เวลา 08:24 น.
ประตูลิฟต์ชั้น 28 เปิดออก เผยให้เห็นร่างของภัทรายืนอยู่กลางแสงนีออนสีขาวสะอาด
สูทสีดำเรียบ แทบกลบไม่ได้เลยว่าเธอเพิ่ง “ผ่านอะไรมา” เมื่อไม่ถึง 10 ชั่วโมงก่อน
เธอกัดฟันแน่น…
เพราะแค่ยืนเฉย ๆ ก็ยังรู้สึกได้ถึง แรงกระแทกเมื่อคืนที่ฝังอยู่ในสะโพกทุกจังหวะ
“เธอดูเหมือนลิ้นชาจากกาแฟ แต่ความจริงคือลิ้นสั่นจากอะไรล่ะ?”
เสียงจากเลขารุ่นพี่แซวขึ้นเบา ๆ ขณะเดินผ่าน
เธอยิ้มเย็น ตอบกลับไปแค่ “แล้วถ้าใช่ ใครจะทำไม?”
ประตูห้องผู้บริหารเปิด
ธันวายืนอยู่ตรงโต๊ะหน้าไวท์บอร์ด
แขนเสื้อพับเหมือนเดิม แต่วันนี้แววตาคมดุมากกว่าทุกวัน
เขาไม่หันมา
ไม่ทัก
ไม่แสดงว่า “เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น” ทั้งที่เขา...คือคนที่ กดเธอลงกับโต๊ะประชุมแล้วจัดหนักจนโต๊ะแทบพัง
ภัทราวางแฟ้มเอกสารลง
“ประชุมเช้าค่ะ หัวข้อพร้อม”
เขายังเงียบ
เธอจงใจเดินอ้อมมาอีกฝั่ง
ก้มลงข้างตัวเขาในระดับที่สายตาเขา ต้องมองลอดคอเสื้อเธอลงไป — และเขามอง
ตาเขาวาวขึ้นนิดเดียว...ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ ว่า
> “คืนนี้ เตรียมห้องประชุม C ไว้”
“จะมีแขก?”
“เปล่า…แต่จะมีคนโดนซ้ำตรงโต๊ะตัวใหม่”
กลางวันนั้นเธอไม่มีสมาธิเลย
ทุกทีที่เดินผ่านเขา
เขาจะหันมามอง ไม่ยิ้ม ไม่ขยับ
แค่ “มอง” แบบที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้าอีกรอบในหัว
บ่ายวันนั้น ลิฟต์ลงมาช้า
เธอกำลังจะเข้าไป ก้าวขาแทบไม่ทัน
เพราะธันวาเดินตามเข้ามาแบบไร้เสียง — และกดปิดประตูโดยไม่รอใคร
ประตูลิฟต์ปิด
ไม่มีใครนอกจากพวกเขา
เธอคิดว่าเขาจะยืนเงียบ…แต่เขาขยับมาชิดเธอทันที
ลมหายใจเขาเป่ารดต้นคอ
มือเขาแนบเข้ากับบั้นเอวเธอในจังหวะที่ลิฟต์เคลื่อน
เสียงเครื่องสั่นเบา ๆ กลายเป็เสียงเสริมความรู้สึกตึงเครียดที่ร้อนจัด
“อย่าทำหน้าเหมือนไม่อยาก...ในเมื่อเธอกระตุกขาอยู่ตอนฉันกดลึกสุดเมื่อคืน”
เขากระซิบเบา ๆ ข้างหู
เธอสะอึก แต่ไม่ถอย
“ก็แค่สะท้อนแรง ไม่ได้อินอะไร” เธอตอบทัน
เขาหัวเราะในลำคอ
เสียงนั้นต่ำ ร้าย และ…ทำให้เธอเกร็งกล้ามขาโดยไม่ตั้งใจ
“ไม่อิน แต่ยังยืนขาสั่นในลิฟต์แบบนี้?”
เขาพูดพร้อมลูบฝ่ามือลงมาตามสะโพก แล้วบีบแน่นข้างหนึ่งแบบจงใจ
“คืนนี้...ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอได้แกล้งโกหกอีก”
เวลา 22:07 น. – ห้องประชุม C
ไฟในห้องเปิดไว้ดวงเดียวตรงเหนือโต๊ะกลาง
แสงนวลอ่อนส่องเฉพาะพื้นที่ที่เขา้าให้เธอ “เห็นทุกอย่าง”
ภัทราก้าวเข้ามาอย่างมั่น
แต่เขานั่งรออยู่แล้ว ข้างตัวมีไวน์แดง แฟ้มเปล่า และ... กุญแจล็อกโต๊ะ
“โต๊ะนี้...ไม่มีเอกสารใช่มั้ย?” เธอถาม
เขาลุกขึ้น ช้า ๆ
เดินตรงมาข้างหลัง
ฝ่ามือเขาลากผ่านเอวเธอ แล้วรั้งตัวแนบหลัง
ร่างกายเขาแนบชิดจนเธอััได้ถึง “ความแข็ง” ที่แน่นอยู่ใต้กางเกง
ไม่ต้องถาม
เขาพร้อมมานานแล้ว
“โต๊ะนี้สำหรับลงโทษคนโกหก”
เขาไม่พูดอีก
แค่ดันตัวเธอแนบหน้าโต๊ะ กดหน้าท้องเธอลงกับพื้นไม้
เสียงเข็มขัดถูกปลด แกร๊ก
ตามด้วยเสียงกางเกงหล่นพื้น
เธอยังใส่กระโปรงทำงาน
เขาแค่ตวัดมันขึ้น เผยต้นขาขาวแน่น ชุดชั้นในสีเข้มบางเฉียบที่แทบปิดอะไรไม่มิด
ฝ่ามือเขาตีลงบนก้นเธอเต็มแรง เพี๊ยะ!
แรงพอให้สะโพกสะดุ้ง และเสียงหายใจเธอขาด่
เขากระซิบที่ต้นคอ ไม่ถาม แต่ “สั่ง”
> “อย่าขยับ”
“อย่าร้อง”
“อย่าแตกจนกว่าฉันจะสั่ง”
เขากดสะโพกเข้ามา
ไม่รอ
ไม่เกริ่น
จังหวะแรก—กระแทกเข้ามาลึกจนเธอเผลอกัดริมฝีปากแรงพอจะเจ็บ
เสียงเนื้อกระทบกันเริ่มต้นทันที
โต๊ะสั่น
เขาจับสะโพกเธอแน่น
ขยับสะโพกด้วยจังหวะคงที่แต่แรงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกที
ไม่มีเสียงนอกจาก เสียงหอบ–เสียงกระแทก–เสียงเนื้อเปียกที่ลื่นและเร่งความถี่ขึ้นทุกวิ
เขาไม่พูด...เขา “สั่งด้วยร่างกาย”
ฝ่ามือเขาตีสะโพกเธออีกครั้ง แล้วดึงร่างเธอกลับขึ้น
จากท่าก้มหน้าแนบโต๊ะ ตอนนี้เธอถูกจับให้นั่งบนขอบโต๊ะ ขาแยก
เขายกขาเธอขึ้นพาดบ่า
จังหวะกระแทกจากด้านหน้าดูดุดันกว่าเดิม
เพราะเขา จ้องหน้าเธอไปด้วยทุกแรงกด
“ยังจะทำหน้าทนอีกมั้ย?”
เขากดลึก — ลึกจนเธอหลุดเสียงดัง
“อ๊า…!”
เขากัดฟัน เร่งกระแทกจนเสียงกระทบกันดังสม่ำเสมอ
มือข้างหนึ่งบีบหน้าอกเธอแน่น อีกข้างขยุ้มผม
เขากระแทกลึก–แรง–เร็ว–แน่น–ไม่ปรานี
เสียงเขาหอบใกล้หู
กลิ่นไวน์แดงในลมหายใจผสมกลิ่นเหงื่อผู้ชายชัดเจน
เธอไม่พูด
เพราะพูดไม่ได้
ทุกจังหวะคือการดันขีดจำกัด
ใกล้พีค – เขาเร่งโดยไม่ถาม
“แตกพร้อมกัน”
คำสั่งสั้น ๆ
แล้วเขาเร่งกระแทก 3 จังหวะสุดท้าย—หนักจัดเต็มจนเธอหลุดเสียงสุดท้ายออกมา
เสียงกรีดร้องในลำคอ
ขาเธอสั่นจนต้องเกาะไหล่เขาไว้แน่น
เขากระตุกตัวในจังหวะสุดท้ายพร้อมเสียงหอบรัว
เงียบอีกครั้ง...นอกจากเสียงลมหายใจหนักของทั้งสอง
เขาถอนตัวออก
ใส่เสื้อผ้ากลับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แล้วพูดเบา ๆ ตรงข้างหูขณะที่เธอยังนั่งหอบบนขอบโต๊ะ
> “รอบหน้าถ้าเธอยังโกหก…ฉันจะไม่ให้เธอได้นั่งเลยทั้งคืน”
เสียงลมหายใจในห้องยังหนักอยู่
ภัทรานั่งอยู่บนขอบโต๊ะ ขาอ้ากว้าง เสื้อผ้าหลุดรุ่ย แผ่นหลังแนบพนักเก้าอี้ตัวเล็กที่เขาเพิ่งจับเธอกดไว้เมื่อห้านาทีก่อน
ต้นขาสั่น — กล้ามเนื้อกระตุกจากภายในโดยไม่ต้องขยับ
ธันวายืนอยู่ฝั่งตรงข้าม
เสื้อเชิ้ตถูกติดกระดุมเพียงครึ่ง กางเกงกลับเข้าไปเรียบร้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ดวงตานั่นยังคงจับจ้องเธอแน่น
ไม่พูด
ไม่หลบ
แต่เหมือนจะ “รอ” อะไรบางอย่าง
ภัทราหันไปหยิบกางเกงในที่กองอยู่ข้างโต๊ะ
เขาไม่ช่วย
ไม่เสนอ
แค่ยืนมองเหมือนคนดูโชว์ของตัวเองที่เพิ่งแสดงเสร็จ
“พอใจรึยัง?” เธอถาม พลางรูดกระโปรงลงแรง ๆ
ธันวาเดินเข้ามา
หยุดตรงหน้า
ใช้นิ้วแตะคางเธอเบา ๆ แล้วก้มลงมากระซิบใกล้ชิดจนกลิ่นโคโลญเขาแทรกเข้ามาในปอด
> “ฉันไม่เคยพอ”
“เพราะทุกครั้งเธอทำให้ฉันอยากมากกว่าเดิม”
เขาขยับไปชิดหูอีกข้าง
ลมหายใจเป่าร้อนเข้าไปจนเธอสะดุ้งทั้งที่ยังไม่แตะ
> “คืนนี้เธอยังไม่ได้ครางชื่อฉันเหมือนครั้งก่อน…นั่นแปลว่ายังไม่ถึง”
คำพูดที่ “ไม่โรแมนติกเลย” แต่ทำให้ใจเธอสั่น
เธออยากจะผลักเขา
แต่เขาไม่ให้โอกาส
เพราะทันทีที่เธอขยับ
เขากดเธอลงกับเก้าอี้อีกครั้ง
เพียงชั่ววินาทีเดียว ก่อนจะปล่อยให้เธอลุกขึ้นเหมือนไม่มีอะไร
แววตาเขาคือ… “ยังไงเธอก็ต้องกลับมาโดนอีก”
เสียงรองเท้าหนังของเขาดังเป็จังหวะขณะเดินออกจากห้องประชุม
ทิ้งเธอไว้กับโต๊ะที่ยังอุ่น และร่างกายที่ยังไม่หายสั่น
เวลา 00:32 น.
ภัทรานอนคว่ำอยู่บนเตียงตัวเอง มือกำผ้าห่มแน่น
ในหัวมีแต่ภาพร่างเขาเคลื่อนไหว
เสียงเขาครางต่ำ
ััจากด้านหลัง
และคำสั่งสั้น ๆ ที่ทำให้เธอ “เสร็จโดยไม่ได้ตั้งใจ”
> “แตกตอนฉันสั่งเท่านั้น”
เธอรู้ตัวดี ว่านี่ไม่ใช่แค่เซ็กส์
มันคือสนามรบที่ไม่มีใครยอมใคร
แต่ปัญหาคือ…
เธอไม่แน่ใจแล้วว่ากำลัง “ควบคุมเขา”
หรือกำลัง “ติดเซ็กส์ของเขา” มากขึ้นทุกที