เทพยุทธ์หลอมภพ สยบหมื่นวิถี

    ตอนที่ 45 : โทสะแห่งสายเลือด และการฝ่าทะลวงมิติสวรรค์

    ตอนที่ 45 : โทสะแห่งสายเลือด และการฝ่าทะลวงมิติสวรรค์

    คำว่า 'นักโทษกบฏที่ถูกสังหารเมื่อสิบห้าปีก่อน' ประดุจหอกน้ำแข็งที่พุ่งทะลวงตอกตรึงเข้าที่กลางขั้วหัวใจของอวิ๋นเซียว โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนไปชั่วขณะ เสียงพายุคลั่งภายนอกวิหารและเสียงหอบหายใจของพันซานล้วนเลือนหายไปจากโสตประสาท เหลือเพียงเสียงสะท้อนของประโยคนั้นที่ดังก้องกังวานซ้ำแล้วซ้ำเล่าในห้วงวิญญาณ

    สิบห้าปี... คือช่วงเวลาเดียวกับที่เขาถูกนำตัวมาทิ้งไว้ที่ตระกูลอวิ๋นสาขาเมืองเมฆาคล้อย!

    ร่างของเด็กหนุ่มสั่นสะท้านมิใช่เพราะความหวาดกลัว ทว่ามันคือความโกรธาที่เดือดพล่านจนแทบจะเผาผลาญสติสัมปชัญญะให้มอดไหม้ นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เพิ่งสงบลงพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต เส้นเลือดบริเวณขมับปูดโปนจนเห็นได้ชัด ปราณสีทองประกายเงินที่เพิ่งหลอมรวมจากร่างหมายเลขศูนย์ทะลักทลายออกมาจากจุดตันเถียนอย่างบ้าคลั่ง

    "เจ้าพูดว่ากระไรนะ..." อวิ๋นเซียวเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเย็นเยียบจนสั่นสะท้านไปถึงวิญญาณ "คนผู้นั้น... บิดาของข้า... เจ้าทำสิ่งใดกับเขา!"

    บุรุษในชุดไหมฟ้าบรรพกาลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสีเงินวาวโรจน์ของมันฉายแววประหลาดใจระคนสมเพช "โอ้? ที่แท้เศษขยะที่ถูกแยกออกจากการทดลอง ก็คือบุตรชายของกบฏสวรรค์ 'อวิ๋นเทียนหมิง' หรอกหรือ? ช่างน่าขันยิ่งนัก... ในตอนที่ข้าบดขยี้กระดูกสันหลังของบิดาเจ้า เขายังคงตะโกนก้องว่าบุตรชายของเขาจะกลับมาทวงหนี้แค้น... ทว่าดูสภาพเจ้าในยามนี้สิ เป็นเพียงมดปลวกในขอบเขตหลอมรวมปราณที่เพิ่งตะเกียกตะกายขึ้นสู่ระดับก่อกำเนิด ช่างน่าผิดหวังเสียจริง"

    "หุบปาก!!"

    อวิ๋นเซียวแผดเสียงคำรามลั่นวิหาร ความแค้นที่อัดอั้นมาทั้งชีวิตระเบิดออกดุจภูเขาไฟ ชายหนุ่มเพิกเฉยต่อความห่างชั้นของระดับพลัง เพิกเฉยต่อร่างกายที่บอบช้ำ เขากระทืบเท้าลงบนพื้นศิลาจนแตกเป็นใยแมงมุม ร่างพุ่งทะยานแหวกอากาศเข้าหาบุรุษปริศนาประดุจลูกเกาทัณฑ์ที่หลุดจากแหล่ง!

    "เคล็ดวิชากายาหลอมมังกร... หมัดทะลวงนภา!!"

    ปราณหลอมภพสีทองประกายเงินห่อหุ้มหมัดขวาของเขาจนแปรสภาพคล้ายกรงเล็บมังกรบรรพกาล พลังทำลายล้างที่ผสานระหว่างความแค้นและสายเลือดบริสุทธิ์รุนแรงจนทำให้อากาศรอบด้านเกิดเสียงระเบิดปะทุต่อเนื่อง

    ทว่าบุรุษในชุดไหมฟ้ากลับนั่งขัดสมาธิอยู่ที่เดิมอย่างไร้การป้องกัน มันเพียงแค่ยกนิ้วชี้ขวาขึ้นมาเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า ทว่ารวดเร็วดั่งเงาพราย

    เปรี้ยงงง!!

    หมัดกรงเล็บมังกรของอวิ๋นเซียวปะทะเข้ากับปลายนิ้วของอีกฝ่ายอย่างจัง ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับมิใช่การปะทะที่สูสี พลังปราณอันมหาศาลของอวิ๋นเซียวคล้ายพุ่งชนเข้ากับภูผาเหล็กกล้าแห่งสวรรค์ แรงสะท้อนกลับอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งทะลวงผ่านท่อนแขนขวาของเขาจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ ผิวหนังปริแตกจนโลหิตสาดกระเซ็น ร่างของเด็กหนุ่มลอยละลิ่วปลิวกลับหลังไปกระแทกกับเสาหินอย่างรุนแรง

    "แค่ก... อั่ก..." อวิ๋นเซียวทรุดลงกองกับพื้น กระอักเลือดคำโตออกมา ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านไปทั่วร่าง ทว่าดวงตาของเขายังคงจ้องเขม็งไปที่ศัตรูอย่างเคียดแค้น

    "ระดับก่อกำเนิดขั้นสมบูรณ์แบบ... นับว่าไม่เลวสำหรับเศษซาก ทว่าต่อหน้าข้า 'ผู้ตรวจการมิติ' แห่งทวีปศูนย์กลาง พลังของเจ้ามันก็แค่สายลมรำเพย" บุรุษชุดไหมฟ้าเอ่ยเสียงเรียบ มันสะบัดนิ้วเบาๆ คลื่นพลังสีเงินรูปร่างคล้ายเสี้ยวจันทร์ก็พุ่งทะยานตัดอากาศ หมายจะบั่นคอของอวิ๋นเซียวให้ขาดสะบั้นในคราเดียว

    "ศิษย์พี่!" พันซานคำรามลั่น ร่างท้วมพุ่งพรวดเข้ามาขวางหน้าอวิ๋นเซียว สองมือกระแทกพื้นวิหาร รีดเร้นปราณธาตุดินทั้งหมดที่มีสร้าง 'กำแพงศิลาผาเหล็ก' ขึ้นมาขวางกั้นคลื่นพลังนั้นไว้

    ตูมมม!!

    กำแพงศิลาแหลกละเอียดเป็นผุยผงในพริบตา คลื่นจันทร์เสี้ยวสีเงินทะลวงผ่านทะลุเกราะคุ้มกายของพันซาน บาดลึกเข้าที่หน้าอกของสหายร่างท้วมจนเลือดพุ่งกระฉูด พันซานล้มกลิ้งไปกับพื้น สติสัมปชัญญะเลือนรางลงทุกขณะ

    "พันซาน!!" อวิ๋นเซียวตื่นตระหนกสุดขีด เขารีบตะเกียกตะกายเข้าไปประคองร่างสหาย ความโกรธแค้นในใจถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาอันน่าสะพรึงกลัว เขารู้ตัวแล้วว่า... หากดันทุรังต่อสู้ที่นี่ พวกเขาทั้งสองต้องตายสถานเดียว!

    ศัตรูเบื้องหน้าแข็งแกร่งเกินไป มันมิใช่เพียงระดับวิญญาณยุทธ์ ทว่ากลิ่นอายของมันก้าวล้ำไปถึง 'ระดับราชันยุทธ์' อันสูงส่ง! การที่มันนั่งขัดสมาธิอยู่บนค่ายกล เป็นเพราะร่างนี้คือ 'ร่างแยกจิตวิญญาณ' ที่ถูกส่งมาควบคุมประตูมิติเท่านั้น ทว่าเพียงร่างแยกก็เพียงพอจะบดขยี้เขาได้ดั่งมดปลวก

    "ข้าต้องพาพันซานหนี... ข้าต้องรอดไปสืบหาความจริงที่ทวีปศูนย์กลางให้ได้!"

    อวิ๋นเซียวกัดฟันกรอด สมองประมวลผลดุจสายฟ้าแลบ สายตาของเขากวาดมองไปยังค่ายกลโบราณที่สลักอยู่ใต้ร่างของบุรุษชุดไหมฟ้า อักขระเวทเหล่านั้นซับซ้อนทว่ากลับมีจุดหนึ่งที่คล้ายคลึงกับพลังของ 'กระจกเงาหลอมวิญญาณ' ที่เขาเพิ่งทำลายไป

    ไม่มีเวลาให้ลังเล! อวิ๋นเซียวล้วงมือเข้าไปในถุงจักรวาล ดึงเอา 'หินวิญญาณระดับกลาง' นับร้อยก้อนที่ปล้นมาจากนิกายเงากลืนดาราออกมาทั้งหมด เขาไม่ได้โยนพวกมันไปที่ศัตรู ทว่ากลับบีบทำลายพวกมันจนแหลกคามือ!

    เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!

    ปราณวิญญาณบริสุทธิ์จำนวนมหาศาลระเบิดออกมากระจายไปทั่วห้องโถงวิหาร อวิ๋นเซียวไม่รอช้า เขารีดเร้นปราณหลอมภพเฮือกสุดท้าย ผสานเข้ากับแก่นโลหิตของตนเอง วาดมือออกไปเบื้องหน้าเพื่อใช้ 'วิถีค่ายกล' ที่ได้รับการสั่งสอนมาจากจิตจำแลงของอาจารย์เซวียนหยวนหมิงเยว่ แทรกแซงกระแสพลังงานที่ปะทุอยู่ในอากาศ

    "เจตจำนงแห่งเตาหลอม... บิดเบือนมิติ!!"

    อวิ๋นเซียวตวาดลั่น อักขระสีเลือดพุ่งทะยานเข้าแทรกซึมลวดลายค่ายกลใต้ร่างของร่างแยกราชันยุทธ์ พริบตานั้น หินวิญญาณนับร้อยที่ระเบิดออกได้กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นยอด ค่ายกลข้ามทวีปที่เสถียรมานับพันปีพลันเกิดความปั่นป่วนอย่างรุนแรง แสงสีเงินที่เคยสงบนิ่งบัดนี้หมุนวนบ้าคลั่งดุจพายุทอร์นาโด มิติรอบด้านเริ่มปริแตกและบิดเบี้ยว!

    "เจ้าเด็กบ้า! เจ้ากำลังทำสิ่งใด! การแทรกแซงค่ายกลมิติแบบสุ่ม จะทำให้เจ้าถูกพายุอวกาศฉีกร่างจนแหลกเหลว!" บุรุษชุดไหมฟ้าเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันพยายามจะลุกขึ้นเพื่อหยุดยั้ง ทว่ากระแสมิติที่ปั่นป่วนกลับดูดกลืนพลังร่างแยกของมันจนไม่อาจขยับตัวได้ดั่งใจ

    "ข้ายอมแหลกสลายในมิติ... ดีกว่าตายด้วยน้ำมือของเดรัจฉานเช่นเจ้า!"

    อวิ๋นเซียวไม่สนใจคำขู่ เขาตวัดแขนรวบร่างที่ไร้สติของพันซานเข้ามากอดไว้แน่น ก่อนจะกระโจนตัวพุ่งเข้าสู่ใจกลางพายุแสงสีเงินที่กำลังฉีกขาด!

    "รนหาที่ตาย! ข้ามิยอมให้สายเลือดกบฏหลุดรอดไปได้หรอก!"

    ร่างแยกราชันยุทธ์คำรามก้อง มันฝืนกฎแห่งมิติ รีดเร้นพลังจิตวิญญาณเฮือกสุดท้าย ก่อตัวเป็นหอกสีเงินพุ่งทะลวงตามเข้าไปในรอยแยกมิติ หมายจะแทงทะลุหัวใจของอวิ๋นเซียว!

    ฉึก!!

    หอกมิติพุ่งเสียบเข้าที่สะบักหลังฝั่งซ้ายของอวิ๋นเซียวอย่างจัง! ร่างของเด็กหนุ่มกระตุกเฮือก เลือดสดๆ สาดกระเซ็นหายไปในความว่างเปล่า ความเจ็บปวดจากการถูกพลังระดับราชันยุทธ์ทำลายล้างนั้นเกินกว่าที่มนุษย์จะทนรับได้ วิสัยทัศน์ของเขาเริ่มดับวูบ สติสัมปชัญญะกำลังจะหลุดลอย

    ทว่าในวินาทีที่ร่างของเขากำลังจะถูกพายุอวกาศฉีกกระชาก รอยสักเจดีย์หมื่นวิถีที่ถูกอาบด้วยโลหิตของเขาเองพลันเปล่งแสงสีทองสุกสกาว เตาหลอมบรรพกาลปลดปล่อยกลิ่นอายอันลึกลับออกมาห่อหุ้มร่างของคนทั้งสองเอาไว้ ประคองสติที่กำลังจะดับสูญของอวิ๋นเซียวให้ตื่นตัวขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาที

    ท่ามกลางความปั่นป่วนของมิติข้ามทวีปที่มืดมิดและเต็มไปด้วยสายฟ้าสีเลือด อวิ๋นเซียวที่สติพร่าเลือนกลับได้ยินเสียงกระซิบอันแผ่วเบา... มิใช่เสียงของบุรุษชุดไหมฟ้า ทว่ามันเป็นเสียงของผู้หญิง... เสียงที่ดูเยือกเย็น เก่าแก่ ทว่ากลับแฝงความโหยหา

    "สายเลือดแห่งการหวนคืน... ในที่สุด... เจ้าก็เดินทางมาถึงดินแดนที่แท้จริงเสียที..."

    พร้อมกับประโยคนั้น เงาดำขนาดยักษ์บางอย่างที่แหวกว่ายอยู่ในพายุอวกาศ พลันยื่น 'กรงเล็บกระดูก' ขนาดยักษ์ที่ปกคลุมด้วยอักขระเวทสีชาด ตรงเข้ามาคว้าร่างของอวิ๋นเซียวและพันซานเอาไว้ ก่อนที่มิติจะปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์ ทิ้งให้ปริศนาแห่งความตายลอยล่องอยู่ในห้วงอวกาศอันไร้ที่สิ้นสุด!


    คล้ายกับเรื่องเทพยุทธ์หลอมภพ สยบหมื่นวิถี ที่คุณอ่าน