ก่อนหน้านี้ไม่นาน หลี่ลี่จื้อได้ทราบว่า องค์ชายแปดหลี่เฉิงเฟิงกับเสด็จพ่อทะเลาะกันใหญ่โต เสด็จพ่อทรงกริ้วมากจึงได้สั่งกักบริเวณหลี่เฉิงเฟิงไว้ที่จวนเจิ้นอ๋องเป็นเวลาหนึ่งเดือน
ไม่คาดคิดเลยว่าหลี่เฉิงเฟิงจะแอบหนีออกมาเช่นนี้?
“ตึกตึกตึก...หาให้เจอ! เริ่มค้นจากถนนสายใต้ อย่าพลาดแม้แต่ตรอกซอกซอยเดียว คืนนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องตามหาเด็กสองคนนั้นให้เจอ!”
“ขอรับนายหญิง!”
อันธพาลกลุ่มใหญ่วิ่งมาจากถนนทางซ้ายมือของหลี่เฉิงเฟิง หลี่ลี่จื้อหน้าซีดเพราะความกลัว นางกระซิบถาม “น้องพี่ เราจะทำอย่างไรต่อไปดี? ถ้าถูกพวกมันจับตัวได้ล่ะ? คืนนี้เราหนีพวกมันไม่พ้นแน่!”
“ไม่มีทาง! ข้าคือองค์ชายแปดผู้สูงส่งแห่งต้าถัง อันธพาลพวกนั้นไม่กล้าแตะต้องข้าหรอก!”
“เปล่าประโยชน์ ถ้าไม่มีสิ่งใดพิสูจน์ตัวตนของเราได้ พวกมันไม่มีทางเชื่อเราเด็ดขาด! ก่อนหน้านี้ข้าพยายามแล้ว บอกพวกมันไปตั้งกี่รอบว่าตนเองคือองค์หญิงฉางเล่อ แทนที่พวกมันจะเชื่อ กลับทุบตีพี่จนบาดเจ็บ มิหนำซ้ำยังเย้ยเยาะว่า เดี๋ยวนี้มีเด็กสาวมากมายที่โป้ปดว่าตนเองคือองค์หญิงฉางเล่อ!”
ยุ่งยาก... ยุ่งยากเกินไปแล้ว!
หลี่เฉิงเฟิงย่นคิ้วพลางคิดในใจว่า สังคมในยุคนี้เหตุใดจึงยุ่งยากได้ขนาดนี้!
ถ้าไม่มีขุนนางผู้ใหญ่ติดตามมาด้วยก็ไม่มีใครรู้จักหรือจำพวกเขาได้อย่างนั้นหรือ แต่ที่ตัวของเขามีจี้หยกอยู่ด้วยนี่นา เป็นจี้หยกประจำตระกูลซึ่งสลักคำว่า ‘หลี่’ เอาไว้!
เมื่อคิดเรื่องนี้ออก หลี่เฉิงเฟิงตัดสินใจพาองค์หญิงฉางเล่อกลับไปยังหอซีเซียงก่อน เรื่องอื่นไว้ค่อยคิดทีหลัง
อย่างน้อยที่หอซีเซียงก็ปลอดภัยกว่าที่นี่!
……
ด้วยเหตุนี้ สองพี่น้องหลี่เฉิงเฟิงและหลี่ลี่จื้อจึงมาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าหอซีเซียงในกลางดึก
แต่เรื่องราวไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เนื่องจากหอซีเซียงได้ปิดประตูไปแล้ว?
“ปัง ปัง ปัง!”
“เถ้าแก่เนี้ยออกมาเปิดประตูหน่อย ข้ากลับมาแล้ว!”
หลี่เฉิงเฟิงเคาะประตูอย่างแรง จนกระทั่งหญิงสาวรูปโฉมงดงามทรงเสน่ห์ออกมาเปิดประตูให้เขาเข้าไปด้านใน
ฝานเมิ่งมองเด็กหญิงที่หลี่เฉิงเฟิงพากลับมาด้วย สายตาของนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ นางถาม “เอ๋!? คุณชายน้อย ออกไปที่หอบุปผาจริง ๆ หรือเจ้าคะ? แถมยังพาสาวน้อยน่ารักกลับมาด้วยหนึ่งคน?”
“โอ๊ย! อย่าพูดมาก ขอข้ากลับขึ้นห้องไปก่อนได้ไหม!”
หลี่เฉิงเฟิงผลักประตู นำหลี่ลี่จื้อขึ้นไปยังห้องพักซึ่งอยู่บนชั้นสามของหอซีเซียง
ฝานเมิ่งปิดประตูอาคาร เหล่มองหลี่เฉิงเฟิงก่อนจะเดินตามหลังเด็กทั้งสองขึ้นไป
หลี่เฉิงเฟิงตั้งใจจะปิดประตูห้องหนี แต่ฝานเมิ่งยื่นเท้าเข้าไปขวางไว้และพูดว่า “คุณชายน้อย ทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ หรือคุณชายจะแอบเข้าไปที่หอบุปผากลางดึก แล้วขโมยสาวน้อยคนนี้กลับมาด้วย?”
“เหลวไหล! นี่มันพี่หญิงของข้า นางหาใช่นางคณิกาในหอบุปผา!”
หลี่เฉิงเฟิงขมวดคิ้วมองฝานเมิ่งด้วยสายตาหงุดหงิด
ฝานเมิ่งยิ้ม และถามต่อว่า “อย่างนั้นพี่หญิงของคุณชายคือใคร?”
“ฮึ่ม! พี่หญิงของข้าก็คือองค์หญิงฉางเล่อน่ะสิ! เจ้ากล้าดีอย่างไรมากล่าววาจาทำลายชื่อเสียงของนาง!?”
“หา!? องค์หญิงฉางเล่อ?”
คำตอบของหลี่เฉิงเฟิงทำให้ฝานเมิ่งตกใจมาก ดวงตาคู่งามของนางเก็บความประหลาดเอาไว้ไม่อยู่
นางถาม “เช่นนั้นมีสิ่งยืนยันหรือไม่?”
“พี่หญิงไม่ได้พกสิ่งยืนยันติดตัวมาด้วย แต่ข้ามี! เจ้าน่าจะรู้ว่าข้าเป็นใคร?”
หลี่เฉิงเฟิงมองฝานเมิ่งอย่างผู้มีอำนาจ
ฝานเมิ่งขมวดคิ้วและส่ายหัวเป็นคำตอบ “ไม่รู้เลยสักนิดว่าคุณชายคือใคร! แต่ดูจากรูปลักษณ์คุณชายต้องเป็นบุตรชายของตระกูลใหญ่อย่างแน่นอน จริงไหมเจ้าคะ?”
“จริง เจ้าทายไม่ผิด! ข้าคือองค์ชายแปดแห่งต้าถัง มีนามว่าหลี่เฉิงเฟิง!”
“อะไรนะ!? เป็นไปไม่ได้? อย่าโกหกกันสิเจ้าหนู?”
ฝานเมิ่งไม่อยากจะเชื่อ องค์ชายแปดผู้สูงส่งกับองค์หญิงฉางเล่อ... มาวิ่งหนีตายบนถนนฉางอันเนี่ยนะ?
ยิ่งไปกว่านั้นฝานเมิ่งสังเกตเห็นแต่แรกแล้ว ว่าบนถนนฉางอันมีอันธพาลกลุ่มหนึ่งกำลังออกค้นถนนอยู่ อันธพาลเหล่านั้นคงจะเป็นคนที่หอบุปผาส่งมา เพื่อตามจับตัวเจ้าหนูและเด็กหญิงคนนี้!
ขณะเดียวกันหลี่เฉิงเฟิงใช้มือล้วงอกเสื้อ หยิบเอาจี้หยกชิ้นหนึ่งออกมา เขาวางมันลงต่อหน้าฝานเมิ่งและบอกว่า “เบิกตาตั้งใจมองดี ๆ ล่ะ จี้หยกชิ้นนี้คือของที่เสด็จพ่อหลี่ซื่อหมินทรงประทานให้แก่ข้า! มีเพียงองค์ชายแห่งต้าถังเท่านั้นที่จะครอบครองจี้หยกได้! สิ่งนี้เพียงพอหรือยังที่จะพิสูจน์ตัวตนของข้า!?”
“หา!? ทะ... ท่านเป็นองค์ชายจริง ๆ น่ะหรือ ท่านคือองค์ชายแปดแห่งต้าถัง หลี่เฉิงเฟิงหรือ?”
“จริงแท้แน่นอน!”
หลี่เฉิงเฟิงเชิดหน้าแสดงอำนาจของตนเอง
ฝานเมิ่งตกใจเสียจนสะดุ้ง
ก่อนหน้านี้... ก่อนหน้านี้นางวางแผนจับองค์ชายแปดแห่งต้าถังอย่างนั้นหรือ!? นางตั้งใจจะหลอกเอาเงินขององค์ชายแปดเนี่ยนะ?
แค่คิดถึงเรื่องนี้ ฝานเมิ่งก็ขนลุกเกรียวด้วยความกลัว
วันที่องค์ชายแปดหวนคืนสู่พระราชวังแห่งต้าถัง ฝ่าบาททรงยินดีจนจัดงานเฉลิมฉลองทั้งแผ่นดินเป็นเวลาสามวันสามคืน
จากนั้นองค์ชายแปดก็ได้เสนอแผนการ ‘ผันน้ำจากใต้สู่เหนือ’ เพื่อแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งที่เกิดขึ้นมาหลายปี
ใช่ว่าฝานเมิ่งจะไม่รู้จักองค์ชายแปดเลย เพราะนางเคยได้ยินเรื่องของเขาอยู่บ้าง!
ในฐานะที่นางเป็นเถ้าแก่ของหอซีเซียง นางจึงมีโอกาสต้อนรับขุนนางจากราชสำนักอยู่บ่อย ๆ
แต่ไม่คิดเลย ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าวันนี้ตนเองจะทำพลาด มีโอกาสได้ต้อนรับองค์ชายแปดแห่งต้าถัง แต่กลับจำเขาไม่ได้เสียอย่างนั้น?
ฝานเมิ่งขมวดคิ้ว กลั้นใจถามไปว่า “ท่านคือองค์ชายแปดแห่งต้าถัง ส่วนนางคือพี่หญิงของท่าน องค์หญิงฉางเล่อ? เหตุใดพี่หญิงขององค์ชายจึงไปอยู่ที่หอบุปผาได้ล่ะเพคะ?”
หลี่เฉิงเฟิงอธิบาย “พี่หญิงของข้าถูกอันธพาลทำร้าย เพราะความสงสัยทำให้ข้าสืบพบว่าพี่หญิงถูกลักพาตัวไปขายที่หอบุปผา! ฮึ่ม พวกหอบุปผา!? พรุ่งนี้อย่าหวังจะรอดแม้แต่คนเดียว”
หลี่เฉิงเฟิงนวดหมัดด้วยความแค้น
หลี่ลี่จื้ออธิบายเสริม “แม่นาง วันก่อนข้ากับเสด็จแม่ฮองเฮาจ่างซุนลงใต้มายังเมืองฉางอัน เพื่อเที่ยวเล่นเลือกซื้อของบนถนนฉางอัน ข้าตั้งใจจะหาซื้อของขวัญไปต้อนรับน้องเฟิงเอ๋อร์ ทำให้พลัดหลงกับเสด็จแม่! สุดท้ายโชคร้าย ถูกอันธพาลลักพาตัวไปขายยังหอบุปผา! ดังนั้นแม่นาง ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยเถิด หากถูกอันธพาลของหอบุปผาจับตัวกลับไป ข้าคงถูกทรมานให้เจ็บปวดทั้งกายและใจอีกครั้ง!”
ฝานเมิ่งพยักหน้า “องค์หญิงทำใจให้สบาย หม่อมฉันจะปล่อยให้ท่านทั้งสองออกไปเผชิญอันตรายภายนอกได้อย่างไร? ที่นี่คือแผ่นดินต้าถัง พวกอันธพาลของหอบุปผากล้าดีอย่างไรมาทำร้ายบุตรของฮ่องเต้แห่งต้าถัง!”
“ฮือ....”
หลี่ลี่จื้อพับแขนเสื้อของนางขึ้นแล้วพูดว่า “เจ้าดูสิ รอยแผลบนแขนของข้า ข้าถูกคนเหล่านั้นใช้แส้ฟาด! ที่น่องก็มี ที่หลังของข้าก็มี แผลเต็มตัวไปหมด!”
“พวกสารเลวน่ารังเกียจ! ข้าจะไปทุบหอบุปผาให้เละเดี๋ยวนี้เลย!”
หลี่เฉิงเฟิงกัดฟันทำเสียงฟึดฟัดเพราะความโกรธ
เขาทนไม่ไหวจริง ๆ พวกสารเลวของหอบุปผา พวกมันกล้าดีอย่างไรมาทำกับองค์หญิงฉางเล่อแห่งต้าถังเช่นนี้!? สงสัยไม่อยากหายใจอยู่บนโลกนี้แล้ว?
“อย่าไปนะน้องพี่! เจ้าคนเดียวไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมัน! ตอนนี้พี่หวังเพียงอย่างเดียว ขอให้เสด็จพ่อพบเราให้เร็วที่สุด และพาเราทั้งสองกลับไปยังวังหลวงเสียที!”
องค์หญิงฉางเล่อน้ำตาคลอเบ้า สองวันที่ผ่านมาคงทุกข์ทรมานสำหรับนางมากจริง ๆ
ฝานเมิ่งที่อยู่อีกด้านฟังบทสนทนาระหว่างหลี่เฉิงเฟิง และหลี่ลี่จื้ออย่างตั้งใจ บทสนทนาเหล่านี้ทำให้นางมั่นใจยิ่งกว่าเดิม ว่าตัวตนที่แท้จริงของทั้งสองคือใคร
ทั้งสองคือองค์ชายแปดและองค์หญิงฉางเล่อแห่งต้าถัง
ครั้งนี้คงเกิดเรื่องสุดวิสัยจริง ๆ ทำให้ทั้งสองคนถูกทิ้งไว้บนถนนฉางเล่อเพียงลำพัง มิหนำซ้ำยังถูกอันธพาลจากสถานที่โสมมแห่งนั้นรังแก
เรื่องที่โหดร้ายเช่นนี้ใครจะรับได้ กระทั่งฝานเมิ่งยังไม่สามารถทนมองได้อีกต่อไป
นางกล่าวกับทั้งสอง “เอาอย่างนี้เพคะ องค์ชายแปด องค์หญิงฉางเล่อ! คืนนี้ทั้งสองพักผ่อนที่หอซีเซียงให้สบาย พรุ่งนี้เช้าหม่อมฉันจะเตรียมรถม้าไว้รอ และจะส่งท่านทั้งสองกลับไปยังวังหลวงโดยปลอดภัย!”