ไลฟ์สด ปลดพลังเวทย์

    หม้อกักวิญญาณ

    “ผู้จัดงาน ไล่เธอลงไปจากเวทีซะ นี่ไม่ใช่ที่จะเอาของหลอกลวงมาจัดแสดงนะ” คุณวุฒิชัย ตะโกนลั่น            เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาเชิญตัวหญิงผู้ที่เป็นเจ้าของผลทศโลหิตนั้นลงจากเวที            “ไอ้พวกคนโง่” เธอตะโกนออกมาขณะที่ถูกควบคุมตัว            ฉันหันไปบอกตะวันว่า “ดีล่ะฉันจะซื้อเจ้าผลแห้งนั้น เกิดเรื่องแบบนี้ราคามันคงไม่แพง”            ตะวันหันมามองฉัน “คุณสนใจมันหรือ” เขาทำสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย            “แต่ถ้าคุณต้องการ ถ้างั้นเราก็แอบตามไปกัน” เขาบอก            เราทั้งสองลุกขึ้นและเดินตาม รปภ.ไปอย่างห่างๆ หญิงสาวคนนั้นถูกพาตัวออกไปจากงานและโดนห้ามเข้า เธอถูกโยนตัวออกไปจนล้มลง            เธอลุกขึ้นและหยิบกล่องไม้ที่ตกอยู่ขึ้นมา และกำลังจะเดินออกไปจากตรงนั้น ฉันจึงรีบวิ่งเข้าไปดักหน้าเธอเอาไว้ เธอมีอาการตกใจ            “คุณจะทำอะไร” เธอถามฉันและขยับถอยหนีเล็กน้อย            “ฉันสนใจของในกล่องนั้น” ฉันบอก เธอมองไปที่กล่องที่ถืออยู่ในมือ “คุณพูดจริงๆหรือ”“ใช่ ฉันต้องการมัน” ฉันย้ำ          “คุณจะซื้อเท่าไหร่” เธอถามกลับฉันจึงถามเธอกลับไปว่าเธอต้องการเงินเท่าไหร่ เพราะฉันก็ไม่รู้ว่าของสิ่งนั้นมันควรมีราคาเท่าไหร่ และเผื่อว่าเธอตั้งราคาสูงไปฉันจะได้ต่อราคาเธอมีสีหน้าครุ่นคิดคิ้วขมวดจนแทบจะชนกัน แล้วก็บอกกับฉันว่า“ส..ส.สามหมื่น ตกลงไหม” เธอพูดเหมือนไม่ค่อยมั่นใจในราคาที่เสนอ “ต...ต่อรองได้นะ” เธอพูดต่อเหมือนกลัวฉันเปลี่ยนใจ“ตอบตกลงเลยไพลิน” รัตติกาลกระซิบฉันจึงตอบตกลง เธอรีบส่งกล่องนั้นให้ฉันอย่างเร็ว“เงินล่ะ” เธอแบมือทวงแทบจะทันทีฉันไม่มีเงินสดมากขนาดนั้น ฉันจึงถามกลับไป“ฉันไม่มีเงินสด ขอเบอร์บัญชีเธอหน่อย แล้วฉันจะโอนเงินให้” ฉันบอก“ฉันไม่มีบัญชีธนาคาร ฉันต้องการเงินสด” เธอตอบฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ก็เลยหันไปหาตะวัน เขาหยิบเงินออกมาส่งให้ฉันราวกับรู้ใจว่าฉันต้องการความช่วยเหลือ“แล้วฉันจะเอาเงินคืนคุณนะตะวัน” ฉันบอก“เธอเอาผลนี้มาจากไหน” ฉันถามพลางยื่นเงินให้เธอ“มันเป็นของพ่อของฉัน พ่อของฉันเป็นพรานป่า พ่อฉันเล่าว่า เขาเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์ แต่เกิดหลงทางเข้าไปในป่าที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ต้นไม้ทุกต้นแปลกมาก พ่อไม่เคยเห็นมาก่อน และพ่อไปพบเจ้าผลไม้แปลกๆนี้จึงเด็ดลงมาจากต้น พ่อบอกว่าเมื่อเด็ดเจ้าผลประหลาดนี้แล้ว ป่าทั้งป่าที่เงียบสงบก็เต็มไปด้วยลมพายุ เสียงโหยหวนก้องป่า พ่อบอกว่ามันคือผีป่าที่คอยปกป้องป่านั้นไว้ แต่โชคยังดีที่พ่อฉันพอจะมีคาถาอาคมจึงรอดออกมาได้ และได้เจ้าผลนี้มา ว่ากันว่ามันสามารถต่ออายุขัยของมนุษย์ได้”“แล้วเธอไม่เสียดายหรือ มันมีสรรพคุณต่ออายุได้ เธอไม่อยากมีอายุยืนหรือ” ฉันถาม“ไม่หรอก คนเราเมื่อสิ้นอายุขัยก็ควรต้องตาย แต่ตอนที่ยังไม่ตายนี่สิ ต้องหาเงิน” เธอตอบแล้วนับเงินใส่กระเป๋า“ป่านั่นอยู่ที่ไหน” ฉันถามด้วยความสนใจ“ที่จังหวัดกาญจนบุรี แต่ป่าลึกลับนั่นไม่ใช่ทุกคนที่จะหาเจอ แม้แต่ฉันที่เดินป่าจนช่ำชองก็ยังไม่เคยเข้าไปเลยสักครั้ง พ่อบอกว่ามันคือป่าอาถรรพ์” เธอเล่ารัตติกาลบอกกับฉันว่า “มันคือเรื่องจริง ในป่านั้นมันอันตรายมากเธอไม่ควรเข้าไป”ฉันหันกลับไปหาตะวัน เขาพูดกับฉันว่า “มันจะช่วยต่ออายุได้จริงๆหรือ” เขาถาม แต่ฉันก็ไม่รู้ เราจึงกลับที่งานประมูล            ขณะนี้มีสมบัติโบราณชิ้นสุดท้ายของงานในคืนนี้ขึ้นแสดง ทันทีที่เจ้าของนำมันขึ้นมาให้ทุกคนได้เห็น ก็ทำให้หลายคนเกิดความประหลาดใจ            “นี่มันแปลกมาก” คุณเอนก หนึ่งในกรรมการในงานพูดขึ้น “มันเป็นหม้อสำริดที่มีศิลปะที่แปลกมาก ผมไม่เคยเห็นมาก่อน” เขาบอกต่อ            “ใช่ แปลกมาจริงๆ ไม่รู้ว่ามันคือสมบัติในยุคสมัยไหน ไม่มีความคล้ายกับสิ่งที่พวกเราเคยศึกษากันมาเลย” คุณธรรมชัยสำทับ            หม้อสำริดนั้นสร้างความแปลกใจเป็นอย่างมาก แม้แต่ผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณวัตถุก็ยังไม่รู้จักมัน            จู่ๆรัตติกาลก็ถามฉัน “เธอรู้สึกยังไงบ้างไพลิน”            “ฉันรู้สึกแปลกๆข้างใน เหมือนพะอืดพะอมจะอาเจียน” ฉันตอบ            “มันคือหม้อสำริดกักวิญญาณ” เธอบอก “มันเป็นของผู้ที่มีอาคมขั้นสูงที่ใช้ในการกักวิญญาณเอาไว้ภายใน เธอดูนั่นสิ ที่ฝาหม้อมีการปิดผนึกไว้ด้วยยันต์”            “เปิดฝาดูหน่อยสิ” คุณเอนกพูดขึ้น            ฉันตกใจเมื่อได้ยินจึงรีบตะโกนออกไปอย่างลืมตัวว่า “ห้ามเปิดนะ!”            ทุกคนหันมามองที่ฉันเป็นตาเดียว            “ทำไมห้ามเปิด” คุณเอนกถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ            “มันไม่ใช้หม้อธรรมดา แต่มัน..เอ่อ..” ฉันไม่รู้ว่าจะบอกพวกเขายังไง            “คุณเป็นใครคุณผู้หญิง คุณมีความรู้เรื่องโบราณวัตถุหรือยังไง พวกเราศึกษาเรื่องพวกนี้มาทั้งชีวิต ยังไม่รู้จักมันเลย” เขาบอกและพากันหัวเราะออกมา            “มันคือหม้อสำริดกักวิญญาณ คุณเห็นยันต์ที่ปิดเอาไว้ไหม ถ้าคุณเปิดมันออก วิญญาณร้ายจะถูกปลดปล่อย” ฉันบอก            ทั้งสามหัวเราะออกมาพร้อมกัน            “นี่คุณดูหนังผีมากเกินไปหรือเปล่า ผมไปศึกษาของโบราณมาทั่วประเทศ ไม่เคยเจอผีสักตัว นั่งลงไปเถอะคุณผู้หญิง” เขาเย้ยหยัน            คุณเอนกแกะยันต์ที่ผนึกอยู่ออกทันทีที่พูดจบ            “อย่า!!” ฉันตะโกน ตะวันรีบกระโดดขึ้นไปบนเวทีและแย่งหม้อสำริดนั้นมา            “คุณทำอะไร เรียก รปภ.” คุณเอนกบอก            ไม่ทันแล้ว ยันต์ถูกเปิดออก และยันต์นั้นก็อยู่ในมือของคุณเอนก จากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องจากคนในงาน ควันสีดำค่อยๆลอยออกมาจากหม้อสำริดนั้น            “บอกเขาว่าออกมาให้ห่างจากมัน” รัตติกาลบอกฉัน            “ตะวัน ทิ้งมันลงไป” ฉันตะโกนบอก ตะวันโยนหม้อนั้นลงไปที่พื้นเวที ควันสีดำพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว            ทุกคนในงานต่างพากันวิ่งหนีอย่างโกลาหล ฉันหยิบกริชอาคมออกมา และใช้เถ้ากระดูกผีโปรยออกไปเพื่อไม่ให้วิญญาณนั้นหายตัวไป ฉันวิ่งตรงไปและใช้กริชแทงไปที่วิญญาณ            วิญญาณนั้นพุ่งไปเข้าสิงที่ผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วเธอก็หันกลับมาตัวสั่นเทา ดวงตาเธอแดงก่ำและวิ่งตรงมาเพื่อที่จะทำร้ายฉัน ฉันจึงเตรียมใช้กริชแทงไปที่เธอ แต่ฉันไม่สามารถทำได้เพราะเธออาจจะเป็นอันตราย            ฉันจึงหยิบข้าวสารเสกออกมาและสาดไปที่เธอ วิญญาณตนนั้นพุ่งออกมาจากร่างของเธอทันที แต่ลำพังข้าวสารเสกเพียงเท่านี้ไม่สามารถจัดการมันได้            วิญญาณนั้นพุ่งเข้าไปสิงที่ร่างของชายอีกคน ตะวันวิ่งกวดไปจนทัน เขาพุ่งเข้าตะครุบตัวชายคนนั้นจนล้มลงไปด้วยกัน ตะวันลุกขึ้นมาและกดชายคนนั้นให้นอนคว่ำลงที่พื้น            “เธอต้องใช้พลังของเธอ ไพลิน” รัตติกาลบอก “ใช้หม้อสำริดกักวิญญาณไว้”            ฉันหยิบหม้อกักวิญญาณนั้นและท่องคาถาลงไป หม้อใบนั้นเกิดแสงพุ่งออกมา ฉันจึงใช้ข้าวสารเสกสาดไปที่ตัวชายคนนั้น วิญญาณร้ายพุ่งออกมาจากร่างและถูกหม้อสำริดดูดเข้าไป            “ยันต์ ยันต์อยู่ไหน” ฉันตะโกนถาม            “อยู่นั่น” ตะวันพูดและวิ่งไปหยิบผ้ายันต์ที่ตกอยู่ที่พื้นมา ฉันจึงใช้ยันต์ผนึกไปที่ปากหม้อ วิญญาณร้ายถูกจองจำ ฉันทรุดตัวลงนั่งลงไปด้วยความอ่อนล้า            “คุณเก่งมาก ไพลิน เธอคือผู้สืบทอดจริงๆ” รัตติกาลพูดขึ้น            “แต่คุณเป็นคนชี้แนะฉันทุกอย่าง คุณต้องไม่ใช่คนธรรมดา” ฉันพูด            ที่ฉันมาถึงทุกวันนี้ได้เพราะรัตติกาลเป็นคนชี้แนะฉัน ฉันคิดว่าแท้จริงแล้วเธอนั้นต้องเป็นใครสักคนที่ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ            “เธอไม่ต้องรู้หรอกว่าฉันคือใคร แต่ฉันจะคอยชี้แนะเธอ ให้เธอเก่งขึ้นกว่านี้ ไม่ต้องกังวล” เธอบอก            “แล้วฉันจะได้เจอคุณไหม” ฉันถาม            “เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แล้วเราจะได้เจอกัน”            รัตติกาลบอกกับฉัน