามใจ เพราะลูกยาวสามารถหยุดยั้งคนพวกนั้นเอาไว้ชะงัด พะเนียงจัดแจงช่วยเหลือในการบรรจุะุ
แซ่ด....
บึ้มมม!
หลังจากนั้น ถมผู้อยู่เบื้องล่างถัดไป ก็บรรจงสาดะุจากลูกซองรูแฝด
ตูม! ตูม! ตูม!
พะเนียงผละจากลุงสังวาล ใช้ปืนกลมือสาดะุเพื่อช่วยเหลือบุรุษอันเป็ที่รักของหล่อนอีกแรง
“ผัวขา เมียมาช่วยแล้ว”
หล่อนห้าวเฮี้ยว ไม่มีใครเกิน
ปัง ๆ ๆ ๆ!
“นังพะเนียง ไม่ต้องลงไป”
ลุงสังวาลร้องเตือน แต่ดูจะไม่ได้ผล จนแกต้องรีบตามลงไปพร้อมสาดะุถี่ยิบ ในที่สุด เห็นชัดว่ากลุ่มที่้าเอาชีวิตเริ่มถอยร่น เสียงปืนการยิงตอบโต้เริ่มเบาบาง และเงียบลงในเวลาต่อมา คืนนี้ น่าจะถูกบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ของอเวจีมหานครว่า การสู้รบอันดุเดือดได้เปิดฉากและจบลงภายในเวลาอันสั้น มีผู้พ่ายและมีผู้ได้รับชัยชนะที่ไม่ได้มาด้วยโชค แต่เกิดจากความสามารถล้วนๆ
“เย้ เราชนะแล้ว” พะเนียงตื่นเต้นออกหน้า หล่อนโผเข้าไปสวมกอดเ้าของร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเข้มที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ“ผัวของพะเนียงเก่งจังเลยค่ะ ขอจุ๊บทีนะคะ นะคะ”
จุ๊บ...
ลุงสังวาลเบือนหน้าหนีเพราะอายแทน
จุ๊บ ๆ ๆ
และ...
จูบอย่างดูดดื่มจากฝ่ายของพะเนียง
“พอเถอะ” เขาเบือนหน้าออก
หล่อนหน้าแดง ยอมขยับออกห่าง หัวใจเต้นโครมคราม เพราะเอาเข้าจริงแล้ว รู้สึกอายเหมือนกัน
“แฮ่ม... แฮ่มมมม”
ลุงสังวาลกระแอมจนแสบคอ
“เป็ไรคะลุง” พะเนียงถาม “อะไรติดคอหรือคะ”
“เปล่าว้อย แค่อยากบอกว่า คืนนี้เรายังมีอะไรต้องจัดการอีกเยอะ เพราะงั้นอย่าเพิ่งดีใจไป”
“ลุง ผมไม่เข้าใจว่าคนพวกนั้น้าอะไร” ถม นิยมไทยถาม
“ง่ายมาก” ชายชราตอบ แต่ยังไม่ทันหมดถ้อยกระบวนความ เพราะหญิงสาวทะลุกลางปล้อง
“หนูรู้ค่ะลุงว่าเพราะอะไร”
ถมกับลุงสังวาลมองหน้าหญิงสาวราวนัดหมายกันไว้ พะเนียงยิ้มหวานก่อนตอบอย่างมั่นใจว่า
“อิจฉาที่พี่ถมหล่อกว่านะเซ่”
“เฮ้อ...” ลุงสังวาลถอนใจเฮือก “นังพะเนียง ข้าชักไม่มั่นใจเสียแล้วสิว่ะว่าเอ็งคือสาวงามที่สุดของอเวจีมหานคร หรือว่าเอ็งคือผู้หญิงที่รั่วที่สุดของเมืองนรกแห่งนี้”
หล่อนหุบยิ้มทันควัน ตอบกลับฉะฉาน
“ลุงหุบปากไปเลย เดี๋ยวตบหายแก่”
“ดูปากคอมันสิ”
ลุงสังวาลบ่น แต่...พอเหลือบไปเห็นบุรุษหล่อเข้ม ก็เผลอสะดุ้งเฮือก เพราะ...ใบหน้านั้นช่างเ็า ปราศจากรอยยิ้ม ไม่มีอารมณ์สุนทรีย์ใดๆอยู่เลย
พ่อหน้าเ็า กับแม่นางฟ้ารั่ว... ชายชรานึกค่อนขอดอย่างอดไม่ได้
“ข้าจะบอกให้เอาบุญนะไอ้หนุ่ม นับั้แ่เอ็งปรากฏตัวที่นี่ ทุกคนพร้อมจะเข้ามาขย้ำเอ็ง โดยเฉพาะไอ้พวกที่หวังจะเป็ใหญ่ในอเวจีมหานคร พวกมัวกลัวว่าเอ็งจะมาใหญ่นะเซ่”
“ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาอยู่ที่นี่ได้ไง”
“เมื่อก่อนไม่รู้ แต่ตอนนี้ไม่รู้ไม่ได้แล้วละว่ะ”
“จริงด้วยค่ะลุง” พะเนียงพยักพเยิดหน้าเห็นด้วยกับลุงสังวาล “หนูจะทบทวนความจำให้พี่ถมดีมั้ยคะลุง”
“ทบทวนยังไงวะนังพะเนียง ข้าไม่ค่อยไว้ใจเอ็งเลย”
หญิงสาวทำท่าเซ็กซี่ “มันมีหลายวิธีค่ะลุง เื่ทบทวนความจำ”
“เอ็งอย่าเพิ่งเลยดีกว่าว่ะนังพะเนียง เื่นี้ปล่อยให้พ่อหนุ่มค่อยๆรู้ไปทีละเื่ทีละอย่างดีกว่า ลำพังแค่เอ็งเข้ามายุ่งด้วยนี่ ไอ้หนุ่มๆในอเวจีมหานครที่แอบหมายปองเอ็งอยู่ชนิดตาเป็มัน ก็แค้นพ่อหนุ่มถมแทบจะฉีกเป็ชิ้นๆอยู่แล้ว”
ท่าทางพะเนียงดูเหมือนจะเชื่อฟังลุงสังวาลมาบ้าง หล่อนสบตากับชายชราด้วยสายตาละห้อย “ถ้างั้นคืนนี้...”
ก่อนลุงสังวาลจะทันได้ตอบ ถมก็ตอบแทนว่า
“คืนนี้ผมจะอยู่ยามให้เองครับ”
“อุ้ยตาย...” พะเนียงอดเคลิ้มไม่ได้ “น่ารักจังเลยผัวหนู”
“ถ้างั้นเอาตามนี้เลยนะ ข้าง่วงเต็มทีเหมือนกัน นังพะเนียง เอ็งไปกะข้า”
“ขอหนูอยู่ยามกับผัวไม่ได้หรือเคอะ” หล่อนทำเสียงละห้อย
“ไม่ต้องเลย ข้ากลัวเอ็งปล้ำพ่อถมเขา”
“โธ่ลุง รู้ทันอีกนะ”
พะเนียงยังอ้อยอิ่ง แต่สุดท้ายแล้วก็ยอมก้าวตามลุงสังวาลไปแต่โดยดี
ถม นิยมไทยถอนใจยาว มองตามร่างของชายชราและหญิงสาว ยามนี้บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร ผู้คนที่นอนตายเกลื่อนอยู่เบื้องล่างเกิดจากฝีมือของเขา ไม่ได้นึกสะใจที่สามารถฆ่าคนได้ถึงขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้เสียใจกับการกระทำของตัว ราวกับ...เป็เพียงภาระหน้าที่อย่างหนึ่ง
นึกถึงคำพูดของลุงสังวาลที่บอกว่า ที่นี่คืออเวจีมหานครหรือเมืองนรก เมืองหลังความตายจากโลกมนุษย์ ก็แทบไม่อยากเชื่อว่าจะเป็อย่างนั้น เพราะนรกตามที่เคยรู้มาไม่ได้เป็แบบนี้ แต่ความรู้ในอดีต ก็เป็เพียงคำบอกเล่าตามๆกันมา ยังไม่เคยมีใครเห็นเมืองนรก และคนที่เคยฟื้นจากความตายกลับไปบอกเล่าในคนอื่นฟัง ลักษณะของนรกก็ไม่ได้เป็อย่างนี้อยู่ดี
และถ้าที่นี่ไม่ใช่นรก มันคือที่ไหน มุมใดของโลก...
///////////////////////////
ท้องฟ้าที่แดงฉานเพราะแสงสีแดงของจันทรากลับสว่างไสวและร้อนแรงกว่าอีกหลายเท่า บ่งบอกว่า วันใหม่มาเยือน นกที่โผบินเป็ฝูงนั้น คือแร้งและอีกา พวกมันเปรียบเหมือนหน่วยกำจัดซากศพที่ดีที่สุด
มุมหนึ่งของอเวจีมหานคร จี๊ปตรวจการณ์เคลื่อนฝุ่นทรายคลุ้งมาหยุดอยู่หน้ากระโจมขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายกับกระโจมพักพิงชั่วคราว แต่...มีหลายหลังตั้งเรียงรายเป็วงกลม
และมียานพาหนะประเภทลุยๆจอดเรียงรายอยู่ไม่น้อยกว่า 10 คัน เสียงพูดคุยแว่วออกมาจากกระโจมหลังใหญ่ที่สุด บุรุษร่างใหญ่วัยกลางคน ผิวดำเข้ม หนวดเคราเฟิ้ม ตาแดง ดูถมึงทึงน่ากลัว โดยเฉพาะน้ำเสียงก้องกังวานทรงอำนาจ นามของเขาคือ ‘่ ราชัน’
่ ราชัน ยิ่งใหญ่ระดับหนึ่ง พื้นที่อันเป็ทะเลทรายเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตาของอเวจีมหานคร แม้ไม่มีใครสามารถมีอำนาจได้เด็ดขาด ทว่า...่ ราชัน ก็สามารถสร้างชื่อขึ้นมาได้ว่า เขาคือหนึ่งในผู้มีอำนาจอิทธิพลอยู่ในมือ
“มันเกิดอะไรขึ้น” คำถามแรกหลุดจากปากของบุรุษนาม่ ราชัน เมื่อชายอีกสองคนที่เพิ่งผลุบเข้ามาในกระโจม
“คนกลุ่มหนึ่งโจมตีที่มั่นของเฒ่าสังวาลครับท่าน”
“ไอ้เฒ่าสังวาล” ่ ราชันถึงกับย่นคิ้วสงสัย “น่าแปลกจริง ปกติ มันไม่หือไม่อือกับใคร”
“ใช่ครับท่าน แต่ได้ยินมาว่า สาวงามอเวจีมหานครไม่รู้คิดอะไร ถึงยอมไปอยู่กับไอ้เฒ่าสังวาล”