ย้อนเวลามาป่วนต้าถัง

    ย้อนเวลามาป่วนต้าถัง_45_ที่แท้คือองค์ชายแปดและองค์หญิงฉางเล่อ

    ก่อนหน้านี้ไม่นาน หลี่ลี่จื้อได้ทราบว่า องค์ชายแปดหลี่เฉิงเฟิงกับเสด็จพ่อทะเลาะกันใหญ่โต เสด็จพ่อทรงกริ้วมากจึงได้สั่งกักบริเวณหลี่เฉิงเฟิงไว้ที่จวนเจิ้นอ๋องเป็นเวลาหนึ่งเดือน


    ไม่คาดคิดเลยว่าหลี่เฉิงเฟิงจะแอบหนีออกมาเช่นนี้?


    “ตึกตึกตึก...หาให้เจอ! เริ่มค้นจากถนนสายใต้ อย่าพลาดแม้แต่ตรอกซอกซอยเดียว คืนนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องตามหาเด็กสองคนนั้นให้เจอ!”


    “ขอรับนายหญิง!”


    อันธพาลกลุ่มใหญ่วิ่งมาจากถนนทางซ้ายมือของหลี่เฉิงเฟิง หลี่ลี่จื้อหน้าซีดเพราะความกลัว นางกระซิบถาม “น้องพี่ เราจะทำอย่างไรต่อไปดี? ถ้าถูกพวกมันจับตัวได้ล่ะ? คืนนี้เราหนีพวกมันไม่พ้นแน่!”


    “ไม่มีทาง! ข้าคือองค์ชายแปดผู้สูงส่งแห่งต้าถัง อันธพาลพวกนั้นไม่กล้าแตะต้องข้าหรอก!”


    “เปล่าประโยชน์ ถ้าไม่มีสิ่งใดพิสูจน์ตัวตนของเราได้ พวกมันไม่มีทางเชื่อเราเด็ดขาด! ก่อนหน้านี้ข้าพยายามแล้ว บอกพวกมันไปตั้งกี่รอบว่าตนเองคือองค์หญิงฉางเล่อ แทนที่พวกมันจะเชื่อ กลับทุบตีพี่จนบาดเจ็บ มิหนำซ้ำยังเย้ยเยาะว่า เดี๋ยวนี้มีเด็กสาวมากมายที่โป้ปดว่าตนเองคือองค์หญิงฉางเล่อ!”


    ยุ่งยาก... ยุ่งยากเกินไปแล้ว!


    หลี่เฉิงเฟิงย่นคิ้วพลางคิดในใจว่า สังคมในยุคนี้เหตุใดจึงยุ่งยากได้ขนาดนี้!


    ถ้าไม่มีขุนนางผู้ใหญ่ติดตามมาด้วยก็ไม่มีใครรู้จักหรือจำพวกเขาได้อย่างนั้นหรือ แต่ที่ตัวของเขามีจี้หยกอยู่ด้วยนี่นา เป็นจี้หยกประจำตระกูลซึ่งสลักคำว่า ‘หลี่’ เอาไว้!


    เมื่อคิดเรื่องนี้ออก หลี่เฉิงเฟิงตัดสินใจพาองค์หญิงฉางเล่อกลับไปยังหอซีเซียงก่อน เรื่องอื่นไว้ค่อยคิดทีหลัง


    อย่างน้อยที่หอซีเซียงก็ปลอดภัยกว่าที่นี่!


    ……


    ด้วยเหตุนี้ สองพี่น้องหลี่เฉิงเฟิงและหลี่ลี่จื้อจึงมาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าหอซีเซียงในกลางดึก


    แต่เรื่องราวไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เนื่องจากหอซีเซียงได้ปิดประตูไปแล้ว?


    “ปัง ปัง ปัง!”


    “เถ้าแก่เนี้ยออกมาเปิดประตูหน่อย ข้ากลับมาแล้ว!”


    หลี่เฉิงเฟิงเคาะประตูอย่างแรง จนกระทั่งหญิงสาวรูปโฉมงดงามทรงเสน่ห์ออกมาเปิดประตูให้เขาเข้าไปด้านใน


    ฝานเมิ่งมองเด็กหญิงที่หลี่เฉิงเฟิงพากลับมาด้วย สายตาของนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ นางถาม “เอ๋!? คุณชายน้อย ออกไปที่หอบุปผาจริง ๆ หรือเจ้าคะ? แถมยังพาสาวน้อยน่ารักกลับมาด้วยหนึ่งคน?”


    “โอ๊ย! อย่าพูดมาก ขอข้ากลับขึ้นห้องไปก่อนได้ไหม!”


    หลี่เฉิงเฟิงผลักประตู นำหลี่ลี่จื้อขึ้นไปยังห้องพักซึ่งอยู่บนชั้นสามของหอซีเซียง


    ฝานเมิ่งปิดประตูอาคาร เหล่มองหลี่เฉิงเฟิงก่อนจะเดินตามหลังเด็กทั้งสองขึ้นไป


    หลี่เฉิงเฟิงตั้งใจจะปิดประตูห้องหนี แต่ฝานเมิ่งยื่นเท้าเข้าไปขวางไว้และพูดว่า “คุณชายน้อย ทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ หรือคุณชายจะแอบเข้าไปที่หอบุปผากลางดึก แล้วขโมยสาวน้อยคนนี้กลับมาด้วย?”


    “เหลวไหล! นี่มันพี่หญิงของข้า นางหาใช่นางคณิกาในหอบุปผา!”


    หลี่เฉิงเฟิงขมวดคิ้วมองฝานเมิ่งด้วยสายตาหงุดหงิด


    ฝานเมิ่งยิ้ม และถามต่อว่า “อย่างนั้นพี่หญิงของคุณชายคือใคร?”


    “ฮึ่ม! พี่หญิงของข้าก็คือองค์หญิงฉางเล่อน่ะสิ! เจ้ากล้าดีอย่างไรมากล่าววาจาทำลายชื่อเสียงของนาง!?”


    “หา!? องค์หญิงฉางเล่อ?”


    คำตอบของหลี่เฉิงเฟิงทำให้ฝานเมิ่งตกใจมาก ดวงตาคู่งามของนางเก็บความประหลาดเอาไว้ไม่อยู่


    นางถาม “เช่นนั้นมีสิ่งยืนยันหรือไม่?”


    “พี่หญิงไม่ได้พกสิ่งยืนยันติดตัวมาด้วย แต่ข้ามี! เจ้าน่าจะรู้ว่าข้าเป็นใคร?”


    หลี่เฉิงเฟิงมองฝานเมิ่งอย่างผู้มีอำนาจ


    ฝานเมิ่งขมวดคิ้วและส่ายหัวเป็นคำตอบ “ไม่รู้เลยสักนิดว่าคุณชายคือใคร! แต่ดูจากรูปลักษณ์คุณชายต้องเป็นบุตรชายของตระกูลใหญ่อย่างแน่นอน จริงไหมเจ้าคะ?”


    “จริง เจ้าทายไม่ผิด! ข้าคือองค์ชายแปดแห่งต้าถัง มีนามว่าหลี่เฉิงเฟิง!”


    “อะไรนะ!? เป็นไปไม่ได้? อย่าโกหกกันสิเจ้าหนู?”


    ฝานเมิ่งไม่อยากจะเชื่อ องค์ชายแปดผู้สูงส่งกับองค์หญิงฉางเล่อ... มาวิ่งหนีตายบนถนนฉางอันเนี่ยนะ?


    ยิ่งไปกว่านั้นฝานเมิ่งสังเกตเห็นแต่แรกแล้ว ว่าบนถนนฉางอันมีอันธพาลกลุ่มหนึ่งกำลังออกค้นถนนอยู่ อันธพาลเหล่านั้นคงจะเป็นคนที่หอบุปผาส่งมา เพื่อตามจับตัวเจ้าหนูและเด็กหญิงคนนี้!


    ขณะเดียวกันหลี่เฉิงเฟิงใช้มือล้วงอกเสื้อ หยิบเอาจี้หยกชิ้นหนึ่งออกมา เขาวางมันลงต่อหน้าฝานเมิ่งและบอกว่า “เบิกตาตั้งใจมองดี ๆ ล่ะ จี้หยกชิ้นนี้คือของที่เสด็จพ่อหลี่ซื่อหมินทรงประทานให้แก่ข้า! มีเพียงองค์ชายแห่งต้าถังเท่านั้นที่จะครอบครองจี้หยกได้! สิ่งนี้เพียงพอหรือยังที่จะพิสูจน์ตัวตนของข้า!?”


    “หา!? ทะ... ท่านเป็นองค์ชายจริง ๆ น่ะหรือ ท่านคือองค์ชายแปดแห่งต้าถัง หลี่เฉิงเฟิงหรือ?”


    “จริงแท้แน่นอน!”


    หลี่เฉิงเฟิงเชิดหน้าแสดงอำนาจของตนเอง


    ฝานเมิ่งตกใจเสียจนสะดุ้ง


    ก่อนหน้านี้... ก่อนหน้านี้นางวางแผนจับองค์ชายแปดแห่งต้าถังอย่างนั้นหรือ!? นางตั้งใจจะหลอกเอาเงินขององค์ชายแปดเนี่ยนะ?


    แค่คิดถึงเรื่องนี้ ฝานเมิ่งก็ขนลุกเกรียวด้วยความกลัว


    วันที่องค์ชายแปดหวนคืนสู่พระราชวังแห่งต้าถัง ฝ่าบาททรงยินดีจนจัดงานเฉลิมฉลองทั้งแผ่นดินเป็นเวลาสามวันสามคืน


    จากนั้นองค์ชายแปดก็ได้เสนอแผนการ ‘ผันน้ำจากใต้สู่เหนือ’ เพื่อแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นมาหลายปี


    ใช่ว่าฝานเมิ่งจะไม่รู้จักองค์ชายแปดเลย เพราะนางเคยได้ยินเรื่องของเขาอยู่บ้าง!


    ในฐานะที่นางเป็นเถ้าแก่ของหอซีเซียง นางจึงมีโอกาสต้อนรับขุนนางจากราชสำนักอยู่บ่อย ๆ


    แต่ไม่คิดเลย ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าวันนี้ตนเองจะทำพลาด มีโอกาสได้ต้อนรับองค์ชายแปดแห่งต้าถัง แต่กลับจำเขาไม่ได้เสียอย่างนั้น?


    ฝานเมิ่งขมวดคิ้ว กลั้นใจถามไปว่า “ท่านคือองค์ชายแปดแห่งต้าถัง ส่วนนางคือพี่หญิงของท่าน องค์หญิงฉางเล่อ? เหตุใดพี่หญิงขององค์ชายจึงไปอยู่ที่หอบุปผาได้ล่ะเพคะ?”


    หลี่เฉิงเฟิงอธิบาย “พี่หญิงของข้าถูกอันธพาลทำร้าย เพราะความสงสัยทำให้ข้าสืบพบว่าพี่หญิงถูกลักพาตัวไปขายที่หอบุปผา! ฮึ่ม พวกหอบุปผา!? พรุ่งนี้อย่าหวังจะรอดแม้แต่คนเดียว”


    หลี่เฉิงเฟิงนวดหมัดด้วยความแค้น


    หลี่ลี่จื้ออธิบายเสริม “แม่นาง วันก่อนข้ากับเสด็จแม่ฮองเฮาจ่างซุนลงใต้มายังเมืองฉางอัน เพื่อเที่ยวเล่นเลือกซื้อของบนถนนฉางอัน ข้าตั้งใจจะหาซื้อของขวัญไปต้อนรับน้องเฟิงเอ๋อร์ ทำให้พลัดหลงกับเสด็จแม่! สุดท้ายโชคร้าย ถูกอันธพาลลักพาตัวไปขายยังหอบุปผา! ดังนั้นแม่นาง ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยเถิด หากถูกอันธพาลของหอบุปผาจับตัวกลับไป ข้าคงถูกทรมานให้เจ็บปวดทั้งกายและใจอีกครั้ง!”


    ฝานเมิ่งพยักหน้า “องค์หญิงทำใจให้สบาย หม่อมฉันจะปล่อยให้ท่านทั้งสองออกไปเผชิญอันตรายภายนอกได้อย่างไร? ที่นี่คือแผ่นดินต้าถัง พวกอันธพาลของหอบุปผากล้าดีอย่างไรมาทำร้ายบุตรของฮ่องเต้แห่งต้าถัง!”


    “ฮือ....”


    หลี่ลี่จื้อพับแขนเสื้อของนางขึ้นแล้วพูดว่า “เจ้าดูสิ รอยแผลบนแขนของข้า ข้าถูกคนเหล่านั้นใช้แส้ฟาด! ที่น่องก็มี ที่หลังของข้าก็มี แผลเต็มตัวไปหมด!”


    “พวกสารเลวน่ารังเกียจ! ข้าจะไปทุบหอบุปผาให้เละเดี๋ยวนี้เลย!”


    หลี่เฉิงเฟิงกัดฟันทำเสียงฟึดฟัดเพราะความโกรธ


    เขาทนไม่ไหวจริง ๆ พวกสารเลวของหอบุปผา พวกมันกล้าดีอย่างไรมาทำกับองค์หญิงฉางเล่อแห่งต้าถังเช่นนี้!? สงสัยไม่อยากหายใจอยู่บนโลกนี้แล้ว?


    “อย่าไปนะน้องพี่! เจ้าคนเดียวไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมัน! ตอนนี้พี่หวังเพียงอย่างเดียว ขอให้เสด็จพ่อพบเราให้เร็วที่สุด และพาเราทั้งสองกลับไปยังวังหลวงเสียที!”


    องค์หญิงฉางเล่อน้ำตาคลอเบ้า สองวันที่ผ่านมาคงทุกข์ทรมานสำหรับนางมากจริง ๆ


    ฝานเมิ่งที่อยู่อีกด้านฟังบทสนทนาระหว่างหลี่เฉิงเฟิง และหลี่ลี่จื้ออย่างตั้งใจ บทสนทนาเหล่านี้ทำให้นางมั่นใจยิ่งกว่าเดิม ว่าตัวตนที่แท้จริงของทั้งสองคือใคร


    ทั้งสองคือองค์ชายแปดและองค์หญิงฉางเล่อแห่งต้าถัง


    ครั้งนี้คงเกิดเรื่องสุดวิสัยจริง ๆ ทำให้ทั้งสองคนถูกทิ้งไว้บนถนนฉางเล่อเพียงลำพัง มิหนำซ้ำยังถูกอันธพาลจากสถานที่โสมมแห่งนั้นรังแก


    เรื่องที่โหดร้ายเช่นนี้ใครจะรับได้ กระทั่งฝานเมิ่งยังไม่สามารถทนมองได้อีกต่อไป


    นางกล่าวกับทั้งสอง “เอาอย่างนี้เพคะ องค์ชายแปด องค์หญิงฉางเล่อ! คืนนี้ทั้งสองพักผ่อนที่หอซีเซียงให้สบาย พรุ่งนี้เช้าหม่อมฉันจะเตรียมรถม้าไว้รอ และจะส่งท่านทั้งสองกลับไปยังวังหลวงโดยปลอดภัย!”