เ้าของไร่รีบต่อสายสั่งอาหารมื้อเช้าจากร้านอาหารอย่างเร่งด่วนเพราะกว่ากิจกรรมรักจะสิ้นสุดลงก็ใช้เวลาไปมากโขและกว่าเขาจะพาตุ๊กตาหน้ารถมาถึงตลาดนัดหน้าไร่...ตลาดก็วายอย่างที่เห็น
“ฉันจัดการมื้อเช้าให้คนงานเรียบร้อยแล้วนะ นี่ยังมีตลาดที่ไหนอีกหรือเปล่า”
“มีในเมืองเ้า” เป็ตลาดใหญ่ที่เปิดทั้งวัน
“ถ้าอย่างนั้นบอกทางฉันด้วย” ยานพาหนะถูกบังคับไปตามเส้นทางบ่อยครั้งที่ท่านประธานหนุ่มแอบชำเลืองหญิงสาวที่วันนี้นิ่งผิดปกติ...เขากลับไม่ว่าอะไร
เนื้อหมูเนื้อไก่ เนื้อปลา เครื่องปรุงรสอีกหลายอย่างถูกขนกลับมาใส่รถ
“เธอนั่งรอในรถก่อนนะคำเอื้อย เดี๋ยวฉันมา”
“เ้า” เธอรับคำและมองตามชายหนุ่มข้ามถนนไปยังตลาดอีกครั้งใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีเขาเดินกลับมาพร้อมใบหน้ายิ้มๆ
“เรากลับไร่กันดีกว่า มีงานค้างอีกเยอะเลยแล้วอีกอย่างตอนเย็นฉันต้องเดินทางกลับกรุงเทพด้วย”เขาพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ซึ่งทำให้หัวใจดวงน้อยผิดปกติระดับรุนแรง
นายจิณจะกลับกรุงเทพแล้วอกวูบไหว ลมหายใจร้อนเผ้า เบ้าตาเห่อร้อน น้ำใสจวนเจียนจะไหลร่ำไห้
เขากำลังจะจากไปอย่างนั้นเหรอ
ทั้งสองกลับมาถึงไร่แสงฝางมีนางจันทราและภิเสือรอท่าอยู่ก่อนแล้ว
“หายดีแล้วเหรอนายเสือ” เ้านายถามไถ่อาการลูกน้อง
“ดีขึ้นมากแล้วครับนายจิณ”
“ดีแล้วล่ะ พักผ่อนดูแลตัวเองเยอะๆจะได้หายเร็วๆ” อาการไม่หนักจิณวัตรก็ยินดีด้วย
“อยู่โรงพยาบาลหายช้าค่ะ ให้มันกลับมาอยู่ที่ไร่ของเขาเ้าเสือมันคงอาการดีขึ้นในเร็ววันเพราะมันจะมีพยาบาลส่วนตัวคอยดูแล” จันทราแกล้งแซวลูกชาย
“แม่ก็...” คนป่วยขวนเขิน แอบชำเลืองใบหน้าน้องสาวที่เขาคิดถึงทุกเวลาที่ไม่ได้เจอกัน
จิณวัตรไม่ชอบเหตุการณ์ตรงหน้าเลยเขาไม่ชอบสายตาที่ภิเสือมองเมียตนเองด้วย ชายหนุ่มเก็บอาการหึงหวงเอาไว้ภายในเพราะถึงอย่างไรผู้หญิงข้างกายก็ไม่ได้เข้าใจคำพูดสื่อความหมายพวกนั้นหรอก
“วันนี้นายจิณจะกลับกรุงเทพกี่โมงคะ”
“ผมจะกลับ่เย็นครับน้าจันทร์ ยังไงผมขอตัวไปคุยรายละเอียดกับคุณโชคก่อนนะครับ”
“ค่ะๆ ส่วนเราก็มาทำอาหารกันเถอะหนูเอื้อย เดี๋ยวจะไม่ทันมื้อเที่ยงนะ”
“เ้า”
“เดี๋ยวพี่ช่วยอีกแรงนะเอื้อย” คนป่วยออกอาการดี๊ด้า
“เอ็งนะ ช่วยนั่งดูเฉยๆเถอะ เดี๋ยวจะเดี้ยงไปมากกว่านี้”
“โธ่ แม่ก็...” ภิเสืองอนมารดาเหมือนเด็ก
“ฮ่า ฮ่า ฮ๋า ฮ่า ฮ่าเ้าลูกคนนี้/ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” จันทราและคำเอื้อยหัวเราะให้กับท่าทางเหมือนเด็กถูกขัดใจของภิเสือ
จิณวัตรหันหลังย้อนมามอง...ใบหน้าหล่อเข้มบึ้งตึง
“ตอนอยู่กับเราทำหน้านิ่งตลอดเวลาแต่พอได้อยู่กับนายภิเสือหน่อยยิ้มร่าเลยนะแม่ตัวดี” คงต้องหาเวลาสั่งสอนยัยผู้หญิงบ้านดอยให้หลาบจำไม่อย่างนั้นไม่ต้องมาเรียกเขาว่าจิณวัตรเลย
“เฮ้อ” เ้าของไร่หนุ่มถอนหายใจครั้งที่ร้อยในรอบวันจิณวัตรไม่ได้คิดไปเองแน่นอน คำเอื้อยพยายามหลบเลี่ยง หลบหน้าเขาตลอดทั้งวันนี้มื้อเที่ยง มื้อเย็นผ่านไป เป็จันทราที่คอยบริการเสิร์ฟข้าว เสิร์ฟน้ำดูแลจัดการทุกอย่าง ส่วนแม่ตัวดีหายหัว ไม่ยอมให้เขาเห็นแม้แต่ปลายผม
“เป็อะไรว่ะ เมื่อเช้ายังอ่อนระทวยใต้ร่างของเราอยู่เลย” คิดยังไงก็คิดไม่ตก เหลือเพียง 1 ชั่วโมงเขาต้องเดินทางไปสนามบินแล้ว...ให้ตายสิทำไมผู้หญิงธรรมดาๆ เป็แค่พนักงานคนหนึ่งของรีสอร์ทถึงมีอิทธิพลต่อหัวใจเขาขนาดนี้การทำงานในวันนี้ราบรื่นไปได้ด้วยดีอยู่หรอกแต่มีบ่อยครั้งมากที่แม่สาวชาวดอยโผล่เข้ามาในสมองบทเรียนแห่งรักมากมายที่เขาถ่ายทอด เธอตอบสนองด้วยความไร้เดียงสาความเสน่หาในเรือนร่างเย้ายวน วนเวียนจนจิณวัตรสลัดภาพเ่าั้ไม่ออก
ด้านหลังไร่แสงฝางที่ติดกับที่ดินของตาก๋องหญิงสาวหอบหิ้วดอกไม้มาเต็ม 2 ตะกร้าถึงแม้เธออาจจะไม่ใช่หญิงสาวคนเดิม แต่วิถีชีวิตที่มีแต่งาน งาน งานยังคงดำเนินต่อไป
“อุ้ย” ตะกร้าเกือบหลุดมือ อยู่ดีๆชายหนุ่มที่อยู่ในห้องหัวใจก็โผล่ออกมาจากต้นไม้ใหญ่
“ใมากเหรอ วันนี้เธอพยายามหลบหน้าฉันใช่ไหม”
“ปะ เปล่านะเ้า” เสียงไม่มั่นคงหนักเพราะเธอพยายามหลบหลีกจากชายหนุ่มจริงๆ เธอยอมทอดกายให้ชายเชยชมจนหมดสิ้นแต่ไม่รู้เลยว่าเขารู้สึกกับเธอเช่นไร เธอควรอยู่ในสถานะไหน
เขาจะชอบเธอหรือไม่รักบ้างหรือเปล่า ผู้หญิงแสนด้อยค่าพูดน้อยกว่าปกติ เธอแทบไม่มีหน้าไปเจอใครหากแต่การหนีทำได้เพียงร่างกาย เพราะหัวใจไม่เคยหนีเขาได้สักครั้ง
“ว้าย นายจะทำอะไรเ้า” ตะกร้าถูกแย่งและถูกทิ้งไว้ไม่ดูดำดูดีหนุ่มหัวร้อนลากหญิงสาวเข้าไปหลังพุ่มไม้ ใต้ต้นไม้น้อยใหญ่ข้างทาง
“ถ้าไม่อยากให้ฉันปล้ำเธอตรงนี้ล่ะก็ ห้ามร้อง ห้ามขัดขืน ห้ามโวยวายเข้าใจไหม”คำเอื้อยดวงตาเบิกกว้าง ใกับคำพูดแสนห่ามที่หล่อนได้ยินจนเธอไม่กล้าขัดใจชายหนุ่มอีกเลย
“นาย อื้ออออออ” แผ่นหลังบอบบางถูกดันเข้ากับต้นไม้สูงริมฝีปากหนาจู่โจมมอบบทจูบสะท้านทรวง ร่างกายััเสียดสีมือหนาลูบไล้เคล้นคลึงตามอารมณ์ปรารถนาที่ถูกจุดติดง่ายดาย
“อ่าส์” ท่านประธานหนุ่มจำต้องถอนจูบอย่างเสียดายเป็การหักห้ามใจยากกว่าอะไรทั้งหมด สถานที่ยามเย็นที่อาจมีคนงานใช้สัญจรอีกทั้งไม่นานก็เป็เวลาเดินทางของเขา...จิณวัตรเม้นริมฝีปากเครียดสูดลมหายใจเต็มปอด เพื่อระบายความพุ่งพล่านที่เออล้นจากภายใน
“จำไว้อย่างหลบหน้าฉันอีก” น้ำเสียงของเขาจริงจัง
“ปะ เปล่านะเ้า อื้อออออ” คนโกหกซึ่งหน้าถูกบดจูบลงทัณฑ์คำเอื้อยดิ้นรนปฏิเสธ เ้าของไร่จึงจูบไล่เลียลำคอ เคลียคลอมาถึงบ่าหนวดที่เริ่มผุดเป็ตอทิ่มแทงไปทั่วเนื้อสาว
“อย่าเ้า” ร่างเล็กหดคอหนีการกระทำแสนอุกอาจใบหน้าหวานเงยมองเขา เธอกำลังจะเอ่ยประท้วง แต่ปากของเธอโดนจูบิญญาเข้าเสียก่อนท่านประธานหนุ่มจูบ จูบเอาเป็เอาตาย แลกเปลี่ยนลมหายใจให้คนตัวเล็กที่อ่อนระทวยใต้ร่าง
“อย่าโกหกฉัน เธอตั้งใจหนีหน้า แล้วยังไปยิ้มแย้ม หัวเราะกับนายภิเสือเื่เมื่อเช้าฉันยังไม่ได้คิดบัญชีแค้นเลยนะ” นี่เป็อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้หงุดหงิดใจทั้งวัน
“...” คิ้วน้อยหมวดเป็ปม งุนงงกับคำพูดนั่นไม่น้อย...พี่เสือของเธอมาเกี่ยวข้องอะไรด้วย
“ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ ห้ามผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เธอ ห้ามเธอส่งยิ้มให้ใครห้ามอยู่ในบ้านพักกับนายภิเสือสองต่อสองด้วยเข้าใจมั้ย”
“ทำไมล่ะเ้า” คนไม่รู้ ยังคงไม่รู้วันยังค่ำ
“เพราะฉันหึงเมียตัวเองไม่ชอบให้เมียตัวเองเข้าใกล้ผู้ชายคนไหนยังไงล่ะคำเอื้อย” ยัยตัวดีดูท่านายภิเสือคงมีใจให้ผู้หญิงคนนี้มานานมากแล้ว แต่เ้าตัวกลับไม่รู้อะไรเลย
เธอใสซื่อ...เขายิ่งรู้สึกหวง
“นายจิณ...” ดวงตากลมโตเบิกกว้างหัวใจดวงน้อยพองลมราวกับได้บินล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าสดใด
เขาบอกว่าเขาหึงเธอ
เมีย...และเธอคือเมียของเขาอย่างนั้นเหรอ
“สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน มันก็ย้ำชัดแล้วว่าเธอคือเมียของฉัน แล้วฉันก็เป็ผัวเพียงคนเดียวของเธอเข้าใจแล้วหรือยัง”
งึกงึก งึก สาวน้อยพยักหน้ารัวๆ เธอเข้าใจแล้วและดีใจมากๆด้วยถึงแม้รู้ว่าความรักครั้งนี้ไม่ได้โรยด้วยดอกกุหลาบ มีความยากแสนยาก ความลำบากอุปสรรคมากมายรออยู่ แต่หากคำพูดของเขาหนักแน่นพอ ต่อให้เธอต้องบุกน้ำลุยไฟบุกป่าผ่าดง เหนื่อยยากเพียงใดหญิงชาวดอยคนนี้จะอดทน อดทนเพื่อชายผู้เป็ที่รัก
“ยื่นมือออกมาสิคำเอื้อย”
“เ้า?” คนหัวใจลิงโลด สติยังไม่เข้าร่องเข้ารอย
“ยื่นมือของเธอออกมา” ใบหน้าหล่อราวเทพบุตรอมยิ้มมีเลศนัยพนักงานสาวสวยทำตามด้วยความงงงัน จิณวัตรล่วงบางสิ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อเขาหยิบมันขึ้นมา ก่อนบรรจงสวมคล้องใส่ข้อมือของเธอ
กำไลทอง
“นี่มันอะไรกันเ้า” เขาสวมกำไลให้เธอทำไม
“เ้านี่คือของแทนใจของฉัน เธอจะได้คิดถึงฉันแล้วไม่กล้าขัดคำสั่งฉันยังไงล่ะ” เมื่อเช้าที่เขาหายตัวไปหลายนาทีชายหนุ่มไปตามหาเ้าสิ่งนี้เพื่อมอบให้เธอ
“แต่มันมีค่าเกินไปนะเ้า” เกิดมาคำเอื้อยยังไม่เคยมีสมบัติล้ำค่าติดตัวสักชิ้น
“ฉันให้...เธอควรรับมันไว้คำเอื้อยหรืออยากให้ฉันโมโหอีก” แววตาของเขาดูกรุ้มกริ่ม เ้าเล่ห์
“มะ ไม่แล้วเ้า” เธอกลัวว่าบทลงโทษแสนหวามจะเกินขึ้นมาอีก
“เอื้อยจะเก็บรักษาอย่างดีเ้า” รักษาด้วยชีวิตของเธอ
จุ๊บ!จุมพิตประทับลงบนหน้าผาก
“ดีมาก ฉันชอบที่เธอเป็เด็กดีว่านอนสอนง่ายรู้มั้ย” แก้มนวลนางแดงระเรื่อกว่าหญิงใดมันทำหัวใจหวั่นไหว ชายหนุ่มชื่นชอบในความเป็ธรรมชาติ ไร้จริตมารยา เธอขี้อายเจียมตัว ใสซื่อบริสุทธิ์ยิ่งหนักอยู่ๆผู้หญิงคนนี้ก็แทรกซึมเข้ามาอยู่ในห้องหัวใจของเขา...อาจไม่หมดทั้งใจแต่จิณวัตรปฎิเสธไม่ได้ว่าไม่มี
“รอฉันนะ ฉันจะรีบกลับมาที่ไร่ กลับมาหาเธอ” เขายังพูดคลอเคลียริมฝีปากไล่เลียแก้มแดงๆของคนเขินอายไม่หยุดหย่อน
“เ้า” คำของเขาช่างไพเราะเหลือเกิน เสนาะหูหญิงสาวโอนอ่อน พิงซบหน้าอกแข็งแกร่งเอาไว้ปล่อยให้เ้าชีวิตเรียกเก็บกำรี้กำไรจากร่างกายของเธอตามที่ใจเขาใฝ่ปรารถนา
สัมภาระถูกขนขึ้นรถจันทรา ภิเสือ คำเอื้อยยืนอยู่ทั้งสองฝั่งรถเพื่อรอส่งเ้าของไร่กลับกรุงเทพ
“ผมไปก่อนนะครับทุกคน”
“เดินทางปลอดภัยครับ/ค่ะ” สองแม่ลูกเสียงประสานจิณวัตรพยักหน้ารับคำ
“ฉันต้องไปแล้ว ฉันจะโทรมาหาเธอบ่อยๆนะคำเอื้อย รอรับโทรศัพท์ของฉันด้วยล่ะ”ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ กระพริบพร่ำบอกให้เธอได้ยินเพียงคนเดียว
“นายจิณ เดินทางปลอดภัยนะเ้า” จำต้องเอ่ยคำล่ำลาพร้อมรอยยิ้มแม้หัวใจจะเ็ปเพียงใดก็ตาม
ครืนครืน รถเช่าจากสนามบินเคลื่อนตัวออกไปจากหน้าออฟฟิศอย่างช้าๆสองแม่ลูกหันหลังกลับเข้าไปทำงานในความรับผิดชอบของตนเองต่อ หญิงชาวดอยปลีกตัวก้าววิ่งไปตามเนินเขา สายตาชะเง้อมองรถยนต์ที่แล่นไปตามถนน
เธอวิ่งวิ่ง วิ่ง ยานยนต์ก็ยิ่งเคลื่อนห่างออกไปเรื่อยๆ
“ฮึก ฮึก ฮึก ฮืออ ฮือ ฮือ” รถยนต์หายไปลิบตาคงเหลือเพียงน้ำตาไหล่หนองอาบหน้าหญิงชาวดอย
“เอื้อยรักนายจิณเ้า เอื้อยจะรอนายกลับมา ฮือ ฮือ” จิณวัตรจากไปแล้วเขาจากไปพร้อมหัวใจของเธอ
ติ่ง!เป็เวลาปกติของทุกวันที่ท่านประธานจะได้ยินเสียงเสียงนี้เลขานุการสาวสวยคนเก่งส่งตารางงานของอีกวันมาให้
จิณวัตรอมยิ้มอย่างมีความสุขเพียงแค่เห็นชื่อและรูปโปรไฟล์ของเธอผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนหญิงสาวผู้เป็รักแรกและรักเดียวของเขา ท่านประธานรีบพิมพ์ตอบกลับไปว่า “ขอบคุณครับมน ฝันดีนะ” สมาร์ทโฟนถูกวางลงเมื่อจู่ๆก็มีภาพของคนบางคนแทรกเข้ามาในความคิด
ผู้หญิงหน้าหวานผิวขาวนวลลออ เธอหอม เธอหวาน เธอเย้ายวนใจจนเข้าอยากััอยากชิดใกล้อีกหลายๆครั้ง...ความสับสนที่แทรกเข้ามา จิณวัตรพยายามขบคิดไตร่ตรองอยู่นาน...ในที่สุดเขาก็เข้าใจตัวเองว่า
เขาแค่หลงใหลความสดใหม่แต่เขาไม่ได้รักคำเอื้อย หัวใจมันฟ้องชัด เขารักเพียงมนทกานติคนเดียวเท่านั้น
กริ่งกริ่ง
“เ้า” หญิงสาวน้ำตารืนคำเอื้อยรอคอยเสียงจากชายผู้เป็ที่รักมานานค่อนคืนแล้ว
“ฉันคิดไว้แล้วว่าเธอยังไม่นอน พอดีเครื่องบินมันดีเลย์นิดหน่อยน่ะ”
“เ้า” แค่ได้ยินเสียงไม่อีกคำหัวใจหญิงสาวบ้านป่าเมืองดอยฟูฟ่องเหมือนลูกโป่ง
“ถ้าอย่างนั้นฉันไม่กวนเวลาพักผ่อนแล้วนะ แค่นี้” ตู๊ดตู๊ด ตู๊ด แม้ปลายสายจะวางไปนานแล้วแต่รอยยิ้มบนใบหน้าของพนักงานประจำรีสอร์ทไม่อาจลดลงได้เลยคำเอื้อยทิ้งตัวนอนบนฟูกนอนของเขาและเธอ ดวงหน้าหลับตานอนพริ้มนึกถึงความสุขที่เราร่วมกันสร้างร่วมกันทำ...เพียงแค่นั้นหัวใจก็รับรู้ได้ถึงความสุข อบอุ่น
“ฝันดีเ้านายจิณ สุดที่รักของเอื้อย”