ตอนที่ 2 กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง (1)
สายลมพัดผ่านในค่ำคืนนี้ทำให้เหยียนจื่อม่อสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ เหมันตฤดูเป็ฤดูกาลที่นางหวาดหวั่นที่สุด เทียบกับเรือนมุงกระเบื้องของตระกูลจางคนอื่นๆ แล้ว เรือนน้อยซอมซ่อหลังนี้ของนางเพียงพอให้ซุกหัวนอนได้เท่านั้น จึงทำได้เพียงปล่อยให้ลมเหนือหนาวเย็นพัดกระทบร่างครั้งแล้วครั้งเล่า
ขณะกำลังนอนกระสับกระส่ายมิอาจข่มตาหลับ จู่ๆ ประตูถูกแง้มออกเสียงดังเอี๊ยด เมื่อเห็นร่างของคนผู้หนึ่งปรากฏชัดใต้แสงจันทร์ เหยียนจื่อม่อพลันตื่นตระหนกทันที ครั้นกำลังจะร้องะโ อีกฝ่ายก็เข้ามาปิดปากนางด้วยกำลังทั้งหมดพร้อมลูบไล้ไปทั่วผิวกายของนาง
“แม่หนูคนดี เ้าจะหาเื่ตายให้ข้าเอานะ ช้าเร็วร่างกายของเ้าต้องถูกผู้อื่นย่ำยีอยู่แล้ว มิสู้ยกให้ข้าดีกว่าตาเฒ่าใกล้ลงโรงผู้นั้น ข้าจะพาเ้าขึ้น์แน่นอน”
จางจิ่วจินว่าพลางแลบลิ้นน่าสะอิดสะเอียนโลมเลียใบหน้าของเหยียนจื่อม่อ มือยังลูบไล้บริเวณสะโพกของนาง จากนั้นฉีกทึ้งเสื้อคลุมเนื้อหยาบออก ดวงตาขุ่นมัวสะท้อนตัณหาแรงกล้า
“ยิ่งโตยิ่งเหมือนนางเซียน์ผู้นั้นจริงๆ กาลก่อนยายหนูสองคนนั้นก็ระวังข้าแจประหนึ่งข้าเป็หมาป่าเชียว สุดท้ายกระทั่งมือยังไม่ได้จับด้วยซ้ำ ยามนี้ดีนักได้พรากความบริสุทธิ์ของบุตรสาวนาง”
จางจิ่วจินยิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ ทว่าสายตาของเหยียนจื่อม่อกลับเย็นเยียบลงทุกขณะ นางย่อมรู้ดีว่านางเซียน์ที่เ้าเดรัจฉานนี่พูดถึงคือใคร หากมิใช่เพราะนางมีรูปลักษณ์เหมือนเจี่ยนซื่อ มารดาบังเกิดเกล้าของนางถึงเพียงนี้ คนตระกูลเหยียนคงไม่เร่งรุดมาช่วยหลังจากได้ข่าวนางเป็แน่
นางขยับถอยพลางคว้ากรรไกรที่ซ่อนไว้ใต้หมอนออกมา ก่อนจะแทงใส่เ้าชีวิตของเขาโดยไม่เปล่งวาจาสักคำ นี่เป็สิ่งที่นางอยากทำในชาติก่อน แต่น่าเสียดายที่ยามนั้นสถานะของคนทั้งสองห่างชั้นกันเกินไป ยามนี้ถือว่าได้เติมเต็มความปรารถนาแล้ว
“อ๊าก…นางเด็กนี่…”
จางจิ่วจินกุมเป้าแล้วทรุดตัวลงไปนอนกลิ้งเกลือกบนพื้น เหยียนจื่อม่อจัดเสื้อผ้าบนตัวขณะมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นเยือก ระหว่างที่นางจะเข้าไปแทงเพิ่มอีกสักสองแผล พลันเห็นกลุ่มคนพากันกรูเข้ามาทางประตูห้องพอดี
นางเม้มปากประหนึ่งเสียขวัญ คลุมผ้าห่มปิดบังร่างกายของตนพร้อมหยาดน้ำตาที่ค่อยๆ รินหลั่งเป็สาย “ท่านแม่ ม่อเอ๋อร์กลัว…ข้าไม่รู้…ฮือๆ ๆ…”
จางซื่อมองไปยังเ้าเฒ่าที่นอนกองอยู่บนพื้นสลับกับกรรไกรที่เพิ่งร่วงตกลงมา คราบโลหิตสีแดงจางๆ ทำให้สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนเล็กน้อย
“หยุดร้องเสียที เ้าคนน่าสมเพช”
จางซื่อสบถด่า เมินสายตากล้ำกลืนฝืนทนของเหยียนจื่อม่อแล้วเตะบั้นท้ายจางจิ่วจิน ก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟันเล็กน้อย “เ้าเฒ่าไร้ค่านี่ ยังทำตัวงามหน้าไม่พอหรือ”
“เจ็บ…เจ็บ…รีบไปตามหมอให้ข้าที” จางจิ่วจินคู้ตัวพลางกลิ้งบนพื้นไม่หยุด เสียงร้องแหลมสูงของเขาคล้ายเสียงโหยหวนของหมาป่า ฟังแล้วเสียดหูยิ่งนัก
“ฮึ รากชั่วนั่นพินาศไปเสียก็ดี ภายหน้าจะได้ไม่ทำร้ายผู้อื่นอีก”
จางซื่อว่าพลางชำเลืองมองบุตรชายทั้งสอง พวกเขามิกล้าสอดส่ายสายตาไปรอบๆ รีบตรงเข้ามาแบกร่างของบิดาบนพื้นออกไป เพียงแต่สีหน้าดูกระอักกระอ่วนกันอยู่ไม่น้อย
เมื่อเหลือกันเพียงสองคนในห้อง จางซื่อก็เดินเข้าไปตบหน้าเหยียนจื่อม่อสองฉาด “หากมิใช่เพราะเ้ายังขายได้ราคาดี ข้าคงกรีดหน้าเ้าไปแล้ว เ้ามันนางแพศยาน่าชังโดยแท้”
“ท่านแม่ ไม่ใช่ข้านะเ้าคะ…เขา…”
“หุบปาก เ้าเฒ่าไร้ค่านั่นเป็คนอย่างไร มีหรือที่ข้าจะยังไม่รู้”
จางซื่อถลึงตามองเหยียนจื่อม่อ นางไม่น่าหลงรูปโฉมเขาแต่แรกเลย ให้เ้าคนตาขาวจนเป็ที่โจษจันไปทั่วละแวกหมู่บ้านแต่งเข้ามาเช่นนี้ช่างน่าขายหน้านัก
“แต่งเข้าตระกูลเกาให้ข้าเสียดีๆ หาไม่แล้วเหล่าเหนียงจะขายเ้าให้ซ่องโสเภณี ส่วนท่านแม่ท่านพ่ออะไรนั่นของเ้าก็เลิกคิดถึงได้แล้ว เ้าหาพวกเขาไม่เจอหรอก”
จางซื่อพูดจบก็เหวี่ยงประตูเดินออกไป เหยียนจื่อม่อมองธรณีประตูแสนทรุดโทรม ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย มิใช่เพราะอยากได้เงินสินสอดของตนไปเป็สินสมรสให้จางซิ่วหรอกหรือ
...นางจะให้จางซิ่วได้แต่งงาน แต่งอย่างแจ่มจรัสเลยด้วย!
นับั้แ่จางจิ่วจินถูกเหยียนจื่อม่อแทง พวกผู้ชายในตระกูลจางเริ่มสำรวมสายตายามมองนางมากขึ้น แต่บุตรสาวคนสุดท้องอย่างจางซิ่วกลับยิ่งทำตัวหนักข้อ ไม่ว่าอะไรก็จิกกัดด่าทอและกล้ายกมาพูดทั้งหมด
ในวันนี้ หลังจากจางซิ่วรอเหยียนจื่อม่อปะชุนเสื้อผ้าข้าวของของตนเสร็จ นางก็คว้าเข็มมาทิ่มมือที่ถูกน้ำแข็งกัดของอีกฝ่าย เหยียนจื่อม่อขมวดคิ้ว แสร้งทำเป็ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น จางซิ่วเหลือบมองสีหน้าสงบนิ่งของนาง ก่อนสบถด่าสองสามคำแล้ววิ่งออกไป วาจานั้นคลับคล้ายจะปรามาสว่านางเป็คนชั้นต่ำ