
เสียงอาซาน[1]แว่วมากจากที่ไกลๆนอกหน้าต่างขอบฟ้าเริ่มเป็สีทอง ลลิตาขยับตัวอย่างเมื่อยล้าทำให้ร่างใหญ่ที่ทาบทับกอดก่ายอยู่บนตัวเธอเริ่มรู้สึกตัวตื่น
“ตื่นแล้วเหรอครับ?”ร่างสูงงัวเงียส่งยิ้มให้เธอ ผมหยักศกดกดำนั้นยุ่งเหยิงจนเธอคันไม้คันมืออยากจะเอื้อมมือไปขยี้ผมยุ่งๆ นั่น
“ไม่กลับห้องเหรอคะ?อาลีน่าจะมาทำงานแล้วนะ” ลลิตาเตือนเบาๆคุณพ่อบ้านจะมาทำงานั้แ่เช้าตรู่เพื่อเตรียมอาหารให้เธอและดูแลความเรียบร้อยของที่พักเธอไม่ได้้าปิดบังความสัมพันธ์แต่ก็ไม่อยากให้ประเจิดประเจ้อ จนน่าเกลียด
“ก็ช่างอาลีสิครับ” คนหนวดดกทำหน้าง้ำ
“อยากกอดคุณแบบนี้ทั้งวันเลย ไม่ได้เหรอ”ฟารีสขยับเข้าตระกองกอดร่างขาวผ่องที่มีเพียงผ้าห่มคลุมเขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าไหล่บางที่โผล่พ้นผ้าห่มนั้นเต็มไปด้วยรอยแดงจากการขบเม้มและไรหนวดที่บดเบียดเนื้ออ่อนบาง
“เจ็บไหมครับ?” มือใหญ่ไล้เบาๆไปตามรอยจ้ำแดง อย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวก็หาย” เธอตอบเบาไม่สบตาเขารู้สึกประหม่าเมื่อนึกถึงที่มาของรอยนั้น
ฟารีสกระตุกผ้าห่มออกจากตัวเธอ หญิงสาวอุทานเบาๆด้วยความใร่างขาวผ่องที่ปรากฏสู่สายตาเต็มไปด้วยรอยแดงทั้งตัวจากบทรักเร่าร้อนในค่ำคืนที่ผ่านมาเขาสงสารคนตรงหน้าจับใจ
“ผมทำคุณช้ำไปทั้งตัวเลย ขอโทษนะครับ” เขารั้งร่างบางเข้ามากอดปลอบประโลมก่อนบรรจงจุมพิตริมฝีปากบางอย่างอ่อนโยน ร่างบางดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนแขนเล็กพยายามผลักอกแน่นออกไป
“ไม่ได้ค่ะ ยังไม่ได้แปรงฟัน” ลลิตากล่าวอายๆ
“ไม่เห็นเป็ไรเลยครับ”ร่างสูงพูดหน้าตาเฉยก่อนประกบริมฝีปากมอบจุมพิตดูดดื่ม ร่างเปลือยเปล่าขยับเข้าแนบชิดบดเบียดกันใต้ผ้าห่มลลิตาใจหวิวสั่นเมื่อััความแข็งเกร็งที่บดเบียดอยู่บนท้องน้อยเธอควานมือเข้าใต้ผ้าห่มจับท่อนเนื้อแข็งนั้นรูดขึ้นลงเบาๆ จนริมฝีปากใต้ไรหนวดส่งเสียงครางกระเส่าและบดขยี้ริมฝีปากบางแรงขึ้นท่อนเนื้อแข็งกระตุกตอบรับััจากมือเธออย่างเต็มใจ
“ฉันอยากกินคุณ” ฟารีสใจเต้นรัวเมื่อริมฝีบางกระซิบแ่ที่ข้างหูร่างบางเลื่อนลงไปหยุดที่ท่อนเนื้อแข็ง มือบางยังคงรูดขึ้นลงเป็จังหวะลิ้นเรียวตวัดโลมเลีย ดูดเม้มส่วนหัวแล้วเม้มดูดขึ้นลงตลอดลำ
ฟารีสคำรามเสียงต่ำอย่างเสียวซ่านภาพร่างบางที่กำลังดูดกลืนท่อนเนื้อของเขาอย่างเอร็ดอร่อยตรงหน้าทำให้เขาแทบคลั่งท่อนเนื้อใหญ่เกร็งกระตุกอยู่ในโพรงปากอุ่นชื้น ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนเป็สันพยายามสะกดกั้นไม่ให้ปลดปล่อยออกมา
“ย...อย่าครับ” เขาละล่ำละลักห้ามแต่ไม่เป็ผล ปากบางยิ่งดูดเม้มหนักหน่วงเร็วขึ้นร่างหนากระตุกเกร็งก่อนปลดปล่อยน้ำอุ่นข้นในโพรงปากหญิงสาวบางส่วนกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้าหวานและอกอิ่มหยดย้อยเป็ทางเธอสบตาเขาพร้อมกับกลืนทั้งหมดลงคอ ั์ตากลมโตนั้นเป็ประกายวาววับยั่วเย้า
“เลอะไปหมดแล้วครับ” เขาลุกขึ้นช้อนร่างบางอุ้มเข้าห้องน้ำ...
ท้องฟ้าภายนอกสว่างแล้วฟารีสตระกองกอดร่างบางไว้แนบอกภายใต้ผ้าห่มอุ่น
“วันนี้จะไปไหนดีครับพาฮาแกรมหรือกุลมาร์ค” ฟารีสถามพลางดอมดมเรือนผมของคนในอ้อมกอด
“เลื่อนไปก่อนนะคะ วันนี้ขอพัก” ลลิตาตอบเบาๆซุกหน้ากับอกกว้าง ตอนนี้เธอช้ำไปทั้งตัวจากบทรักยาวนานตลอดค่ำคืนที่ผ่านมาจนรุ่งสางส่วนใต้ท้องน้อยแสบร้อน บอบช้ำและยังไวต่อัั แข้งขานั้นก็อ่อนแรงลำพังแค่เดินเข้าห้องน้ำยังขาสั่น ให้ออกไปตะเวนเที่ยวนอกเมืองเวลานี้คงต้องใช้รถเข็นเท่านั้น
“หมดแรงเหรอครับ?”เสียงทุ้มกระซิบถามเบาๆ
“...” เมื่อไม่มีเสียงตอบจากคนตัวเล็กวงแขนแกร่งเริ่มรั้งเอวบางเข้าแนบชิดพลางกดจมูกซุกไซ้ไปตามซอกคอขาวร่างบางในอ้อมแขนเริ่มดิ้นรนขลุกขลัก สองมือเรียวดันอกกว้างออกห่างสุดแรงอันเหลืออยู่น้อยนิด
“ไม่เอา!! หมดแรงแล้ว ช้ำไปทั้งตัวแล้วค่ะ” สองมือยังดันอกกว้างออกห่างพลางส่งสายตาค้อนอีกฝ่ายจนตาคว่ำฟารีสหัวเราะเบาๆ
“ครับผม ไม่ก็ไม่ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับห้องก่อนนะ” เขาพูดพลางกดจูบหนักๆ ไปบนหน้าหน้าผากมนก่อนลุกจากเตียง
“ได้เวลาอาหารเช้าแล้ว ให้ผมอุ้มไปที่โต๊ะอาหารไหมครับ?”สายตามคมนั้นมีแววกรุ้มกริ่ม หยอกล้อ ก่อนรีบปิดประตูเชื่อมผลุบหายไปก่อนจะมีอะไรลอยมาประทบหน้า
ลลิตาลุกขึ้นอาบน้ำ แต่งตัววันนี้ไม่ต้องออกนอกเมืองเธอเลือกแต่งตัวง่ายๆด้วยกระโปรงผ้าฝ้ายสีแดงเข้มปักลายยาวกรอมเท้ากับเสื้อสเวตเตอร์คอเต่าสีครีม
คุณพ่อบ้านร่างหมีปรากฏตัวทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอ
“อาหารเช้าพร้อมแล้วครับ”เขากล่าวพลางขยับเก้าอี้ให้เธอ ก่อนหายเข้าไปในครัวและกลับมาพร้อมถาดอาหาร
“ฮาริสซ่าครับเป็แพะตุ๋นกับข้าว กินคู่กับขนมปังและสลัดครับ”คุณพ่อบ้านเสิร์ฟพร้อมอธิบายอาหารและวิธีรับประทานพร้อมรินกาแฟร้อนหอมกรุ่นให้อย่างรู้ใจ
กลิ่นเครื่องเทศและหอมเจียวโชยกรุ่นเรียกน้ำย่อยให้ทำงาน ลลิตาตักอาหารหน้าตาคล้ายโจ๊กใส่ปาก
“อร่อยมากเลยค่ะ” เธอยิ้มให้คุณพ่อบ้านพร้อมหยิบขนมปังแบบแคชเมียร์มากินคู่กัน
“เนื้อแพะกับข้าวเปื่อยนุ่มมากอย่างนี้ต้องตุ๋นนานไหมคะ?”เธอชวนคุณพ่อบ้านคุยพลางใช่ขนมปังจิ้มแพะตุ๋น
“เนื้อแพะตุ๋นไว้ั้แ่เมื่อวานครับพอเช้ามืดก็เติมข้าวกับเครื่องเทศลงไปแล้วตุ๋นต่อ”อาลีอธิบายอย่างยินดี เมื่อมีคนสนใจอาหารที่เขาทำ
“แบบนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้าเลยสินะคะ”
“นกที่ตื่นเช้าย่อมได้กินหนอนก่อนใครครับ(Theearly bird gets the worm)” เขาตอบอย่างอารมณ์ดีพลางรินกาแฟให้เธอเพิ่ม
ลลิตาหน้าร้อนฉ่า ‘...เธอเองก็เป็นกที่ตื่นมากินหนอนแต่เช้าเหมือนกัน...’
“คุณฟารีสแจ้งว่าวันนี้คุณลิตาจะพักผ่อนที่บ้านเรือไม่ออกนอกเมือง ถ้า้าอะไรเรียกผมได้ตลอดนะครับส่วนอาหารเที่ยงจะขึ้นฝั่งไปกินในเมืองหรือให้ผมจัดการให้ ก็แจ้งได้ครับ”คุณพ่อบ้านกล่าวทิ้งท้ายก่อนขอตัวเข้าไปในครัว
ลลิตาวางแผนจะเริ่มเขียนงานใหม่ในวันนี้ ประสบการณ์สดใหม่ทำให้พล็อตในหัวพร่างพรู หญิงสาวหยิบโน้ตบุ๊คตัวเล็กออกมานั่งทำงานรับลมที่ระเบียงบรรยากาศเงียบสงบริมทะเลสาบ สายลมพัดโชยและแดดอุ่น บวกกับประสบการณ์ร้อนแรงสดใหม่ที่ได้พบ เธอเริ่มรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์จากนั้นทุกสิ่งรอบตัวเธอก็ดูเหมือนถูกตัดขาดจากการรับรู้ ตอนนี้มีเพียงเธอพล็อตในหัว และแป้นพิมพ์เท่านั้น
เวลาล่วงเลยผ่านไปแดดอุ่นเริ่มร้อนขึ้นเธอขยับตัวลุกขึ้นเปลี่ยนมุม หญิงสาวพบว่าชุดน้ำชาพร้อมของว่างถูกวางไว้อยู่แล้วคุณพ่อบ้านคงไม่อยากรบกวนเธอจึงเอาวางให้เงียบๆเธอรินชาในกาและยกขึ้นจิบอย่างกระหาย วันนี้เป็ชาเครื่องเทศ ลลิตายิ้มอย่างพึงพอใจชาแต่ละวันไม่ซ้ำกันเลยคุณพ่อบ้านคงตั้งใจให้เธอได้ชิมชาทุกประเภทของแคชเมียร์
“โมโม่ ครับ ข้างในเป็ไส้แกะและผัก”คุณพ่อบ้านวางจานของว่างหน้าตาเหมือนซาลาเปาลงตรงหน้าคงเห็นว่าเธอละจากงานในมือแล้ว
“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณคุณพ่อบ้านร่างหมี ยิ้มรับก่อนเดินหายเข้าไปในครัว
โมโม่อุ่นๆและชาเครื่องเทศทำให้เธอผ่อนคลายและเริ่มง่วงหญิงสาวเอนตัวลงนอนเหยียดยาวไปตามความยาวของเบาะ หลับตาซึมซับบรรยากาศสงบเงียบ
ฟารีสเดินออกมาจากห้องเมื่อเห็นลลิตานอนหลับสบายอยู่ที่ระเบียง ชายหนุ่มไม่อยากรบกวนจึงถอยกลับมานั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นสายตาคมคอยระแวดระวังไม่ให้พ่อค้าเรือขึ้นมารบกวนร่างบางที่นอนหลับสบายอยู่ที่ระเบียง
เสียงจอกแจกจอแจจากเรือชิคาราของนักท่องเที่ยวด้านนอกบ้านเรือทำให้เธอสะดุ้งตื่นไม่รู้ว่าเธอหลับไปนานแค่ไหน จนโมโม่ถูกยกออกไปแล้วบนตัวเธอมีผ้าห่มสีสวยคลุมอยู่คุณพ่อบ้านคงเอามาห่มให้ หญิงสาวลุกขึ้นหยิบผ้าห่มและโน๊ตบุ๊กสาวเท้ากลับไปข้างใน
“ตื่นแล้วเหรอครับ”เขาทักเมื่อเธอก้าวเข้าห้องนั่งเล่น
“ค่ะ อยู่ดีๆ ก็หลับไปเฉยเลยตอนนี้กี่โมงแล้วคะ?”
“บ่าย 2 แล้วครับ คุณหิวไหม?”ร่างสูงถามอย่างเป็ห่วง
ลลิตาส่ายศีรษะ “ท้องยังแน่นอยู่ค่ะคุณพ่อบ้านเสิร์ฟทั้งวัน ไม่หยุดเลย”
“วันนี้ใกล้ๆมัสยิดจาเมียร์ มีตลาดนัดวันอาทิตย์คุณสนใจไหมครับ” ฟารีสกลัวว่าเธอจะเบื่อหากอยู่แต่ที่บ้านเรือทั้งวัน
“ก็ดีค่ะฉันขอเข้าไปหยิบกระเป๋ากับกล้องก่อน”เธอตอบตกลงก่อนหอบผ้าห่มและโน้ตบุ๊คเดินหายเข้าห้องนอนไป อันที่จริงเธอไม่ได้ชอบช็อปปิ้งแต่เธอชอบเดินตลาดเพราะได้เห็นวิถีชีวิตคนแถบนั้นและได้ดูสินค้าแปลกตา
เขตเมืองเก่าคลาคล่ำไปด้วยผู้คนและรถเสียงแตรดังสนั่นเหมือนแข่งกันว่าใครขยันบีบมากกว่า ดังกว่าคือผู้ชนะมีทหารถือปืนกระบอกโตประจำตามจุดต่างๆ อยู่หนาตา ข้างหน้าลลิตาเป็มัสยิดรูปทรงแปลกตาด้วยหลังคาแหลมเหมือนเจดีย์ไม่เป็ทรงโคมเหมือนที่อื่นๆ
“ก่อนเข้าด้านในต้องคลุมผมก่อนครับ”เขาบอกพลางยื่นผ้าพาสมีน่าสีสวยให้
“มัสยิดจาเมียเป็มัสยิดที่สำคัญแห่งหนึ่งในเมืองศรีนาการ์สร้างโดยสุลต่านสิคานดาร์ ในปี ค.ศ.1400 ครับ เป็สถาปัตยกรรมแบบอินโด-ซาราเซนิก มีเสาไม้370 สามารถจุคนได้ถึง 30,000 คนตัวอาคารสามด้านที่ล้อมเราอยู่นี้เป็ป้อมปืนด้วยครับส่วนบริเวณที่ตั้งนี้เรียกว่าโนฮัตตาร์ เป็ย่านเมืองเก่า” ไกด์ประจำตัวเริ่มทำงาน
ที่ตลาดวันอาทิตย์ลลิตาได้ของติดมือมานิดหน่อยเป็ผ้าพันคอและขนมปังแบบต่างๆ
“มีแต่ผู้ชายทั้งนั้นเลยนะคะ”เธอเปรยเบาๆ เมื่อสังเกตว่าทั้งตลาดไม่ว่าคนซื้อหรือคนขายมีแต่ผู้ชายมีผู้หญิงบ้างประปราย ถ้าไม่นับนักท่องเที่ยว
“ผู้ชายแคชเมียร์มีหน้าที่หาเลี้ยงครอบครัวครับส่วนผู้หญิงก็ดูแลภายในบ้าน” ฟารีสอธิบาย
“ถ้ายังเดินไหวผมพาเดินชมเมืองเก่าดีไหมครับ”
“เอาไว้วันหลังแล้วกันค่ะวันนี้เอ่อ...ยังไม่สะดวก” ลลิตาเสมองไปทางอื่นซ่อนใบหน้าแดงกล่ำจากตาคม
“ถ้าอย่างนั้นนั่งเรือชมบึงบัวกันนะครับ นั่งสบายๆ ไม่ต้องออกแรง” เขายังนำเสนอไม่ลดละ
“ก็ได้ค่ะ แต่ตอนนี้ฉันหิวแล้ว” ลลิตาหัวเราะเขินๆ
หลังเสร็จจากมื้อเย็นง่ายๆเป็ไก่หมักเครื่องเทศย่างกับข้าวผัดจากร้านอาหารริมทะเลสาบ ตอนนี้ลลิตาอยู่บนเรือชิคาราที่ลอยลำอยู่ในทะเลสาบดาลมีฝีพายั์ตาตาคมชวนฝันนั่งอยู่ตรงข้ามเธอ
“แย่งงานราจีฟแบบนี้จะดีเหรอคะ?” ลลิตาหัวเราะเบาๆภาพยื้อแย่งไม้พายระหว่างผู้ชายตัวโตสองคนที่ท่าเรือยังติดตาก่อนราจีฟจะเป็ฝ่ายยอมแพ้ไป
“ก็ผมอยากอยู่กับคุณตามลำพังนี่ครับ”ร่างสูงออดอ้อนพร้อมส่งสายตาวิบวับ
ทะเลสาบดาลยามเย็นครึกครื้นไปด้วยเรือชิคาราของนักท่องเที่ยวที่เริ่มออกมาถ่ายรูปกับผืนน้ำกว้างใหญ่ที่มีทิวเขาหิมาลัยเป็ฉากหลังบ้างก็ดื่มด่ำบรรยากาศกับกาแฟที่คาเฟ่ลอยน้ำบรรดาพ่อค้าพายเรือประกบเสนอขายสินค้าหลากหลายทั้งผ้า พรม เครื่องประดับ ชาและเปเปอร์มาเช่
“ร้านบนฝั่งริมทะเลสาบถูกกว่านี้ครึ่งนึงครับ”ฟารีสกระซิบเบาๆ
ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้วฟารีสพายเรือลัดเลาะไปตามลำคลองก่อนออกสู่บึงบัวขนาดใหญ่เรือชิคาราลำน้อยเลาะเลี้ยวไปตามทางน้ำที่แหวกไว้ กว่าลลิตาจะรู้ตัวเรือก็หยุดอยู่ท่ามกลางดงบัวสูงท่วมหัวรอบข้างเงียบสงบ ไม่มีเรือลำอื่นตามเข้ามา
ลลิตารู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆเมื่อสบสายตาส่งประกายหวามไหวจากร่างสูงที่นั่งตรงข้าม
[1]อาซานคือเสียงเรียกให้ทำละหมาดในศาสนาอิสลาม