คุยกับซีซวนเสร็จ จ้าวหยางจื่อนำวัตถุดิบทำอาหารในวันพรุ่งนี้เก็บเข้าไปในมิติย่อย แม้ในนั้นเวลาจะเดินตามปกติ ทว่าวัตถุดิบที่ถูกอาบไปด้วยพลังปราณนั้นจะทำให้การเน่าเสียข้าลง
เก็บวัตถุดิบเสร็จจ้าวหยางจื่อก็หันไปมองอีกทางด้านหนึ่งว่าซีห่าวล้างถ้วยชามเสร็จหรือยัง เห็นว่าเสร็จแล้วเขาก็พูดขึ้นกับทั้งสองคนว่า
“ยังคงมีแสงสว่าง ก่อนจะไปอาบน้ำและเข้านอน พวกเราไปจัดการกำแปลงผักกันเถอะ”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ”
หลังจากนั้นจ้าวหยางจื่อก็นำสองคู่แฝดเข้าไปในมิติย่อย อีกทั้งกำชับด้วยว่าให้ทั้งสองคนคอยปลูกผักที่เขาส่งเข้าไปในนั้นด้วยว่าปลูกที่แปลงไหน
ทว่าพอจ้าวหยางจื่อเดินออกมาจากเรือน เขาก็พบกับภาพอุจาดตาตรงหน้า
เป็นม้าตัวผู้ที่กำลังยื่นจมูกของมันไปสูดดมส่วนต่างๆ ของม้าตัวเมีย แววตาของมันดูลามกเป็นอย่างมาก ปากของเลื่อนขึ้นเลื่อนลงจนเห็นฟันอย่างน่าเกลียด สูดดมเสร็จมันก็ร้องออกมาอย่างพึงพอใจ
ขณะเดียวกันม้าตัวเมียก็เชิดหน้าหนีอย่างนึกรังเกียจ มันทะนงตนอย่างมากไม่ชายตามองม้าตัวแม้แต่เสี้ยวเดียว พอม้าตัวผู้เข้าสู่ระยะทำการทีไร มันก็ใช้ขาหลังอันแข็งแกร่งถีบเข้าให้ทุกที จนม้าตัวผู้กระเด็นไปไกล
ไอ้เจ้าม้าตัวผู้ก็ไม่รู้สึกเข็ดหลาบ รู้ทั้งรู้ว่าตนเองสู้ไม่ได้ก็ยังไปก่อกวนม้าตัวเมียอย่างไม่ลดละ ช่างโง่เขลานัก ช่างเป็นการจีบหญิงที่ไม่มีชั้นเชิง ทำเช่นนี้มีแต่ฝ่ายหญิงจะนึกรังเกียจ
ไกลออกไปด้านหลังของพวกม้า แม่หมูกำลังใช้กีบท้าวหน้าของมันบดบังสายตาผู้เป็นลูกสาว เพื่อไม่ให้ลูกสาวของมันมองเห็นความอุบาทว์ตรงหน้า พลางพร่ำสอนว่าเป็นตัวเมียควรรักนวลสงวนตัว
ทว่าข้างๆ กันพ่อหมูคอยจับตาดูอย่างใกล้ชิด คอยร้องอู๊ดๆ ส่งเสียงเชียร์ให้ม้าตัวผู้พยายามเข้า ลูกตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก มันเคยใช้แผนการนี้มาแล้ว
ทันใดนั้นก็ราวกับผึ้งแตกรัง เมื่อม้าทั้งสองตัวสังเกตเห็นว่าจ้าวหยางจื่อกำลังยืนมองดูพวกมันอย่างนึกสนใจ ผ่านไปนานกว่าม้าตัวผู้จะสงบนิ่งได้
“พยายามเข้าล่ะเจ้าม้าขี้แพ้!” พูดจบจ้าวหยางจื่อก็นำหญ้าจากมิติย่อยออกมาให้ม้าตัวผู้หนึ่งกำมือ
“เจ้าก็ตัวดี สมยอมหน่อยจะเป็นไรไป แล้วเมื่อไหร่ข้าจะได้ลูกของพวกเจ้าเสียที!” จ้าวหยางจื่อนำหญ้ามาให้ม้าตัวเมียอีกหนึ่งกำมือเช่นกัน เขามองม้าทั้งสองตัวเป็นสหาย จึงไม่บังคับขืนใจพวกมัน
ได้ฟังคำพูดจองจ้าวหยางจื่อ ม้าตัวผู้ก็ผงกศีรษะรัวๆ มันเห็นด้วยกับคำพูดของจ้าวหยางจื่ออย่างยิ่ง มันเฝ้ารอวันที่ม้าติดสัดไม่ไหวแล้ว!
ขณะเดียวกันหลังจากฟังคำพูดของจ้าวหยางจื่อ แม้ม้าตัวเมียจะสงบนิ่ง ทว่าแววตาของมันแสดงถึงความไม่ยินยอมออกมาอย่างชัดเจน
ทันใดนั้นม้าตัวผู้ก็นำหญ้าที่จ้าวหยางจื่อมาให้ม้าตัวเมียแทบทั้งหมด เหลือไว้กินเองแค่ยอดเดียวพลางร้องฮี้ๆ อย่างมีเลศนัย
สังเกตเห็นเช่นนั้นจ้าวหยางจื่อก็ส่ายหัว การกระทำช่างโง่เขลา ม้าตัวเมียย่อมไม่มองมันเช่นเดิม ทว่าม้าตัวเมียก็ไม่ปฏิเสธน้ำใจของม้าตัวผู้ พลางกินหญ้าอย่างเอร็ดอร่อย
ม้าตัวผู้เห็นว่าม้าตัวเมียกินหญ้าที่มันนำไปให้ก็รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก พอมันกินหญ้ายอดสุดท้ายเข้าไป น้ำตาของมันก็ไหลพราก พลางเสียดายหญ้าเหล่านั้นขึ้นมาทันที
จะเสียดายตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว เพราะหญ้าเหล่านั้นม้าตัวเมียใช้เท้าป้องเอาไว้อย่างหวงแหน ไม่มีทางคืนแก่มันอย่างแน่นอน
..
จ้าวหยางจื่อให้อาหารม้าเสร็จแล้ว เขานำหญ้าให้กับพังพอนขาว จากนั้นก็นำผักกาดขาวยักษ์หนึ่งใบ หั่นชิ้นเท่ากันสามชิ้นให้กับพวกหมูสามตัว ซึ่งไก่น้อยทั้งสองตัวไปแย่งอาหารของหมูตัวผู้เช่นเดิม
จ้าวหยางจื่อตรงไปที่แปลงผัก เขาขุดผักขึ้นมาแล้วส่งเข้าไปในมิติย่อย ให้ซีซวนกับซีห่าวช่วยกันปลูกในนั้นอีกทอดหนึ่ง
การที่นำผักไปปลูกในนั้นก็ดีเหมือนกัน เพราะไม่ต้องกังวลว่ามันจะตาย แถมยังไม่ต้องรดน้ำให้เปลืองแรงอีกด้วย ที่สำคัญกว่านั้นถ้านำผักที่ปลูกในมิติย่อยมาทำอาหาร รสชาติคงดีขึ้นมากแน่
เพียงแค่คิด น้ำลายของเขาก็ไหลออกมาแล้ว
เจี๊ยว! แจร๊ว!
แกว๊ก!
เจี๊ยว! แจร๊ว!
แกว๊ก!
ทันใดนั้นเสียงนกร้องบนท้องฟ้าก็ดึงดูดความสนใจจ้าวหยางจื่อ เสียงหนึ่งร้องสุดเสียงราวกับตกอยู่ในช่วงความเป็นความตาย อีกเสียงหนึ่งร้องราวกับอยู่ท่ามกลางความหิวโหย
จ้าวหยางจื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ปรากฏว่าเป็นเสียงของนกเอี้ยงหงอนกำลังถูกไล่ล่าโดยเหยี่ยวป่าตัวใหญ่ เห็นเช่นนั้นจ้าวหยางจื่อทิ้งสิ่งที่กระทำทันใด พุ่งเข้าไปปลดเชือกม้าตัวเมียออกจากเสา
“เร็ว! ตามพวกมันไป!”
ม้าตัวเมียที่กลืนหญ้ายอดสุดท้ายได้ก็รีบเร่งตามคำสั่ง
โชคดีที่นกเอี้ยงหลบหนีออกมาจากป่า ถ้าพวกมันบินเข้าป่าจ้าวหยางจื่อคงไม่กล้าตามไป
จ้าวหยางจื่อควบม้าวิ่งอย่างรวดเร็ว ผ่านหมู่บ้านตระกูลหาน พลางเงยหน้ามองบนท้องฟ้าอย่างไม่ละสายตา เขาไม่ได้บังคับมาแต่อย่างใด เพราะเขาไว้ใจม้าเต็มร้อย
เมื่อจ้าวหยางจื่อควบม้าผ่านหมู่บ้านทิ้งเพียงฝุ่นควันไว้ทางด้านหลัง พวกชาวบ้านก็มองเขาด้วยความสงสัย พอพวกเขาสังเกตเห็นม้าตัวที่จ้าวหยางจื่อกำลังวิ่งอยู่ ก็พากันแตกตื่น
“ม้าตัวนั้นเส้นเอ็นฉีกขาดไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงได้วิ่งเร็วเช่นนี้? อีกครั้งยังงดงามขึ้นด้วย!”
“ตระกูลหานโชคร้าย พวกเขาโดนเจ้าเด็กคนนั้นเอาเปรียบอีกแล้ว!”
“ไม่มีทาง! ม้าตัวนั้นได้รับบาดเจ็บจริง ตาข้ามองไม่มีทางพลาด! แล้วทำไมม้าตัวนั่นถึงวิ่งได้เร็วเช่นนี้!”
"ใช่ วันนั้นข้าเห็นเส้นเอ็นฉีกขาดกับตา!"
..
จ้าวหยางจื่อไม่สนใจพวกชาวบ้านนัก เขาตามนกคู่นั้นไปไม่ลดละ
หนึ่งก้านธูปผ่านไป เมื่อมีถึงทุ่งหญ้าแห้งโล่งเตียนในฤดูร้อน ลมบนท้องฟ้าก็ฟาดผ่านทันใด! นกเอี้ยงที่โดนลมโต้ก็พลันแน่นิ่ง ไม่คิดจะต้านกระแสลม เตรียมจะหันหลังกลับ
แต่ทันใดนั้นเองเหยี่ยวป่าก็ตามมาทัน เล็บอันแหลมคมของมันจิกเข้าไปที่นกเอี้ยงทันที
แจ๊ว!!!!
ร่างของนกเอียงเสียการทรงตัวร่วงหล่นจากบนท้องฟ้าอย่างกระเสือกกระสน
เหยี่ยวป่ากางปีกกว้างตั้งหลักได้ พลันหันหัวลงมาตามนกเอียงหงอนด้วยความเร็วสูง เวลานี้มันสนใจเพียงนกเอี้ยง ไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าด้านล่างมีสิ่งใดอยู่ คิดเพียงว่านกเอี้ยงให้ได้ก่อนที่จะตกถึงพื้น
ขณะเดียวกันจ้าวหยางจื่อก็กระโดดสวนขึ้นไปบนหลังม้า เมื่อมือของเขาสัมผัสกับนกเอี้ยงหงอน ร่างของมันก็หายวับไปในทันที
เหยี่ยวป่าเห็นเหยื่อของมันหายไปต่อหน้าต่อตาเหลือเพียงท่อนเนื้อห้าแฉก ก็สับสนมึนงงอยู่ชั่วขณะหนึ่ง
ระหว่างที่ลดการระวังตัวอยู่นั่นเอง ร่างของมันก็โดนมือข้างขั้นสัมผัสตรงจะงอยปาก ลืมตาขึ้นอีกทีมันก็มาอยู่ที่ที่มันไม่คุ้นเคย
พอจัดการทุกอย่างเสร็จ จ้าวหยางจื่อก็เดินทางกลับเรือนอย่างเร่งรีบ ตอนนี้แสงสว่างเหลือน้อยลงทุกที เขาต้องไปจัดการแปลงผักให้เสร็จ แม้เวลานี้เขาจะเต็มไปด้วยความดีใจอย่างมากก็ตาม
โดยไม่รู้ตัวว่าตนเองกลับไปถึงหมู่บ้านตระกูลหาน เขาก็กำลังจะพบเจอเข้ากับฝูงชนที่กำลังดักรอเขาอยู่..
ขณะเดียวกันภายในมิติย่อย เมื่อซีซวนมองเห็นนกที่เพิ่งถูกส่งเข้ามา แววตาของนางก็เปล่งประกายดุจดวงดาวยามค่ำคืน
“อาหารสำรอง!!!”
สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็นกำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
ช่วยกดติดตาม กดแชร์ให้เพื่อนๆ อ่าน จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งของคนเขียนครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel