ตอนที่ 67 หมอให้สัญญา
ตอนที่ 67ดนัยและทีมแพทย์ของเขานั้นตอนนี้กำลังอยู่ในห้องของน้องส้มซึ่งพวกเขานั้นมาคุยกับน้องส้มก่อนการผ่าตัดซึ่งเรื่องการอนุญาตนั้นทางผู้ปกครองของน้องส้มที่อยู่ต่างประเทศได้ไฟเขียวเรียบร้อยแล้วตอนแรกพวกเขาค่อนข้างแปลกใจที่มีทีมแพทย์รับผ่าตัดลูกสาวของพวกเขาด้วยซึ่งพ่อและแม่ของน้องส้มนั้นบอกว่าจะกลับมาถึงไทยพรุ่งนี้เช้าและหวังว่าจะพบกับข่าวดีและที่พ่อและแม่ของน้องส้มตัดสินใจให้ทีมของดนัยผ่าตัดลูกสาวนั้นก็เป็นเพราะถึงจะปล่อยยื้อเวลาไปลูกสาวของพวกเขาก็เหลือเวลาอีกไม่มากซึ่งสู้เสี่ยงผ่าตัดให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยจะดีกว่าเพราะการปล่อยให้ลูกสาวของพวกเขานอนรอความตายอยู่แบบนี้ดูท่าจะเป็นการทรมานกว่าเพราะแต่ละครั้งที่ลูกสาวพวกเขาอาการแย่ลงลูกสาวของพวกเขานั้นจะเจ็บปวดเป็นอย่างมากกับอาการป่วย“หมอคะหนูจะไม่ตายใช่มั้ยคะ” น้องส้มมารีที่กำลังจะถูกเข็นไปที่ห้องผ่าตัดถามดนัยและทีมของเขาเป็นภาษาไทยดนัยที่ได้ยินคำถามของน้องส้มมารีก็ยิ้มออกมาก่อนจะตอบเธอเป็นภาษาไทย“หมอสัญญาครับน้องส้มจะมีชีวิตกลับมาหมอจะช่วยน้องส้มให้ได้หลังจากผ่าตัดเสร็จแล้วน้องส้มจะได้ไปโรงเรียนจะได้มีเพื่อนๆร่างกายของน้องจะแข็งแรงเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ” ดนัยพูดบอกกับน้องส้มมารีอย่างอ่อนโยนทันทีที่น้องเขาได้ยินที่ปลายหางตาก็มีน้ำตาไหลออกมาทันที“ฮือ...ขอบคุณค่ะคุณหมอดนัย” น้องส้มมารีร้องไห้ออกมาเธอรู้สึกว่าหมอตรงหน้าเธอนั้นจะต้องรักษาสัญญาแน่นอน“ไม่เป็นไรครับอย่าร้องไห้นะคนเก่งถ้ายังไงเรามาเกี่ยวก้อยสัญญากันด้วยมั้ย” ดนัยยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าเด็กสาวอายุสิบสามก่อนจะยื่นนิ้วก้อยไปตรงหน้าของน้องส้มมารี“ค่ะ” น้องส้มมารีค่อยๆยกมือที่อ่อนแรงขึ้นมาก่อนจะยื่นนิ้วก้อยออกมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของดนัยเอาไว้“เรียบร้อยเราทำสัญญากันแล้วนะน้องส้มต้องสู้ๆนะครับหมอเองก็จะสู้เหมือนกัน” ดนัยพูดให้กำลังใจเข้าไปอีกจากนั้นเขาก็จับมือน้องส้มมารีก่อนจะวางมือของเธอลงบนเตียงอย่างเบามือ“คุณพยาบาลครับพาคนไข้ไปที่ห้องผ่าตัดได้เลยครับ” ดนัยหันไปบอกพยาบาลของโรงพยาบาลที่มาทำหน้าที่พาคนไข้ไปที่ห้องผ่าตัด“ค่ะหมอ” พยาบาลพยักหน้าก่อนจะมาเข็นเตียงของน้องส้มมารีออกไป“หมอดนัยคุยอะไรกับน้องเหรอคะ” หมอยูมิถามเพราะเธอฟังภาษาไทยไม่ออกแน่นอนคนอื่นๆด้วย“ผมก็แค่ให้สัญญากับเธอน่ะครับ” ดนัยตอบ“เอ๋...ไปให้สัญญาแบบนั้นจะดีเหรอคะ” หมอยูมิอุทานออกมา“นั่นสิคะหมอดนัยถ้าพลาดขึ้นมามันจะแย่เอานะคะ” หมอมิโฮะเองก็เป็นกังวลเมื่อได้ยินว่าดนัยไปให้สัญญากับคนไข้เอาไว้เพราะหมอแทบจะทุกคนนั้นไม่มีใครให้สัญญากับคนไข้ว่าจะรักษาให้หายมีแต่จะพูดว่าจะพยายามเต็มที่เท่านั้นเพราะถ้าเกิดอะไรกับคนไข้ขึ้นมาจะได้ไม่รู้สึกโทษตัวเองที่ทำตามสัญญาที่ให้เอาไว้ไม่ได้พยาบาลและหมอทุกคนในทีมมองมาที่ดนัยกันหมดรวมถึงฮิคาริด้วยแน่นอนฮิคาริพอฟังภาษาไทยออกบ้างเธอพอจะเข้าใจว่าที่ดนัยพูดก่อนหน้าคือการให้สัญญากับคนไข้แต่ถึงเธอจะได้ยินที่ดนัยพูดกับคนไข้เธอก็ไม่ได้ท้วงติงหรือพูดห้ามอะไร“ไม่ต้องห่วงครับผมให้สัญญากับเธอไปแล้วผมต้องผ่าตัดสำเร็จให้ได้...ไม่สิพวกเราจะต้องผ่าตัดสำเร็จได้แน่นอนครับมาพยายามไปด้วยกันเถอะครับ” ดนัยพูดกับทุกคนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“ค่ะหมอ !!x4” ทุกคนที่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าตอบกันทันที“เอาล่ะครับไปเตรียมตัวกันเถอะ” ดนัยพยักหน้าก่อนจะบอกให้ทุกคนไปเตรียมตัว“ฉันจะไปรอดูที่ห้องมอนิเตอร์นะพยายามให้เต็มที่ล่ะ” ฮิคาริพูดก่อนจะขอตัวเดินแยกไปที่ห้องมอนิเตอร์จากนั้นทุกคนก็มุ่งหน้าไปยังห้องแต่งตัวเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดผ่าตัด“อ๊ะหมอยูมิครับเตรียมไอ้นั่นให้ผมหรือยัง” ดนัยถามหมอมิโฮะที่กำลังเดินอยู่“เตรียมแล้วค่ะหมอวัชระเอามาให้แล้วมันอยู่นี่” หมอยูมิตอบก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาจากในกระเป๋าเสื้อซึ่งมันเป็นถุงพลาสติกที่ถูกซีนเอาไว้อย่างดี“ดีเลยครับถ้าผมจะใช้แล้วจะบอกนะครับ” ดนัยพูด“มันจะได้ใช้เหรอคะเพราะการผ่าตัดให้เสร็จในสามชั่วโมงก็ลำบากจะแย่อยู่แล้วถึงจะผ่าตัดเสร็จก่อนสามชั่วโมงได้แต่เวลาเหลือแค่นั้นจะไปผ่าตัดอีกจุดทันงั้นเหรอคะดูยังไงก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย” หมอยูมิพูด“ไม่ลองก็ไม่รู้หรอกครับแต่ถ้าผมทำได้ล่ะก็น้องจะกลับมามีชีวิตที่ปกติเลยนะครับมันก็คุ้มที่จะลองเพราะถ้าปล่อยไปแบบนั้นก็เหมือนทิ้งระเบิดเวลาเอาไว้กับตัวน้องซึ่งก็ไม่รู้ว่าระเบิดลูกนั้นจะตูมขึ้นมาเหมือนไหร่” ดนัยบอก“เฮ้อ...เข้าใจแล้วค่ะแต่ถ้าพลาดเท่ากับเราจะเสียน้องไปเลยนะคะ” หมอยูมิถอนหายใจออกมา“ผมเข้าใจดีครับถ้าผมคิดว่าไม่ไหวจะยกเลิกทันทีได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น” ดนัยพูด“ค่ะหมอดนัยว่าแต่ได้บอกเรื่องนี้กับฮิคาริเอาไว้หรือเปล่า” หมอยูมิถาม“เปล่าผมไม่ได้บอกมีแค่คุณที่รู้” ดนัยส่ายหน้า“เฮ้อ...ทำไมฉันต้องมารู้เรื่องเสี่ยงๆแบบนี้ทุกทีเลยนะคราวก่อนก็ผ่าตัดเชื้อราในสมองยังมาคราวนี้จะผ่า...” หมอยูมิยังพูดไม่ทันจบก็มีเสียงขัดของหมอมิโฮะเสียก่อน“นี่ทั้งสองคนนั้นน่ะเร็วหน่อยสิก้าวให้มันยาวๆหน่อย !!” หมอมิโฮะที่อยู่ด้านหน้าเห็นว่าดนัยกับหมอยูมิเดินรั้งท้ายห่างจากพวกเธอจึงหันมาตะโกนบอก“ขอโทษครับ/ขอโทษค่ะ !!” ทั้งสองคนรีบขอโทษก่อนจะก้าวเท้ายาวๆเพื่อให้ทันคนข้างหน้าทันทีห้องผ่าตัดดนัยและทีมเดินเข้ามาในห้องผ่าตัดทุกคนต่างแยกย้ายกันไปประจำที่ทันทีดนัยมองไปยังห้องมอนิเตอร์สำหรับสังเกตการณ์ก่อนจะเห็นฮิคาริหมอวัชระและผู้อำนวยการเพียงสามคนเท่านั้นที่อยู่ในนั้นดูเหมือนหมอคนอื่นๆที่มาดูก่อนหน้านี้นั้นจะติดผ่าตัดกันหมดดนัยเงยหน้ามองก่อนจะเห็นกล้องวีดีโอที่ถูกติดตั้งเอาไว้ในห้องผ่าตัดนั้นถูกเปิดเอาไว้อยู่ฟู่ว...ถ้าสำเร็จการผ่าตัดนี้จะเป็นการผ่าตัดคนไข้โรคแทรกซ้อนที่ผ่าตัดยากที่สุดเคสแรกของโลกและคลิปการผ่าตัดนี่จะถูกหมอทั่วโลกดูและนำไปศึกษาแต่ถ้าไม่สำเร็จชื่อเสียงของโรงพยาบาลทาเคนากะคงหายวับไปกับตาโรงพยาบาลคงถูกปิดตัวลงในไม่ช้าตัวเราและคนอื่นคงตกงานและคงหางานไม่ได้อีกเพราะคงไม่มีโรงพยาบาลไหนอยากจะจ้างหมอและพยาบาลที่มีชื่อเสีย !!ดนัยคิดในใจก่อนจะหลับตาลงและสูดหายใจเข้าลึกๆพรึ่บ !! ดนัยลืมตาขึ้นมาก่อนจะมองไปที่น้องส้มมารีที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้“น้องส้มพร้อมนะครับ” ดนัยพูดกับน้องส้มมารี“ค่ะ” น้องส้มมารีพยักหน้า“คุณรินะครับให้ยาสลบได้” ดนัยหันไปมองรินะ“ค่ะหมอ” รินะพยักหน้าก่อนจะหยิบหน้ากากพ่นยาสลบมาครอบลงบนหน้าน้องส้มมารีทันทีรินะหันไปมองบนจอมอนิเตอร์ก่อนจะสำรวจอาการของน้องส้มด้วยตาเปล่าอีกทีเมื่อเห็นว่าสลบไปแล้วก็หันมาบอกดนัย“ยาสลบออกฤทธิแล้วค่ะ”“ตอนนี้เวลา 1704 ตามเวลาประเทศไทยเริ่มการผ่าตัดครับ !!” ดนัยมองดูนาฬิกาในห้องก่อนจะประกาศเริ่มการผ่าตัดทันทีมีด !! หมับ !! ดนัยขอมีดจากซากิทันทีและในวินาทีที่ดนัยรับมีดมาเขาก็กรีดลงไปบนหน้าท้องของน้องส้มมารีคนไข้ของเขาทันทีควับ !! เสียงมีดผ่าตัดกรีดลงไปบนหน้าท้องของน้องส้มมารีห้องมอนิเตอร์“เริ่มแล้วสินะ” ผู้อำนวยการพูดหลังจากเห็นดนัยลงมีด“ยอดมากเหมือนกับตอนซ้อมเลยไม่มีเลือดออก” หมอวัชระพูดหลังจากเห็นว่าไม่มีเลือดออกเลยสักนิด“ยังวางใจไม่ได้หรอกค่ะการผ่าตัดพึ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น” ฮิคาริพูดพลางกำพนักเก้าอี้แน่นโดยไม่รู้ตัวหมับ !!ถ้าร่างกายเราแข็งแรงจนสามารถผ่าตัดเองได้คงไม่ต้องฝากทุกอย่างเอาไว้กับดนัยแบบนี้ !! ฮิคาริคิดอย่างเจ็บใจเป็นเพราะเธอป่วยเป็นเจ้าหญิงนิทรามานานทำให้ร่างกายเธอไม่แข็งแรงพอที่จะผ่าตัดเองได้เธอจึงต้องฝากอนาคตของทาเคนากะเอาไว้กับดนัยซึ่งมันทำให้เธอเจ็บใจเป็นอย่างมาก“มีด...คีมถ่าง...คุณรินะเช็คดูความดันเลือดด้วยครับถ้าความดันเพิ่มขึ้นให้แจ้งทันที”“รับทราบค่ะ” รินะพยักหน้าฮิคารินั่งมองเอาใจช่วยดนัยที่กำลังคุมการผ่าตัดอยู่ตอนนี้เขาผ่าตัดเปิดหน้าท้องเรียบร้อยแล้วและกำลังเช็คความดันอยู่เพราะถ้าความดันสูงเกินไปอาจจะทำให้หลอดเลือดแตกที่ไหนสักแห่งได้และนั่นจะเป็นปัญหาเพราะถ้าเลือดออกจะหยุดยากมากทำให้เสียเวลาในการผ่าตัดห้องผ่าตัด“เอาล่ะเรามาเริ่มผ่าตัดเอามะเร็งออกจากลำไส้ใหญ่กันเถอะครับหมอมิโฮะครับฝากช่วยซัพพอร์ตผมด้วย” ดนัยพูดกับหมอมิโฮะ“ค่ะ” หมอมิโฮะพยักหน้าก่อนจะหยิบกรรไกรจับขึ้นมาและช่วยยกลำไส้ใหญ่ขึ้นให้ดนัยทันทีฟุ่บ !! หมับ !! ซากิส่งกรรไกรตัดชิ้นเนื้อให้ดนัยโดยไม่ต้องสั่งทันทีเอาล่ะจุดแรกเห็นแล้วก้อนเนื้อมะเร็งขนาดครึ่งเซนติเมตรตัดออกซะดนัยมองเห็นเจ้าก้อนเนื้อร้ายที่ขึ้นลุกลามอยู่ที่ลำไส้ใหญ่เขาก็เริ่มตัดออกทันทีฉับ !! ก้อนเนื้อมะเร็งขนาดครึ่งเซนติเมตรถูกตัดออกมาเป็นก้อนแรกและเมื่อตัดออกมาแล้วดนัยก็ใส่มันเอาไว้ในถาดที่ถูกวางเอาไว้บนรถเข็นเมื่อตัดก้อนเนื้อมะเร็งก้อนแรกออกไปแล้วหมอมิโฮะก็ขยับมือยกลำไส้ส่วนต่อไปให้ดนัยเห็นทันทีซึ่งจุดต่อไปนั้นมีก้อนเนื้อร้ายขึ้นอยู่เป็นกระจุกคล้ายกับมีใครเอาเม็ดสาคูเม็ดเล็กๆมาติดเอาไว้มากมายฉับ !! ฉับ !! ฉับ !! ฉับ !! ดนัยค่อยๆบรรจงตัดมันออกอย่างช้าๆเพื่อระวังไม่ให้ตัดไปโดนเส้นเลือดแต่ดนัยก็ไม่ได้ช้าจนเกินไปเพราะต้องแข่งกับเวลาที่มีจำกัดแค่สามชั่วโมงก่อนร่างกายของน้องส้มมารีจะทนไม่ไหวการผ่าตัดดำเนินต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งชั่วโมงผ่านไปดนัยก็สามารถผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกมาได้กว่าครึ่งดนัยเหลือบตามองดูเวลาช้าเกินไปต้องเร่งความเร็วหน่อยดนัยคิดในใจ“หมอมิโฮะครับเดี๋ยวผมจะเร่งขึ้นอีกหน่อยนะครับ” ดนัยบอกกับหมอมิโฮะ“เอ๋...จะเร่งอีกเหรอคะเวลากำลังดีเลย” หมอมิโฮะแปลกใจเพราะถ้ายังผ่าตัดต่อไปแบบนี้จะผ่าตัดเสร็จก่อนสองชั่วโมงครึ่งแน่นอนเธอสงสัยว่าทำไมดนัยถึงจะอยากเสี่ยงเร่งให้มันเร็วขึ้นอีกเพราะถ้ายิ่งเร่งความแม่นยำในการผ่าตัดก็จะลดลง“เร่งขึ้นอีกหน่อยครับเชื่อผม” ดนัยบอก“เข้าใจแล้วค่ะ” หมอมิโฮะพยักหน้าก่อนจะเร่งมือตามดนัยไปและทันทีที่ดนัยสั่งเร่งความเร็วขึ้นการผ่าตัดก็ยกระดับความยากขึ้นไปอีกทันทีแต่ทุกคนก็ยังทำได้ดีจนกระทั่งการผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกผ่านไป 75%อ๊ะ !! ฉัวะ !! เสียงหมอมิโฮะอุทานออกมาเพราะเธอนั้นช้าไปจังหวะนึงทำให้ยังยกลำไส้ใหญ่ขึ้นมาไม่ได้องศาจนดนัยพลาดตัดไปโดนเส้นเลือดที่อยู่ติดกับลำไส้ใหญ่ฉูด !! เลือดพุ่งออกมาจากจุดที่ตัดพลาดทันทีติ๊ด !! ติ๊ด !! ติ๊ด !! ติ๊ด !! ติ๊ด !! เสียงเครื่องวัดความดันเริ่มดังขึ้น“ความดันตกค่ะหมอดนัยหนึ่งร้อยยี่สิบ เก้าสิบ หกสิบ ตกลงอย่างรวดเร็วค่ะ !!” รินะรีบแจ้ง“เติมโปรตีนครับ...หมอยูมิขอเครื่องจี้ไฟฟ้าด่วน !!” ดนัยรีบสั่งแก้สถานการณ์ทันทีครืด !! เสียงเครื่องจี้ไฟฟ้าสำหรับห้ามเลือดถูกเข็นมาอยู่ข้างดนัยก่อนจะส่งมันใส่มือดนัยทันทีไม่รอช้าดนัยรีบใช้เครื่องมือจี้ไฟฟ้าจี้ลงไปบนแผลชี่ !! เสียงเครื่องจี้ถูกจี้ลงไปบนแผลกลิ่นเหม็นไหม้ลอยออกมาเตะจมูกทันทีเลือดที่ไหลออกมาถูกความร้อนจนแข็งตัวเป็นก้อนแต่ทว่าก็ยังไม่สามารถห้ามเลือดได้เพราะจุดที่เป็นแผลเลือดออกนั้นลิ่มเลือดดันไม่แข็งตัว“ความดันยังตกอยู่ค่ะหมอดนัยอ๊ะจับไม่ได้แล้ว” รินะเตือนพลางร้องอุทานออกมาเมื่อจับค่าความดันไม่ได้แล้วตี๊ด !!!!!!!!!! เสียงสัญญาณคลื่นหัวใจดังยาวบ่งบอกว่าหัวใจเริ่มหยุดเต้นบ้าเอ้ยเลือดไม่ยอมหยุด !! ดนัยเริ่มขมวดคิ้วเพราะตราบใดที่ยังหยุดเลือดไม่ได้ความดันก็จะไม่กลับมาและหัวใจก็จะไม่กลับมาเต้นและถ้ายังปล่อยให้หัวใจหยุดเต้นอยู่แบบนี้เกินสี่นาทีสมองจะได้รับความเสียหาย“หมอยูมิฝากนวดหัวใจด้วย !!!” ดนัยรีบสั่งหมอยูมิที่ว่างอยู่ทันทีเพราะหมอมิโฮะนั้นไม่ว่างจะต้องจับลำไส้ใหญ่ให้เขาห้องมอนิเตอร์“แย่แล้วหมอดนัยพลาดแล้ว !!!” หมอวัชระอุทานออกมาเมื่อเห็นดนัยทำพลาด“หมอทาเคนากะครับไม่เข้าไปช่วยเหรอครับ !!” ผู้อำนวยการหันมาถามฮิคาริที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะขยับไปไหน“ไม่เป็นไรค่ะฉันเชื่อว่าดนัยและทีมของฉันจะทำได้” ฮิคาริยังคงเชื่อมั่นอยู่“แต่ว่า.....”“ฉันเชื่อใจพวกเขาค่ะ !!” ฮิคาริพูดพลางมองไปยังพวกดนัยที่กำลังแก้สถานการณ์กันอยู่จบ...