เมืองสมอลแลนด์นั้น ถึงการตกแต่งต่าง ๆ จะคล้ายกับเมืองแกรี่ แต่ถ้าสังเกตมองดูดี ๆ เมืองนี้ยากจนกว่ามาก เพราะคุณภาพหรือสิ่งของต่าง ๆ จะดูด้อยกว่าเล็กน้อย ขนาดของเมืองก็เล็กกว่ามากมาย พื้นของเมืองไม่มีก้อนหินปูตามพื้นเหมือนกับเมืองแกรี่ ถึงพื้นถนนจะดูเรียบ แต่ก็มีบางจุดที่เป็นหลุมเป็นบ่อทำให้เวลาเดินต้องคอยสังเกต มิเช่นนั้นอาจเกิดอุบัติเหตุได้
ผู้คนในเมืองนี้นั้น ดูบางตา..ต่างกับเมืองแกรี่เป็นอย่างมาก น่าจะเป็นเพราะข่าวการปรากฏตัวของอสูรร้าย จึงทำให้เหล่าพ่อค้าเร่หรือนักเดินทาง ต่างเดินทางอ้อมไปทางอื่น เพื่อหลีกเลี่ยงเจ้าอสูรตนนั้น
กลุ่มของซีว่างพอเข้ามาภายในเมือง พวกมันจึงเร่งออกหาหอพักเพื่อใช้ในการพักผ่อนในทันที หลังจากรำบากตากตำมานานจากการเดินทางในป่าน้อยอสูร ไหนจะต้องเหนื่อยล้าจากการต่อสู้โรมรันกับเจ้าอสูรร้าย
หลังจากได้ห้องพักแล้ว มันกับซูจินยี่ต่างพากันออกมายังกิลด์การค้านิวส์ของเมืองแห่งนี้ เพราะตอนนี้ซีว่างต้องการเดินสำรวจอะไรบางอย่าง ส่วนซูจินยี่ต้องการอาวุธใหม่
ซีว่างจึงนำถุงที่เต็มไปด้วยเหรียญให้ซูจินยี่เล็กน้อย เพื่อเพียงพอต่อการซื้อของที่มันต้องการ ก่อนจะแยกย้ายหาของที่ตนเองต้องการ
ซีว่างเดินดูของในร้านค้าสักพัก แต่ก็มิได้พบของอะไรที่น่าสนใจ ก่อนที่มันจะออกเดินหาชายชรา เพื่อจะกลับไปยังหอพักของตนเอง
จนมันไปพบกับซูจินยี่ ที่กำลังจ้องมองศิลาก่อนหนึ่งอยู่ มันจึงเดินเข้าไปพบกับพี่ชายของมัน
“พี่ซู..ท่านกำลังทำอะไรอยู่รึ?” ชายหนุ่มกล่าวถามออกมา เมื่อเดินมาถึงจุดที่ชายชรายืนอยู่
“ข้ากำลังดูสิ่งนี้” ก่อนที่ชายชราจะชี้ไปที่ป้ายของมัน * ศิลาบันทึกจิตร *
ซีว่างหยิบขึ้นมาก้อนหนึ่ง ก่อนจะกล่าวถาม “เหตุใดท่านจึงสนใจมันนัก?”
ชายชรายิ้มด้วยท่าทีเศร้าใจเล็กน้อย “ข้าว่าข้าจะซื้อสักเล็กน้อย.. , เผื่อในอนาคต..ข้าเกิดหลงลืมขึ้นมาอีก , ข้าจะได้บันทึกสิ่งต่าง ๆ ไว้จะได้เรียนรู้ใหม่..”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายหนุ่มรู้สึกผิดเล็กน้อยกับเรื่องที่เกิดขึ้น ‘หากตอนนั้นท่านเป็นเช่นตอนนี้..คงจะไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นเป็นแน่’
ซีว่างหยิบขึ้นมาสองก้อน “ข้าซื้อให้ท่านก้อนหนึ่งและข้าก้อนหนึ่ง , เราจะได้ใช้บันทึกสิ่งที่เรารู้ตอนนี้..เผื่อในอนาคตเกิดสิ่งไม่คาดฝันขึ้นอีก..” ซูจินยี่ยิ้มให้ชายหนุ่มอย่างซาบซึ้งใจ
หลังจากจ่ายค่าเสียหายต่าง ๆ ชายหนุ่มจึงเตรียมที่จะเดินทางกลับไปยังหอพักของมันเอง
ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินออกมา ศิลาสื่อสารของชายหนุ่มก็สั่นออกมาเล็กน้อย พร้อมกับข้อความจากหญิงสาว
“ซีว่าง..ช่วยข้าด้วย!!” เมื่อได้ยิน ชายหนุ่มรีบกล่าวถามอย่างรีบเร่ง ด้วยความตื่นตระหนก “เกิดอะไรขึ้น..”
“เจ้าจักหนีไปไหน!!” มีเสียงแทรกเข้ามาในการสนทนาของทั้งสอง เป็นเสียงของชายฉกรรจ์ผู้หนึ่ง น้ำเสียงฟังดูไม่น่าไว้ใจ
“กิลด์วิญญาณ...” ก่อนที่เสียงของหญิงสาวจะขาดหายไป
ซีว่างรีบพุ่งตัวกลับไปยังที่พักของตนเองในทันที ด้วยความเป็นห่วงต่อตัวหญิงสาว
เมื่อมาถึงมันก็เห็นร่องรอยความเสียหายจากการต่อสู้ มันกวาดตาไปทั่วหอพัก จึงเห็นเจ้าเสี่ยวฮุ๋ยนอนบาดเจ็บอยู่ มันร้องออกมาอย่างอ่อนแรง “ฮุม.ฮุม..ฮุม...”
เหมือนมันกำลังกล่าวขอโทษต่อชายหนุ่ม ที่ไม่อาจปกป้องหญิงสาวไว้ได้
ชายหนุ่มลูบหัวเจ้าอสูรของมันเล็กน้อย “เจ้าทำดีแล้ว..” ก่อนที่จะหันไปหาซูจินยี่ “ท่านดูแลมันแทนข้า..ข้าจะออกไปตามหานาง , น่าจะยังไปไม่ไกลนัก”
ชายหนุ่มไม่รอคำตอบจากชายชรา รีบเร่งกายออกตามหา พร้อมกับปล่อยปราณจิตของตนเองเพื่อตรวจหาพลังปราณของหญิงสาว
‘เจอแล้ว..’ ก่อนที่ชายหนุ่มจะทะยายไปตรงจุดที่หญิงสาวอยู่
มันวิ่งตามมาก็เห็นกลุ่มคนเสื้อขาวที่มีตราสัญลักษณ์ของกิลด์วิญญาณอยู่ราว 6-7คน เดินด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อย ไม่สนใจต่อสายตาของชาวเมืองที่มองมายังพวกมัน
ภายในกลุ่มนั้น อุ้มร่างที่ไร้สติของหญิงสาวอยู่ภายในอ้อมอกของมัน
เมื่อซีว่างเห็นเช่นนั้นโทสะที่มีมาแต่ก่อนหน้านั้น ยิ่งลุกลามกลายเป็นกองไฟที่โหมกระหน่ำด้วยความแค้น
“แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา!!” คลื่นพลังพุ่งไปทางกลุ่มของพวกมัน ก่อนที่จะมีหนึ่งในกลุ่มนั้นสัมผัสพลังที่พุ่งมาได้ มันจึงหยุดร่างของตนเองแล้วหันกลับมาปล่อยพลังสวนกลับไป
คลื่นพลังทั้งสองปะทะกัน คลื่นจันทร์เสี้ยวของซีว่างพุ่งผ่านพลังของเจ้าคนผู้โชคร้ายอย่างง่ายดาย ก่อนจะผ่าร่างของเจ้าของวิชาขาดออกเป็นสองท่อน
เมื่อเหล่าสหายของมันเห็นดังนั้น จากท่าทีที่เฉยชาเมื่อครู่ กลับเร่งฝีเท้าขึ้นในทันใด มันพลันรู้สึกได้เล็กน้อย ว่าชายหนุ่มที่อยู่เบื่องหลังนั้นไม่ธรรมดา
ซีว่างเร่งความเร็วเพื่อตามกลุ่มของพวกมันไปอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยวาจาออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด “พวกเจ้า..หากไม่อยากตายเหมือนสหายของพวกเจ้า , ปล่อยนางเดี๋ยวนี้!!” ซีว่างกล่าวพร้อมกับหน่วงพลังปราณไว้ที่มือของตนเอง
“พานางกลับไปก่อน..มันผู้นั้นข้าจัดการเอง..” หนึ่งในพวกนั้นกล่าวออกมาก่อนจะหันหลังพุ่งเข้าหาซีว่าง
มันผู้นี้นั้นมีพลังระดับ จิตโลกาขั้นที่ 9 ไหนเลยจะเป็นคู่มือของชายหนุ่ม
“เจ้าเด็กน้อย..เจ้าล้มเลิกเสียดีกว่า , หากเจ้าหยุดตรงนี้แล้วคุกเข่าขอร้องข้าแต่โดยดี..ศพของเจ้าจะยังครบสามสิบสองเช่นเดิม” คนของกิลด์วิญญาณ กล่าวต่อซีว่าง ด้วยวาจาที่หยิ่งยโส
ชายหนุ่มแสยะยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพุ่งเข้าไปหามัน “แรมที่ 3 จันทราร่วงหล่น!!” ชายหนุ่มฟาดดาบใส่หัวของเจ้าผู้นี้อย่างเต็มแรง
ด้านเจ้าคนกิลด์วิญญาณ รีบยกดาบขึ้นป้องกัน แต่ด้วยพลังของซีว่าง ที่ตอนนี้ถือกระบี่ตัดดารา จึงทำให้มันมีความสามารถเทียบเท่า ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเหยียบนภาขั้นที่ 3
พลังที่ฟาดลงมานั้นรุนแรงเกินกว่าที่เจ้าผู้นี้จะรับไหว ดาบของมันแหลกละเอียดในทันที ก่อนที่ตัดดาราจะผ่าร่างของมันเป็นสองท่อนอย่างพอดิบพอดี ก่อนที่ชายหนุ่มจะดีดตนเองพุ่งตามต่อไป
เมื่อเห็นสหายทั้งสองคนของพวกมัน ต่างตายกันไผต่อหน้าต่อตา เจ้าคนที่แบกหญิงสาวเอาไว้จึงสั่งการต่อสหายของมันในทันที " พวกเจ้า 4 คนออกไปขัดขวางมันเอาไว้ , ข้าจะเร่งพานาง..กลับไปยังกิลด์ก่อน "
เมื่อมันกล่าวจบ คนทั้ง 4 นั้นพลันหยุดร่างลง ก่อนจะพุ่งกายเข้าหาชายหนุ่ม
ชายหนุ่มใช้จิตตนเองตรวจสอบดู ก็สามารถทราบได้ว่า พวกมันทั้ง 4 มีสามคนที่มีพลังระดับ จิตโลกาขั้นที่ 9 ส่วนอีกคนเหยียบนภาขั้นที่ 2
งานนี้นั้นง่ายดายสำหรับชายหนุ่มเป็นอย่างมาก แต่เฉพาะตอนที่ร่างกายของมันสมบูรณ์เท่านั้น วันนี้มันใช้พลังมากมายในการจัดการกับเจ้าอสูรร้าย
ซีว่างจึงคิดที่จะจบเรื่องนี้โดยไวที่สุด มิเช่นนั้นอาจเป็นมันที่ต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่แผ่นดินแห่งนี้
“แรมที่ 4 ทลายจันทรา!!” ซีว่างโยนกระบี่ออกไป ก่อนจะคว้ากระบี่กลับมาแล้วพุ่งเข้าหาพวกมันอย่างว่องไว
ซีว่างออกกระบี่เล็งไปที่คอของเจ้า จิตโลกาขั้นที่ 9 ผู้หนึ่ง แต่ก็มีคนพุ่งเข้ามันขัดมันได้ทัน “วิชาเจ้าประหลาดนัก..แต่ก็ยังสู้ข้ามิได้”
เจ้าคนที่พุ่งเข้ามาคือคนที่มีพลังระดับ เหยียบนภาขั้นที่ 2 มันใช้ดาบของมันเข้ารับกระบี่ของซีว่าง
ถึงมันจะสามารถรับกระบี่ของชายหนุ่มได้ แต่ด้วยระดับพลังที่ห่างกันพอสมควร จึงทำให้มือของเจ้าผู้นี้ เกิดอาการสั่นจากแรงที่ต้านรับออกมา
ตัวซีว่างออกกระบี่ไปกี่ครั้ง มันก็สามารถรับได้ทุกครั้ง ชายหนุ่มจึงเร่งถอยหลังออกมา จ้องมองไปทางของพวกมัน
“ข้าและเจ้าไม่มีความแค้นต่อกัน..ใยพวกเจ้าต้องจับสหายของข้าไป” ชายหนุ่มกล่าวถามต่อพวกมัน
“เพราะนางงดงาม..ตรงกับลักษณะที่หัวหน้ากิลด์ของข้าชอบ , ก็เท่านั้น” เจ้าเหยียบนภาขั้นที่ 2 กล่าวออกมา พร้อมกับพยายามซ้อนสีหน้าที่ตื่นกลัวที่มีต่อชายหนุ่มเอาไว้
สิ่งที่พวกมันตอบกลับมา ทำให้ซีว่างรู้สึกอึ้งเล็กน้อย เพราะเหตุผลที่กล่าวมา มันไร้สาระมากมายนัก
“ข้าขอเตือน..หากเจ้าปล่อยนางมาแต่โดยดี , ข้าจะลืมเรื่องครั้งนี้..ถือว่าเรื่องมิเคยเกิดขึ้น” ซีว่างกล่าวขณะจ้องมองด้วยสายตาที่ขู่อาฆาต ปล่อยจิตสังหารออกมา
“ถือว่ามิเคยเกิดขึ้น...ฮ่า ฮ่า ฮ่า , มั่นใจตนเองดี..ข้าชอบเจ้า” เจ้าเหยียบนภาขั้นที่ 2 กล่าวออกมาด้วยท่าทีมีความสุขที่แสดงแกล้งทำออกมา ก่อนที่มันจะพยายามส่งสัญญาณบอกต่อสหายมันให้เร่งรีบหนี แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
“แรมที่ 7 เขตแดนภพจันทรา!!” ดวงตาของซีว่างสว่างเป็นสีเหมือนท้องฟ้า หน้าผากมีรูปจันทร์เสี้ยวปรากฏ ก่อนจะกระทืบเท้าลงไปบนพื้นดิน จึงปรากฏวงกลมขึ้นมาครอบคลุมไปถึงจุดที่ พวกมันทั้งสี่คนยืนอยู่
“ย๊าาาาาาาาาาา” ซีว่างแบมือไปข้างหน้า ก่อนจะปล่อยพลังปราณมากมายไปกดทับพวกนั้น จนลงไปนอนกองกับพื้น มีเพียงเจ้าเหยียบนภาระดับ 2 ที่เพียงคุกเข่าลงไป แต่มันก็พยายามฝืนตั
“ย๊าาาาาาาาาาา” ซีว่างแบมือไปข้างหน้า ก่อนจะปล่อยพลังปราณมากมายไปกดทับพวกนั้น จนลงไปนอนกองกับพื้น มีเพียงเจ้าเหยียบนภาระดับ 2 ที่เพียงคุกเข่าลงไป
ก่อนที่ซีว่างจะแบ่งสมาธิของตนเอง มาที่มือที่ถือกระบี่ ก่อนหน่วงพลังของตนเอง ซีว่างรอจังหวะ ดี ๆ คอยสังเกตพวกมันแล้วแบ่งจิตของตนเองให้ทำในสิ่งที่ ฝ่ายตรงข้ามคิดไม่ถึง
ก่อนที่ซีว่างจะปลดปล่อยเขตแดนภพจันทรา แล้วปล่อยคลื่นพลังออกไป “แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา!!” คลื่นพลังพุ่งไปกวาดเจ้าพวก จิตโลกาขั้นที่ 9 ทั้ง 3 คน ..ส่วนหัวและส่วนตัวของมันถูกแยกออกจากกัน แต่คลื่นพลังยังพุ่งตรงต่อไปจนถึง เจ้าเหยียบนภาขั้นที่ 2
แต่ด้วยพลังที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อยของซีว่าง เจ้าผู้นี่จึงสามารถใช้ดาบของมันยกขึ้นมาตั้งรับไว้ได้ทัน
คลื่นพลังได้ผลักให้มันถอยลากยาวไปเป็นแนว จนมันสามารถสยบพลังของชายหนุ่มไว้ได้
แต่ในขณะที่มันกำลังเตรียมพร้อมที่จะตั้งรับต่อชายหนุ่ม แต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว เพราะขณะนั้นชายหนุ่มก็อยู่ตรงหน้าของมันเสียแล้ว
ก่อนที่ซีว่างจะใช้สันกระบี่ทุบศิลาพลังตรงดาบของมันจนแตกละเอียด เพราะชายหนุ่มจดจำสิ่งที่เอสเธอร์กล่าวได้ แค่เพียงพวกมันไม่มีอาวุธก็ไม่สามารถใช้วิชา หรือปล่อยพลังปราณออกมาได้ เช่นเดียวกับตอนของซูจินยี่
หลังจากอาวุธของมันโดยทำลายแก่นพลัง เจ้าเหยียบนภาขั้นที่ 2 จึงรีบเร่งที่จะหนีออกมาจากชายหนุ่ม แต่ก็มิทันกาล ซีว่างเตะมันหนึ่งที จนมันลอยละลิ่วไป ก่อนที่ซีว่างจะกระโดดตามไป ใช้ขาฟาดลงกลางอกของมัน จนร่วงลงพื้นอย่างรุนแรง ก่อนจะตามไปเหยียบมันที่กลางหน้าอก ก่อนใช้กระบี่จอคอของมัน
“เจ้ารู้เรื่องพวกข้ามาจากผู้ใด!!” ซีว่างตะคอกใส่มันด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ไม่มีผู้ใดสามารถหยุดยั้งได้
แต่เจ้านั้นกลับปิดปากเงียบ ไม่เอ่ยวาจาออกมาสักถ้อยคำ เห็นดังนั้นซีว่างจึงใช้เท้าของตนเอง เตะเข้าไปที่กล่องดวงใจของมัน จนมีเสียงดัง “โป๊ะ!!” ออกมา
เจ้าเหยียบนภาขั้นที่ 2 ร้องโอดโอยออกมาเสียงดันลั่น ก่อนที่ซีว่างจะกล่าวซ้ำอีกรอบ “ตอบข้ามา!! เจ้ารู้เรื่องพวกข้ามาจากผู้ใด!! , ครานี้ลูกกระแป๋งของเจ้าที่เหลืออยู่ลูกเดีย..จะไม่มีเหลืออีกเลย!!”
ก่อนที่ซีว่างจะง้างขาเตรียมเตะเข้าไปอีกรอบหนึ่ง เจ้าคนผู้โชคร้ายจึงรีบบอกกล่าวออกมา “บอกแล้ว..ข้าบอกแล้ว , ข้าทราบมาจาก..หัวหน้ากิลด์นิวส์ เจ้านิวยอร์ก”
ซีว่างพยายามสังเกตว่ามันพูดความจริงหรือไม่ แต่เจ้าผู้โชคร้ายคนนี้ กับไม่แสดงพิรุธออกมาเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่ซีว่างจะทำเสียง “หึ” ออกมาหนึ่งครั้งก่อนจะกระทืบเท้าลงกลางอกของเจ้าผู้นี้ จนอกมันยุบลงไปหลุมเลือด ก่อนจะเตะร่างของมันทิ้งไป แล้วเร่งกายกลับไปยังกิลด์นิวส์ โดยมิได้อยู่ดูซากศพที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้น
เมื่อมาถึงชายหนุ่มไม่พูดพร่ำทำเพลง ก่อนที่จะง้างกระบี่ฟันใส่เข้าไปในตัวอาคารของกิลด์นิวส์ “แรมที่ 2 จันทร์เสี้ยวผ่าดารา!!” คลื่นพลังที่ปล่อยออกมา ทำให้ตัวของตึกถูกผ่าครึ่งในทันที
ก่อนที่ชายหนุ่มจะตะโกน “เจ้าชาติชั่ว!! เจ้าจะออกมาดี ๆ หรือให้ข้าเข้าไปลากเจ้าออกมา , ข้าจะนับ 1 ถึง 10”
“หนึ่ง..สอง..สา” นับยังไม่ถึงสาม ก็มีผู้หนึ่งออกปากขานรับต่อมันในทันที “ขะ ข้ามาแล้ว” ผู้ที่เอ่ยปากออกมาท่าทางมันมีภูมิฐานนัก แต่ตอนนี้ร่างกายของมันสั่นเทาอย่างมาก
ซีว่างรีบพุ่งเข้าไปใช้มือบีบที่คอของเจ้านิวยอร์กทันที “ข้าและเจ้ามิได้มีความแค้นต่อกัน , ซ้ำยังมิเคยเจอหน้ากันด้วยซ้ำ , เหตุใดเจ้าถึงต้องเล่นงานข้าด้วย !!” ตอนนี้ซีว่าโมโหโกรธาอย่างมาก แรงที่บีบไปที่คอของชายหนุ่มนั้น แรงมากเสียจนเจ้านิวยอร์ก ได้แต่ไอออกมา ไม่สามารถพูดหรือตอบชายหนุ่มได้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นมันดิ้นทุรนทุราย ซีว่างจึงทุ่มมันลงกับพื้น ใช้ขาเตะเข้าท้องมันหนึ่งที จนมันกระเด็นไปชนกับกำแพงกิลด์ของมัน
เมื่อโดนทั้งบีบคอ,ทุ่มและเตะนั้น เจ้านิวยอร์กก็อาเจียนออกมาเป็นก้อนเลือด พร้อมสีหน้าที่อิดโรย
“ตอบมา !! , เพราะเหตุใด !!” ซีว่างก้าวเข้าไปเรื่อย ๆ พร้อมกับกล่าววาจาโดยโทสะที่พรั่งพรูออกมา
นิวยอร์กค่อย ๆ ลุกขึ้นมาคุกเข่าก่อนจะกุมมือตนเองแล้วเอาหัวโขกพื้น “ขอคุณชายโปรดอภัยต่อข้า..ข้าเพียงทำตามพวกมันสั่ง , หากข้าไม่ทำตาม..มันจะดักปล้นทำลายสิ่งของของข้าระหว่างทางที่ขนส่ง..”
“หาข้าไม่ทำเช่นนี้ , กิลด์ของข้าจะเกิดภัยพิบัติขึ้น” มันกล่าวออกมาโดยมีน้ำหูน้ำตาไหลออกมา
“เหอะ ๆ ..ภัยพิบัติมันมาเยือนตั้งแต่เจ้าขายพวกข้าให้แก่พวกมันแล้ว!!” ซีว่างกล่าวจบเตะเข้าไปที่หน้าของมันอีกครั้งหนึ่ง
ถึงจะโกรธขนาดไหน แต่ชายหนุ่มก็ยังมิลืมที่จะยั้งพลังของตอนเองไว้ หากลงมือจริง ๆ ซีว่างแค่เตะมันครั้งเดียว ก็ทำให้มันตายคาที่ได้ในทันที
“บอกมา , พวกมันลักพาตัวนางไปเพื่ออะไร!!” ซีว่างเดินเข้าไปใกล้ ๆ กล่าวเสียที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ใส่นิวยอร์ก
“เมีย , พวกมันให้ข้ารายงาน..ถ้ามีหญิงสาวผู้ใด..ที่หน้าตาดี , ให้ข้ารีบส่งข่าวต่อพวกมัน , พวกมันจะนำนางไปเป็นนางบำเรอ..” เจ้านิวยอร์กค่อย ๆ พูดออกมา เพราะตอนนี้ร่างกายมันบอบช้ำหนักหนา อีกซ้ำผู้ที่อยู่ตรงหน้านั้น น่ากลัวยิ่งกว่าผู้ใดที่มันเคยพบมาก่อน
แต่เมื่อซีว่างได้ยินสิ่งที่ เจ้านิวยอร์กกล่าวออกมา ก็เหมือนมีเส้นบางอย่างในหัวของชายหนุ่มขาดออกมา ทำให้มันหูอื้อไม่ฟังอะไรทั้งนั้น แล้วภาพตรงหน้าก็มืดดำลงไป พร้อมกับเสียงคำรามของซีว่าง " อ๊าาาาาาาาาาาาาา "...ผ่านไปไม่รู้นานเท่าใด ชายหนุ่มจึงได้สติขึ้นมา สิ่งที่อยู่ข้างหน้ามันตอนนี้คืออาคารหลังหนึ่งที่มอดไหม้พังยับเยินไม่เหลือชิ้นดี
ชายหนุ่มที่สติสัมปชัญญะขาดผึงลงไปจากสิ่งที่มันได้รับฟังนั้น เหมือนมีใครบางคนบังอาจแตะเกล็ดย้อนของซีว่าง จนทำให้มันสภาพเป็นเช่นนี้
รอบกายของมัน มีผู้คนรุมล้อมหน้าล้อมหลังกันมากมาย สายตาที่มองมายังชายหนุ่ม เหมือนสายตาที่มองสัตว์ประหลาดตนหนึ่ง
ก่อนที่ซีว่าง..มันมองไปที่กระจกหน้าต่างของบ้านหลังหนึ่ง ที่สะท้อนเงาของมันออกมา
ตอนนี้มันเหมือนปีศาจที่มีเลือดเต็มไปทั้งตัว สายตาดูโหดเหี้ยมยิ่งนัก กำลังหอบหายใจอย่างหนักหน่วง
‘ข้าทำอะไรลงไป...’ ชายหนุ่มรีบถอยออกจากที่ตรงนั้น ตรงกลับไปที่หอพักของตนเอง
พอกลับไปถึงก็พบกับซูจินยี่ยืนรออยู่..ชายหนุ่มจึงรีบเข้าไปหา
เมื่อซูจินยี่เห็นสภาพของซีว่าง มันมิได้กลัวเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่รู้สึกเห็นใจต่อชายหนุ่ม
“เจ้าขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิด” ชายชรามิได้กล่าวถามหรือมองชายหนุ่มด้วยสายตาแปลก ๆ เลยแม้แต่น้อย มันเพียงทำสายตาเช่นเดียวกับทุกครั้งที่มองชายหนุ่ม คือสายตาของความเป็นมิตร
ซีว่างมิได้กล่าวอะไรออกไป ก่อนจะทำตามที่ชายชรากล่าว
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ซีว่างจึงลงมาข้างล่างของหอพัก ชายหนุ่มก็สังเกตเห็นอาหารต่าง ๆ วางรออยู่
“ทานข้าวก่อน..” ชายชรากล่าวออกไปด้วยความอบอุ่น
“ข้าไม่หิว..” ซีว่างกล่าวออกไปด้วยเสียที่แหบแห้ง
“เจ้าจำเป็นต้องทาน...” ชายชรากล่าวก่อนจะตักข้าวให้ชายหนุ่มหนึ่งถ้วย “ทานเสร็จ..เราจึงมาหารือกันว่าจะช่วยนางออกมาอย่างไรกันดี..”
“แล้วถ้าหากไม่ทาน..แล้วเจ้าเกิดไม่มีแรงไปช่วยนาง , ครั้งนี้มันจะเป็นความผิดของเจ้า..แต่เพียงผู้เดียว..” ชายชรามองซีว่างด้วยสายตาจริงจัง
ก่อนที่ชายหนุ่มจะทำตามที่ชายชราบอก เริ่มตักข้าวลงท้องของตนเอง แต่มันก็กินได้เพียงนิดเดียวเท่านั้น ก่อนจะหยุดกินไป “ข้าอิ่มแล้ว”
“อย่างน้อยเจ้าก็ยังหาอาหารใส่ท้องของตนเอง” ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะทำสีหน้าจริงจัง " แล้วเราจะทำเช่นไรต่อ.."
ซีว่างจึงตอบคำถามด้วยสีหน้าที่จริงจัง " บุกกิลด์วิญญาณ "
“อย่างน้อยเจ้าก็ยังหาอาหารใส่ท้องของตนเอง” ชายชรากล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะทำสีหน้าจริงจัง