หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 42 การเก็บเกี่ยวที่ชวนให้น่าสงสัย

    ตอนที่ 42 การเก็บเกี่ยวที่ชวนให้น่าสงสัย

     

    เมื่อป้าโจวได้สติกลับมาหลินหร่วนก็เก็บแซงหน้าไปมากแล้ว

     

    เพียงมินาน ตะกร้าของหลินหร่วนก็ถูกเติมจนเต็ม นางหยุดมือลงและเตรียมที่จะแบกข้าวโพดกลับบ้าน

     

    พอออกมาจากไร่ก็บังเอิญพบเจอกับชาวบ้านสองสามคนที่เดินผ่านมาหลินหร่วนรู้จักเป็นอย่างดี พวกเขาคือครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้านหลินเหล่าวาย

     

    ครอบครัวของหลินเหล่าวายก็อยู่ในตระกูลหลินเช่นเดียวกันตอนที่หลินหร่วนซ่อมแซมบ้านหลังเก่าในคราแรก ก็ได้สองสามีภรรยาหลินมาคอยช่วยดังนั้นหลินหร่วนจึงกล่าวทักทายออกไป

     

    “ลุงเหล่าวาย ป้าสะใภ้วันนี้พวกท่านก็มาหักข้าวโพดเหมือนกันหรือ ? ”

     

    หลินเหล่าวายกับภรรยาของเขายังมิทันได้เอ่ยอันใดนางเหยาสะใภ้ใหญ่ของพวกเขาที่ชอบเสียงดังจึงสอดปากขึ้นมา

     

    “อาหร่วน เช้าเพียงนี้มิทันไรก็ออกจากไร่แล้วหรือ? การเก็บเกี่ยวปีนี้จะเป็นเยี่ยงไรบ้างเล่า ? เฮ้อ...มิใช่ว่าข้าอยากต่อว่าหัวหน้าหมู่บ้านหรอกนะทว่าที่ดินผืนนี้ย่ำแย่ถึงเพียงนั้น เหตุใดพวกเขาถึงแบ่งให้พวกเจ้ากันเล่า ? ดูฝักข้าวโพดนี้สิอ่า...เหตุใดถึงใหญ่เพียงนี้กันนะ ! ”

     

    นางเหยาอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง นางคิดว่าตนเองนั้นมองผิดไปจึงก้าวออกมาข้างหน้าแล้วหยิบฝักข้าวโพดออกมาจากตะกร้า จากนั้นก็ใช้มือลองชั่งน้ำหนักข้าวโพด

     

    ยอดเยี่ยมยิ่ง ข้าวโพดนี่ช่างหนักเสียจริง

     

    ดังนั้นนางจึงลงมือลอกเปลือกข้าวโพดออกทำให้เห็นเมล็ดข้าวโพดสีเหลืองอร่ามที่อยู่ข้างใน เมล็ดอวบอิ่มเรียงไปจนถึงปลายฝัก

     

    นางเหยามิอยากจะเชื่อสายตา ดังนั้นนางจึงใส่ฝักเดิมลงไปในตะกร้าพร้อมกับหยิบฝักข้าวโพดที่มีขนาดพอ ๆ กันออกมาใหม่ มิใช่ว่านางมิอยากหยิบฝักเล็ก ๆออกมา ทว่าข้าวโพดทั้งตะกร้านี้มีขนาดเท่า ๆ กันหมดเลย

     

    นางลงมือปอกเปลือกข้าวโพดอีกครา เมล็ดข้าวโพดด้านในก็ยังคงเรียงแน่นไปจนถึงปลายฝักดังเดิม

     

    เมื่อลองปอกอีกคราก็ยังเป็นเช่นเดิม

     

    ครานี้มิได้มีเพียงนางเหยาเท่านั้นที่ตกอกตกใจ เพราะแม้แต่หลินเหล่าวายและคนอื่นๆ ต่างก็ตกตะลึงด้วยเช่นกัน

     

    นี่เป็นคราแรกที่พวกเข้าได้เห็นฝักข้าวโพดที่สมบูรณ์เพียงนี้

     

    บนถนนมีคนยืนอยู่สองสามคน และบัดนี้ยังเป็นเวลาที่ชาวบ้านจะออกมาทำไร่ทำนาพอดีดังนั้นจึงมีชาวบ้านเดินผ่านไปมาอยู่มิน้อย เพียงมินานก็มีชาวบ้านสองสามคนเข้ามาร่วมวง

     

    “ไอหยา ข้าวโพดนี่มันโตมาเยี่ยงไรกัน ? เหตุใดถึงสมบูรณ์เพียงนี้เล่า? ”

     

    “อาหร่วน ที่ดินของเจ้าแย่ถึงเพียงนั้น เหตุใดถึงปลูกข้าวโพดออกมาได้ดีเพียงนี้เล่า ? ข้าวโพดของเจ้าอุดมสมบูรณ์กว่าปลูกในที่ดินชั้นยอดเสียอีก! ”

     

    ทุกคนที่อยู่ตรงนั้น ต่างก็มีคำถามนี้อยู่ในใจ

     

    พวกเขาต่างก็เป็นชาวไร่ชาวนา ผู้ใดจะมิอยากให้พืชผลที่ตนเองปลูกได้ผลผลิตแย่กันเล่า?

     

    ดังนั้นพวกเขาจึงยืดคอยาวรอฟังกรรมวิธีจากหลินหร่วน

     

    หลินหร่วนเม้มปากแน่น จากนั้นก็เอ่ยออกมาว่า“ข้าก็มิทราบเช่นกันว่าเกิดอันใดขึ้น ปีก่อน ๆ ข้าวโพดที่ปลูกในที่ดินนี้ยาวมิถึงหนึ่งฝ่ามือด้วยซ้ำเมล็ดก็เล็กฝ่อ ผู้ใดจะทราบได้ว่าปีนี้มันจะเติบโตได้ดีเพียงนี้กันเล่า ? ”

     

    มันจะมิเติบโตอย่างงดงามได้เยี่ยงไร ? เพื่อให้ข้าวโพดเหล่านี้เติบโตขึ้นมา นางจึงลอบเข้าไปในไร่ข้าวโพดทุกคราที่ว่างต้องเทียวมาเทียวไปติดต่อกันหลายครา กว่าจะได้ข้าวโพดที่อุดมสมบูรณ์อย่างตอนนี้

     

    มิใช่ว่านางมิอยากทำทั้งหมดให้เสร็จภายในคราเดียวแต่เป็นเพราะว่าพลังของนางมีจำกัด ปริมาณข้าวโพดที่ควบคุมได้ในแต่ละคราก็มีจำกัดเช่นกันดังนั้นนางจึงต้องแบ่งทำเป็นรอบ ๆ ไป

     

    บางคนเห็นนางปฏิเสธที่จะบอก ในใจจึงเต็มไปด้วยความริษยา

     

    “นี่...อาหร่วน เจ้าทำแบบนี้มิถูกต้องนะพวกเราต่างก็อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน บุรุษในบ้านเจ้าก็มาจากตระกูลเดียวกันกับพวกเราเหตุใดถึงได้ตระหนี่ขี้เหนียวเพียงนี้เล่า ? ทุกคนถามถึงกรรมวิธีปลูกข้าวโพดของเจ้าทว่าเจ้ากลับปกปิดเอาไว้ มิยอมปริปากเอ่ย แบบนี้มันใช้ได้ที่ใดกัน ? ”

     

    หลินหร่วนหันหน้าไปมองตามเสียง อยู่ ๆก็รู้สึกสนุกขึ้นมา

     

    นี่มิใช่นางจางที่มีความสัมพันธ์อันดีกับหวังซื่อหรอกหรือ? พวกนางมีนิสัยเหมือนกันต่างก็ทำตัวเป็นแม่นางช่างสอน ทว่าจิตใจสกปรกเป็นพิษ ช่างเข้ากันได้ดีเสียจริงเหมาะสมแล้วที่พวกนางเป็นพวกเดียวกัน

     

    “แท้ที่จริงข้าก็มิได้มีประสบการณ์อันใดมากนักข้าวโพดที่เห็นนี่ เดิมทีท่านพ่อของข้าเป็นคนปลูกมันขึ้นมา ข้ากับอาหานเพียงแค่ช่วยเก็บเกี่ยวเท่านั้นท่านพ่อของข้าเป็นคนที่คอยดูแลมันอยู่ตลอด ดังนั้นข้าจึงมิทราบเช่นกันว่าเหตุใดการเก็บเกี่ยวของปีนี้ถึงได้ดีเช่นนี้บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าท่านพ่อของข้าดูแลมันดีก็เป็นได้”

     

    เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นจึงตอบสนองในทันใดที่ดินของตระกูลหลินมิใช่ว่าหลินจงเป็นผู้ดูแลหรอกหรือ แม้ว่าจะมีหลินหร่วนกับหลินหานคอยช่วยงานทว่าพวกเขาก็เป็นเพียงเด็ก ดังนั้นพวกเขาจะไปเข้าใจอันใดได้กัน ? ดังนั้นคนที่ทำการเพาะปลูกต้องเป็นหลินจงอย่างแน่นอน

     

    หลินจงที่เป็นคนซื่อสัตย์ โดยปกติพืชผลที่เขาปลูกก็มิได้แตกต่างไปจากคนอื่นๆ มากนัก ทว่าเหตุใดปีนี้ถึงเพาะปลูกออกมาได้ดีเพียงนี้เล่า ?

     

    เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขามีเคล็ดลับบางอย่าง ?

     

    อีกอย่างหากที่ดินระดับล่างได้ผลผลิตดีเพียงนี้แล้วถ้าเป็นที่ดินระดับกลางหรือระดับสูงเล่า ?

     

    ในใจของทุกคนต่างร้อนวูบวาบไปชั่วขณะ พวกเขาอยากจะเดินไปดูที่ดินอื่นๆ ของตระกูลหลินสักรอบ

     

    “อ่า...มิใช่สิ ! พวกเจ้าดูนั่นฝักข้าวโพดที่อยู่ในที่ดินของตระกูลหลินกับฝักข้าวโพดที่อยู่ในตะกร้าของหลินหร่วนมันมิเหมือนกัน”

     

    นางจางชี้ไปยังต้นข้าวโพดสองสามต้นที่ยังมิได้หักพร้อมกับตะโกนโหวกเหวกโวยวายออกมา

     

    “หลินหร่วน เจ้าอธิบายมาสิ มันเป็นเยี่ยงไรกันแน่? เหตุใดฝักข้าวโพดที่อยู่ในไร่ของเจ้ามันเล็กกว่าฝักข้าวโพดที่อยู่ในตะกร้าเล่า ? เจ้าคงมิได้ไปขโมยมาจากไร่ของผู้อื่นหรอกใช่หรือไม่? จุ๊ ๆ ๆ  คาดมิจริง ๆ ว่าเจ้าจะเป็นคนเช่นนี้พี่น้องทั้งหลาย ทุกคนรีบกลับไปดูที่ไร่ของตนเองสักหน่อยเถิด อย่าให้ข้าวโพดดี ๆของตนเองถูกขโมยไป จะมัวยืนทำตาริษยาอย่างโง่เง่าอยู่ตรงนี้ไปเพื่ออันใดกันเล่า”

     

    ทันทีที่ทุกคนได้ยินนางจางเอ่ยเช่นนั้น พวกเขาต่างก็หันไปมองไร่ของตระกูลหลินอยู่ ๆ ในสายตาของทุกคนก็เต็มไปด้วยความคับข้องใจ

     

    ทันใดนั้น ป้าโจวที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจึงลุกขึ้นมาจากพื้นพร้อมทั้งเท้าสะเอาด่า “จางชุ่ยฮวา เมื่อเช้าเจ้ากินของเน่ามาหรือเยี่ยงไรถึงได้พ่นไปทั่วเช่นนี้? เจ้าเห็นด้วยตาของตนเองหรือว่าอาหร่วนไปขโมยข้าวโพดในไร่ของผู้อื่นมา? ”

     

    นางจางที่มิชอบป้าโจวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงเรียกชื่อป้าโจวและตอกกลับไปทันใด

     

    “เฝิงกุ้ยจือ เจ้าน่ะสิกินของเน่า เรื่องนี้เกี่ยวอันใดกับเจ้าด้วยกัน? ดูท่าทางของเจ้าสิ คงมิได้ตามนางไปขโมยมาด้วยหรอกนะ? ”

     

    ป้าโจวโกรธจนต้องหยิบฝักข้าวโพดในตะกร้าออกมาทุบนางจางฝักข้าวโพดไปโดนขาของนางจางพอดิบพอดี

     

    ทว่านางจางมิใช่คนอ่อนแอไร้แรงต้านดังนั้นนางจึงสู้กลับไปในทันใด เพียงแต่นางเพิ่งจะออกจากบ้าน ตะกร้ายังคงว่างเปล่ามิมีข้าวโพดอยู่ข้างในเลยสักฝัก ดังนั้นนางจึงหันไปหยิบฝักข้าวโพดในตะกร้าของหลินหร่วนแทน

     

    แต่หลินหร่วนจะปล่อยให้นางทำสำเร็จได้เยี่ยงไร นางหมุนตัวหลบดังนั้นนางจางจึงพุ่งไปจับความว่างเปล่า

     

    นางจางมิยอมแพ้ นางหันร่างไปหักข้าวโพดในไร่ของตระกูลหลิน

     

    ในขณะที่นางกำลังยื่นมือออกไป หลินหร่วนได้คว้าข้อมือของนางเอาไว้

     

    นางจางพยายามอย่างหนักที่จะดึงมือกลับ ทว่ามิอาจหลุดพ้นไปจากหลินหร่วนได้ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงกัดฟันด่า “นางเด็กเหลือขอ ปล่อยข้าประเดี๋ยวนี้ ! ”

     

    ทันทีที่หลินหร่วนได้ยินคำว่า ‘นางเด็กเหลือขอ’สี่คำนี้ ใบหน้าน่าเกลียดของนางหวังก็พลันปรากฏขึ้นมาในศีรษะทันใดในความทรงจำของร่างเดิม หลายคราที่นางถูกโบย ล้วนมาจากการยุยงของนางจางทั้งสิ้น

     

    เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ หลินหร่วนจึงหรี่ตาลงทั้งยังออกแรงบีบเล็กน้อย

     

    “โอ้ย ! ”

     

    นางจางร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด นางพยายามสะบัดมือของหลินหร่วนออกแต่มิว่าจะสะบัดเยี่ยงไรก็มิอาจหลุดไปได้ ดังนั้นนางจึงกระโดดไปมาพร้อมกับกรีดร้องอยู่อย่างนั้น

     

    เมื่อสามีของนางจางหรือหลินเถี่ยเกินเห็นเข้า จึงรีบเข้ามาช่วยในทันใด“หลินหร่วน ปล่อยเมียข้าเสีย มิเช่นนั้นวันนี้ข้าจะตีเจ้าให้ตาย ! ”

     

    หลินเหล่าวายและภรรยากลัวว่าหลินหร่วนจะเจ็บตัวจึงรีบเข้าไปห้ามเขาเอาไว้“เถี่ยเกิน เจ้าจะทำอันใด ? อย่าเข้าไปยุ่งวุ่นวายเลยมาเถิด นั่นเป็นเรื่องของสตรี เจ้าเป็นบุรุษหากเข้าไปร่วมวงก็คงจะดูมิดี”

     

    หลินเถี่ยเกินมิใช่คนมีเหตุผล เมื่อเห็นว่าเมียของตนเดือดร้อนดังนั้นเขาจึงกัดฟันแน่น พร้อมทั้งผลักหลินเหล่าวายออกไป จากนั้นก็ยกกำปั้นพุ่งไปทางหลินหร่วน

     

     

     

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องหลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน