King of world ราชันแห่งพิภพ

    ผู้เข้าแข่งขันที่ทุกคนต่างคุ้นหน้า

            เช้าวันต่อมา วาสนอนอยู่บนเตียงเอามือก่ายหน้าผาก คำถามของผู้เฒ่าเวนก้ายังคงวนเวียนอยู่ในหัว แค่ได้ยินคำบอกเล่าของผู้เฒ่าเวนก้าก็ทำให้วาสสะพรึงไปทั้งกาย

            นักรบกลายพันธุ์นับพัน?

            นักรบกลายพันธุ์ครั้งที่2 นับร้อย?

            แค่นักรบกลายพันธุ์ธรรมดา 10 คน วาสก็อาจไม่รอดแล้ว สิ่งมีชีวิตที่ข้ามผ่านเส้นแบ่งเลเวล 40 มาได้ล้วนไม่ใช่ธรรมดา เมื่อไปถึงระดับนั้นหากจะตั้งตัวเป็นราชาเผ่าพันธุ์เล็กๆก็คงไม่มีใครขวางได้

            เสียงถอนหายใจยาวเหยียด วาสลุกเดินออกจากบ้าน เตร็ดเตร่ไปเรื่อย จนมาหยุดอยู่ที่ทะเลสาบเดิมที่เขาสนทนากับผู้เฒ่าเวนก้าเมื่อวาน

            ภาพในทะเลสาบสะท้อนใบหน้าของเขา เผลอครู่เดียวอายุของเขาก็มากขนาดนี้แล้ว กาลเวลาคงเป็นสิ่งเดียวที่ยุติธรรมเสมอ

            แววตาของวาสสะท้อนความขมขื่น ในโลกเดิมคนวัยเดียวกับเขา ส่วนใหญ่ก็คงจะแต่งงาน มีลูก สร้างครอบครัวกันแล้ว แต่สำหรับเขา...

            สีหน้าวาสกลายเป็นแข็งกร้าว!

            ช่างหัวมันสิ!

            นักรบกลายพันธุ์นับพันแล้วไง?

            แค่ราชันแห่งความตายนิรันดร์ของเขาตัวหนึ่งก็พอฟัดพอเหวี่ยงกับนักรบกลายพันธุ์ทั่วไปได้อยู่

            นักรบกลายพันธุ์ครั้งที่2นับร้อยแล้วไง?

            เขาก็แค่เพิ่มจำนวนซากทัพที่จะสังเวยเพื่อเรียกราชันแห่งความตายนิรันดร์ให้มากขึ้น ต่อให้มากถึงหลักแสน หลักล้าน เขาก็จะหามาให้ได้

            ใจที่เต้นระรัวของวาสเริ่มที่จะสงบลง ตอนนี้เขาหาทางออกได้แล้ว สิ่งสำคัญในตอนนี้ก็คือรวบรวมซากทัพให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างกองทัพราชันแห่งความตายนิรันดร์ที่แข็งแกร่งออกมา

            แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือตัวเขา

            ต่อให้ราชันแห่งความตายนิรันดร์แข็งแกร่งมากแค่ไหน ถ้าเขาถูกฆ่าตาย ทุกอย่างก็จะจบสิ้นทันที

            พอใจสงบวาสก็นึกได้ถึงธุระที่ต้องจัดการ เขาก็หันหลังกลับไปอย่างเร่งร้อน

            “ผู้เฒ่าเวนก้าครับ”ชายชราชาววีดที่กำลังก้มหน้าก้มตาดูสมุนไพรเพื่อสำรวจผลผลิตหันไปมอง เมื่อเห็น

            สายตาที่นิ่งสงบของวาสก็ทำให้ชายชราฉีกยิ้มออกมาแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนั้นเพาะรู้ว่ามันยังไม่ถึงเวลา

            “มีอะไรหรือท่านวาส?”

            “ท่านผู้เฒ่ารู้จักหนังสือเล่มนี้ไหมครับ?”วาสยื่นสมุดรายการรางวัลให้ผู้เฒ่าเวนก้าดู

            เพียงแค่เห็นรูปหนังสือเล่มนั้น ร่างกายของผู้เฒ่าเวนก้าสะท้านเฮือกใหญ่ ดวงตาเบิกกว้างแทบถลนออกมา

            “นะ...นี่..นี่มัน...1ใน4มรดกแห่งเผ่าพันธุ์วีด”มือของผู้เฒ่าเวนก้าสั่นเทาจนควบคุมไม่อยู่

            “1ใน4มรดกแห่งเผ่าพันธุ์วีด?”วาสทวนคำ จากท่าทางของผู้เฒ่าเวนก้าก็รู้ว่ามันสำคัญแน่ๆ

            ชายชราชาววีดควบคุมลมหายใจ จากนั้นจึงเอ่ยว่า

            “เผ่าพันธุ์วีดของเราเป็นเผ่าพันธุ์ที่ดำรงมาอย่างยาวนาน เมื่อครั้งแรกเริ่มผู้นำคนแรกแห่งเผ่าพันธุ์วีดได้สร้างเผ่าพันธุ์วีดขึ้นมาพร้อมกับสมบัติ4ชิ้น พวกเราอาศัยมันสมองที่ชาญฉลาดสร้างประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ในทุกยุคทุกสมัยเสร้างสรรค์สิ่งต่างๆขึ้นมามากมาย แต่สิ่งเหล่านั้นไม่มีสิ่งใดจะเทียบเคียงของทั้ง4ชิ้นที่ผู้นำคนแรกสร้างขึ้นมาได้เลย จนในที่สุดเผ่าพันธุ์วีดจึงเรียกของทั้ง 4 ชิ้นนั้นว่า มรดกแห่งเผ่าพันธุ์ ซึ่งประกอบไปด้วย

            ดวงจิตแห่งภูมิปัญญา ดวงจิตที่ถูกส่งต่อให้ผู้นำของเผ่าพันธุ์วีด มีอำนาจในการเปิดใช้มรดกต่างๆ และมีคุณสมบัติแอบแฝงอื่นๆ แต่มรดกชิ้นนี้ใช้งานได้แค่กับคนที่มีสายเลือดชาววีดอยู่ในตัวเท่านั้น

            เตาหลอมจักรวาล เตาหลอมมหัศจรรย์ที่สามารถใช้ได้ทั้งการปรุงยา เปิดใช้งานได้ทั้งรูปแบบร้อนหรือเย็น และสามารถขยายขนาดได้ตามต้องการ ในอดีตเคยมีผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์วีดหลอมยากว่า 1ล้านเม็ดในครั้งเดียวด้วยเตาหลอมนี้ และเตาหลอมนี้ยังมีอัตราการสำเร็จอยู่ที่ 100%

            พฤกษาอนันตกาล เกิดจากการตัดแต่งพันธุกรรมจนกลายเป็นมารดาแห่งมวลพฤกษา มีจิตวิญญาณเป็นของตนเองมีความสามารถในการกลืนกินพืชชนิดอื่นและคัดลอกแล้วสร้างออกมา ผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์แต่ละรุ่นสามารถเอาสมุนไพรหรือพืชพรรณชนิดใดก็ได้จากพฤกษาอนันตกาล

            หนังสือแห่งบรรพชน หนังสือที่รวมความรู้ทุกสิ่งอย่างตั้งแต่ผู้นำรุ่นแรกจนถึงรุ่นปัจจุบัน อักขระในหนังสือสร้างขึ้นเพื่ออำพรางไว้ เนื้อหาที่แท้จริงจะต้องอ่านด้วยดวงจิตแห่งภูมิปัญญาเท่านั้น”พอจบคำอธิบายผู้เฒ่าเวนก้าก็สูดหายใจเข้าลึกจากนั้นจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า

            “ตั้งแต่เผ่าพันธุ์วีดล่มสลาย มีเพียงดวงจิตแห่งภูมิปัญญาเท่านั้นที่ยังอยู่กับข้า ข้าไม่รู้ว่าท่านได้เบาะแสหนังสือแห่งบรรพชนมาจากไหน แต่ข้าสามารถบอกได้เลยว่าถ้าท่านได้มันมามันจะเกิดประโยชน์กับท่านมหาศาล นอกจากความรู้ทั่วไปแล้วด้านในยังบรรจุสูตรปรุงยาจำนวนมาก....และสูตรปรุงยาเพิ่มระดับสกิลก็มีอยู่ในนั้นด้วย”ฟังจบตอนนี้ไม่ใช่แค่ผู้เฒ่าเวนก้าที่ตื่นเต้น วาสก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย

            “ไม่ต้องห่วง! ผมจะเอามันมาให้ได้ ต่อให้ต้องแย่งมาจากไคเซอร์ผมก็จะทำ!”แต่เขาอยากให้คำพูดนั้นเป็นทางเลือกสุดท้าย แล้วสมองพลันนึกไปถึงเรื่องที่ไคเซอร์พูดเมื่อวาน

            ‘แย่แล้ว! งานประลองมันเริ่มวันนี้นี่นา!’วาสอำลาผู้เฒ่าเวนก้าทันทีและออกจากโลกมิติไปด้วยความเร่งรีบ

            วาสกลับมาที่บ้านไคเซอร์อีกครั้ง แต่ในบ้านไม่มีใครอยู่เลย ก้มลงมองนาฬิกาเป็นเวลา13.30น.แล้ว

            ‘กำหนดการคือลงสมัคร13.00น. ไม่ทันแล้ว!’วาสเรียกใช้ประตูวาร์ปทันที จากที่ได้ยินสนามประลองอยู่ที่ใกล้ๆที่ตั้งเมืองฟอนเต้

            ซากทัพอินทรีกระพือปีกทะยานไปบนอากาศ เพียงครู่เดียววาสก็มาถึงเป้าหมาย บริเวณด้านล่างเต็มไปด้วยมนุษย์จำนวนมากแน่นขนัด นับจำนวนอาจจะเป็น70%ของจำนวนประชากรทั้งหมด พวกเขากำลังนั่งอยู่บนพื้นรอบๆ หลุมขนาดยักษ์

            หลุมนี้คือผลงานที่เกิดจากการตัดสินของไคเซอร์และแม่ทัพใหญ่ก็อบลิน แต่ตอนนี้มันถูกบูรณะให้กลายเป็นลานประลองชั่วคราว

            ด้วยจำนวนผู้ชมที่มากเกินไปทำให้ไม่มีที่ไหนรองรับได้ จึงต้องย้ายมาประลองที่นี่

            วาสร่อนลงจอดใกล้ แล้วออกตัววิ่งไปที่โต๊ะลงทะเบียน

            “เฮ้! รอก่อนฉันต้องการลงทะเบียน”ชายหลายคนที่กำลังง่วนอยู่กับการเก็บโต๊ะ ก่อนจะมีคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นกล่าวเย็นชาว่า

            “เสียใจด้วย หมดเวลาลงทะเบียนแล้ว”วาสขมวดคิ้ว

            “ช่วยหน่อยนา”วาสโยนถุงคอร์ไปที่โต๊ะ ทำให้ชายเหล่านั้นตาลุกวาว ก่อนจะมีคนหนึ่งมือไวที่สุดคว้าถุงมา นับคอร์อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ฉีกยิ้ม

            “อะแฮ่ม! ในเมื่อพี่ชายอยากจะลงทะเบียนขนาดนั้นฉันก็จะช่วยเอง มาๆ เขียนรายละเอียดลงบนกระดาษให้ฉันหน่อย”ชายรอบข้างมองอย่างอิจฉา ส่งเสียงประท้วงไม่หยุด จนสุดท้ายคอร์ถุงนั้นก็ต้องแบ่งกัน

            และแล้ววาสก็ได้ป้ายของผู้ร่วมแข่งขันมา ถือว่าเขาโชคดีมากที่มาทันเวลาเพราะการแข่งขันกำลังจะเริ่มแล้ว

            ด้วยจำนวนผู้เข้าแข่งขันที่มาก ทำให้ไม่มีห้องพักผู้เข้าแข่งขัน แต่ใช้การแบ่งพื้นที่จากผู้ชมการประลองแทน

            วาสเลือกที่ว่างๆจุดหนึ่งแล้วนั่งลง กวาดตามองไปรอบๆ ที่ด้านหนึ่งเป็นแท่นไม้ยกสูง ดูเหมือนจะเป็นที่นั่งVIP บนนั้นเขาเห็นหลายชีวิตกำลังนั่งอยู่ ทั้งหมดล้วนเป็นคนมีอำนาจในมือทั้งสิ้น

            ไม่ว่าจะเป็นไคเซอร์หรือเหล่าผู้นำมหาอำนาจ กระทั่งครอบครัวตระกูลไป๋เขาก็เห็น

            ตั้งแต่ร่วมมือทำธุรกิจกับวาส ก็ทำให้ตระกูลไป๋กลายเป็นตระกูลมหาเศรษฐี ร้านค้าสมุนไพรตระกูลไป๋ได้เปลี่ยนเป็นหอการค้าตระกูลไป๋

            นอกจากนั้นบนที่นั่งVIPเขายังเห็นสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์อื่นอีก2คนคือคนแคระและนิมป์

            จากที่แอบฟังดูทั้งสองเป็นทูตจากเผ่าพันธุ์คนแคระและนิมป์

            วาสมองอย่างวิเคราะห์ไปที่เหล่าผู้นำขั้วมหาอำนาจแห่งมวลมนุษย์ ครั้งนี้พวกเขาทั้งหมดต่างเข้าร่วมประลองด้วยเพื่อหวังช่วงชิงอำนาจในการสั่งการกองกำลังพิทักษ์เผ่าพันธุ์ แต่ถึงอย่างนั้นไคเซอร์กลับไม่ยอมเข้าร่วมการประลองเพราะมันจะไม่เป็นการยุติธรรมกับคนอื่น มีหลายคนที่มีวาสนาได้เห็นไคเซอร์ลงมือสังหารทานอส ถ้าลองไคเซอร์ใช้สกิลนั้นออกมาอีกครั้ง คงจะไม่มีใครรอดจากการโจมตีนั้นไปได้

            ที่น่าสนใจอีกอย่างคือจอกระจกบนเวทีประลองทั้งหลาย ในจอฉายภาพผู้เข้าแข่งขันในเวทีต่างๆเหมือนถ่ายทอดสด นี่คงจะเป็นสกิลแปลกๆอีกสกิลหนึ่ง

            มองลงไปบนเวทีย่อยนับร้อย ที่อยู่ตรงกลาง ตอนนี้ยังเป็นแค่รอบคัดเลือกเท่านั้น กรรมการจะคอยเรียกหมายเลขผู้เข้าแข่งขันลงไปประลอง ตอนนี้พึ่งจะเป็นคิวของหมายเลข 1087

            วาสก้มมองป้ายหมายเลข 7898 ของตนแล้วถอนหายใจ คืนก่อนเขาจิตตกทั้งคืนจึงยังไม่ได้นอน เขาจึงตัดสินใจปิดตาลงและหลับพักผ่อนไปทั้งอย่างนั้น

            ขอเชิญหมายเลข 7898 ขึ้นมาบนเวทีที่123!

            วาสลืมตาขึ้น ในที่สุดก็ถึงคิวของเขา เขาเดินขึ้นเวทีการประลองอย่างรวดเร็ว เมื่อมายืนบนเวที กรรมการก็ปล่อยคู่ต่อสู้เขาออกมา

            รอบคัดเลือกก็ง่ายๆ

            ฆ่าก็อบลิน10ตัว!

            วาสพ่นลมหายใจ อะไรจะน่าเบื่อขนาดนี้ อดีตเขาเคยฆ่าพวกมันมาแล้วตั้งกี่หมื่น แต่ก็เข้าใจว่ามันเป็นแค่รอบคัดเลือกเท่านั้น

            ก็อบลิน 10 ตัว ก็เพียงพอจะคัดพวกมือสมัครเล่นออกไปทั้งหมด

            กี้กี้ๆๆๆ

            ก็อบลินทั้ง 10 สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว พวกมันล้วนแล้วแต่เป็นเชลยสงคราม ข้อตกลงที่พวกมันได้รับก็คือจะถูกปล่อยให้เป็นอิสระถ้าชนะการประลอง!

            ก็อบลินทั้ง 10 ตัว ทุ่มสุดตัวพุ่งเข้าหาวาส คำรามกวัดแกว่งอาวุธเขาหาเขา

            ปึก ตุบ ผัวะ ผลั๊ก!

            วาสไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธเสียด้วยซ้ำ แค่หมัด เข่า ศอก ก็เพียงพอส่งพวกมันไปโลกหน้า เพียงแค่ต้องผ่อนแรงเพื่อไม่ให้เลือดสาดกระจายมาโดนเสื้อผ้าเขา

            ว้าววววววว

            เสียงอุทานดังขึ้นย่อมเล็กๆ หายากไม่น้อยที่จะมีคนจัดการก็อบลินได้เด็ดขาดเช่นวาส แค่มองก็รู้ว่าเป็นยอดฝีมือ สิ่งที่คนทั่วไปเห็นคือแขนขาวาสที่เคลื่อนเร็วจนมองไม่ทัน เพียงพริบตาเดียวก็อบลินทั้งหมดก็กลายเป็นซากอยู่พื้น

            เสียงอุทานนั้นเรียกความสนใจให้บุคคลบนที่นั่งVIPหันไปมอง

            ไคเซอร์เมื่อเห็นวาสอยู่บนเวทีก็ฉีกยิ้มออกมา ครั้งนี้วาสไม่ได้ใส่หน้ากากมาทำให้ไคเซอร์เห็นหน้าเขาอย่างชัดเจน!

            “คุณไคเซอร์ยิ้มเรื่องอะไรงั้นหรอครับ”อาเธอร์ หัวหน้ากิลด์เทพตกสวรรค์ถามขึ้นเมื่อเห็นไคเซอร์ยิ้ม คำกล่าวนั้นทำเอาบุคคลที่นั่งVIPรอบๆต้องหันไปมอง

            “หึหึ ก็แค่เจอคนน่าสนใจก็แค่นั้นนะ”ทุกคนหันขวับไปยังทิศทางเดียวกัน

            “วาส!”เป็นไป๋หลงและครอบครัวตระกูลไป๋ที่อุทานขึ้น

            “คุณไป๋หลงรู้จักเขาด้วยงั้นหรอ”เนสถามขึ้น แต่ไป๋หลงกลับมองหน้าเนสแปลกๆแล้วเงียบไม่ยอมตอบ

            อันที่จริงทุกคนต่างรู้สึกคุ้นหน้าวาสกันหมด จะไม่คุ้นได้อย่างไร ในเมื่อหลายปีก่อนใบหน้าของเขาเคยปลิวว่อนไปทั่วทุกเมืองในใบประกาศจับที่มีค่าหัวถึง 10 ล้านดิล!!!