ในห้องผู้ป่วยสวีเซียงจ้องซูฮ่าวด้วยสายตาประหลาดใจ
เธอได้ยินสิ่งที่ไป๋เหวินหลิงพูด แม้แต่หยวนฮั่นโป๋ในฐานะสุดยอดทางการแพทย์ก็ยังไม่มีทางรักษาอาการป่วยของเธอได้แต่ซูฮ่าวกลับรักษาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เห็นได้ชัดแล้วว่า ทักษะทางการแพทย์ของซูฮ่าวไม่ธรรมดา
“พ่อหนุ่ม นายชื่ออะไร?”
หลี่ช่างเสียงแนะนำซูฮ่าวให้สวีเซียงได้รู้จัก“อาเซียงนี่คือซูฮ่าว คู่หมั้นของเหวินหลิง!”
“คู่หมั้นของเหวินหลิง?” ใบหน้าของสวีเซียงเต็มไปด้วยความประหลาดใจเธอแกล้งมองไป๋เหวินหลิงอย่างไม่พอใจ “เหวินหลิงเรื่องสำคัญอย่างนี้ทำไมไม่บอกป้า ป้ายังไม่ได้เตรียมของขวัญแต่งงานให้พวกเธอสองคนเลย!”
ไป๋เหวินหลิงหน้าแดงซูฮ่าวก็รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “คุณนายหลี่ครับ พวกเรายังไม่ได้แต่งงานกัน”
“คุณนายหลี่อะไรเรียกฉันว่าป้าหลี่เถอะ คุณนายหลี่แปลกเกินไปแล้วดูไม่สนิทสนม” สวีเซียงโบกมือและพูดอีกว่า “ซูฮ่าว คิดจะแต่งงานกับเหวินหลิงเมื่อไร แล้วจะมีลูกเมื่อไร?”
“เอ่อ… ” ซูฮ่าวไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรเขามองไป๋เหวินหลิงเพราะอยากให้เธอเป็นคนตอบ แต่กลับพบว่าเธอหน้าแดงจนแทบจะมีเลือดหยดออกมาได้แล้ว
เห็นได้ชัดว่าปัญหานี้ไป๋เหวินหลิงก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรเหมือนกัน
หลี่ช่างเสียงราวกับสังเกตเห็นความลำบากใจของทั้งสองคน เขาจึงเข้ามาพูดแก้ไขสถานการณ์ “อาเซียงนี่เป็นเรื่องระหว่างเหวินหลิงกับซูฮ่าวทั้งสองคนจะตัดสินใจเอง เธอจะเป็นกังวลทำไม”
“ก็ใช่ ซูฮ่าวหาฤกษ์ดีๆ ให้เร็วหน่อยนะ แล้วก็แต่งงานกับเหวินหลิงซะ ดีต่อเหวินหลิงให้มาก ขยันให้มากๆ จะได้มีลูกเร็วๆ ” สวีเซียงพิงอยู่ที่หัวเตียงผู้ป่วย และเผยรอยยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้งออกมา
ซูฮ่าวคลำหัวไม่รู้ว่าจะพูดอะไร และรู้สึกเคอะเขินมาก
ไป๋เหวินหลิงก็เขินอายจนพูดไม่ออกเธอก้มหน้าหลบสายตาไปทางอื่น
เมื่อทุกคนเห็นเช่นนี้แล้วก็หัวเราะอย่างเข้าใจ
หวางชางกลอกตาไปมาและเข้ามาพูดแนะนำหลี่ช่างเสียงว่า “คุณหลี่ คุณนายหลี่เพิ่งจะฟื้น เพื่อความปลอดภัย พวกผมขอตรวจร่างกายให้คุณนายหลี่อีกครั้ง ให้เธอนอนดูอาการที่โรงพยาบาลอีกสองสามวัน”
หลี่ช่างเสียงไม่ได้ตอบ แต่มองซูฮ่าว แล้วถามว่า “ซูฮ่าวนายคิดว่าอย่างไรกับเรื่องนี้?”
“หลังจากที่ดวงจิตสองดวงกลับสู่ตำแหน่งแล้วแค่ต้องดื่มน้ำแกงสงบดวงจิตสองสามวัน ไม่จำเป็นต้องตรวจ หรือเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล” ซูฮ่าวโบกมือและหยิบปากกากับกระดาษที่อยู่ข้างๆ เตียงขึ้นมาเขียนสูตรยา หลังจากนั้นก็ส่งให้หลี่ช่างเสียง “คุณลุงหลี่คุณจัดยาให้คุณป้าหลี่ตามรายการด้านบนนี้ หนึ่งวันต้มน้ำแกงสงบดวงจิตสามชามและดื่มหลังทานอาหารเสร็จครึ่งชั่วโมง”
“ได้ซูฮ่าว ขอบคุณสำหรับเรื่องของป้าหลี่นะ ลำบากนายแล้ว” หลี่ช่างเสียงรับสูตรยาและพูดขอบคุณ
หากวันนี้ไม่มีซูฮ่าวอยู่ที่นี่เกรงว่าภรรยาของตนเองคงไม่มีวันตื่น สำหรับคำพูดของซูฮ่าวแน่นอนว่าเขาเชื่ออย่างไม่ต้องสงสัย
หวางชางที่อยู่ข้างๆ ก็รู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก เดิมทีเขายังอยากให้สวีเซียงนอนดูอาการอยู่ที่โรงพยาบาลอีกสองสามวัน อยากจะอาศัยเรื่องนี้สร้างความสัมพันธ์กับหลี่ช่างเสียง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าความคิดนี้จะเป็นไปไม่ได้แล้ว พูดไปแล้วก็อยากตบหน้าตนเองจริงๆตั้งแต่ส่งตัวสวีเซียงมาถึงโรงพยาบาลใจกลางเมืองไห่เป่ยจนถึงตอนนี้ นอกจากตรวจร่างกายให้สวีเซียงแล้วพวกเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเลย แม้แต่สาเหตุการป่วยก็ยังตรวจไม่เจอ
แต่กลับเป็นผู้ชายที่อายุยี่สิบปีต้นๆคนหนึ่งที่มีตาทิพย์ไม่ใช่แค่พูดถึงอาการของสวีเซียง แต่ยังใช้หลักแห่งการฝังเข็มมารักษาสวีเซียงจนหายได้อีกด้วย
เรื่องนี้หากแพร่ออกไปเกรงว่าจะถูกสายงานเดียวกันหัวเราะเยาะจนตายแน่
“คุณป้าหลี่ตอนนี้ง่วงไหมครับ?” ซูฮ่าวมองสวีเซียงและถามด้วยรอยยิ้ม
สวีเซียงหาวแล้ว “พอนายถามอย่างนี้… อืมก็ง่วงนิดหน่อยแล้วจริงๆ !”
“จะมีอาการง่วงช่วงหนึ่งหลังจากที่ดวงจิตกลับตำแหน่ง คุณพักผ่อนก่อนเถอะครับ หลังจากตื่นแล้วก็ออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านได้” ซูฮ่าวพูดอธิบาย
“ได้!”สวีเซียงหาวอีกครั้ง จากนั้นก็นอนอยู่บนเตียงเธอหลับตาไม่นานก็หลับสนิทแล้ว
เมื่อทุกคนเห็นเช่นนี้ ก็อดตกใจไม่ได้ ในดวงตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใสซูฮ่าว
แม้แต่อาการเล็กๆ น้อยๆ หลังจากการฟื้นตัวก็รู้ได้แม่นยำอย่างนี้ความสามารถด้านการแพทย์ของซูฮ่าวคนนี้ล้ำลึกจริงๆ
ซูฮ่าวโบกมือให้พวกหลี่ช่างเสียง“ตอนนี้คุณป้าหลี่ต้องการพักผ่อนพวกเราออกไปก่อนเถอะ พยายามอย่ารบกวนท่านหลังจากนี้สามถึงสี่ชั่วโมงท่านจะตื่นขึ้นมาเอง”
หลี่ช่างเสียงตะลึงงันและรีบพยักหน้า เขาลุกขึ้นและให้ทุกคนออกไปจากห้องผู้ป่วยหลังจากออกมาข้างนอกแล้วเขาก็ถามซูฮ่าวทันที
“ซูฮ่าว นายไปเรียนรู้ทักษะทางการแพทย์นี้มาจากใคร??”
คนปกติอายุเท่าซูฮ่าว เป็นไปไม่ได้ที่จะมีวิชาแพทย์แผนจีนในระดับพิเศษเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าซูฮ่าวจะต้องมีอาจารย์ที่มีวิชาการแพทย์ที่ยิ่งล้ำลึกมากกว่าท่านหนึ่ง
“คุณลุงหลี่เรื่องนี้เกรงว่าคงจะบอกคุณไม่ได้ หวังว่าคุณจะเข้าใจ” ซูฮ่าวยิ้มอย่างขอโทษ
เข็มเทพเหลยหั่วได้มาเพราะจับรางวัลได้จากทางระบบแน่นอนว่าเขาพูดไม่ได้
“ไม่เป็นไรฉันละลาบละล้วงเอง” หลี่ช่างเสียงส่ายหน้าและพูดพลางหัวเราะ
คนที่สามารถถ่ายทอดวิชาแพทย์ที่เยี่ยมยอดระดับนี้ให้กับซูฮ่าวได้บุคคลนั้นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญแน่นอน โดยทั่วไปแล้วคนประเภทนี้จะไม่ชอบให้คนรบกวนยิ่งไม่ชอบให้ลูกศิษย์เปิดเผยข้อมูลของตนเอง
หวางชางที่อยู่ข้างๆ เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เสนอว่า “คุณซูในเมื่อคุณมีระดับการแพทย์แผนจีนที่สูงล้ำอย่างนี้ ทำไมไม่มาทำงานที่โรงพยาบาลใจกลางเมืองไห่เป่ยของพวกผมล่ะ ด้วยความสามารถของคุณแม้แต่รองผู้อำนวยการของโรงพยาบาลของพวกผมก็ยังได้”
เมื่อเขาพูดแบบนี้แล้ว อาจารย์หมอประจำโรคคนอื่นๆต่างก็แสดงสีหน้าอิจฉาออกมา
พวกเขารู้ว่าหวางชางกำลังตีสนิทซูฮ่าว อย่างไรเขาก็มีทักษะทางการแพทย์แผนจีนที่ยอดเยี่ยม มีวิชาที่รักษาคนป่วยใกล้ตายได้และบางด้านก็ยังเหนือกว่าหยวนฮั่นโป๋หากดึงตัวเทพด้านการแพทย์แผนจีนอย่างนี้มาได้ มันจะส่งผลดีต่อโรงพยาบาลใจกลางเมืองไห่เป่ยมาก
อายุยี่สิบปีได้นั่งตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลนี่คือเรื่องที่พวกเขาแค่คิดก็ยังไม่กล้าคิดอย่างไรพวกเขาก็อยู่ในโรงพยาบาลใจกลางเมืองไห่เป่ยมาเจ็ดแปดปีแล้วแต่เพิ่งจะได้รับตำแหน่งหัวหน้าอาจารย์หมอเท่านั้น
ไป๋เหวินหลิงที่อยู่ข้างๆได้ยินอย่างนี้แล้วก็รู้สึกตื่นเต้นจนน่าแปลก
ตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลใจกลางเมืองไห่เป่ยนี่คือตำแหน่งที่หมอนับไม่ถ้วนแย่งกันหัวร้างข้างแตก เป็นเวลาเจ็ดแปดปีแล้วที่แพทย์ชื่อดังเหล่านี้เข้ามาทำงานอยู่ในโรงพยาบาลใจกลางเมืองไห่เป่ย แต่ก็ยังไม่มีใครที่มีคุณสมบัติได้นั่งตำแหน่งรองผู้อำนวยการได้แม้แต่คนเดียวก็เห็นได้ชัดแล้วว่าตำแหน่งนี้ได้มายากมากแค่ไหน
ในความเห็นของเธอ แค่ซูฮ่าวตกลง โรงพยาบาลใจกลางเมืองไห่เป่ยก็จะสร้างภาพลักษณ์ให้ซูฮ่าวไม่ถึงครึ่งเดือนเกรงว่าคนทั้งเมืองไห่เป่ยก็จะรู้ว่ามีหมอชื่อดังอย่างซูฮ่าวดูแลอยู่ที่โรงพยาบาลใจกลางเมืองไห่เป่ย
เมื่อถึงเวลานั้น คนที่เขาติดต่อด้วยก็จะมีแต่บุคคลที่มีอำนาจสูงมีชื่อเสียงอะไรทำนองนั้น สำหรับซูฮ่าวแล้ว ชื่อเสียงและความมั่งคั่งก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม อนาคตไร้ขีดจำกัด
เมื่อเทียบกับตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลใจกลางเมืองไห่เป่ยแล้ว พนักงานฝ่ายขายเล็กๆ ที่เขาดำรงอยู่ในบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวแทบจะดูไม่ได้ไปเลยทีเดียว
หากซูฮ่าวตกลงกับคำเชิญของหวางชางแล้วเวลาส่วนใหญ่เขาต้องอยู่ในโรงพยาบาลใจกลางเมืองไห่เป่ยแน่ๆ และอาจไม่ค่อยได้กลับบ้าน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่จะมาสนใจบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวแล้ว
“ไม่สนใจครับ” ซูฮ่าวปฏิเสธโดยไม่ลังเล
“คู่หมั้นแสนสวยของผมมักจะยุ่งอยู่กับงาน ต้องการให้ผมดูแลหากผมมาเป็นรองผู้อำนวยการ แล้วใครจะมาดูแลคู่หมั้นของผมกันล่ะ”
เขาพูดจบแล้วก็มองไป๋เหวินหลิงพร้อมกับไอแล้วยิ้มออกมา
ไป๋เหวินหลิงหน้าแดงมากเธอจ้องซูฮ่าวตาเขม็ง แต่ภายในใจกลับซาบซึ้งใจมาก
พูดตามตรง เธอคิดไม่ถึงจริงๆว่าซูฮ่าวจะปฏิเสธเงื่อนไขที่น่าสนใจอย่างการเป็นรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลใจกลางเมืองไห่เป่ย
“นี่สิถึงจะเป็นแบบอย่างของผู้ชายเหวินหลิง เธอโชคดีแล้ว” หลี่ช่างเสียงตบไหล่ของซูฮ่าวอย่างพึงพอใจและหัวเราะเสียงดัง “ซูฮ่าวหากมีเวลาก็อย่าลืมพาเหวินหลิงมาเที่ยวที่บ้านลุงหลี่บ่อยๆ นะ”
“ไม่มีปัญหาครับ”ซูฮ่าวพยักหน้า และฉีกยิ้มเล็กน้อย
“สหายซู ไม่ได้โดดเด่นแค่ความสามารถด้านการแพทย์ แต่ยังไม่แสวงหาชื่อเสียงและลาภยศ เท่านี้ก็ทำให้ผมต้องมองคุณใหม่แล้ว” หยวนฮั่นโป๋ที่อยู่ข้างๆพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“วันนี้ได้เห็นวิชาการแพทย์ที่เปลี่ยนความเสื่อมโทรมเป็นความมหัศจรรย์ของสหายซูผมก็ตกตะลึงแล้วทั้งยังรู้สึกแปลกใจกับวิชาการใช้เข็มของสหายซู ไม่ทราบว่าวิธีการฝังเข็มที่สหายซูใช้ก่อนหน้านี้คือเข็มเทพเหลยหั่วใช่ไหม?”
“ผู้อาวุโสหยวนสายตาไม่เลวคุณพูดถูกแล้ว นั่นคือเข็มเทพเหลยหั่ว” ซูฮ่าวพยักหน้าอย่างประหลาดใจคิดไม่ถึงว่าหยวนฮั่นโป๋จะมองออกว่าที่เขาแสดงออกมาคือวิชาเข็มอะไร
“คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเข็มเทพเหลยหั่วจริงๆก็คือคนรุ่นหลังน่ากลัวจริงๆ !” หยวนฮั่นโป๋ตัวสั่นและอดไม่ได้ที่จะชม
การแพทย์แผนจีนกว้างขวางเทคนิคเทพด้านการแพทย์ที่ขาดการสืบทอดและปรากฏขึ้นจากแก่นแท้มีมากมายเข็มเทพเหลยหั่วก็คือหนึ่งในนี้
แค่มีคนที่เข้าใจเทคนิคเทพด้านการแพทย์ที่ขาดการสืบทอดจึงจะมีคุณสมบัติขึ้นชื่อว่าผู้รอบรู้ด้านการแพทย์แผนจีนวิชาการแพทย์ที่เขามีตอนนี้ในรายการของการแพทย์แผนจีนก็อาจจะคือสุดยอดแต่ในสายตาของคนที่มีวิชาการแพทย์ที่พิสดารบางอย่าง ก็อาจจะเป็นแค่ภายนอกดูแข็งแกร่งแต่ภายในดูอ่อนแอเท่านั้น
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ และทำมือคารวะพลางพูดว่า“คุณซู ไม่ทราบว่าคุณมีเวลาไหม ผมอยากขอคำแนะนำด้านการแพทย์จากคุณ”
คนที่สำแดงเทคนิคเทพด้านการแพทย์ที่ขาดการสืบทอดอย่างเข็มเทพเหลยหั่วได้ถือว่าเป็นบุคคลสุดยอดที่ไม่มีใครเทียบได้ เห็นได้ชัดแล้วว่าอาจารย์ของซูฮ่าวจะต้องเป็นเทพเจ้าด้านการแพทย์บางด้านถึงจะไม่ได้คุยกับอีกฝ่าย แต่ได้คุยกับลูกศิษย์ของอีกฝ่าย มันจะต้องพัฒนาทักษะทางการแพทย์ของตนได้อย่างไม่ต้องสงสัย
ถึงแม้ซูฮ่าวอายุยังน้อยแต่ด้านการแพทย์ไม่แบ่งอายุมากอายุน้อย แค่ได้ความรู้ที่กว้างขวางก็ไม่อายที่จะลดตัวไปถาม
พวกหวางชางที่อยู่ข้างๆ ก็ตกใจมาก
หยวนฮั่นโป๋เป็นแพทย์แผนจีนมาห้าสิบกว่าปี เขาอยู่ในจุดสูงสุดของด้านการแพทย์แผนจีน ผู้ที่สุดยอดอย่างนี้คิดไม่ถึงว่าจะไปหาผู้ชายที่อายุยี่สิบปีต้นๆ คนหนึ่งเพื่อขอคำแนะนำด้านการแพทย์?
หยวนฮั่นโป๋เห็นว่าซูฮ่าวไม่พูดเขาก็กัดฟันแล้ว “การแพทย์แผนจีนเน้นเรื่องการถ่ายทอดทางสายเลือดหากไม่ใช่คนสำนักเดียวกัน ก็จะไม่ถ่ายทอดความลับให้กันหากสหายซูคำนึงถึงกฎของสำนัก ผมยอมคำนับสหายซูเป็นอาจารย์ได้”
“ซี้ด!”เมื่อพูดเช่นนี้ออกมา สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปมาก
หยวนฮั่นโป๋มีชื่อเสียงในวงการแพทย์ คนที่ขอคำแนะนำด้านการแพทย์จากเขาได้ก็มีมากมายไม่ต้องพูดถึงเรื่องไร้สาระเช่นการให้เขาไปขอตัวเป็นศิษย์จากผู้อื่น
หากให้คนอื่นรู้ว่าสุดยอดของวงการแพทย์อย่างหยวนฮั่นโป๋คำนับผู้ชายที่อายุยี่สิบปีที่ไม่มีชื่อเสียงแม้แต่น้อยคนหนึ่งเป็นอาจารย์เกรงว่าทั้งประเทศคงจะฮือฮาแล้ว
ซูฮ่าวโบกมือ “ผู้อาวุโสหยวนไม่ต้องทำเช่นนี้ผมคิดว่าด้วยระดับการแพทย์แผนจีนของคุณในตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องขอคำแนะนำจากผมหากคุณอยากคุยถึงมุมมองด้านการแพทย์กับผม พวกเราก็หาเวลาค่อยๆคุยกันได้ ไม่จำเป็นต้องคำนับผมเป็นอาจารย์หรอก”
“เช่นนั้นก็ขอบคุณสหายซูมากแล้ว!”หยวนฮั่นโป๋มีสีหน้าดีใจ และให้คนส่งนามบัตรให้ซูฮ่าว
“นี่คือเบอร์โทรศัพท์ของผมคุณซูว่างเมื่อไร ก็รบกวนคุณโทรมา ผมจะให้คนไปรับคุณซู”
“ครับ”ซูฮ่าวรับนามบัตร และใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ
พวกหวางชางที่อยู่เบื้องหน้าเงียบกริบแต่จริงๆ ภายในใจมีคลื่นโหมซัดสาดแล้ว
ต้องรู้ว่าด้วยตำแหน่งของหยวนฮั่นโป๋มีหมอชื่อดังคนอื่นๆ เข้าแถวเพื่อขอคำแนะนำด้านการแพทย์กับเขาความยาวของแถวก็จากทางใต้ยาวไปถึงทางเหนือ
แต่วันนี้ผู้อาวุโสที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนนี้ คิดไม่ถึงว่าจะมอบนามบัตรให้กับคนรุ่นหลังอย่างไม่ลังเล และยังขอให้เขาโทรมาหาตนเพื่อให้คำแนะนำด้านการแพทย์อีกด้วย?
เวลานี้ ความตกใจที่เกิดขึ้นก็สั่นไหวดั่งคลื่นน้ำกลืนกินใจของพวกเขาทั้งหมด
หยวนฮั่นโป๋คุยอีกสักหน่อยก่อนจะจากไปพร้อมกับผู้ติดตามอีกสองคน
วันนี้เขามาที่โรงพยาบาลใจกลางเมืองไห่เป่ยเพื่อทดแทนน้ำใจของหวางชาง เวลานั้นคุณพ่อของหวางชางเคยช่วยชีวิตเขาเมื่อปีก่อนคุณพ่อของหวางชางเสียชีวิต เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากตอบแทนน้ำใจนี้กับหวางชางเท่านั้น
ถึงแม้ซูฮ่าวจะเป็นคนรักษาสวีเซียงจนหายดี แต่เขาก็มาช่วยแล้วแน่นอนว่าน้ำใจนี้ถือว่าคืนหมดแล้ว
หลี่ช่างเสียงมองพวกหยวนฮั่นโป๋เดินออกไปเขาก็ชูนิ้วโป้งให้ซูฮ่าวพลางพูดชมว่า “ซูฮ่าวทำให้ผู้อาวุโสหยวนให้ความสำคัญอย่างนี้ได้ นายเป็นคนแรกเลยนะ”
“สถานะของผู้อาวุโสหยวนไม่ธรรมดาฉันจำได้ว่าเมื่อปีที่แล้วเพื่อขอให้ผู้อาวุโสหยวนไปดูอาการของภรรยาที่บ้าน ผู้ว่าของมณฑลจินหลิงไปยืนอยู่หน้าประตูบ้านผู้อาวุโสหยวนตลอดทั้งเช้า หากนายได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อาวุโสหยวนอนาคตจะราบรื่นเป็นอย่างมาก”
“ลุงหลี่ก็พูดเกินไป อาศัยความสัมพันธ์ของคนอื่นเดินอยู่ในโลกใบนี้อย่างไรก็ไม่มั่นคง ถ้าให้เวลาผมมากกว่านี้ ไม่แน่ว่าผมอาจจะไปถึงขั้นของผู้อาวุโสหยวนก็ได้” ซูฮ่าวส่ายหน้าและหัวเราะอย่างมั่นใจ
มีระบบอยู่ในมือใต้หล้าก็คือของเขา
ทำไมต้องสนใจแค่สุดยอดด้านการแพทย์คนหนึ่งด้วย?
เป้าหมายของเขาก็คือไปยืนอยู่จุดสูงสุดของโลก และมอบใต้หล้าให้กับเธอคนนั้น!
หลี่ช่างเสียงแอบพยักหน้า
ซูฮ่าวคนนี้ถึงแม้เพิ่งจะอายุยี่สิบต้นๆแต่การวางตัวเฉียบขาดมาก คือผู้มีพรสวรรค์และความสามารถที่หาได้ยากยิ่งท่านหนึ่ง
“ติ๊งต่อง ยินดีด้วยโฮสต์เสแสร้งได้อย่างเงียบขรึม รางวัลคือแต้มเสแสร้งห้าสิบแต้ม ps : นกเกาะอยู่บนยอดกิ่งไม้ แต่กลับไม่เคยกังวลว่ากิ่งไม้จะหักแค่เพราะมันไม่เคยพึ่งพากิ่งไม้ แต่เชื่อมั่นในปีกของตนเอง หวังว่าโฮสต์จะเติบโตอยู่ท่ามกลางคำดูถูกก้าวหน้าอยู่ในการเยาะเย้ย ความรู้สึกที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมที่ได้รับในวันนี้หลังจากนี้จะทำให้โฮสต์กลายเป็นเทพเสแสร้งที่ไร้เทียมทานได้สำเร็จ สู้ๆ โฮสต์คือคนที่แย่ที่สุด!”
“ประโยคสุดท้ายคุณจริงจังใช่ไหม?”
“ใช่ทุกเรื่องเริ่มต้นยาก ตรงกลางยิ่งยาก ตอนสุดท้ายยากมากๆชีวิตจะทำให้นายลำบากช่วงหนึ่ง หลังจากที่นายปรับตัวได้แล้ว ก็จะค่อยๆทำให้นายลำบากอีกช่วงหนึ่ง ชีวิตไม่ใช่แค่ถูไถไปวันๆแต่ยังต้องถูไถทั้งวันพรุ่งนี้และวันมะรืนด้วย ไม่ผ่านลมฝนแล้วจะต้อนรับพายุฝนกระหน่ำได้อย่างไร?”
ซูฮ่าว “…”
วางใจเถอะระบบหลังจากนี้ผมจะซื้อโลงศพที่ดีที่สุดให้คุณอย่างแน่นอน ขุดหลุมที่ลึกที่สุดฝังดินให้หนาที่สุด และถือโอกาสใส่สารเร่งการเจริญเติบโตให้วัชพืชให้หญ้าบนหลุมศพของคุณสูงที่สุด!
ซูฮ่าวคุยกับหลี่ช่างเสียงอีกสักครู่และก็อยู่ที่นี่ไม่นานมากนัก หลังจากนั้นก็ขอตัวลาและนั่งรถพอร์เชอออกไปกับไป๋เหวินหลิงแล้ว
หลี่ช่างเสียงมองด้านหลังของรถพอร์เชอก็เผยรอยยิ้มที่พึงพอใจออกมา
ซูฮ่าว?
น่าสนใจดี ฉันก็อยากจะรู้ว่าในอนาคตนายจะขึ้นไปยืนในที่สูงได้ถึงระดับไหน!