นักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    เลือดหยดที่ 44 เป็นหรือตาย

    ………………….. 

             

              เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่ทราบได้ แต่ในความคิดของหรั่งเหมือนล่วงเลยมาชั่วกัปชั่วกัลป์   แถมยังมีความมืดมิดที่เงียบงันคอยห้อมล้อม
     

    “กี่โมงแล้วนะ เมื่อไหร่จะเช้า ”  



             หรั่งอยากออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด แต่ก็จำต้องแอบซ่อน  ด้วยกลัวปีศาจสาวพบเจอ  ทว่าเหมือนหนุ่มหล่อจะมีกรรม  เพียงวินาทีต่อมา เขาก็เห็นเงาของใครบางคนลอดผ่านช่องประตูด้านล่าง   ติดตามมาด้วยเสียงเคาะที่ค่อนข้างหนัก 


    “ ปัง  ปัง  ปัง…..” 


    “ ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ในนั้น  ออกมาซะดีๆ  อย่าให้ต้องใช้กำลัง  เพราะข้าเริ่มหมดความอดทนแล้ว ” 



             หรั่งรู้ทันทีว่าเจ้าของเสียงคือใคร  เพราะเขาได้ประมือกับหญิงนางนี้มาหลายวาระ 


    “ แย่ล่ะ  นังปีศาจตามมาเจอแล้ว  บัดซบที่สุด  มันรู้ได้ไงว่าเราหลบอยู่ในโกดังนี้ ” 



               สารพันปัญหาตีเข้ามาในสมอง  ซ้ำร้ายกว่านั้น  ปีศาจสาวที่หน้าประตู ยังกดดันต่อด้วยการข่มขู่ 


    “ไม่ต้องหลบให้วุ่นวาย  ออกมามอบตัวซะดีๆ เจ้าคงไม่อยากให้ข้าโกรธหรอก ” 



              หรั่งมองปืนพกที่เหลือกระสุนไม่กี่นัด กับสปาต้าที่ยาวประมาณท่อนแขน  เลยนึกละเหี่ยใจ  เพราะสองสิ่งที่อยู่ในมือ  ดูจิ๊บจ๊อย  เมื่อเทียบกับพลังอำนาจของปีศาจร้าย 


    “เราจะเอาอะไรไปสู้กับมัน ” แต่ในขณะที่หรั่งท้อแท้  ก้นบึ้งของหัวใจก็ร่ำร้องให้ดิ้นต่อ เพราะนี่คือแนวคิดที่เขายึดถือมาทั้งชีวิต 


    “ ไม่สิ  จะยอมแพ้ไม่ได้  ถ้ายังมีลมหายใจอยู่  มันก็ต้องสู้ต่อไป ” 



             พอเห็นว่าสิ่งที่ตอบกลับมาคือ….ความเงียบ ปีศาจสาวก็เริ่มทุบประตูแรงขึ้น  และด้วยพละกำลังที่เหนือมนุษย์  จึงทำให้ทวารเหล็กบานใหญ่ถึงกับพังทลาย 


    “ โครม……” 



             แสงไฟจากภายนอกสาดส่องเข้ามาในโกดังมืดๆ ทำให้เห็นสภาพโดยรวมแบบรำไร ทว่านั่นไม่เป็นปัญหาต่อแวมไพร์สาว เพราะเธอคือสิ่งมีชีวิตแห่งราตรีกาล  ไม่นาน  ปีศาจร้ายก็แผดเสียงเล็กแหลมที่ดังกังวานไปทั่วสารทิศ 


    “คิดว่าจะหนีรอดได้ซักกี่น้ำ  ช้าเร็ว เจ้าก็จะต้องกลายเป็นของข้าทั้งร่างกายและวิญญาณ ” 



              หรั่งนั่งซุ่มอยู่ในเงามืด ดวงตาจ้องมองร่างอรชรที่ยืนอยู่ตรงทางเข้า และพอเขาสงบใจได้  ก็นึกทบทวนถึงบางสิ่ง 


    “ก่อนจะลุยกับปีศาจตนนี้  ควรวิเคราะห์ให้ถี่ถ้วนก่อน  อย่างแรกเลย  ต้องคิดให้ออกว่ามันตามเรามาได้ยังไง หรือจะเป็นเพราะดวงตา  แต่ประเด็นนี้ไม่เป็นไปได้  คงไม่มีสิ่งใดที่มองไกลเป็น 10 กิโล  ไหนจะมีตึกรามบ้านช่อง สิ่งก่อสร้างคอยบดบังอีก ” เมื่อสมมุติฐานแรกล้มเหลว หรั่งก็ตั้งข้อสงสัยใหม่ 


    “หรือจะเป็นสกิลการอ่านใจ  จุดนี้ก็ไม่น่าใช่อีก ด้วยเราเคยหนีห่างจากปีศาจตนนี้ถึงหลายกิโล ดังนั้นเหลือความเป็นไปได้เพียงข้อเดียว นั่นก็คือมันตามรอยของเราด้วยการดมกลิ่น ” 



               หรั่งยอมรับว่านี่คือข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้มากที่สุด  เพราะถ้าปีศาจสาวมีสัมผัสทางนาสิกประสาทที่ดีในระดับสุนัข  การดมกลิ่นที่ห่างไกลเป็นกิโลก็ไม่ใช่เรื่องยาก  และนี่คือจุดที่เขาจะนำไปใช้ 


    “ ดีล่ะ  ต้องลองเสี่ยงดวงดูซักที ” 



            ปีศาจสาวยอมรับว่าเหยื่อที่หมายตานั้นเล่นยาก เพราะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ค่อนข้างนิ่ง ขนาดโดนกดดันหนักถึงเพียงนี้ ยังไม่ปรากฏอาการสติแตกให้เห็นเลยซักครั้ง แถมยังเล่นงานเธอได้หลายหน  แต่นั่นก็ยิ่งทำให้อมนุษย์ชอบใจมากกว่าเดิม 


    “ถึงอย่างไร  เราก็ต้องเอามนุษย์คนนี้มาเป็นบริวารให้ได้” 



             เมื่อคิดได้ดังนั้น  ปีศาจสาวจึงเพ่งสมาธิ  เพื่อใช้ความสามารถพิเศษที่ติดมากับเผ่าพันธุ์  นั่นก็คือ…..การดมกลิ่นที่ดีเลิศ 


    “ หึ  หึ  หึ ต่อให้เหยื่อที่หมายตาอยู่ห่างเกินกว่า 10 กิโลเมตร  จมูกของข้าก็สามารถจับกลิ่นได้อย่างแม่นยำ และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้รู้ว่าเจ้าซ่อนอยู่ที่ไหน ” ปีศาจสาวหัวเราะนิดๆ  ก่อนจะพบว่าหรั่งน่าจะแอบซ่อนอยู่ตรงหัวมุมทางเดิน  เพราะกลิ่นของเขาที่อยู่บริเวณนั้นดูจะรุนแรงที่สุด 


    “รู้แล้วว่าเจ้าหลบอยู่ที่ไหน  เสร็จข้าล่ะ ” ปีศาจสาวแสยะยิ้ม ก่อนจะกางเขี้ยวเล็บ  พร้อมพุ่งตรงไปยังจุดหมาย  แต่พอไปถึง  ก็ต้องพบกับ……ความว่างเปล่า 


    “ เฮ้ย!  หายไปไหน  ก็กลิ่นของมันอยู่ตรงนี้นี่นา ”ปีศาจสาวนึกฉงน  แต่พอสังเกตให้ดี  ก็พบกับจุดกำเนิดของกลิ่น นั่นก็คือแจ็คเก็ตยีนส์ที่ตกอยู่บนพื้น 


    “อืม….กลิ่นของมนุษย์คนนั้นโชยมาจากแจ็คเก็ตยีนส์ตัวนี้  แล้วตกลงมันหายไปไหน ” ปีศาจสาวยังมีคำถาม แต่ไม่นาน  เธอก็กระจ่างในทันที 


    “ ฉึก…….” 



               มีของแหลมเสียบเข้าไปที่กลางหลังของปีศาจสาวจนทะลวงไปโผล่ช่วงทรวงอก  เมื่อปีศาจสาวก้มลงมอง ก็พบว่าศาสตราที่พุ่งทะลุร่างบางก็คือ…..มีดสปาต้าเล่มเขื่อง 


    “เสร็จชั้นล่ะ  เจ้าปีศาจ ”ผู้ที่พุ่งเข้ามาแทงปีศาจสาวก็คือหรั่งคนเดิม 



               ด้วยความที่ปีศาจสาวอยู่มานานนับ 100 ปี  จึงเข้าใจทันทีว่าหรั่งรู้ว่าเธอมีความสามารถทางด้านดมกลิ่น  เลยแกล้งถอดแจ็คเก็ตยีนส์ออก เพื่อหลอกล่อให้สนใจ จากนั้นก็ฉวยโอกาสลอบทำร้ายจากทางด้านหลัง 


    “หน็อย….เจ้ามนุษย์คนนี้  ทำไมเจ้าเล่ห์นัก ” 



               ทว่าการจู่โจมครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้ปีศาจสาวจบชีวิต  ตรงกันข้าม  กลับสร้างความโกรธแค้นมากยิ่งขึ้น มันเลยข่มขวัญด้วยการหันมาแสยะยิ้ม 


    “ หึ  หึ  หึ คิดหรือว่าแค่นี้จะฆ่าข้าได้ ” 



             หรั่งอยากจะบอกว่า….รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะขนาดแทงด้วยไม้แหลมที่ยาวเกินแขน ยังสังหารปีศาจสาวไม่ได้เลย  และแค่มีดสปาต้าจะทำอะไรได้ แต่เขาไม่อยากเสียเวลาพ่นวาจา  จึงถอยฉากออกมา  ปิดท้ายด้วยการชักปืนยิง 


    “ ปัง……” 



              กระสุนเข้ากลางหน้าผากของปีศาจสาว เพราะในขณะที่ยิง  หรั่งอยู่ห่างจากเป้าหมายเพียงไม่กี่ก้าว  และด้วยความแรงของดินปืน  ก็ส่งผลให้ให้ร่างบางล้มลง 



              หรั่งยังเล็งปืนไปยังปีศาจสาวที่นอนหงาย เพราะไม่แน่ใจว่ามันตายแล้วหรือยัง  และไม่นาน  ลางสังหรณ์ของเขาก็เป็นจริง เมื่ออมนุษย์หน้าสวยได้ยันกายขึ้นมาอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน 


    “ หึ  หึ  หึ นับว่าเจ้าเป็นมนุษย์ที่ใจเด็ดมาก เพราะในจังหวะที่ลั่นไก  สีหน้ากลับดูสงบเยือกเย็น  เสมือนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเจ้า ” 



             พอสิ้นคำของปีศาจสาว หัวสมองของหรั่งก็ย้อนระลึกถึงชีวิตในอดีต ซึ่งเคยเป็นเด็กเหลือขอที่สังคมไม่ต้องการ  ในตอนนั้น  เขาแทบจะทำเรื่องเลวมาหมดทุกอย่าง แต่เพื่อไม่ให้เตลิดไกลไปมากกว่านี้ หนุ่มหล่อก็รีบดึงสติกลับมาอยู่ในปัจจุบัน 


    “ คาดไว้แล้วว่าแกไม่น่าจะไม่ตาย” เมื่อครั้งแรกไม่เป็นผล  หรั่งก็เตรียมปล่อยกระสุนนัดที่สอง แต่ไม่มีอะไรพุ่งจากปากกระบอกปืน  นอกเสียงจากเสียงเข็มแทงชนวน 


    “ แฉ๊ะ……” 


    “บ้าเอย…..กระสุนหมดจนได้ ” หรั่งลองลั่นไกอีกสองสามที  แต่ผลก็ยังเหมือนเดิม  ส่วนปีศาจสาวก็ลุกขึ้นยืนแบบไม่รีบร้อนนัก  ดวงตาที่มองมายังหนุ่มหล่อ แฝงแววปรารถนาอย่างชัดเจน 


    “ หึ  หึ  หึ เมื่อเจอแบบนี้  เจ้าจะทำอะไรได้อีก ”ปีศาจสาวกล่าวแผ่วเบา  พร้อมดึงสปาต้าคมกริบออกมา  ทำให้เลือดแดงสดทะลักจากบาดแผล แต่สีหน้าของมันกลับไม่แสดงออกถึงความเจ็บปวด มิหนำซ้ำยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความพอใจ 



              หรั่งนิ่งอึ้งอยู่อึดใจ เขาไม่คิดว่าจะมาพบเหตุการณ์แบบนี้ มันเป็นฉากที่ก้ำกึ่งระหว่างสยดสยองและขยะแขยง 


    “นี่เรากำลังผจญกับตัวอะไร ” 



             แต่พอตั้งสติได้  หรั่งก็รีบวิ่งออกจากโกดัง  หวังไปให้พ้นจากขุมนรกแห่งนี้ 


    “อยู่ไม่ได้แล้ว ” 


    …………………….. 


             อัลเบิร์ตและสองสาวมาถึงโกดังเก็บของขนาดใหญ่ เลยพบว่าสถานที่แห่งนั้นไร้ประตู ด้วยเพิ่งถูกบางสิ่งที่ทรงพลังกระแทกใส่ พวกเขาเลยจอดรถไว้ที่ด้านหน้า  แล้วรีบเดินเข้ามาดู  จึงพบกับเลือดกองโตบนพื้น 


    “ โอ้โห……มีใครฆ่ากันตายที่นี่หรือไง  ถึงได้ชุ่มโชกขนาดนี้” ยูมิโกะแกล้งพูดติดตลก  แต่ไม่มีใครขำด้วย  โดยเฉพาะสาวสวยอย่างวอนจอง ดูจะจิตตกอย่างรุนแรง เพราะในชีวิตของเธอไม่ค่อยได้พบเจอเรื่องราวที่โหดสลัด 



             อัลเบิร์ตไม่สนใจสองสาว  เขายังคงก้มๆเงยๆ  เพื่อมองหาเบาะแสชิ้นสำคัญ ทำให้พบกับสปาต้ายาวเท่าแขนที่ตกอยู่กลางกองเลือด ใกล้กันนั้นก็ปรากฏกระสุนที่ใช้แล้ว ลูกตะกั่วนั่นแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ  ราวว่ากระแทกกับบางสิ่งที่แข็งสุดๆ 


    “การต่อสู้เกิดขึ้นที่นี่ ” อัลเบิร์ตพึมพำเบาๆ  สองตาสำรวจรอยเท้าที่เกลื่อนพื้น เพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิด ซึ่งก็ค่อนข้างแม่นยำ  ด้วยเขาเคยเป็นนายพรานมาก่อน         



            ไม่นาน  อัลเบิร์ตก็พบสองรอยเท้าที่เดินออกจากโกดัง  รอยแรกเป็นรองเท้าผ้าใบที่ค่อนข้างหนัก คล้ายเจ้าของกำลังวิ่งอยู่ ส่วนอีกรอยเป็นเท้าเปล่าที่เรียวบาง บอกให้รู้ว่าเจ้าของน่าจะเป็นอิสตรี 


    “พวกเขาไปจากนี่ ชายหนุ่มเป็นฝ่ายวิ่ง  นั่นก็แปลว่าปีศาจที่ไล่ตาม  เป็นเพศหญิง ” อัลเบิร์ตได้บทสรุป แต่เขาจะกระจ่างทุกจุด  ก็ต่อเมื่อเจอบุรุษที่กำลังหนี  เลยร้องบอกสองสาว 


    “ข้ารู้แล้วว่าพวกนี้ไปไหน  รีบตามมาเร็ว เจ้าหนุ่มคนนั้นกำลังตกอยู่ในอันตราย ” 



           สองสาวหันไปมองหน้ากันเองแวบนึง ก่อนจะเดินตามอัลเบิร์ตที่รีบจ้ำออกจากโกดังใหญ่ ในใจของพวกเธอคิดตรงกัน 


    “ ดูจากรูปการณ์  ถึงตามทัน  ก็น่าจะทำได้แค่เก็บศพของชายผู้เคราะห์ร้าย เพราะไม่น่ามีใครหนีอสูรตนนี้พ้น ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/darksidewriter.versionend.of.the.alley


    คล้ายกับเรื่องนักล่าล้างพันธุ์อมตะ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258