เรือนกาญจนา

    บทพิเศษ 2 Love Me Love My Cat (ตอนที่ 4 ความลับ)

    “คุณยศ เอ่อ คือ หนู หนูแค่มาทำสะอาดเท่านั้น ไม่ได้รู้ความลับใดๆ เลยนะคะ” ผ่องศรียังคงงง

    “ฉันไม่เชื่อ ฉันสั่งห้ามทุกคนเข้าห้องนี้ เธอเข้ามาได้ยังไง หรือว่าเธอตั้งใจขโมยของ” ยศสงสัย

    “ไม่นะคะ หนูไม่ได้ขโมย หนูตั้งใจเข้ามาทำความสะอาดจริงๆ หากคุณไม่ชอบให้ใครเข้ามา ต่อไปหนูจะไม่เข้ามาในห้องนี้อีก” ผ่องศรีกล่าว

    ผ่องศรีกำลังจะเดินออกไปจากห้อง แต่ถูกยศวินทร์จับแขนรั้งตัวเธอไว้

    “เธอรู้ความลับฉันแล้ว ฉันจะยอมปล่อยเธอไปได้ยังไง” ยศกล่าวเสียงแข็ง

    ในใจผ่องศรีคิดว่า “ความลับอะไร ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย” แต่ปากถามว่า “ความลับอะไรงั้นหรอคะ”

    ยศวินทร์ชี้ไปที่ฝาผนังห้อง “นั่นไง เธอเห็นตำตาขนาดนั้น ฉันจะปล่อยเธอไปได้ยังไง”

    ผ่องศรีมองไปที่ผนังห้องก็ต้องตกใจ เพราะเธอเพิ่งเห็นจริงๆ เธอมัวแต่มองหาหลักฐานกระปุกยาหรือซองยาต่างๆ ไม่ทันสนใจกับรูปที่ติดบนฝาผนังห้อง และรูปต่างๆ เหล่านั้นก็ทำให้ผ่องศรีถึงกับอึ้งและหลุดปากขึ้นมาทันที “นี่คุณเป็นเกย์งั้นหรอคะ คุณยศ”

    “อะไร นี่เธอเพิ่งเห็นงั้นหรอ” ยศแปลกใจ

    “แต่จะว่าไปคุณแต่งเป็นผู้หญิงแล้วสวยไม่แพ้คุณรัตน์เลยนะคะ” ผ่องศรีอดชมไม่ได้

    “จริงหรอ เอ้ย ไม่ใช่ เธออย่ามาทำเป็นเปลี่ยนเรื่อง ยังไงฉันก็จะไม่ยอมให้เธอเปิดเผยความลับฉันแน่นอน” ยศไม่ยอมปล่อยผ่าน

    “ปัจจุบันสังคมไทยยอมรับเพศที่สามมากขึ้นแล้วนะคะ ไม่เห็นจำเป็นต้องปกปิดเลย” ผ่องศรีกล่าว

    “แต่คุณลุงเป็นคนหัวโบราณ เขาต้องไม่ยอมรับฉันแน่ หากท่านรู้ ท่านอาจไล่ฉันออกจากงานก็เป็นได้” ยศกลัวคุณลุงสุทัศน์

    “ยังไงคุณก็เป็นถึงหลาน คุณลุงทำไม่ได้หรอกค่ะ เอาเป็นว่าหนูสัญญาว่าจะไม่บอกใครเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด เว้นเสียแต่คุณออกมายอมรับตัวเอง” ผ่องศรีกล่าวคำมั่น

    “เธอสัญญาแล้วนะ งั้นฉันยอมปล่อยเธอไปก็ได้” ยศยังหาเหตุผลไล่สาวใช้ออกไม่ได้

    “ค่ะ คุณยศ” ผ่องศรีเดินออกจากห้องนอนพร้อมยศวินทร์ แต่ทว่าต้องตกใจสุดขีดที่เปิดประตูออกมาก็เห็นใครบางคน

    “นี่นายทำอะไรกลางวันแสกๆ แบบนี้” ทรรศนัยมองเห็นคาตาว่าทั้งสองเดินออกมาจากห้องพร้อมกัน

    ยศวินทร์เก๊กแมนเต็มที่ “เปล่าเสียหน่อย พอดีห้องฉันสกปรก เลยเรียกให้สาวใช้คนใหม่มาทำความสะอาดให้” ยศไม่พูดเปล่าเขายังส่งซิกบอกผ่องศรีด้วย

    “เอ่อ ใช่ค่ะ หนูเพิ่งทำความสะอาดเสร็จเอง” ผ่องศรีรีบพูดแก้ตัว

    “แล้วทำไมต้องเข้าไปด้วยกันด้วยล่ะ” ทรรศนัยสงสัย

    “ก็ฉันกลัวว่าสาวใช้คนใหม่จะขโมยของมีค่าไปน่ะสิ ฉันเพิ่งรู้จักผ่องศรีไม่นาน ใครจะไปไว้ใจ” ยศรีบแก้ตัวเช่นกัน

    “ถ้าหากพวกคุณไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวไปทำงานต่อนะคะ เดี๋ยวคุณอิ่มจันทร์จะดุเอา” ผ่องศรีรีบตัดบท

    นายทรรศนัยที่กลับมาบ้านเพื่อเอาเอกสาร เขาเองก็รู้สึกไม่ไว้ใจสาวใช้คนใหม่เหมือนกัน เขาทำได้เพียงคอยจับตาดูบริวารคนใหม่เท่านั้น

    ****************************

    ตกกลางคืน รัตน์ใจร้อนรีบแอบเข้าไปในห้องพักของผ่องศรีเพื่อสอบถามความคืบหน้า

    “เป็นไงบ้างเพื่อน” รัตน์รีบถาม

    “ทุกคนในบ้านไม่มีอะไรน่าสงสัยเลย ดังนั้นฉันก็เลยคอยเก็บตัวอย่าง เช่น ดินในสวน หรือแม้กระทั่งแอบเจาะเลือดหนูแฮมสเตอร์ของคุณศรีพรรณ” ผ่องศรีรายงาน

    “เฮ้ย แล้วน้าฉันจับได้หรือเปล่า” รัตน์ตกใจ

    “ไม่หรอก คุณศรีพรรณออกไปข้างนอกเพื่อซื้ออาหารสำหรับหนูแฮมสเตอร์น่ะ” ผ่องศรีหาโอกาสเหมาะถึงดำเนินการ

    “แล้วเธอจะส่งตัวอย่างไปให้ห้องแล็บตรวจได้ยังไง” รัตน์สงสัย

    “ฉันให้เพื่อนที่สถาบันมารับตัวอย่างแล้ว คาดว่าคืนพรุ่งนี้คงรู้ผล” ผ่องศรีกล่าว

    “ยังไงก็ระวังตัวด้วยนะ”

    “ขอบใจมากนะรัตน์ ที่เธอยอมให้ความร่วมมือ”

    “ไหนๆ ก็มาแล้วขออุ้มคิริวหน่อยนะ น่ารักไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ ว่าแต่เธอห้ามปล่อยมันเพ่นพ่านข้างนอกเด็ดขาด มีหวังพี่ทรรศได้ไล่หวดมันแน่” รัตน์แอบกังวล

    “ลองมาทำกับลูกฉัน ฉันไม่ยอมหรอก คอยดูก็แล้วกัน” ผ่องศรีกล่าวเสียงแข็ง

    รัตน์แอบส่ายหน้าเมื่อเพื่อนทำตัวเหมือนแม่แมวหวงลูกแมวน้อย

    ****************************

    ก๊อกๆ ก๊อกๆ “ตื่นได้แล้ว ตื่นได้แล้ว ผ่องศรี” เสียงตะโกนของแม่บ้าน

    “ค่ะ คุณอิ่มจันทร์ มันเพิ่งตี 3 เองนะคะ” ผ่องศรีมองนาฬิกา

    “วันนี้เป็นวันไหว้ตรุษจีน พวกเราจะต้องรีบเตรียมของไหว้นะรู้มั้ย” แม่บ้านกล่าว

    “ห๊า ที่นี่มีเชื้อจีนด้วยหรอคะ” ผ่องศรีสงสัย

    “ใช่น่ะสิ รีบอาบน้ำ แล้วรีบไปทำงาน” แม่บ้านสั่ง

    ผ่องศรีรีบแต่งตัวแต่งหน้า ไม่เพียงเท่านั้นเธอก็ไม่ลืมเทอาหาร เติมน้ำ เติมทรายในกระบะทรายให้แมวใช้ขับถ่าย ก่อนออกจากห้องอย่างดี แต่ทว่าเธอดันลืมปิดประตูห้องนี่สิ

    ผ่องศรีมัวแต่ช่วยจัดอาหาร ขนม ผลไม้วางบนโต๊ะพิธี

    เจ้านายก็ค่อยๆ ทยอยออกจากห้องเพื่อเตรียมจุดธูปไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษ ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน สักพักคนสวนก็เดินมาจุดประทัดเพื่อเป็นเคล็ดในการขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ออกจากบ้าน

    หลังจุดประทัดเสร็จ ทุกคนก็ได้ยินเสียงอริของทรรศนัย “เหมียวๆ เหมียวๆ”

    ผ่องศรีหันไปตามเสียงที่คุ้นเคย และก็ต้องตกใจที่เห็นคิริวอยู่บนหลังคารถหรูของทรรศนัย “คิริว ทำอะไรบนนั้นลูก”

    “ไหนว่าเลี้ยงอยู่ในห้องไง” ทรรศนัยโกรธจัด

    “ช่วยพามันลงมาหน่อยนะคะ มันคงตกใจเสียงประทัด” ผ่องศรีรู้สึกผิดแต่ก็ทำท่าอ้อนวอน

    “เอ่อ เดี๋ยวผมไปนำมันลงมาให้ครับ” คนสวนกล่าว

    “ไม่เป็นไร ฉันตัวสูง เดี๋ยวฉันจับมันออกมาจากรถฉันเอง” ทรรศนัยเดินดุ่มๆ เข้าไป

    “คุณอย่าทำอะไรมันนะคะ” ผ่องศรีกล่าวเพราะกลัวคิริวโดนทำร้าย

    ทรรศนัยไม่ฟัง รีบเดินไปที่รถ หมายจะจับตัวแมวออกจากรถของเขา

    ผ่องศรีกลัวเจ้านายจะทำร้ายแมวตัวเอง ก็เลยรีบเดินตามไป

    ทรรศนัยรีบอุ้มแมวลงจากหลังคารถ และยิ่งเขามองเห็นรถมีรอยข่วน ก็ยิ่งทำให้เขาโกรธจัด

    คิริวตกใจที่เห็นคนแปลกหน้ามาอุ้มตัวเอง ก็ยิ่งทำให้มันดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของคนแปลกหน้า

    “อยู่นิ่งๆ เดี๋ยวก็ตกหรอก” ทรรศนัยตะคอก

    คิริวร้องเสียงขู่ฟ่อ และต่อมาก็ร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อมันตกไปบนพื้น

    “คุณทำอะไรแมวน่ะ เห็นมั้ยมันตกไปกระแทกบนพื้นเลย” ผ่องศรีเผลอหลุดปาก

    “นี่เธอมองไม่เห็นหรือว่ามันข่วนฉันเสียขนาดนี้ ฉันเลยเผลอทำมันหลุดมือต่างหาก” ทรรศนัยโชว์แขนให้สาวใช้ดู

    “ไม่จริง” ผ่องศรีพูดเพราะโกรธแทนคิริว

    รัตน์กลัวเรื่องบานปลาย เธอก็เลยรีบเข้าไปสั่งการ “ไม่เอาน่า ผ่องศรี เธอต้องรับผิดชอบแทนสัตว์เลี้ยงของเธอฐานทำให้เจ้านายเลือดตกยางออก เธอไปทำแผลให้คุณทรรศเดี๋ยวนี้”

    ผ่องศรีเสียงอ่อนลงเพราะเพื่อนเตือนสติว่าเธออยู่ในฐานะคนใช้ “ค่ะ คุณรัตน์”

    “ส่วนแมวตัวนี้ให้ฉันดูให้ก่อนก็แล้วกัน” รัตน์กล่าว

    “ค่ะ คุณรัตน์” ผ่องศรีจำต้องเดินตามคุณทรรศเข้าไปในห้องปฐมพยาบาล ในขณะที่ญาติผู้ใหญ่ท่านอื่นยังคงดำเนินพิธีไหว้ตรุษจีนต่อไป

    แม้ผ่องศรีจะโกรธแทนลูกชายสุดรักสุดหวง แต่พอเธอเห็นรอยข่วนที่แขนของเจ้านาย ที่มีเลือดออกซิบๆ มันจึงทำให้ผ่องศรีรู้สึกผิดแทน

    “เอ่อ คุณบาดเจ็บขนาดนี้ ฉันว่าคุณไปฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก ดีมั้ยคะ” ผ่องศรีกล่าวด้วยความเป็นห่วง

    “นั่นสิ ฉันว่าฉันควรไปฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้ามากกว่า” ทรรศนัยเริ่มแขยง

    “คิริวไปฉีดวัคซีนมาแล้วค่ะ” ผ่องศรีเริ่มโกรธอีก

    “ฉันไม่เชื่อเธอหรอก” ทรรศนัยกล่าวด้วยสายตาดูถูก

    ผ่องศรีเม้มปาก แต่ก็ต้องอดทนทำแผลให้เจ้านายต่อไป “เสร็จแล้วค่ะ”

    “ต่อไปดูแลมันให้ดี ไม่งั้นฉันจะไล่ออกทั้งคนทั้งแมว” ทรรศนัยขู่

    “ทราบแล้วค่ะ”

    อิ่มจันทร์เข้ามาในห้องปฐมพยาบาลเพื่อรายงาน “คุณอันน่ามาขอพบค่ะ เห็นเธอบอกว่าจะคุยเรื่องถ่ายแบบชุดเครื่องเพชร เธอรออยู่ที่ห้องรับแขกแล้วค่ะ”

    “ขอบคุณมากครับป้าอิ่มจันทร์” ทรรศนัยรีบเดินออกไปจากห้องทันที

    ผ่องศรีเลยจำต้องไปทำงานบ้านต่อ

    ****************************

    ตกกลางคืน รัตน์แอบไปที่ห้องของผ่องศรีเพื่อฟังข่าวคราวอีก

    “ฉันขอโทษนะ แต่ฉันไม่อยากให้พี่ทรรศสงสัย” รัตน์รู้สึกผิดที่พูดสั่งเพื่อน

    “ฉันสิต้องขอบคุณ ฉันเองก็ลืมตัว และต้องขอโทษเรื่องคิริว ฉันลืมปิดประตูห้องพัก” ผ่องศรีเองก็รู้สึกผิดเช่นกัน

    “ต่อไปเธอต้องระวังตัวมากกว่านี้นะ ว่าแต่เรื่องผลตรวจไปถึงไหนแล้ว” รัตน์รีบเปลี่ยนเรื่อง

    “ตรวจไม่พบสารตะกั่วเลยสักนิด” ผ่องศรีเผย

    “อย่างน้อยก็ตัดข้อสงสัยไปได้อีกไง” รัตน์พูดในแง่ดี

    “ในเมื่อสิ่งแวดล้อมในบ้านเธอไม่มีสารตะกั่ว นั่นหมายความว่า คงมีคนจงใจวางยาเสียมากกว่า” ผ่องศรีคาดการณ์

    “ใครกันที่กล้าคิดชั่วได้ถึงขนาดนี้” รัตน์สงสัย

    “มันเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์หรือมรดกอะไรหรือเปล่า” ผ่องศรีพยายามหาแรงจูงใจ

    “ไม่น่าเป็นไปได้ ในเมื่อคุณย่าใหญ่แบ่งสมบัติอย่างยุติธรรม” รัตน์ไม่เชื่อว่าจะเป็นเรื่องนี้

    “ถ้าเช่นนั้นอาจเป็นคนภายนอก คงต้องสังเกตในกล้องวงจรปิดเพื่อดูว่าใครเข้าออกบ้านหลังนี้บ้าง” ผ่องศรีเปลี่ยนเป้าหมาย

    “คงต้องเป็นเช่นนั้น ยังไงก็ขอบใจมากนะเพื่อน ที่ช่วยสืบอย่างเต็มที่” รัตน์ซึ้ง

    “ฉันไม่อยากให้เธอเป็นเหยื่อคนต่อไปจริงๆ นะรัตน์” ผ่องศรีแอบกลัว

    “ฉันจะระมัดระวังตัวก็แล้วกัน” รัตน์ทำได้แค่นั้นจริงๆ

    “ตอนนี้เธอรีบไปเถอะ เดี๋ยวมีคนสงสัย” ผ่องศรีกล่าวเพราะรู้ว่าพี่ทรรศนัยชอบจับผิดเธอ

    รัตน์จึงเดินออกไปจากห้องนอนสาวใช้ทันที ส่วนผ่องศรีก็เลยใช้สเปรย์แชมพูอาบน้ำแห้งฉีดเพื่ออาบน้ำให้คิริว

    ****************************

    วันต่อมา ผ่องศรีได้ทำงานบ้าน ซักผ้า และรดน้ำ จนกระทั่งเธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอลืมเทอาหารให้คิริว ดังนั้นเธอจึงรีบเก็บสายยาง เดินไปปิดก๊อกน้ำ และกลับไปที่ห้องพัก พอเปิดประตูห้องเท่านั้นแหละ มีหนูตัวเล็กพุ่งตัวออกมาจากห้องนอนของเธอ โดยมีคิริวติดตามอยู่ไม่ห่าง

    “เดี๋ยว คิริว คิริว จะไปไหน” ผ่องศรีตะโกนเรียกแมว และวิ่งตาม แต่ตามไม่ทัน คิริววิ่งตามหนูไปไกลเสียแล้ว เธอจึงเดินออกตามหาคิริวเสียทั่วบริเวณบ้านเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง จนกระทั่งแม่บ้านเดินมาเรียก

    “เอ่อ คือ เดี๋ยวจะรีบกลับไปทำงานเดี๋ยวนี้ค่ะ” ผ่องศรีกล่าว

    “ไม่ต้องแล้วผ่องศรี เธอรีบไปที่ห้องนอนคุณทรรศนัยด่วนเลยนะ” แม่บ้านสั่ง

    “มีอะไรหรือเปล่าคะ” ผ่องศรีสงสัย

    “ไปดูเองเถอะ ผ่องศรี” แม่บ้านไม่อยากพูดมาก

    ผ่องศรีรีบเดินไปที่ห้องนอนคุณทรรศนัย ซึ่งในขณะนี้ห้องของเขาเปิดประตูรอรับอยู่ เธอจึงชะเง้อเข้าไปดู ก็พบว่าห้องเละเทะไม่เหลือชิ้นดี

    “มันเกิดอะไรขึ้นคะ คุณทรรศ” ผ่องศรีรีบถามเจ้านายที่นั่งรอเธออยู่ในห้องนั้น

    “ถามแมวเธอดูสิ” ทรรศนัยพูดเสียงแข็ง

    ผ่องศรีมองตามที่เจ้านายชี้ ก็เห็นคิริวถูกขังอยู่ในตะกร้าผ้า

    “คิริว” ผ่องศรีกำลังจะเดินเข้าไปรับแมวตัวเอง แต่ถูกเจ้านายขวางไว้

    “เดี๋ยว เธอจะรับผิดชอบยังไง ไหนว่าขังแมวไว้ที่ห้องไง” ทรรศนัยกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

    “ขอโทษจริงๆ ค่ะ คุณทรรศ เดี๋ยวฉันจัดเก็บห้องให้ค่ะ” ผ่องศรีกล่าว

    “มันต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่เรื่องที่มันทำให้ต้นไม้ที่คุณอาศรีพรรณเสียหายแบบนี้ แถมยังกระโจนไปที่ลูกแก้วหิมะที่เป็นของดูต่างหน้าแม่ฉันแตกเสียหายอีก” ทรรศนัยโกรธจนหูแดง

    “หนูขอโทษจริงๆ ค่ะ มันคงมีค่ามาก ต่อให้หนูมีเงินก็คงชดใช้ไม่ได้ แต่อย่าไล่หนูออกเลยนะคะ” ผ่องศรียอมคุกเข่าขอร้อง เพราะเรื่องที่สืบยังไปไม่ถึงไหนเลย เธอยังออกไปจากบ้านหลังนี้ไม่ได้จริงๆ

    “ฉันจะให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้าย หากแมวเธอยังก่อเรื่องอีก ฉันคงจำเป็นต้องไล่เธอออกนะ” ทรรศนัยยื่นคำขาด

    “ขอบคุณค่ะคุณทรรศ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ” ผ่องศรีกล่าวด้วยความดีใจ เธอจึงรีบอุ้มคิริวกลับไปที่ห้องพัก พร้อมกับรีบเทอาหาร เติมน้ำ ก่อนออกไปเพื่อกลับไปทำความสะอาดห้องของเจ้านาย

    ณ ห้องของทรรศนัย

    ผ่องศรีเก็บกวาดห้องจนสะอาด แต่ที่สะดุดตาเธอก็คือ ต้นไม้ที่กระถางแตกกระจายนั้นมีหนูนอนตายอยู่ข้างๆ เธอสำรวจหนูจนทั่วก็ไม่เห็นร่องรอยกัดของคิริวเลย ดังนั้นผ่องศรีจึงแอบสวมถุงมือและหยิบซากหนูเก็บใส่ถุง ไม่เพียงเท่านั้นยังเก็บซากต้นไม้เพื่อนำไปตรวจด้วย เพราะเห็นลำต้นมีร่องรอยหนูแทะ

    เมื่อทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อย เธอก็หันไปเห็นกรอบรูป ในนั้นเป็นรูปหมู่สมัยเธออยู่มัธยมปลาย ภาพถ่ายที่หน้าบ้านของรัตน์ มีตัวเธอและทรรศนัยยืนอยู่ตรงกลาง ในขณะที่ยศและรัตน์ยืนประกบอยู่ริมทั้งสองด้าน แต่พอนึกถึงคืนวันรับปริญญาของทรรศนัย ทำให้ผ่องศรีรีบเบือนหน้าไปทางอื่น และรีบออกไปจากห้องของเขา กลัวเขาหาว่าเป็นขโมยอีก ในใจสาวใช้คิดว่า “จบเรื่องนี้ พวกเราคงไม่มีวันเจอกันอีกแน่นอนค่ะ คุณทรรศนัย”

    คล้ายกับเรื่องเรือนกาญจนา ที่คุณอ่าน