เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

    เตรียมพร้อมรับศึก

    การร่วมห้องหอระหว่างชายหญิงดำเนินไปถึง 7 วันไม่มีขาด องค์หญิงฮั่นผิงหลังจากผ่านศึกสมรภูมิรักมาอย่างโชกโชน ในที่สุดนางก็เข้าสู่สภาวะหลับไหล

     

    ผิดกับผู้เป็นสามีหนุ่มที่ต้องลุกขึ้นและรีบออกไปหาองค์จักรพรรดินีที่พระราชวังหลัก เนื่องจากบัดนี้มีแขกไม่ได้รับเชิญจำนวนมากแห่กันเข้ามายังเมืองรัตติกาล

     

    ส่วนสาเหตุนั้น แน่นอนว่าย่อมต้องมาจากการทะลวงขอบเขตเทพสวรรค์ของฮั่นเหมยหลินอย่างไม่ต้องสงสัย

     

    "พวกเจ้าว่าเราควรจะจัดการกับพวกมันอย่างไร?" ณ ภายในห้องโถงบัลลังก์สีดำทมิฬขนาดใหญ่ ผู้เป็นองค์จักรพรรดินีแห่งราตรีเริ่มเอ่ยปากกล่าวเปิดประเด็นพูดคุยหารือกับเหล่าขุนนางและบรรดาแม่ทัพ

     

    "เรียนองค์จักรพรรดินีขอรับ พวกเราขอเสนอให้จัดงานชุมนุมขึ้นเพื่อต้อนรับขุมกำลังที่เป็นพันธมิตรกับเผ่าภูตราตรีของพวกเรา จากนั้นขอความช่วยเหลือจากพวกเขาให้ร่วมกันขับไล่ขุมกำลังที่เป็นศัตรูออกไปจากเมืองรัตติกาล" ขุนนางชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเป็นตัวแทนเสนอแนะความคิดเห็น หลังจากที่ปรึกษากับคนอื่นๆอยู่พักใหญ่

     

    "โอ่ว ถ้างั้นพวกเจ้าก็จงไปเร่งดำเนินการซะ ส่วนรายชื่อพันธมิตรที่จะเข้าร่วมงานชุมนุมก็เอาตามนี้" พูดจบ! ฮั่นเหมยหลินก็ไม่รอรี สบัดชายแขนหนึ่งครั้ง รายชื่อขุมกำลังพันธมิตรปรากฏขึ้นเบื้องหน้า

     

    "องค์จักรพรรดินีทรงพระปรีชา!!" เหล่าขุนนางเมื่อได้เห็นการเตรียมพร้อมเอาไว้ล่วงหน้าของนายเหนือหัวก็พากันผสานมือคาราวะในทันที ก่อนที่จะแยกย้ายกันออกไปเพื่อทำงานอย่างแข็งขัน ส่งผลให้ห้องโถงบัลลังก์เหลือเพียงแค่ฮั่นเหมยหลินและเย่หยุนซีผู้ซึ่งเป็นราชองครักษ์

     

    "ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เจ้าคาดการณ์เอาไว้นะ" คนงามเอ่ยปากกล่าวขณะเผยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ

     

    เย่หยุนซีส่ายศีรษะเบาๆตอบกลับไป "นี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการหามิตรแท้ในยามยาก........ถ้าหากพวกเขามั่นคง ข้าเองก็ว่าจะให้้โชควาสนาแก่พวกเขาด้วยเหมือนกัน แต่ถ้าพวกเขาหักหลังด้วยพลังอำนาจของท่านย่อมกวาดล้างขุมกำลังเหล่านั้นได้ไม่ยาก"

     

    "หึหึ เจ้านี่ช่างเป็นคนที่เจ้าแผนการยิ่งนัก" ฮั่นเหมยหลินหัวเราะกล่าว ก่อนจะฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

     

    "ว่าแต่เรื่องของภูตมารดาแห่งโลก เจ้าจะเอาอย่างไรต่อไป?"

     

    "อืม สำหรับเรื่องนั้น เอาไว้จัดการเรื่องของเผ่าภูตให้จบก่อนแล้วค่อยว่ากัน"

     

    "ตกลงๆ ถ้าหากมีอะไรให้ข้าช่วยเหลือก็สามารถบอกได้เลยนะ" ฮั่นเหมยหลินเอ่ยปากกล่าว

     

    เย่หยุนซีพยักหน้าเบาๆ "แน่นอน เมื่อถึงเวลา ข้าย่อมต้องขอความช่วยเหลือจากท่านโดยไม่ลังเลใจ............สำหรัับวันนี้ก็คงไม่มีอะไรแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวไปพักผ่อนเสียหน่อยได้หรือเปล่า?"

     

    "หืม! ตัวเจ้าก็พักมาตั้ง 7 วันแล้ว นี่ยังไม่พออีกหรือ?" ผู้เป็นจักรพรรดินีหรี่ตามองพลางเอ่ยถาม แน่นอน! ตัวนางย่อมคาดเดาได้อยู่แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นในช่วง 7 วันที่ผ่านมา เพียงแต่นางไม่คิดว่าช่วงเวลา 7 วันจะยังไม่พอสำหรับหนุ่มสาวคู่นี้

     

    "ฮ่าๆๆ ครั้งนี้ข้าพักจริงๆนะ" เย่หยุนซียิ้มเจื่อน ก่อนจะหมุนกายเดินกลับไปยังตำหนักของผู้เป็นองค์หญิงใหญ่โดยไม่คิดรอช้า

     

    ซึ่งทันทีที่เขากลับมา สิ่งที่รอเขาอยู่ก็คือฮั่นผิงที่บัดนี้ได้ตื่นขึ้นจากการหลับไหล แต่ยังคงนอนอยู่บนเตียงใหญ่ด้วยความอ่อนเพลียเพราะพึ่งผ่านศึกรักอันยาวนานมาหมาดๆ

     

    "หือ! ทำไมถึงตื่นเร็วนักล่ะ" เย่หยุนซีเอ่ยปากกล่าวขณะเดินเข้าไปนั่งบนเตียงข้างๆยอดสตรีผู้เป็นภรรยาสาว

     

    "คิกคิก นั่นเพราะข้าสัมผัสได้ว่าท่านหายไปน่ะสิ" ฮั่นผิงหัวเราะกล่าว จากนั้นชันกายลุกขึ้นสวมกอดผู้เป็นสามีราวกับเต็มไปด้วยความโหยหา

     

    "นี่ ยังไม่พออีกหรือ?" เย่หยุนซีกล่าวพลางเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อออกมา

     

    "ชิ คนเลว ข้าทำกับท่านไม่ไหวแล้วนะ ข้าก็แค่อยากกอดท่านเฉยๆไม่ได้หรือไง" คนงามทำหน้ามุ่ยใส่อย่างน่ารักน่าชัง แต่ทว่าทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็พลันดังขึ้นพร้อมกับเสียงของหัวหน้าสาวใช้

     

    "ก๊อกๆๆ"

     

    "เรียนองค์หญิง องค์หญิงฮั่นซูลี่มาเยี่ยมเยียนเจ้าค่ะ จะให้บ่าวตอบรับอย่างไร?"

     

    "หือ! ฮั่นซูลี่งั้นหรือ!!!............บอกนางให้รอที่ห้องรับแขกสักครู่ เดี๋ยวข้าออกไป" ฮั่นผิงแม้จะรู้สึกแปลกใจแต่ก็ยังยินยอมที่จะพบน้องสาวต่างมารดา

     

    "รับทราบแล้วเจ้าค่ะ" หัวหน้าสาวใช้รีบหมุนกายเดินออกไปเพื่อทำตามคำสั่ง

     

    "องค์หญิงฮั่นซูลี่ นางมาทำไมกัน?" เย่หยุนซีอุทานด้วยความสงสัย

     

    "เห้อ น้องสาวคนนี้นางเป็นคนเอาแต่ใจ ครั้งนี้ดูเหมือนว่านางจะมาตรวจสอบท่านอย่างแน่นอน" ฮั่นผิงกล่าวออกมา

     

    "หืม ตรวจสอบข้า??" เย่หยุนซีชี้นิ้วมาทางตัวเองแล้วอุทานอีกครั้ง

     

    "นางคงอยากจะแย่งท่านไปจากข้ากระมัง" ฮั่นผิงเผยรอยยิ้มบางพลางเอ่ยปากกล่าว

     

    "หา! ไม่เห็นเข้าใจเลยสักนิด" บุรุษหนุ่มส่ายศีรษะไปมา ใบหน้าแข็งค้าง

     

    ผู้เป็นองค์หญิงเมื่อได้ยินเช่นนั้น จึงเริ่มเล่าเรื่องราวในอดีตระหว่างนางกับฮั่นซูลี่ให้สามีได้ฟังอย่างคร่าวๆ จนกระทั่งเขากระจ่างทุกข้อสงสัย

     

    "อืมๆ สรุปก็คือ ท่านกับนางมักจะชอบแย่งชิงของกันและกันในตอนเด็กเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้ใหญ่"

     

    "คิกคิก พูดไปแล้วก็น่าอาย แต่เพราะข้าอยากให้ท่านพ่อสนใจก็เลยทำทุกวิถีทาง........ส่วนนางก็อยากได้ความสนใจจากท่านป้าเช่นกัน เพราะความไฝ่ฝันของนางนั้นก็คือการเป็นจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่เฉกเช่นท่านป้า"

     

    "โอ่ว งั้นท่านที่เป็นหลานรักขององค์จักรพรรดินีก็ดูจะขวางหูขวางตาองค์หญิงฮั่นซูลี่สินะ" เย่หยุนซีกล่าว หลังจากพิจารณาการกระทำของอีกฝ่าย เพราะมันมีความเป็นไปได้มากที่ฮั่นเหมยหลินจะยกบัลลังก์ให้กับฮั่นผิงผู้เป็นหลานที่สนิดชิดเชื้อที่สุด

     

    "เห้อ ดูเหมือนนางจะเข้าใจเช่นนั้นนั่นแหละนะ..........แต่ก็ช่างมันเถอะ ตอนนี้ท่านควรพาข้าไปอาบน้ำเพราะข้าลุกขึ้นเดินไม่ค่อยไหว" ฮั่นผิงเผยสีหน้ายั่วยวนใจ

     

    "หึหึ ได้ๆ ข้าน้อยรับบัญชา" พูดจบ! เย่หยุนซีก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาอีกครา ก่อนจะอุ้มร่างฮั่นผิงเดินเข้าห้องอาบน้ำในทันที