ผ่านไปไม่นานเงาร่างที่สะบักสะบอมทั้งสามเงาก็ได้กระโดดเข้าไปในถ้ำพร้อมๆ กัน
เย่เฉินชำเลืองมองไปยังทั้งสามคนจึงพบว่าทั้งสามคนนี้ก็ไม่มีอะไรดีไปกว่ากันเลยหนึ่งในนั้นมีคนหนึ่งที่มีดวงตาเขียวช้ำเหมือนหมีแพนด้า ใบหน้าบวมช้ำโดยเฉพาะฮั่วเถิง ที่มีใบหน้าบิดเบี้ยวไปทั้งใบหน้า
ถ้าจะว่าไปพวกเขาก็เป็นคนใจนักเลงมีคุณธรรมหากไม่ได้พวกเขาคอยกระโดดเข้ามาสร้างความวุ่นวายข้างหลังให้บางทีก็อาจจะเป็นเรื่องยากที่เขาจะฝ่าวงล้อมที่แน่นหนาของพวกฉีหยางไปได้
“เจ้ากำลังทำอะไรน่ะ!” เมื่อเห็นเย่เฉินกำลังควบคุมอัคคีเทวะ ทั้งสามคนต่างก็ห้อมล้อมเข้ามาด้วยความสงสัย
“ผลึกเหล็กลึกลับ”เซี่ยอวิ๋นเป็นผู้มีประสบการณ์และความรู้กว้างขวางเห็นเพียงครั้งเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าหินผลึกส่องแสงที่ลอยอยู่กลางอากาศคือสิ่งใดดวงตาทั้งสองของเขาก็เปล่งประกายทันที
“นี่คือน้ำนมวิญญาณเสวี่ยเจินใช่ไหม?” เมื่อฮั่วเถิงได้เห็นน้ำนมวิญญาณที่ลอยอยู่กลางอากาศดวงตากลมโตของเขาก็เปล่งประกายทันที
“ให้ตายเถอะสิ่งที่เห็นทองอร่ามอยู่นี่คือเส้นไหมทองคำไม่ใช่หรือ!” ดวงตาเล็กๆ ของเจ้าหมีสองจ้องมองไปยังเส้นไหมสีทองที่สุกอร่ามราวกับว่ารู้จักมันดี เขาจ้องมองมันอย่างจดจ่อ
ในสายตาของทั้งสามคนมีขอบเขตจำกัดและรู้จักเพียงสิ่งของสามสิ่งนี้ ส่วนวัสดุที่เหลือ พวกเขาล้วนแต่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“แล้วเจ้าไปเอาของมีค่าพวกนี้มาจากไหน”ในที่สุดทั้งสามคนก็มองไปยังเย่เฉินโดยพร้อมเพรียงกัน
“ซื้อมาสิ”เมื่อพูดถึงตรงนี้ เย่เฉินก็รู้สึกเจ็บปวดทันที “รวมแล้วก็จ่ายไปมากกว่าหนึ่งล้าน ส่วนมากก็มาจากการไปปล้นที่ป่าร้างถ้าไม่อย่างนั้นข้าก็คงจะไม่ยากจนน่าสงสารเช่นนี้?”
“หนึ่ง...หนึ่งล้านกว่า”เมื่อได้ยินตัวเลขนี้ พวกเซี่ยอวิ๋นทั้งสามคนต่างตาเบิกโพลง และกลืนน้ำลายไปทีละคน
“อย่าไปพูดถึงมันเลย”เย่เฉินหันหน้ามาและมองไปยังทั้งสามคน “คงได้ยินกันแล้ว! ฉีหยางไปตามศิษย์แท้จริงมาเพิ่มอีกหนึ่งคนนี่มันเป็นการตั้งใจกำจัดพวกเราให้สิ้นซาก นี่คือภูเขาด้านหลังแม้ว่าพวกเขาจะกำจัดพวกเราไปได้ ก็ไม่ต้องเกรงกลัวการลงโทษของสำนักหากยังถูกขังไว้ที่ภูเขาด้านหลังแห่งนี้ ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องถูกจับได้อยู่ดี”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้ากำลังหมายถึง...”ทั้งสามคนต่างมองมายังเย่เฉิน
“ข้ามีวิธีจะพาพวกเจ้าออกไป”เย่เฉินกล่าว “แต่ข้าจำเป็นต้องใช้เวลา ในเวลานี้ข้าไม่ต้องการให้ใครมารบกวน”
“เรื่องนี้ง่ายมาก”เซี่ยอวิ๋นตบหน้าอกตัวเอง “ปล่อยให้พวกข้าจัดการเถอะ”
พูดจบทั้งสามคนก็กระโดดออกจากถ้ำไปพร้อมๆ กัน
หลังจากทั้งสามคนออกไปเย่เฉินก็สูดหายใจเข้าลึกๆ และเพิ่มกำลังของอัคคีเทวะจากนั้นก็ทำการหลอมวัสดุล้ำค่าที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศเข้าไปในร่างกายของจื่อซวนและเขาสามารถรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของจื่อซวนได้อย่างชัดเจน
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆบรรยากาศภายนอกเงียบสงัด
ส่วนจื่อซวนที่กำลังนอนราบอยู่บนก้อนหินได้ถูกแสงศักดิ์สิทธิ์ปกคลุมไปทั่วทั้งร่างเย่เฉินทำตามขั้นตอนในบันทึกการหลอมหุ่นเชิดเขาใช้ผลึกเหล็กลึกลับหลอมออกมาเป็นกระดูกในร่างกายผลึกเหล็กลึกลับที่แข็งแกร่งกว่าเหล็กลึกลับ จัดว่าเป็นวัสดุที่ดีที่สุดในการนำมาหลอมเป็นกระดูกของหุ่นเชิด
ขั้นตอนต่อไปเป็นการหล่อหลอมเส้นลมปราณ
เย่เฉินใช้เอ็นวัวเถื่อนมาสร้างเส้นลมปราณในร่างกายของจื่อซวนเมื่อวัสดุทั้งสองอย่างนี้รวมเข้าด้วยกัน จึงทำให้มีความยืดหยุ่นสูงและยากที่จะถูกตัดให้ขาดออกจากกัน
จากนั้นก็ตามด้วยน้ำนมวิญญาณเสวี่ยเจินเมื่อถูกหลอมเข้าสู่ร่างกายของจื่อซวนก็จะผ่านเข้าสู่กระดูกและเส้นลมปราณของจื่อซวน
ไม่นานเย่เฉินก็ได้นำวัสดุล้ำค่ากว่าสิบชนิดหลอมเข้าสู่ร่างกายของจื่อซวนแม้แต่แขนที่ขาดหายไปของจื่อซวนก็กลับคืนมาดังเดิม
ในตอนนี้ร่างกายของจื่อซวนได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ร่างกายของหญิงงามได้ถูกปกคลุมไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์และทุกส่วนของร่างกายล้วนเปล่งแสงสว่าง เต็มไปด้วยแสงอันแวววับ
“เอ๊ะ? มีถ้ำอยู่ที่นี่ด้วยหรือ” ขณะที่เย่เฉินกำลังหล่อหลอมร่างกายของจื่อซวนก็มีเสียงดังเข้ามาจากด้านนอก
“บ้าเอ๊ยหาเจอจนได้” ทันใดนั้น ก็ตามมาด้วยเสียงตะโกนร้องอย่างหมาป่าของพวกเจ้าหมีสอง
ตูม!
ปัง!
ทันใดนั้นมีเสียงระเบิดดังขึ้นที่ด้านนอกถ้ำ ศิษย์สำนักในได้ตามมาเจอที่นี่แล้วและได้ถูกพวกเซี่ยอวิ๋นที่ซ่อนตัวอยู่หน้าปากถ้ำโผล่ออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัวภายในเวลาเพียงชั่วครู่ศิษย์สำนักในเหล่านั้นก็ต่างล้มลง
“ทำได้ดีแต่เวลาลงมือช่วยเบาเสียงลงหน่อยได้ไหม” เย่เฉินพูดเบาๆ“หากดึงดูดฉีหยางเข้ามาอีกคน คงจะไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ”
“นี่แล้วเจ้าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน” เจ้าหมีสองอดไม่ได้ที่จะต้องถามออกไป “เมื่อกี้นี้ก็แค่พวกนักเลงตัวเล็กๆนะ พวกเรายังพอรับมือไหว หากพวกฉีหยางมาถึงที่นี่ละก็ พวกเราคงจะขวางไม่อยู่แน่”
“หนึ่งชั่วยาม”เย่เฉินตอบออกไปขณะควบคุมอัคคีเทวะ
วัสดุล้ำค่าจำนวนมากได้รับการหลอมรวมเข้าไปในร่างกายของจื่อซวนจากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการประทับยันต์วิญญาณลึกลับและยันต์รวมวิญญาณลงไปบนร่างกายของนางเมื่อเป็นเช่นนี้ก็สามารถเพิ่มพละกำลังความแข็งแกร่งของนางให้เป็นหุ่นเชิดระดับลึกลับได้
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ต้องรีบสักหน่อยข้ามีความรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไร” เซี่ยอวิ๋นพูดเบาๆทั้งสามคนจึงเข้าไปซ่อนตัวในพุ่มหญ้ารกอีกครั้ง หากมีคนเข้ามา พวกเขาก็สามารถจะช่วยเย่เฉินขัดขวางไว้ได้
ค่ำคืนอันยาวนานภูเขาด้านหลังของสำนักในเต็มไปด้วยความเงียบสงบ
ในผืนป่าอันรกชัฏฉีหยางมองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าบึ้งตึง เพราะหวังว่าจะพบเงาร่างของเย่เฉิน
ด้านข้างของเขามีชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังโบกพัดอย่างสบายๆและบางครั้งก็เหลือบไปมองหยอกล้อกับฉีหยางเขาคือหยางปินศิษย์ลำดับที่เจ็ดในบรรดาศิษย์แท้จริงทั้งเก้าแห่งสำนักเหิงเยว่
“ศิษย์น้องฉีภูเขาด้านหลังของสำนักในจะว่าใหญ่ก็ไม่ใหญ่ จะว่าเล็กก็ไม่เล็กหากจะมาตามหาแบบที่พวกเจ้ากำลังทำอยู่ ต่อให้ตามหาจนฟ้าสว่างพวกเจ้าก็ไม่มีทางหาเจอหรอก!” หยางปินยิ้มอย่างเงียบๆ พูดออกไปอย่างส่งๆและพูดถึงการจับตัวเย่เฉินที่ว่าไม่ได้ง่ายอย่างที่ใจคิด
“หยางปินข้าใช้เงินถึงสามหมื่นหินวิญญาณเพื่อเชิญเจ้ามาแต่ไม่ได้เชิญมาเพื่อให้เจ้ามาพูดจาไร้สาระ” ฉีหยางมองไปยังใบหน้าของหยางปินด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เมื่อหยางปินได้ยินดังนั้นเขาไม่โกรธเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่พูดเย้าหยอก“ฉีหยางศิษย์แท้จริงลำดับที่แปดของสำนักเหิงเยว่ เหตุใดกลายเป็นคนเหลือทนเช่นนี้คนตั้งมากมาย ยังไม่สามารถจับตัวคนระดับขั้นรวมพลังคนเดียวได้หากเรื่องนี้แพร่ออกไปจะไม่เป็นที่ขำขันของผู้อื่นหรอกหรือ”
“นี่เจ้ากำลังดูแคลนข้าอยู่หรือ?” แสงเย็นวาบปรากฏขึ้นในดวงตาของฉีหยาง สีหน้าของเขาก็ยิ่งดูบึ้งตึงมากขึ้น
“ข้าจะพูดดูแคลนเจ้าไปเพื่ออะไรสิ่งที่ข้าพูดออกไปล้วนเป็นความจริงทั้งนั้น” หยางปินโบกพัดเบาๆ และหันไปมองฉีหยางกระตุกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ขึ้นตรงมุมปากของเขา “เพิ่มอีกสองหมื่นหินวิญญาณข้าจะช่วยให้เจ้าหาเขาจนพบ”
“เจ้ามีวิธีหาเขาให้พบหรือ?” ฉีหยางชำเลืองมองหยางปิน
“สองหมื่นหินวิญญาณข้าก็บอกเจ้าได้เลยว่าเขาซ่อนอยู่ที่ไหน”
เมื่อได้ยินดังนี้ฉีหยางก็หัวเราะเยาะหยางปิน “เจ้ารู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าเขาซ่อนอยู่ที่ไหน”
“จะพูดอย่างนั้นก็ได้”
“แล้วทำไมเจ้าไม่บอกตั้งแต่แรก”ฉีหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาหากไม่ใช่เพราะเขาต้องการจัดการเย่เฉินให้เร็วที่สุดเขาก็คงจะไม่ยอมจ่ายเงินตั้งมากมายเพื่อเชิญตัวหยางปินมาแน่นอนตอนนี้หยางปินกำลังเล่นตุกติกกับเขา เพียงเพื่อต้องการผลประโยชน์ที่มากขึ้น ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกกลั่นแกล้งจึงทำให้สีหน้าของฉีหยางในตอนนี้ก็เย็นชามากขึ้นเรื่อยๆ
“ก็แค่สองหมื่นหินวิญญาณเท่านั้นเองคุณชายของตระกูลฉีแห่งหนานเจียง คงจะไม่ขี้เหนียวขนาดนั้นหรอกนะ!” หยางปินเพียงแต่ยกมุมปากขึ้นยิ้มเล็กน้อยให้กับคำตำหนิของฉีหยาง
ฉีหยางสูดหายใจเข้าลึกๆและหลังจากนั้นเขาก็ระงับความโกรธในใจเอาไว้ พลางหยิบถุงเก็บของออกมา “หยางปินข้าประเมินเจ้าต่ำไปจริงๆ นี่ สองหมื่นหินวิญญาณแล้วบอกที่ซ่อนของเย่เฉินให้กับข้า”
“มันต้องอย่างนี้สิคุยง่ายดี” หยางปินรับถุงเก็บของเอาไว้จากนั้นเขาก็หยิบจานเข็มทิศโบราณออกมาจากแขนเสื้อ
เข็มทิศนั้นมีความโบราณมากพอควรเลยทีเดียวดูเหมือนจะผ่านความปรวนแปรมาอย่างชัดเจนอีกทั้งยังมีอักขระยันต์ที่อ่านไม่ออกถูกสลักไว้อยู่ด้านบน ซึ่งจานเข็มทิศชิ้นนี้ทำให้ฉีหยางต้องหรี่ตาลง มีแสงกะพริบผ่านดวงตาของเขา “แผ่นจานดาวเหนือ”
“ดูเหมือนว่าศิษย์น้องฉีจะรู้จักแผ่นจานดาวเหนือชิ้นนี้”หยางปินหยอกล้อออกไปพลางใช้มืออีกข้างที่เหลือทำมุทราด้วยมือข้างเดียว
“นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะมีของวิเศษเช่นนี้อยู่ในมือด้วย”ฉีหยางพูดออกมาอย่างดูมีความหมาย
“ศิษย์น้องก็กล่าวเกินไป”หยางปินยิ้มอย่างขี้เล่น จากนั้นก็ชี้นิ้วไปยังจานเข็มทิศชิ้นนั้น
เวิง!
ทันใดนั้นจานเข็มทิศก็ส่งเสียงออกมาพร้อมแรงสั่นสะเทือน ดวงดาวเจ็ดดวงที่อยู่บนนั้นก็ส่องแสงสว่างอย่างพร้อมเพรียงกันจากนั้นก็มีลำแสงศักดิ์สิทธิ์พุ่งออกมาจากบนนั้นมันควบรวมกลายเป็นม่านแสงขึ้นตรงหน้าของทั้งสองคนและภาพเหตุการณ์ในม่านแสงที่ปรากฏออกมา คือภาพเหตุการณ์ที่ภูเขาด้านหลังของสำนักใน
เมื่อมองผ่านม่านแสงนั้นออกไปสามารถมองเห็นสถานที่ทุกแห่งของภูเขาด้านหลังได้ชัดเจนแม้แต่เงาร่างของศิษย์สำนักในที่กำลังมองหาเย่เฉินอยู่ก็ชัดเจนอย่างมาก
“เจ็ดดาราประจำตำแหน่งจานเข็มทิศเริ่มค้นหา” และได้ยินแค่คำพูดไม่กี่คำของหยางปิน
ไม่นานม่านแสงนั้นก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วสุดท้ายก็เผยให้เห็นภาพถ้ำที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขา ปากถ้ำถูกปิดไปด้วยหญ้ารกและในพุ่มหญ้าที่รกนั้น มีเงาร่างของมนุษย์สามเงาที่กำลังซ่อนตัวอีกสามคน
“พวกของเซี่ยอวิ๋น”ฉีหยางแค่เห็นเงาร่างทั้งสามเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเงาร่างคือเซี่ยอวิ๋นฮั่วเถิงและเจ้าหมีสอง
“เย่เฉินก็อยู่ในถ้ำแห่งนั้น”หยางปินชี้นิ้วไปยังภาพของถ้ำกลางภูเขาที่อยู่บนม่านแสง
“ครั้งนี้ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะหนีอย่างไรได้อีก”เมื่อรู้ที่ซ่อนตัวของเย่เฉินแล้ว ฉีหยางก็เดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆยันต์ถ่ายทอดเสียงที่เอวก็ส่องแสงสว่างขึ้น “ทุกคนถ้ำกลางภูเขาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ระยะทางแปดสิบจ้าง เย่เฉินซ่อนตัวอยู่ที่นั่น”
“เย่เฉินข้าอยากจะลองดูนัก เจ้าจะรับมือได้ยากแค่ไหน” หยางปินยิ้มเบาๆ อยู่ด้านหลังเรียกเก็บแผ่นจานดาวเหนือ และเดินตามฉีหยางไปอย่างไม่เร่งรีบ