เมืองฮุยเยว่
โรงเรียนมัธยมฮุยเยว่ที่สอง ณ ลานปลุกพลัง
เหล่านักเรียนใบหน้าอ่อนเยาว์ยืนเข้าแถวเรียงคิวอย่างเป็ระเบียบ ภายใต้การควบคุมของคณะครู พวกเขาเดินมุ่งหน้าไปยังแท่นพิธีสูงตระหง่านที่ตั้งอยู่ใจกลางลานกว้าง บริเวณด้านนอกลานกว้างเนืองแน่นไปด้วยฝูงชน บรรดาผู้ปกครองที่มารอต่างส่งสายตาเต็มไปด้วยความหวัง
วันนี้คือ ‘วันปลุกพลัง’ ประจำปีของจักรวรรดิัดารา นักเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 หลายร้อยคนของโรงเรียนมัธยมฮุยเยว่ที่สองจะเข้ารับการเปลี่ยนอาชีพพร้อมกัน
ไม่ได้มีเพียงผู้ปกครองเท่านั้นที่มาร่วมงาน แม้กระทั่งกลุ่มคนใหญ่คนโตในสังคมก็เดินทางมาเพื่อร่วมเป็สักขีพยานและเฝ้ารอคอยการปรากฏตัวของต้นกล้าชั้นดี
“สวีคุนไช่ เปลี่ยนอาชีพสำเร็จ อาชีพ… คนเลี้ยงไก่!”
“หยางซู่หลิน เปลี่ยนอาชีพสำเร็จ อาชีพ… นักสู้ปืนกล!”
“จางเหลียง เปลี่ยนอาชีพสำเร็จ อาชีพ… นักสะกดจิต!”
“...”
ขณะที่ค่ายกลเปลี่ยนอาชีพเริ่มขับเคลื่อน ม่านแสงสว่างไสวก็เข้าปกคลุมทั่วทั้งแท่นพิธี ละอองดาวระยิบระยับโปรยปรายลงมา ก่อนจะหลอมรวมเข้ากับร่างกายของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง นักเรียนคนแล้วคนเล่าเสร็จสิ้นพิธีการเปลี่ยนอาชีพ
“ในที่สุดก็ถึงวันเปลี่ยนอาชีพสักที จะเป็ัหรือเป็หนอน ก็ขึ้นอยู่กับการปลุกพลังอาชีพในวันนี้แล้ว!”
ในเวลานี้ หลินหานซึ่งยืนอยู่ใจกลางแถวของห้อง 6 สูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาทอประกายความคาดหวัง เขาข้ามมิติมายังโลกใบนี้เป็เวลาสิบปีแล้ว จึงมีความเข้าใจในทุกสิ่งทุกอย่างของโลกแห่งนี้เป็อย่างดี
โลกใบนี้เดิมทีมีชื่อว่าโลกหลานซิง*[1]
ทว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อน โลกแห่งเกมได้จุติลงมาและหลอมรวมเข้ากับความเป็จริง ไม่เพียงแต่ทำให้พื้นที่ของโลกหลานซิงขยายใหญ่ขึ้นนับพันเท่า แต่กฎเกณฑ์ของโลกก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปโดยสิ้นเชิง
สิ่งที่ตามมาพร้อมกันนั้นคือ การรุกรานจากฝูงมอนสเตอร์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ในสถานการณ์ที่อาวุธร้อนทั้งหมดใช้การไม่ได้ มนุษย์จึงถูกบีบบังคับให้ต้องก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งพลังเหนือธรรมชาติ และหลังจากผ่านการพัฒนามานานหลายร้อยปี มนุษย์ก็พัฒนาเส้นทางการเปลี่ยนอาชีพที่มีอัตราการปลุกพลังสำเร็จหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ได้สำเร็จ
ชาวโลกหลานซิงทุกคนเมื่ออายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ จะต้องเข้ารับการปลุกพลังเปลี่ยนอาชีพ เพื่อให้ได้พลังเหนือธรรมชาติอันเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัว
โลกใบนี้มีดันเจี้ยน พื้นที่ต้องห้าม และมิติลี้ลับปรากฏขึ้นมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งยังมีมอนสเตอร์ดุร้ายออกอาละวาดไปทั่ว
ดังนั้นการพิชิตมิติลี้ลับ การเคลียร์ดันเจี้ยน การบุกเบิกพื้นที่ต้องห้าม การล่ามอนสเตอร์ รวมถึงการเข้าร่วมทำา ล้วนสามารถได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมหาศาล ซึ่งใช้เลื่อนเลเวลอาชีพ เรียนรู้ทักษะอาชีพ และทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
วันนี้เป็วันปลุกพลังที่หลินหานเฝ้ารอคอยมานานถึงสิบปีเต็ม เขาคาดหวังกับอาชีพของตนเองเป็อย่างมาก
“หลินหาน! ร่างกายกำยำที่นายอุตสาหะฝึกฝนมาเพื่อเตรียมตัวเป็นักรบเนี่ย ในที่สุดก็จะได้มีโอกาสแสดงฝีมือแล้วนะ!”
ไหล่ของเขาถูกตบเบา ๆ หลินหานหันหน้ากลับไปมอง เป็หวังเฉียงเพื่อนสนิทของเขานั่นเอง
“อืม!” หลินหานพยักหน้ารับคำ
ในโลกใบนี้ อาชีพแบ่งออกเป็สามหมวดใหญ่ ๆ หมวดแรกคือ อาชีพสายต่อสู้ ซึ่งก็คืออาชีพที่มีพลังในการต่อสู้สูง เช่น นักรบ อัศวิน นักธนู นักเวท เป็ต้น หมวดที่สองคือ อาชีพสายใช้ชีวิต
นี่คือหมวดที่มีจำนวนผู้ตื่นรู้มากที่สุด เช่น นักทำขนม ช่างตีเหล็ก คนงานเหมือง เป็ต้น
หากปลุกพลังได้อาชีพในหมวดนี้ ชั่วชีวิตนี้ก็ทำได้เพียงเป็คนธรรมดาทั่วไป แต่เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตอย่างแแ่ ในกลุ่มอาชีพสายใช้ชีวิตจึงมีเครือข่ายอุตสาหกรรมที่มั่งคั่งร่ำรวยจนสามารถเทียบเท่ากับประเทศหนึ่งได้เลย
ส่วนหมวดที่สาม นั่นก็คือ อาชีพสายสนับสนุน เช่น เอนชานเตอร์ ช่างสร้างอุปกรณ์เวทมนตร์ นักปรุงยาเวทมนตร์ ผู้บำบัด เป็ต้น
อาชีพในหมวดนี้มีจำนวนคนน้อยที่สุด ทว่ากลับไม่สามารถดูแคลนได้เลยแม้แต่น้อย อาชีพสายสนับสนุนที่แข็งแกร่งบางอาชีพถือเป็ที่้าตัวอย่างมาก เรียกได้ว่าเนื้อหอมสุด ๆ
ไม่ว่าจะเป็การลงดันเจี้ยนหรือการบุกเบิกพื้นที่ใหม่ หรือแม้กระทั่งการเคลียร์มิติลี้ลับ อาชีพสายสนับสนุนล้วนเป็สิ่งจำเป็ที่ขาดไม่ได้ ถึงขนาดที่ว่าทีมเคลียร์ดันเจี้ยนบางทีม ยอมที่จะขาดอาชีพสายต่อสู้ที่ทำดาเมจไปหนึ่งคน ดีกว่าที่จะขาดอาชีพสายสนับสนุน
อย่างไรก็ตาม การฟูมฟักอาชีพสายสนับสนุนจำเป็ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล หากไม่ใช่ตระกูลใหญ่หรือขุมกำลังขนาดใหญ่ ก็แทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่จะสร้างผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งขึ้นมาได้
ในบรรดาอาชีพทั้งสามหมวดนี้ สิ่งที่หลินหานคาดหวังมากที่สุดคืออาชีพนักรบ ในหมวดอาชีพสายต่อสู้
อาชีพนี้เน้นการต่อสู้ระยะประชิดเป็หลัก โดยอาศัยพลังชีวิตที่สูงล้ำเกินหน้าใคร รวมถึงพลังโจมตีที่ไม่ธรรมดา ไม่เพียงแต่สามารถเปลี่ยนร่างเป็เบอร์เซิร์กเกอร์*[2]ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถกลายเป็กำแพงเหล็กกล้าได้อีกด้วย ถือเป็อาชีพแห่งการเข่นฆ่าสังหารอย่างแท้จริง
หลินหานเคยอ่านทฤษฎีหนึ่งจากในหนังสือ
แม้ว่าการตื่นรู้ของอาชีพจะเกี่ยวข้องกับพร์เป็อย่างมาก แต่มันก็ได้รับผลกระทบจากเจตจำนงส่วนหนึ่งของตนเองด้วยเช่นกัน ดังนั้นนับั้แ่ปีที่สองที่ข้ามมิติมา หลินหานจึงได้เริ่มต้นฝึกฝนร่างกายอย่างบ้าคลั่ง
เก้าปีให้หลัง เขาก็ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนตนเองให้กลายเป็สัตว์ประหลาดกล้ามเนื้อ
ตอนนี้เขาสูงถึง 2.16 เมตร หนัก 190 กิโลกรัม มีพละกำลังมหาศาล กล้ามเนื้อเป็มัด ๆ จนดูเกินจริงยิ่งกว่าเหล่านายแบบเพาะกายในชาติที่แล้วของเขาเสียอีก ถึงขนาดที่ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมฮุยเยว่ที่สองเคยกล่าวเอาไว้ว่า หลินหานคือต้นกล้าที่เกิดมาเพื่อเป็นักรบโดยธรรมชาติ
“ใกล้จะถึงคิวห้องเราเข้ารับการปลุกพลังแล้ว! ทุกคนจำเอาไว้ให้ดี ห้ามต่อต้านการชักนำของพลังจากค่ายกลเด็ดขาด แม้ว่าการปลุกพลังได้อาชีพสายต่อสู้หรือสายสนับสนุนจะมีอนาคตที่สดใสไร้ขีดจำกัด แต่อาชีพสายใช้ชีวิตก็ใช่ว่าจะไม่มีศักยภาพ!”
“พวกเธอเห็นเพื่อนร่วมชั้นสวีคุนไช่จากห้อง 5 ไหม? คนคนนั้นเส้นทางการเงินในอนาคตรุ่งโรจน์สุด ๆ ไปเลย!”
ด้านหน้าแท่นพิธีสูง
อาจารย์ประจำชั้น หยางเสวี่ยเวย ในชุดสูททำงานเข้ารูป ใบหน้างดงามหมดจด รูปร่างทรวดทรงอ้อนแอ้นกำลังเอ่ยปากปลุกใจและให้กำลังใจนักเรียนทุกคนไม่หยุด
ส่วนสวีคุนไช่ที่หยางเสวี่ยเวยเอ่ยถึงนั้น ตระกูลของเขาประกอบอาชีพเป็คนเลี้ยงไก่มาหลายชั่วอายุคน
ร้านแฟรนไชส์ ‘ไก่เขิ่นเต๋อจี*[3]’ ของตระกูลสวี โด่งดังและทรงอิทธิพลในจักรวรรดิัดารามานานนับร้อยปี กวาดกลุ่มลูกค้าผู้ภักดีมาได้จำนวนมหาศาล
และในตอนที่สวีคุนไช่ยังไม่ได้เปลี่ยนอาชีพนั้น เขาก็โด่งดังไปทั่วจักรวรรดิและกลายเป็คนดังระดับท็อป เพียงเพราะประโยคโฆษณาที่ว่า “ไก่ของนายนี่มันสวยจริง ๆ ”*[4]
ถือเป็ตัวแทนระดับแนวหน้าที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงที่สุดในกลุ่มอาชีพสายใช้ชีวิต นับเป็แบบอย่างของการพลิกผันโชคชะตาด้วยอาชีพอย่างแท้จริง
หยางเสวี่ยเวยมักจะใช้เื่ราวของสวีคุนไช่และตระกูลของเขามาให้กำลังใจนักเรียนเสมอ
ในตอนนี้เอง การปลุกพลังของนักเรียนคนสุดท้ายของห้อง 5 เสร็จสิ้นลงแล้ว!
อาจารย์ประจำชั้นห้อง 6 หยางเสวี่ยเวย เดินตรงไปยังด้านหน้าแท่นพิธีสูง ก่อนจะโค้งกายทำความเคารพให้แก่ชายชราผู้รับหน้าที่ควบคุมการเปิดใช้งานค่ายกล พร้อมกับกล่าวว่า “หัวหน้าหวัง ฝากนักเรียนห้อง 6 ด้วยนะคะ!”
ชายชราคนนั้นคือหัวหน้าระดับชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 มีนามว่า หวังเจี้ยน เป็นักเวทเลเวล 60 และยิ่งไปกว่านั้นยังอาชีพลับอย่างจอมเวทมหาธาตุ!
เขาสามารถควบคุมเวทมนตร์ได้ทั้งสายลมและสายฝน แม้แต่ในกลุ่มอาชีพสายต่อสู้ เขาก็ถือเป็ตัวตนที่แข็งแกร่งมาก
หวังเจี้ยนยิ้มบางกล่าวตอบว่า “ให้พวกเขาขึ้นมาได้เลย!”
หยางเสวี่ยเวยหยิบรายชื่อออกมาใบหนึ่ง ก่อนจะประกาศว่า “นักเรียนที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ ให้เดินเข้าไปในค่ายกลเพื่อเข้ารับการเปลี่ยนอาชีพและปลุกพลัง!”
“เกาชง!”
เกาชงเดินขึ้นไปบนแท่นสูงด้วยความตื่นเต้น ค่ายกลแผ่ขยายม่านแสงปกคลุม ละอองดาวระยิบระยับโปรยปรายลงมา และในไม่ช้า พิธีเปลี่ยนอาชีพก็สิ้นสุดลง
บนม่านแสงเหนือศีรษะของเกาชง ปรากฏข้อความบรรทัดหนึ่ง
[อาชีพสายต่อสู้ : โจรขโมย]
ใบหน้าของเกาชงแดงระเรื่อ เขาคิดไม่ถึงว่าตนเองจะสามารถเปลี่ยนอาชีพเป็สายต่อสู้ได้
“บ้าน่า! อาชีพสายต่อสู้ เกาชงแอบกินยาอะไรมาหรือเปล่าเนี่ย?”
“โจรขโมยงั้นเหรอ ต่อไปถ้าเปลี่ยนเป็นักฆ่าเงา หรือแม้แต่จอมโจรเงา ก็เป็ทางเลือกที่ยอดเยี่ยมทั้งนั้น!”
“อิจฉาชะมัดเลย~”
“...”
ท่ามกลางเสียงชื่นชมของทุกคน เกาชงเดินลงจากค่ายกล
“คนต่อไป หวังเฉียง!” เสียงของหยางเสวี่ยเวยดังขึ้น
“หลินหาน! รอเดี๋ยวเถอะ พี่ชายคนนี้จะปลุกพลังอาชีพผู้ควบคุมสัตว์ให้ดู แล้วจะพานายบินทะยานขึ้นฟ้าเอง!”
ฐานะทางบ้านของหวังเฉียงค่อนข้างดี ในตระกูลมักจะมีผู้ควบคุมสัตว์เลี้ยงสายต่อสู้ปรากฏขึ้นมาหลายคน หลังจากพูดจบ เขาก็วิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปในค่ายกลเปลี่ยนอาชีพ
ม่านแสงสว่างขึ้นและดับลง
[อาชีพสายต่อสู้ : ปรมาจารย์การ์ด]
“มารดามันเถอะ! ไม่ได้เป็ผู้ควบคุมสัตว์ แต่ดันกลายเป็คนแจกไพ่ซะงั้น!”
หวังเฉียงเดินกลับมาหาหลินหานด้วยใบหน้าบูดบึ้งระคนหดหู่ เอ่ยปากบ่น
“เอาน่า! ยังไงก็เป็อาชีพสายต่อสู้ อย่าเลือกมากนักเลย!”
หลินหานยิ้มพลางเอ่ยปลอบใจ
ตลอดเก้าปีที่ผ่านมา เขาเคยทำสถิติข้อมูลการปลุกพลังเอาไว้ อัตราการปลุกพลังได้อาชีพสายต่อสู้ในหมู่คนหนึ่งร้อยคน มีเพียงแค่สิบห้าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นการที่หวังเฉียงได้เป็ปรมาจารย์การ์ด ก็นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว!
“หนิวกู่ลี่!”
“หม่าต้าต่าน!”
“...”
ในเวลาไม่นาน นักเรียนส่วนใหญ่ของห้อง 6 ต่างก็เสร็จสิ้นการเปลี่ยนอาชีพไปตาม ๆ กัน
ทว่านอกจากอาชีพสายสนับสนุนที่ปรากฏขึ้นมาประปรายไม่กี่คนแล้ว นักเรียนส่วนใหญ่ต่างก็ปลุกพลังได้อาชีพสายใช้ชีวิตอย่างชาวนาหรือคนงานเหมืองทั้งสิ้น
“เฮ้อ! นักเรียนห้อง 6 รุ่นนี้ จะไม่มีต้นกล้าชั้นดีปรากฏขึ้นมาเลยงั้นหรือ!”
บริเวณด้านหน้าของแท่นพิธีสูง หวังเจี้ยนถอนหายใจออกมาหนึ่งคำรบ ห้อง 6 ถือเป็ห้องเรียนระดับท็อป หากเป็ปีก่อน ๆ เมื่อดำเนินมาถึงตอนนี้ อย่างไรเสียก็ต้องมีอาชีพสายต่อสู้ปรากฏขึ้นมามากกว่าห้าคนแล้ว
“อะแฮ่ม ๆ ! หัวหน้าคะ คนต่อไปก็ถึงตาของหลินหานแล้วค่ะ!”
หยางเสวี่ยเวยกระแอมไอออกมาสองครั้ง ก่อนจะชี้ไปที่หลินหาน
สิ่งที่ควรสอน เธอก็สอนไปหมดแล้ว แต่นักเรียนไม่เอาถ่าน เธอเองก็จนปัญญาจริง ๆ
“โอ้? เขาคือคนที่ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนเคยพูดถึงบ่อย ๆ ว่าเกิดมาเพื่อเป็นักรบคนนั้นเหรอ?”
เมื่อมองไปที่หลินหาน ใบหน้าของหวังเจี้ยนพลันปรากฏร่องรอยความคาดหวังพาดผ่าน
เขาเคยได้ยินมาว่าหลินหานคนนี้เรียนจบหลักสูตรการวิเคราะห์ทักษะการต่อสู้ วิชาการต่อสู้ระยะประชิด วิชารวมจุดโทสะ และวิชาการวิเคราะห์โครงสร้างร่างกายมนุษย์ไปหมดแล้ว
ผลการเรียนของเขาครองอันดับหนึ่งของระดับชั้นมาโดยตลอด จนได้รับฉายาว่าเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งของโรงเรียนมัธยมฮุยเยว่ที่สอง
และในรุ่นนี้ เขาคือผู้ที่มีโอกาสปลุกพลังได้อาชีพหายากมากที่สุด!
…
[1] หลานซิง แปลว่า ดาวสีน้ำเงิน
[2] เบอร์เซิร์กเกอร์ เป็อาชีพสายนักรบระยะประชิดที่มีจุดเด่นเื่พลังโจมตีและความดุดันสูง สามารถเปิดโหมดบ้าคลั่งเพื่อเพิ่มพลังทำลายล้างโดยแลกกับการลดพลังป้องกันของตนเอง
[3] ไก่เขิ่นเต๋อจี เป็ชื่อภาษาจีนของร้าน KFC
[4] ไก่ของนายนี่มันสวยจริง ๆ เป็คำล้อเลียนมีมไวรัลชื่อดังในอินเทอร์เน็ตจีน