สงครามเทพราชัน ค่ายกลสยบทั่วหล้า!

    บทที่39 ค่ายกลภูตศักดิ์สิทธิ์กำราบมาร!

    บทที่39 ค่ายกลภูตศักดิ์สิทธิ์กำราบมาร!


    เฮยหยิ่งนำแก่นโลหิตรระดับ6-7จำนวนมากกว่าสองพันหลอดพร้อมกับระดับ8อีก20ออกมาจากแหวนมิติ,แก่นโลหิตลอยอยู่ทั่วท้องฟ้า

    "วิญญาณโลหิตอาละวาด!"

    "เพล้ง!" "เพล้ง!" "เพล้ง!" "เพล้ง!" "เพล้ง!" "เพล้ง!""เพล้ง!" "เพล้ง!"
    "เพล้ง!" "เพล้ง!""เพล้ง!" "เพล้ง!" "เพล้ง!" "เพล้ง!" "เพล้ง!" "เพล้ง!"

    หลอดที่บรรจุแก่นโลหิตทั้งหมดได้แตกออก,พร้อมกับแก่นโลหิตทั้งหมดได้ก่อตัวเป็นสัตว์สัตว์อสูรสีแดงพร้อมกับมีออร่าสีดำอยู่รอบตัว,รูปร่างแตกต่างกันออกไปตามแก่นโลหิตที่ใช้,มันเหมือนกับสัตว์อสูรทุกอย่างยกเว้นสีแดงเลือดของมันกับขนาดตัวที่เล็กลงอย่างมาก,มันมีความสูงตั้งแต่50เซนติเมตรไปถึง2เมตรเท่านั้น!

    "นี่ถือว่าเป็นของขวัญจากเล็กน้อยจากข้าก็แล้วกัน!"  เฮยหยิ่งกล่างจบก็บินหนีไปทันที!

    วิญญาณโลหิตอย่างนั้นหรือ?พวกมันที่เหลือรอดคงลอบหนีมาพร้อมกับผู้คนตอนนั้นสินะเฮ้อสงสัยแผนการฝึกพวกสาวน้อยคงต้องยกเลิกไปก่อนเสียแล้ว!

    "เฮ้อ.." เฟยอวี่คิดในใจพร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความไม่พอใจ

    หวังเหล่ยเองก็ได้บินตามเฮยหยิ่งไปติดๆ!

    "เฟยอวี่รับนี้ไป!" ไป๋ลี่เองก็โยนบางอย่างให้กับเฟยอวี่พร้อมกับไล่ตามเฮยหยิ่งไปเช่นกัน!

    เฟยอวี่รับของจากไป๋ลี่มาก็เผยรอยยิ้มออกมาพร้อมกับเริ่มวาดวงเวทย์ทันที!

    "บัดซบพวกสัตว์ประหลาดสีแดงนี้คือสิ่งใดกัน!" ผู้อาวุโสกล่าวที่ยืนข้างๆหลี่เฉียงกล่าวด้วยความปลาดใจ

    "จะเป็นตัวอะไรก็ชั่งมันรีบไปจัดการพวกมันหมด!" หลี่เฉียงกล่าวจบ,ผู้อาวุโสทั้งหมดก็พุ่งเข้าไปจัดการกับพวกวิญญาณโลหิตทันที

    "บัดซบ...แล้วทำไมพวกมันต้องมาสู้กันที่หอเลิศรสของข้าด้วย!"

    "เจ้าบ่นไปก็ไม่ได้อะรีบไปช่วยพวกผู้อาวุโสจัดการพวกสัตว์ประหลาดนั้นเถอะ"

    สองพี่น้องอ้วนผอมก็ได้ออกไปจัดการกับวิญญาณโลหิตด้วยอีกแรง

    "นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นกันแน่..ทำไมถึงได้มีสัตว์ประหลาดมากมายในเขตลูกศิษย์ชั้นใน?..พวกเรารีบไปช่วยกันจัดกันพวกมันเร็วเข้า!" จางลี่เองก็มาพร้อมกับพวกกลุ่มลูกศิษย์หญิง!

    แล้วยังมีลูกศิษย์ชั้นในรวมถึงลูกศิษย์ชั้นยอดเริ่มทยอยกันมากันมาเพื่มเรื่อยๆ!

    "เฟยอวี่นี้มันเกิดอะไรขึ้น" หม่าซินรุ่ยเพิ่งมาถึงก็ถามถามเฟยอวี่ พร้อมกับรั่วและลู่จื้อที่อยู่ข้างๆ

    "พวกเจ้ามาได้จังหวะพอดี.เจ้าพวกนี้เรียกว่าวิญญาณโลหิตมันไม่เก่งเท่าไหร่แต่ค่อนข้างจัดการยาก!....เออแล้วก็เจ้าตัวใหญ่สุดนั้นพลังอยู่ระดับ7ขั้นสูง,อย่าสู้กับมันจัดการพวกตัวเล็กลงมาก็พอกว่าข้ามีของดีอยู่ใช้ฆ่าพวกมันได้!"

    "รับนี้ไปมันใช้งานเหมือนกับยันต์โจมตีนั้นละ,แต่ว่ามันมีอาคมอยู่2อัน,ใช้อันแรกอย่าพลาดไปใช้อันที่2เล่ามันจะโดนตัวเจ้าเองด้วย!" เฟยอวี่นำระเบิดคริสตัลอสูรระดับ7ให้กับพวกสาวๆด้วยมือซ้าย,ในขณะที่มือขวายังคงวาดวงเวทย์อย่างรวดเร็ว

    "บัดซบทำไมพวกมันเยอะขนาดนี้แถมยังตายยากชะมัน!" โจวต้าหย่งกลาว

    "ต้องใช้พลังธาตุโจมตีมันได้ผลมากกว่า,การโจมตีด้วยพลังปราณเปล่าๆ!" โจวต้าเป่าตอบ

    .........
    ป่าแห่งหนึงนอกสำนักอินทรีย์ท่องนภา

    "ปัง!"
    "ปัง!"
    "ปัง!"
    "ปัง!"

    การปะทะกันระหว่างหวังเหล่ยกับเฮยหยิ่งทำให้เกิดเสียงดังออกมาอย่างต่อเนื่อง!

    "ผู้อาวุโสหวังท่านแข็งแกร่งจริงๆ,กษัตริย์สวรรค์ระดับ3ที่ข้าเคยเจอ,มีแต่คนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่เก่งขนาดนี้,ดูเหมือนวิชาที่ฝึกจะไม่ธรรมดา!" เฮยหยิ่งกล่าวชมหวังเหล่ย

    "เจ้าคงเป็นคนของนิกายเงาโลหิตสินะ!" หวังเหล่ยกล่าว

    "เจ้าเองก็รู้จักนิกายเงาโลหิตที่ยิ่งใหญ่ของข้า?" เฮยหยิ่งกล่าวด้วยสีหน้าปลาดใจเล็กน้อย

    "ก็แค่นิกายชั่วที่ถูกทำลายย่อยยับ,จนต้องหนีหัวซุกหัวซุน,แล้วแอบมาหลบอยู่ที่ดินแดนแห่งนี้,ยังกล้าใช้คำว่ายิ่งใหญ่!" ไป๋ลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

    ความจริงแล้วการกวาดล้างนิกายเงาโลหิตนั้นต้นเรื่องก็คือไป๋ลี่,เฟยอวี่ไม่ค่อนสนใจเรื่องความขัดแย้งต่างๆของพวกราชันแต่ละกลุ่มอยู่แล้ว,วันๆก็เอาแต่ศึกษาค้นคว้าวิชาค่ายกลจากคัมภีร์ลึกลับอย่างเดียว!

    ด้วยความสามารถที่แปลกปลาดของไป๋ลี่,เวลาที่เจอกับคนที่มีจิตใจชั่วร้ายนางจะเกิดความรู้สึกรังเกียจขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ,ยิ่งเวลาเจอกับนิกายเงาโลหิต,จิตใต้สำนึกของนางก็บอกกับนางว่าให้กำจัดเสียให้สิ้น!

    "นี่เจ้า...รู้ประวัติความเป็นมาของนิกายข้าด้วย!?" คราวนี้เฮยหยิ่งกล่าวด้วยความตกใจอย่างแท้จริง!

    ไป๋ลี่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปนางยังตงรวบรวมพลังปราณอยู่!


    ขณะเดียวกันหวังเหล่ยก็เริ่มโจมตีต่อทันที

    "เทพทรราชอาละวาด!"

    หวังเหล่ยมาโผล่ตรงหน้าเฮยหยิ่งในพริบตา พร้อมด้วยออร่าของหวังเหล่ยปะทุออกมามากกว่าเดิมถึง10เท่า!

    เฮยหยิ่งตกใจอย่างยิ่งกับพลังที่เพื่มขึ้นแบบเฉียบพลันของหวังเหล่ย,จึงรีบรวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อป้องกันแต่มันก็ช้าเกินไปอยู่ดี!

    "ปัง!"

    เฮยหยิ่งถูกหมัดขวาของหวังเหล่ยต่อยอย่างรุนแรงจนลอยออกไปไกลกว่า100เมตร!

    หวังเหล่ยหลังจากที่ต่อยเฮยหยิ่งจนลอยออกไปก็พุ่งตามซ้ำต่อทันที!
    "ปัง!"
    "ปัง!"
    "ปัง!"
    "ปัง!"
    "ปัง!"
    "ปัง!"
    "ตู้ม!"
    หวังเหล่ยต่อยเฮยหยิ่งอย่างไม่ยั้ง,จนร่วงลงไปที่พื้นพร้อมกับทำให้พื้นนั้นเกิดหลุมใหญ่ขึ้นมา

    ไป๋ลี่เมื่อเห็นหวังเหล่ยใช้เทพทรราชอาละวาด,ก็เลิกคิดที่จะโจมตีแล้วเปลี่ยนมาเฝ้าดูแทน

    ด้วยวิชาเทพทรราชอาละวาดนั้นคล้ายกับกายาหยกเทวะของลู่จื้อไม่น้อย,แต่มันจะเด่นในเรื่องโจมตีกับความเร็วมากกว่าป้องกัน,ต่างจากกายาหยกเทวะที่จะสมดุลทั้งโจมตีและป้องกัน

    หวังเหล่ยก็ตามเฮยหยิ่งลงไปด้านล่างแต่เมื่อเห็นว่าตอนนี้เฮยหยิ่งนั้นมีเลือดท่วมไปทั้งตัวพร้อมกับถือแผ่นยันต์บางย่างอยู่ในมือแล้วเปิดใช้งาน

    "ยันต์โจมตีระดับ9ขั้นกลาง" หวังเหล่ยพูดจบก็มีลำแสงดำขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่หวังเหล่ย

    "วิ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด!"

    "โล่ศักดิ์สิทธิ์เทพสวรรค์!"

    "ตู้ม!"

    โล่สีขาวนาดยักยักษ์โผล่ขึ้นมาป้องกันลำแสงสีดำให้กับหวังเหล่ย!

    ............................

    สำนักอินทรีย์ท่องนภา

    คนมากมายกำลังปะทะกับวิญญาณโลหิตด้วยความยากลำบาก,ไม่เว้นแม่แต่ผู้อาวุโสและเจ้าสำนักหลี่เฉียง!

    วิญญาณโลหิตนั้นตายอยากยากมาก!

    ตอนนี้มีลูกศิษย์บาดเจ็บแล้วมากมายถึงแม้ว่าวิญญาณโลหิตจะพลังแค่ระดับ6-7แต่จำนวนของมันกับมีมาก10เท่าเห็นจะได้!

    หลี่เฉียงกับพวกผู้อาวุโสต่อสู้อยู่กับวิญญาณโลหิตสูง2เมตร20ตัวมาแล้ว5นาที,แต่ฆ่าพวกมันไปได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น!


    หม่าซินรุ่ย,รั่วชิง,และลู่จื้อเองก็ได้ใช้ระเบิดคริสตัลอสูรที่เฟยอวี่ให้มา,จัดการกับพวกวิญญาณโลหิตไปได้แค่400-500ตัวเท่านั้น,เพราะเฟยอวี่ให้พวงนางมาเพียงแค่100อันเท่านั้น,แต่ที่ฆ่าก็เป็นพวกวิญญาณโลหิตที่สูงมากกว่า1เมตรทั้งสิ้น,ตอนนี้ทั้งสามสาวจึงต้องไปรวมกลุ่มกับพวกจางลี่กับสองพี่น้องอ้วนผอมเพื่อรับมือกับฝูงวิญญาณโลหิต!


    สถานการณ์เริ่มไม่สู้ดีแต่เฟยอวี่ก็วาดวงเวทย์เสร็จพอดี!

    เฟยอวี่นำของที่ไป๋ลี่ให้เขามา,เทใส่วงเวทย์ที่วาดเสร็จแล้ว,โดยที่วงเวทย์นั้นมีคริสตัลวิญญาณระดับสูงจำนวนมากวางอยู่ตามจุดต่างๆ

    "ค่ายกลภูตศักดิ์สิทธิ์กำราบมารเปิด!"

    วงเวทย์สูบพลังงานจากคริสตัลวิญญาณระดับสูงจำนวนมาก!,แล้วมันก็รวมตัวกันเป็นผู้หญิงสูง2เมตร!,มีปีกสีขาวขนาดใหญ่ที่ด้านหลังพร้อมกับสวมใส่ชุดสีทองทั้งตัว!,พร้อมกับถือหอกสีขาวที่มีลวดลายอักขระจำนวนมากอยู่,

    ดวงตาที่ปิดอยู่ของหญิงสาวที่มีปีกก็ได้เปิดขึ้น,พร้อมกับเริ่มบินเข้าไปโจมตีใส่พวกวิญญาณโลหิตทันที

    หญิงสาวคนนี้ก็คือสิ่งสำคัญที่ทำให้นิกายเงาโลหิตล่มสลาย,เป็นผลงานชิ้นเอกของเฟยอวี่เลยก็ว่าได้,มันคือภูตศักดิ์สิทธิ์กำราบมารที่เฟยอวี่สร้างขึ้นมาเพื่อจัดการกับวิญญาณโลหิตโดยเฉพาะ,แต่สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยสำหรับการทำให้ค่ายกลนี้เปิดใช้งานก็คือโลหิตของไป๋ลี่นั้นเอง!

    ภูตศักดิ์สิทธิ์นั้นไร้ซึ่งสติปัญญา,หน้าที่ของมันมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น,คือการทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่มีจิตชั่วร้าย!

    ภูตศักดิ์สิทธิ์นั้นใช้หอกในมือแทงใส่วิญญาณโลหิต,เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นวิญญาณโลหิตก็สลายหายไปทันที!

    หลังจากที่เฟยอวี่สร้างภูตศักดิ์สิทธิ์เสร็จแล้วก็เริ่มลงมือกำจัดวิญญาณโลหิตด้วยตัวเองเช่นกัน!


    "ผู้หญิงตัวใหญ่นั้นใครกัน?....ทำไมจึงมีปีกที่ด้านหลังด้วย!"

    "นั้นมัน...ช่างเก่งกาจยิ่งนักนางฆ่าสัตว์ประหลาดพวกนั้นอย่าง่ายดาย!"

    ลูกศิษย์ของสำนักอินทรีย์ท่องนภาต่างดีใจที่เห็นว่าสถานการณ์เริ่มดีขึ้นมาแล้ว!


    ลู่จื้อเองสู้ไปพลางก็คอยสังเกตเฟยอวี่ไปพลาง,นางจึงเห็นเหตุการทั้งหมด,นางอยากเห็นความสามารถที่แท้จริงของผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านายของนางมาตลอด,แล้วมันก็ไม่ได้ทำให้นางผิดหวัง!

    เฟยอวี่ในตอนนี้มีออร่าสีดำส่องแสงแวงแวววาวอยู่รอบตัวทำให้ชวนพิศวงอย่างยิ่ง,พร้อมกับพุ่งเข้าใส่วิญญาณโลหิต,พร้อมกับนำโลหิตของไป๋ลี่ที่เหลืออยู่อีกนิดหน่อยสร้างเป็นปราณมีดเล่มเล็กขึ้นมา!

    เฟยอวี่เปิดใช้งานเขตแดนจักรวาลรวมศูนย์,ทำให้แรงโน้มถ่วงของคนที่เข้ามาในเขตแดนจักรวาลรวมศูนย์นั้นเพื่มขึ้นอย่างมหาศาล!

    วิญญาณโลหิตที่เข้ามาหาเฟยอวี่ต่างหมอบลงกับพื้นให้เฟยอวี่จัดการอย่างง่ายดาย!

    เฟยอวี่จะเปิดใช้งานเขตแดนจักรวาลรวมศูนย์เพียงช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น,เพรามันสิ้นเปลืองพลังงานอย่างมาก!

    คล้ายกับเรื่องสงครามเทพราชัน ค่ายกลสยบทั่วหล้า! ที่คุณอ่าน