เหล่ารุ่นน้องผู้ชายต่างทยอยกันเข้ามาภายในชั้นแรกของหอพักเป็ห้องนั่งเล่นมีพื้นที่กว้างมากจนทำให้อานนท์ถึงประหลาดใจเมื่อได้เห็นภายในห้องตกแต่งอย่างสวยงามและเลิศหรู โทนส่วนใหญ่เป็สีขาวมีเก้าอี้โซฟาหนังตัวรูปโค้งสีน้ำตาลเข้มวางอยู่ตรงมุมฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของห้องส่วนตรงผนังห้องประดับประดาไปด้วยคริสตัลรูปทรงกระบอกขนาดเล็กสีขาวกับสีทองสลับกันเหมือนเป็หลอดไฟติดผนังห้องส่วนตรงกลางห้องมีชุดโซฟาหุ้มผ้ากำมะหยี่สีส้มขนาดใหญ่วางบนพรมขนดกสีครีมได้อย่างลงตัว ถ้ามองลึกไปอีกหน่อยเห็นว่ามีเคาน์เตอร์บาร์ทรงสูงรูปตัว L ผสมผสานกับบิ้วอินโชว์ลวดลายของไม้และหินแกรนิตได้อย่างสวยงามมีโต๊ะเก้าอี้ไม้สีขาวกับสีดำวางอยู่สองชุดด้านหน้าของเคาน์เตอร์บาร์อีกด้วยส่วนทางด้านซ้ายมือเห็นว่ามีบานประตูห้องน้ำใต้บันไดสีแดงขึ้นไปในแต่ละชั้นสำหรับคนชอบเดินขึ้น-ลงหรือคนที่พักอยู่ชั้นสองส่วนทางด้านขวามือเป็ลิฟท์สีฟ้าให้สำหรับคนที่อยู่ชั้นสามขึ้นไปสามารถใช้ได้
“ ข้าจะให้เวลาพวกเ้าไปดูห้องพักและทำธุระส่วนตัวของตัวเองให้เสร็จเรียบร้อย แล้วภายในเวลาหนึ่งทุ่มตรงให้มารวมตัวกันที่นี่ แต่ถ้า...ใครมาสายจงรับรู้ชะตากรรมของตัวเองได้เลย...เอาล่ะ แยกย้ายกันได้แหละ ”
ดาวินพูดอย่างเรียบ ๆ เดินออกไปจากตรงนั้น อานนท์มองตามหลังรุ่นพี่ดาวินอย่างนึกสงสัยว่าทำไมต้องรีบขนาดนั้นด้วยในระหว่างนั้นฮารัสเรียกเขาขึ้นพอดี
“ นนท์ เ้ามัวยืนเหม่ออะไรอยู่วะ คนอื่น ๆเขาขึ้นกันไปหมดแล้ว ” อานนท์รีบหันมองพวกเพื่อนได้ไปยืนรออยู่หน้าลิฟท์กันหมดแล้วแต่แปลกตรงเห็นคนอื่นไม่ใช้ลิฟท์กันหันไปใช้บันไดแทน
“ อ้าว ไปกันตอนไหน ” อานนท์พึมพำกับตัวเอง รีบเดินไปหาพวกเพื่อนด้านหน้า
“ นนท์ พวกเราอยู่ชั้นไหน ห้องไหนเหรอ ” นัสถามเมื่อนึกขึ้นได้ว่าการ์ดห้องอยู่กับอานนท์
“ แป๊บหนึ่งนะ” อานนท์รีบล้วงหาการ์ดหยิบขึ้นมาดูหมายเลขห้อง
“ ห้องหนึ่งเจ็ดสี่ ” เขาก้มดูบนการ์ดห้องอีกครั้ง ” หมายเลขหนึ่งน่าเป็ปี ส่วนเจ็ดน่าเป็ชั้นส่วนสี่น่าเป็ห้องพัก... อ้าวนั่นลิฟท์มาแล้ว
หลังจากพวกเขาขึ้นลิฟท์มาจนถึงชั้นที่เจ็ด เดินออกจากลิฟท์ต้องพบกับพรมสีน้ำตาลปูยาวไปจนสุดถึงบันไดฝั่งซ้ายของชั้น ถ้ามองไปทางด้านขวามือของตัวเองเห็นว่ามีประตูห้องพักสีขาวอยู่ทั้งหมดสี่ห้องเรียงระยะห่างกว้างหกเมตรเป็แนวยาวส่วนทางด้านซ้ายมือมีหน้าต่างบานใหญ่สี่บานสามารถมองเห็นวิวรอบๆและเห็นตึกของหอพักหญิงตรงข้ามได้อย่างชัดเจน
อานนท์เดินไล่มองในแต่ละหมายเลขที่ติดอยู่ด้านขวามือของห้องอย่างช้าๆหนึ่งเจ็ดหนึ่ง...หนึ่งเจ็ดสอง...หนึ่งเจ็ดสาม... หนึ่งเจ็ดสี่มาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องหมายเลขหนึ่งเจ็ดสี่นั่นคือห้องของพวกเขา อานนท์ยืนมองประตูห้องสลับกับการ์ดในมือตัวเองอยู่สักพักหนึ่งจนเฟร็ดมองอย่างสงสัย เลยถามขึ้นในที่สุด
“ มีอะไรรึ ” อานนท์เกาหัวตัวเองเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อน ๆ
“ มันเปิดยังไง ช่องที่เสียบการ์ดก็ไม่มี ” คนแคระถึงกับอึ้งกิมจิตอบไม่ถูกพูดไม่ออกเลยทีเดียว
“ เวรกรรม ! ” นัสอุทานขึ้น
“ ช่องที่เสียบอะไรวะนนท์... เออ ๆ แต่ช่างเถอะมะ..มาเดี๋ยวข้าเปิดเอง ”
ฮารัสพูด มองหน้าอานนท์อย่างไม่น่าเชื่อว่าใช้ไม่เป็หยิบการ์ดจากมือเพื่อนชายที่ยื่นให้เดินไปด้านหน้าเอาการ์ดนั้นแปะตรงกลางประตูอย่างง่ายดาย จู่ ๆปรากฏแสงสีขาวอ่อนรูปปีกสีทองขึ้น ประตูเปิดออกอย่างอัตโนมัติ
‘ แค่เนี้ย ! ’
อานนท์คิด เดินตามหลังพวกเพื่อนเข้าไปด้านในสิ่งที่เขาเห็นนั้นเป็ห้องขนาดใหญ่และยาวมาก ถ้ามองตรงไปพบกับหน้าต่างบานใหญ่ประดับด้วยผ้าม่านจีบสีเหลืองส่วนผนังห้องเป็สีขาวปูด้วยพรมกำมะหยี่สีเทาเข้มทั่วห้องถ้ามองไปทางด้านซ้ายมือของห้องมีเตียงนอนไม้สักสีดำขนาดหกคูณเจ็ดฟุตอยู่ทั้งหมดห้าเตียงด้วยกันปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวมีหมอนนอน หมอนข้างอย่างละหนึ่งใบ และผ้าห่มผืนหนาสีเืหมูอย่างละผืนมีโต๊ะทำงานไม้ขนาดเล็กสีน้ำตาลเข้มอยู่ด้านขวามือของเตียงและมีตู้เสื้อผ้าไม้ขนาดเล็กอยู่ด้านซ้ายมือของเตียงเช่นกันวางประจำอยู่ในแต่ละห้าเตียงนอนส่วนด้านขวามือของห้อง มีประตูห้องน้ำอยู่สองห้อง ภายในห้องเหมือนกับห้องน้ำทั่วไปๆ ถัดมามีตู้ลิ้นชักอยู่ทั้งหมดห้าตู้เรียงกันเป็แนวยาวติดผนังส่วนข้างขวามีห้องเก็บของขนาดเล็กไว้อยู่ด้วยและถ้ามองตรงกลางห้องมีโต๊ะสั้นสีขาวกับเบาะนั่งพื้นสีแดงวางไว้สำหรับนั่งเล่นได้อย่างลงตัวใกล้กับประตูหน้าต่างบานใหญ่
หลังจากอานนท์และพวกเพื่อนตกลงเื่เลือกเตียงนอนของตัวเองกันอยู่สักพักใหญ่ได้ข้อสรุปว่าอานนท์ได้นอนเตียงที่หนึ่งซึ่งใกล้กับประตูห้องส่วนเตียงที่สองเป็ของฮารัส ส่วนเตียงที่สามตกเป็ของนัสส่วนเตียงที่สี่เป็ของแม๊ก และส่วนเตียงที่ห้าเป็ของเฟร็ดที่ใกล้กับหน้าต่าง จากที่พวกเขาเลือกเตียงกันเสร็จเรียบร้อย แม๊กถามเพื่อนร่วมห้องขึ้น
“ พวกข้าจะเอาอะไรไหม ข้ากับเฟร็ดจะออกไปหาอะไรกินซักหน่อย ”
“ ข้าลงไปด้วย ” นัสและฮารัสที่นั่งเล่นอยู่บนเตียงของตัวเองหันไปตอบแม๊ก
“ ข้าด้วย....วันนี้ได้กินแค่มื้อเดียวเองหิวจะแย่อยู่แล้วเพราะยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยวะ ” ฮารัสลูบท้องตัวเองไปมาชำเลืองตามองเพื่อนชายอีกคน
“ แล้วเ้าล่ะอานนท์จะลงไปกับพวกข้าด้วยไหม ” แม๊กหันไปถามอานนท์ที่ตอนนี้ได้ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“ พวกเ้าไปกันเถอะ เออ... แต่ฝากซื้อนมให้หน่อยสิเอาสองกล่องนะ ขอบคุณ ” อานนท์เลื่อนสายตาจากเพดานห้องไปมองพวกเพื่อนและตอบแม๊กขึ้นหยิบเงินในประเป๋าหนังยื่นให้กับเพื่อนชายร่างอ้วน กล่าวขอบคุณปิดท้าย
หลังจากพวกแม๊กออกไปหาอะไรกินในโรงอาหาร ภายในห้องเหลือแค่อานนท์คนเดียวกำลังนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงจนเวลาผ่านไปกว่าสามนาทีเด็กหนุ่มลุกจากเตียงเดินจับนู้นจับนี้ดูไปพลาง ๆรอพวกเพื่อนของเขากลับมา อานนท์เดินมาหยุดตรงหน้าตู้เสื้อผ้าข้างเตียง ยื่นมือเปิดตู้เมื่อคิดเล่น ๆ ว่ามีพวกเสื้อผ้าและของใช้ที่เขา้าอยู่ในนั้นแต่พอเปิดออกมา เด็กหนุ่มถึงกับเบิกตากว้างด้วยความใและอุทานขึ้น “ เฮ้ยยย มีอยู่จริงด้วยเว้ย ! ” อานนท์เห็นกระเป๋าเสื้อผ้าและกระเป๋าของใช้ส่วนตัวที่แยกต่างหากวางอยู่บนชั้นตู้ สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่มีแค่พวกกระเป๋าเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่ด้วยเด็กหนุ่มไม่รอช้ารีบหยิบกระดาษขึ้นมาเปิดอ่านดู
# พวกเสื้อผ้า พวกของใช้ส่วนตัวน้าได้เตรียมไว้ให้หลานเรียบร้อยแล้ว แต่หลานคงจะใละสิว่าทำไมน้าถึงรู้ว่าหลานต้องเลือกเตียงนอนที่ใกล้กับประตูห้องเพราะน้ารู้ใจหลานไงหลานจะชอบนอนหันหน้าติดกับผนังห้องเพื่อหลบแสงดวงอาทิตย์ที่มาปลุกหลานในตอนเช้าใช่ไหมล่ะ แต่หลานจะนอนตื่นสายไม่ได้แล้วนะ เข้าใจไหม! ส่วนเื่ห้องน้าให้ซ่าร่ารุ่นพี่ของหลานเอาการ์ดห้องนี้ให้กับเ้าโดยเฉพาะ อ้อ นนท์ น้ามีอีกเื่หนึ่งที่อยากจะบอกกับหลานซีเรียจนะ หลานได้ใส่สร้อยข้อมือที่น้าให้ไว้อยู่หรือเปล่า ถ้าใส่อยู่หลานห้ามถอดมันเด็ดขาด สร้อยอันนี้มันสามารถบอกตำแหน่งของหลานได้และเพื่อความปลอดภัยของหลานอย่าถอดมัน....นนท์ น้าต้องไปแล้ว ดูแลสุขภาพด้วยนะ น้ารักหลาน #
เมื่อเด็กหนุ่มอ่านจบ เขาก้มมองที่สร้อยของตัวเองคิดและยิ้ม ‘ ข้าก็รักน้าเหมือนกัน อ้าว...แต่เดี๋ยวนะ..อย่างนี้น้าก็รู้ความเคลื่อนไหวของเราตลอดเลยล่ะสิ ! ’ เดินไปนั่งที่เบาะสีแดงเพื่อรอพวกเพื่อนกลับมาจนเวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง
“ นนท์! ข้าซื้อแฮมเบอร์เกอร์มาให้เ้าด้วย...เพราะข้าเห็นว่าเ้ายังไม่ได้กินอะไรเลย ส่วนค่าแฮมเบอร์เกอร์เ้าไม่ต้องจ่ายนะข้าเลี้ยงเอง อ้อ แล้วก็นี่นมที่เ้าฝากซื้อ ”
ฮารัสเปิดประตู พุ่งมายังเพื่อนชายที่นั่งรออยู่ตรงกลางห้องยกมือชูถุงใสขึ้นที่เห็นว่าภายในถุงมีแฮมเบอร์เกอร์หนึ่งอันกับนมกล่องใหญ่อยู่สองกล่องยื่นให้อานนท์พร้อมเงินทอนในมือของเขาส่วนแม๊ก นัส และเฟร็ดเดินตามมาทีหลัง
“ อื้ม ขอบคุณนะ ” อานนท์กล่าวยิ้มให้ฮารัสคิดว่าลุกขึ้นหยิบแก้วที่วางอยู่บนตู้ลิ้นชัก เพื่อมาใส่นมแต่นัสที่เดินเข้ามาในห้องทักเพื่อนหน้าหล่อขึ้นซะก่อน
“ นนท์ เ้าจะเอาแก้วเหรอ ”
“ อืม มันไม่มีหลอดก็ต้องเอาแก้วดินัส ถามแปลก ๆ ” อานนท์ตอบกวน ๆใส่นัส
“ หึ...ไม่ต้อง...เสกเอาก็ได้...ทำไมเ้าชอบทำอะไรที่มันยุ่งยากอยู่เลยวะนนท์ ” นัสพูดบ่นอานนท์ เสกแก้วใสในมือขึ้นเหมือนเป็เื่ปกติ
แต่มันเป็เื่ที่ไม่ปกติสำหรับอานนท์เห็นเพื่อนกำลังเสกของในมืออย่างง่ายดายมากๆ แล้วยื่นมาให้กับเขา
‘ มันยุ่งยากตรงไหน แค่ลุกไปหยิบแก้วแค่นี้ ’ อานนท์คิด ยิ้มฝืด ๆให้กับพวกเพื่อนที่เดินเข้ามาภายในห้องกันครบแล้ว
+++++++++++++++++++++
ดวงตะวันกำลังตกดิน
หลังจากทุกคนทำธุระส่วนตัวของตัวเองเสร็จได้ลงมาข้างล่างเพื่อรอเวลาพวกรุ่นพี่ที่นัดเรียกรวมตอนหนึ่งทุ่มตรงซึ่งหมายถึงนัดเรียกรวมทั้งหมดของเหล่านักเรียนปีหนึ่งของสายจอมเวททั้งหญิงและชายกลุ่มอานนท์และกลุ่มเพื่อนหญิงอีกห้าคนได้มารวมตัวกันที่หอพักชายของเขาเลือกที่นั่งตรงมุมใกล้กับบันไดเพื่อรอเวลาเหมือนกับเพื่อนคนอื่น ๆ
“ พวกเ้า นี่ ไบอา เพื่อนร่วมห้องของพวกข้าเอง ” แอรีสพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงเพื่อแนะนำเพื่อนใหม่ให้เพื่อนชายได้รู้จักและหันไปมองไบอาอีกครั้ง
“ ไบอา นี่เพื่อนของข้าที่เล่าให้ฟังไง ” ไบอาหันไปมองหน้าเพื่อนใหม่และยิ้มให้
“ อ๋อ... ยินดีที่ได้รู้จักนะทุกคนแอรีสเล่าเื่พวกเ้าให้ข้าฟังเยอะเลยล่ะ ” ฮารัสหรี่ตามองแอรีสอย่างจับผิดถามขึ้นด้วยเสียงเข้ม
“ แอรีสเล่าเื่อะไรเกี่ยวกับพวกข้าให้เ้าฟังบ้างเหรอ ”
ั์ตาคมเรียวของอานนท์หันมองสมาชิกใหม่ในกลุ่ม เมื่อได้ยินฮารัสกำลังถามไบอาเด็กสาวที่มีรูปร่างผอมเรียวใบหน้าแลดูน่ารักปากนิดจมูกหน่อยมีเรือนผมสีครีมปล่อยยาวสยายถึงก้นและในตอนนี้นางกำลังนั่งเบือนหน้าหลบสายตาของอานนท์อยู่ด้วย
“ นั่นสิ ข้าก็อยากรู้ ” อานนท์เลื่อนสายตาจากไบอาไปมองแอรีสถามอย่างสงสัยเหมือนกัน
แอรีสถึงกับเปลี่ยนเื่คุย เมื่อนางกำลังโดนเพื่อนชายทั้งสองมองอย่างจับผิดส่วนเพื่อนคนอื่น ๆ ก็นั่งหัวเราะกันอย่างถูกใจ โดยไม่แคร์สายตาของคนรอบข้างกำลังมองมายังกลุ่มพวกเขาอยู่
ระหว่างนั้นเหล่ารุ่นพี่เริ่มปรากฏตัวขึ้นซึ่งตามเวลาที่นัดไว้เป๊ะคนแรกอานนท์เห็นเป็รุ่นพี่ดาวินกำลังยืนทำหน้าเ็ากวาดตามองพวกรุ่นน้องอยู่ตรงกลางห้อง ส่วนคนที่ยืนตีคู่อยู่กับรุ่นพี่ดาวินนั้นเป็รุ่นพี่ซ่าร่ากำลังยืนยิ้มให้กับรุ่นน้องของนางอย่างเดาอารมณ์ไม่ถูกส่วนคนถัดไปเป็รุ่นพี่วิน พี่แกกำลังยกไลมิวส์อากระหน่ำชัตเตอร์ใส่เหล่ารุ่นน้องแบบไม่ยั้งส่วนคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รุ่นพี่วินเป็รุ่นพี่ผู้ชายที่มีผมเสยข้างสีดำชื่อว่า ดอน ( รู้มาจากรุ่นพี่ซ่าร่าทีหลัง )พี่แกชอบทำตัวนิ่ง ๆ ไม่สุงสิงกับใครมากแต่ถ้าเมื่อมีกิจกรรมของหอพักเมื่อไร่พี่เขาจะเข้ามามีส่วนร่วมตลอดโดยที่ไม่ขาดเลยซักครั้งและส่วนรุ่นพี่คนอื่น ๆ ที่อานนท์ไม่รู้จักชื่ออีกห้าคน ยืนประจำอยู่ตามมุมห้องใกล้กับพวกรุ่นน้องที่นั่งจับกลุ่มกัน
ซ่าร่าก้าวมาข้างหน้า พูดอย่างเสียงดังเพื่อเรียกความสนใจจากรุ่นน้องส่วนดาวินที่เป็หัวหน้านักเรียนของหอพักควรต้องทำหน้าที่บอกรายละเอียดกับพวกน้องๆ กลับนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่สีส้มด้วยท่าทางสบาย ๆ ให้รองหัวหน้าทำหน้าที่นี้แทนเขาเหมือนเดิม
“ เอาล่ะพี่จะบอกพวกน้องให้รู้กันนะจ๊ะว่า....รุ่นน้องปีหนึ่งของหอพักนี้จะต้องมีการรับน้องทุกๆ ปี ซึ่งในแต่ละปีจะไม่เคยซ้ำกันเลยซักครั้ง แต่พวกน้อง ๆ ไม่ต้องกลัวไปนะรุ่นน้องปีนี้พวกพี่จะจัดให้แบบเบา ๆ พอ ” ซ่าร่าพูดเว้นระยะแป๊ปนึ่ง
“ พี่จะเรียกชื่อของพวกน้องทีละคนและให้เดินออกมาเอากระดาษม้วนจากพี่ เดินกลับไปนั่งที่เดิมของตัวเองรอพี่บอกอีกที คนแรก... รีคาเทล ก๊อตเธอคิงหรือน้องอานนท์จ้ะ ”
อานนท์สะดุ้งเมื่อได้ยินรุ่นพี่ซ่าร่าเรียกชื่อเขาเป็คนแรก ‘ เราเป็คนแรกเลยหรอเนี่ย กำ ’ เด็กหนุ่มคิด ลุกขึ้นกวาดตามองเพื่อนร่วมชั้นอย่างเกร็งๆเดินก้าวไปเอากระดาษจากรุ่นพี่ซ่าร่าอย่างรวดเร็ว เดินกลับมานั่งลงที่เดิมมือเรียวเปิดกระดาษดู # กลุ่มสีแดง # พอเสร็จอานนท์เงยหน้าขึ้นมองพวกเพื่อน ๆ ของเขาที่ทยอยกันออกไปเอากระดาษจากรุ่นพี่ตามชื่อจนทุกคนได้กระดาษม้วนกันครบ
ซ่าร่ากำลังยืนกวาดตามองเหล่ารุ่นน้องของนาง ยิ้ม พูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง่แรกเปลี่ยนน้ำเสียงอ่อนโยนใน่หลังขึ้น
“ เอาล่ะในกระดาษที่พี่จ่ายให้ในแต่ละคนนั้นมันจะบอกสีกลุ่มที่พวกน้อง ๆ ได้ตามสีของตัวเอง กลุ่มหนึ่งจะมีสมาชิกอยู่สามคนซึ่งมีกลุ่มอยู่ทั้งหมดเจ็ดกลุ่มด้วยกันพี่จะให้เวลาพวกน้องจับกลุ่มตามสีที่ได้กันนะ แต่ตอนนี้ยังให้ฟังก่อนถ้าพวกน้องจับกันได้แล้ว พี่จะให้พวกรุ่นพี่ที่อยู่ในนี้เดินไปประจำกลุ่มของพวกน้องแล้วต่อไปรุ่นพี่เขาจะสั่งให้ทำอะไรพวกน้องจะต้องทำตามนั้นอย่าได้ปฏิเสธหรือขัดขืนเด็ดขาดนะแต่ถ้า...พวกน้องอยากจะลองดีพี่ก็ไม่ห้าม แต่... ระวังไว้หน่อยก็ดีส่วนอีกเื่รุ่นพี่ทุกคนอย่าพาน้องไปไกลมากและอย่าให้เกินสี่ทุ่มถึงหอพักด้วยล่ะ ”
“ ในการรับน้องทุก ๆ ปีพวกพี่มีจุดประสงค์เพื่ออยากจะให้รุ่นน้องรู้จักเพื่อนร่วมชั้นของตัวเองที่จะต้องอยู่ร่วมกันไปตลอดสี่ปีในรั้วโรงเรียนแห่งนี้นะและเพื่อที่อยากให้พวกน้อง ๆได้รู้จักและเคารพต่อรุ่นพี่ในสายนี้ด้วย พวกพี่ ๆ ทุก ๆ คน ต่างต้อนรับพวกน้องๆเป็สมาชิกใหม่ในหอพักนี้แล้วนะจ๊ะและอย่างที่พี่บอกไปมีอะไรที่ไม่เข้าใจในเื่เรียนหรือ....ไม่สบายใจในเื่อื่นๆก็มาปรึกษาพวกพี่ทุกคนได้เสมอเลยนะ ” เมื่อรุ่นพี่ซ่าร่าพูดจบรุ่นพี่ดาวินที่เป็หัวหน้านักเรียนของหอพักลุกขึ้น เอ่ยอย่างเสียงดัง
“ งั้น.. พวกเ้าก็เริ่มหากลุ่มกันได้แล้ว ! ”
พวกรุ่นน้องต่างสะดุ้ง ลุกตามที่รุ่นพี่ดาวินสั่งเดินหากลุ่มตามสีที่ได้มาอย่างเสียงดัง จนเวลาผ่านไปสามกว่านาทีทุกคนได้จับกลุ่มตามสีของตัวเองอานนท์และเฟร็ดได้อยู่กลุ่มเดียวกันซึ่งเป็อะไรที่ดีสำหรับเด็กหนุ่มมาก เพราะตอนนี้ตัวเขาเองก็ไม่อยากรู้จักหรือหาเพื่อนเพิ่มไปมากกว่านี้แค่เพื่อนในกลุ่มก็จะจำชื่อกันไม่ได้อยู่แล้ว ( แต่ยกเว้นหนึ่งคน) ส่วนสมาชิกอีกคนในกลุ่มสีแดงของเขาเป็เด็กผู้หญิงที่น่ารักทีเดียวมีเรือนสีผมฟ้าตัดสั้นถึงติ่งหูซึ่งมีใบหน้าสวยหวานน่าชวนหลงใหลกำลังมองตาแบ๊ว ยิ้มให้เขากับเฟร็ดอยู่ในตอนนี้ส่วนรุ่นพี่ที่ประจำกลุ่มของอานนท์เป็รุ่นพี่ดอนนั่นเอง
หลังจากทุกคนได้รุ่นพี่ประจำกลุ่มของตัวเองเรียบร้อยแล้วต่างทยอยเดินออกจากตึกหอพักตามรุ่นพี่ในแต่ละกลุ่มนั้น ๆ สั่งซึ่งตอนนี้กลุ่มของอานนท์เดินออกมาข้างนอกตึก นั่งลงตรงสนามกีฬารุ่นพี่ดอนเอ่ยขึ้น
“ สวัสดี พี่ชื่อ ดอน เอฟเฟโทรอยู่ปีที่สอง...พี่จะให้พวกเ้าช่วยกันหาบุคคลที่ตรงกับประโยคคำใบ้ของพี่ให้เจอในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงนะ...ซึ่งประโยคคำใบ้นี้...เขียนว่า # เป็ผู้หญิงที่งามแต่เพียงภายในใจ แต่ภายนอกหากใช่งามเหมือนผู้หญิงแท้ไม่ # ” ดอนพูดเว้นวรรค
“ เป็ประโยคง่าย ๆ ที่พี่คิดว่าพวกเ้าจะต้องหาเจอกันได้แน่ ๆและพี่จะกำหนดพื้นที่ให้นะ หอพักเราถึงตึกหอพักสายอื่น ๆที่ใกล้เคียงกับบริเวณนี้เท่านั้นนะ พวกน้องสามารถเข้าไปสอบถามหรือขอความร่วมมือจากคนของหอพักใกล้เคียงได้ให้มาช่วยยืนยันว่าเป็คนที่ตรงกับประโยคคำใบ้ของพี่และ....ถ้าพวกเ้าทำสำเร็จก่อนเวลาที่กำหนดพวกเ้าจะได้บัตรแช่น้ำพุร้อนไปเลยโดยที่ไม่ต้องรอพี่ดาวินแจกให้กับเ้าด้วยตัวเองและพี่เชื่อเลยว่าพวกเ้าคงจะไม่ได้มันมาง่าย ๆ แน่ หึหึเอาล่ะ...พี่จะเริ่มจับเวลาแล้วนะ เริ่มเลย ”
เมื่อรุ่นพี่ดอนพูดจบ ทำท่ายืนเหมือนเริ่มจับเวลาอานนท์และเพื่อนอีกสองคนรีบเริ่มระดมความคิดกันลุกขึ้นเดินออกตามหาบุคคลที่ตรงกับประโยคคำใบ้นี้ โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่ารุ่นพี่ดอนกับหายไปจากตรงนั้นเมื่อพวกเขาเดินออกมา
หลังพวกอานนท์เดินออกจากหอพักตนมายังทางเดินไปตึกหอพักสายอื่นซึ่งใกล้กับบริเวณนี้เพื่อหาบุคคลตามประโยคที่ได้รับมอบหมายตอนนี้อานนท์กับพวกเพื่อนกำลังเดินอยู่ได้คิดแก้ปริศนาจากประโยคนั้นไปด้วยจนเวลาผ่านไปกว่าสองนาที อานนท์เอ่ยขึ้น
“ ข้าว่าประโยคมันเหมือนจะขาดอะไรไปคำหนึ่งนะ...อืมม...เป็ผู้หญิงที่งามแต่ภายในใจแต่ภายนอกหากใช่....งามเหมือนผู้หญิงแท้ ๆไม่..แล้วถ้าเราจะเติมคำที่ขาดไปตรงหลังว่าภายนอก... มันก็จะเป็น... ใช่.ช่ายแล้ว!! ”
“ ร่างกาย ! ”
อานนท์หันหน้ามองเฟร็ด ส่วนเฟร็ดเงยหน้ามองเพื่อนชายเมื่อคิดอะไรออกขึ้นพูดพร้อมกันอย่างเสียงดัง ส่วนสมาชิกอีกคนที่ยืนอยู่ด้านข้างอานนท์ซึ่งอยากมีส่วนร่วมบ้างเอ่ยสรุปต่อ
“ พวกเ้าจะหมายถึงว่าร่างกายเป็ผู้ชายที่มีจิตใจเหมือนผู้หญิงใช่ไหม ”
“ ใช่ ถูกต้องเลย ! เอ่อ...เ้าชื่อว่าอะไรนะ ? ” อานนท์หันไปตอบเด็กสาว ถามชื่อต่อ
“ เรียกข้าว่าแพนก็ได้ ” แพนตอบ
“ อ๋อ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ข้าชื่อ... ” อานนท์จะแนะนำตัวแต่ต้องหยุดพูดเมื่อแพนเอ่ยห้ามขึ้นก่อน
“ ไม่ต้องหรอก ข้ารู้จักชื่อเ้าและเพื่อนของเ้าอยู่แล้วอานนท์กับเฟร็ดที่อยู่ชั้นเจ็ด ห้องหนึ่งเจ็ดสี่กับเพื่อนอีกสามคน ”
แพนยิ้มให้อานนท์และเฟร็ดอย่างอารมณ์ดี โดยนางไม่รู้ตัวเองเลยว่าที่พูดออกไปนั้นมันทำให้เพื่อนใหม่มองอย่างสงสัยขึ้นมา
“ เ้าต้องรู้มาจากกลุ่มที่ชื่อว่า นีอารวมพลังแน่ ๆ ใช่หรือไม่ ” เฟร็ดถาม
“ ถูกต้องแล้ว ” แพนตอบอย่างเขินๆ
“ อะไรนะ กลุ่มนีอารวมพลัง ชื่อน่ารักดีเนอะ ฮ่า ๆ ” อานนท์พูดและหัวเราะ
“ ตอนที่อานนท์หัวเราะ น่ารักจัง ” แพนชมอานนท์อย่างงเขิน ๆ ส่วนคนถูกชมอมยิ้ม เกาหัวตัวเองอย่างเคยชินส่วนเฟร็ดที่ยืนอยู่ด้านซ้ายมือของอานนท์หันไปอธิบายย่อย ๆให้เพื่อนชายของเขาฟังใน่แรกขึ้น
“ กลุ่มนีอารวมพลัง เป็กลุ่มข่าวกรองที่มีพวกข่าวต่าง ๆ เกี่ยวกับคนดัง ๆภายในโรงเรียนซึ่งในกลุ่มนี้จะประกอบไปด้วยคนหลาย ๆ ประเภทร่วมตัวกันอยู่ในนั้นน่ะอานนท์ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมถามผมทีหลังได้เลยแต่ตอนนี้เรามาช่วยกันแก้ปริศนาของรุ่นพี่ต่อกันก่อนดีกว่านะ ” อานนท์พยักหน้าให้กับเพื่อนตัวจิ๋วแล้วตอบ
“ อืม ได้...ข้าไม่อยากรู้เื่กลุ่มอะไรนั้นแล้วล่ะงั้นมาต่อเลยละกัน คือตอนนี้เรารู้แล้วว่า ภายนอก..เป็ร่างกายของผู้ชายแต่ทำไมข้าว่ามันก็ยังดูแปลก ๆ อยู่นะตรงประโยคหลังที่ว่า...หากใช่งามเหมือนผู้หญิงแท้ๆ ไม.... มันจะหมายความว่าอะไรกันแน่ ชักเริ่มจะงง ๆ ขึ้นมาแล้ว ”
เฟร็ดและแพนพยักหน้าเหมือนเห็นด้วยกับอานนท์ สักพักแพนเอ่ยเมื่อตัวเองคิดอะไรออกขึ้น ซึ่งเป็เื่ที่ใกล้ตัวเรามาก ๆแต่หากเพื่อนชายของนางอาจยังคิดไม่ถึงก็เท่านั้น
“ อ๋อ ข้าคิดออกแล้ว มันจะต้องเกี่ยวกับเพศแน่ ๆไม่ใช่หญิงไม่ใช่ชาย ไม่ใช่ทั้งสองเพศ ก็ต้องเป็กระเทยหรือไม่ก็เกย์ที่มีร่างกายเป็ผู้ชายยแท้ ๆ แต่มีจิตใจเป็ผู้หญิงยังไงล่ะ... ข้าว่ามันน่าจะสมเหตุสมผลและลงตัวมากที่สุดแล้วล่ะ ! ” อานนท์และเฟร็ดกำลังช่วยกันคิดอยู่นั้นเมื่อได้ยินคำตอบของเพื่อนสาวของเขาถึงกับบางอ้อเลยทีเดียว
‘ คิดไม่ถึงจริง ๆ นี่ถ้าไม่มีแพนคงจะใช้เวลาอีกนานเลยล่ะ หึๆ..ต่อไปก็ต้องไปหาคนที่มีเพศนั้นแต่ตอนนี้เริ่มปวดฉี่แล้วสิ....ต้องหาห้องน้ำด่วนเลย ’ อานนท์คิด เร่งฝีเท้าให้ทันกับเพื่อนทั้งสองคนที่อยู่ข้างหน้าพูดขึ้นอย่างเร็ว
“ แล้วนี่..พวกเราจะเริ่มไปหาคนจากหอพักสายไหนก่อนกันดีล่ะ ”
“ข้าว่าเราไปขอความร่วมมือจากคนของหอพักนี้ดีที่สุด ”
แพนหันไปตอบอานนท์ ชี้นิ้วไปที่ด้านหน้าของนาง สิ่งที่เด็กหนุ่มเห็นเป็ตึกหอพักที่โดยรวม ๆเหมือนหอพักของเขาแต่ไม่เหมือนอย่างหนึ่งตรงที่มีลวดลายเส้นสีทองงประดับบนตัวตึกสีขาวที่ตั้งอยู่ระหว่างสองฝั่งได้อย่างสวยงามถึงตอนนี้มันเริ่มมืดแล้ว แต่มันไม่ได้ทำให้ตึกด้านหน้าของเขาที่ยืนเพ่งพินิจอยู่สามารถกลืนไปกับยามนี้เลยสักนิด
“ หอพักของสายแพทย์นะเหรอ ” เฟร็ดหันไปพูดกับแพนหลังจากพวกเขายืนมองตึกซึ่งอยู่ด้านหน้าได้สักพักหนึ่งแล้ว
“ ตึกสวยเนาะ ” อานนท์พูดกวาดตามองอีกครั้ง
“ ใช่ ๆ สวยมาก... ตึกนี้แหละที่ข้าแนะนำเลยล่ะเพราะเพื่อนของข้าก็อยู่หอพักสายนี้ด้วย ” แพนตอบ
“ อ้าว...งั้นก็ดีเลยสิจะได้ขอคนจากสายนี้เป็ตัวช่วยยืนยันให้กับเราได้ง่าย ๆ หน่อย ” อานนท์หันไปพูดกับแพน
“ ใช่เลย ! ... งั้นเราก็เข้าไปกันเลยเนาะ ” อานนท์กับเฟร็ดพยักหน้าให้แพนพวกเขาเดินมุ่งหน้าเข้าสู่หอพักสายนี้ที่มีป้ายเขียนว่า # จอมแพทย์ ยินดีต้อนรับ # ตรงซุ้มประตูทางเข้าซึ่งหอพักของอานนท์มีซุ้มประตูเหมือนหอพักนี้เช่นกัน แต่ตรงป้ายจะเขียนว่า# จอมเวทยินดีต้อนรับทุกเพศทุกวัย # ( - - ‘)
บริเวณด้านหน้าของหอพักสายจอมแพทย์อานนท์เห็นบรรดารุ่นเดียวกันกำลังจับกลุ่มทำกิจกรรมรับน้องของเหล่ารุ่นพี่กันอย่างคึกคักและเสียงดังบางกลุ่มไม่ได้หันมาสนใจยังผู้มาใหม่ทั้งสามคนอย่างพวกเขาเลย
ตอนนี้อานนท์กับเฟร็ดยืนอยู่ตรงขอบสนามกีฬาเพื่อรอแพนที่เดินเข้าไปหาเพื่อนในตัวตึกหอพักหญิงแต่ในระหว่างรอเพื่อนสาวอยู่หูของอานนท์ได้ยินเสียงการพูดคุยของกลุ่มสาวกลุ่มหนึ่งใกล้บริเวณพวกเขายืนกันอยู่พอดี
( การสนทนาของกลุ่มนี้จะแทนชื่อเป็ A BC นะคะ )
“ หลานของผอ.หล่อมากเลยแก ข้าอยากกรี๊ด!” เอ พูด
“ ใช่ ๆ ! แต่เขามาหาใครกันน่ะนั่นมันทางตึกหอพักของพวกเราไม่ใช่หรอแก” บี
“ ข้าจะไปรู้เหรอ แกอยากรู้แกก็เดินไปถามสิ ” ซี
“ ไม่เอาข้าไม่กล้า แกเดินเข้าไปถามให้หน่อยสิแกกล้าที่สุดในกลุ่มแล้วบีน่า ” บี
“ ข้าไม่อยากรู้ ทำไมข้าต้องเข้าไปถามให้พวกแกด้วยล่ะ ” ซี
“ น้าๆ เข้าไปถามให้หน่อยน้า ” เอ กับ บี
“ ไม่!! นี่ทำไมพวกแกถึงอยากจะรู้เื่ของชาวบ้านกันนักฮะ! พวกแกสองคนนี่บ้าผู้ชายไม่มีเปลี่ยนเลยนะ ” ซี
“ อ่า แค่นี้ก็ช่วยเพื่อนหน่อยก็ไม่ได้นะซาลีน่า ชิ ! แต่ข้าว่าคนแคระคนนั้นก็หล่อดีนะ ตัวเล็กน่ารักน่ากอดเชียว” เอ
“ นั่นสิ ! ” บี
อานนท์เลื่อนสายตาลงมองเฟร็ดที่ทำหน้าไม่ต่างกับเขาอยู่จนอานนท์เริ่มนึกอะไรสนุก ๆ ออก จนเพื่อนตัวจิ๋วที่ยืนอยู่ข้างถึงกับส่ายหน้า ทักห้ามขึ้น แต่อานนท์ที่กำลังเดินออกจากตรงนั้นหันไปบอกกับเพื่อนว่า เดี๋ยวจะไปเข้าห้องน้ำด้วยน่ะ เฟร็ดเลยพยักหน้าปล่อยให้เพื่อนชายไป อานนท์รีบเดินก้าวขายาวไปยังกลุ่มสาวกลุ่มนั้นเอ่ยแกล้งถามด้วยน้ำเสียงหล่อ ๆ ขึ้น
“ ขอโทษนะ ห้องน้ำส่วนกลางของตึกสายนี้อยู่ทางไหนรึ ”
กลุ่มเด็กสาวยืนคุยกันถึงเื่ตัวเขากับเพื่อนตัวจิ๋วอีกคนอยู่ถึงกับหยุดบทสนทนา หันมาสนใจคนที่เข้ามาถามพวกนาง และเป็อย่างที่อานนท์คาดเดาเอาไว้อยู่แล้ว สาวทั้งสามคนหันมามองอย่างใยืนตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสาปให้เป็หินยังไงยังงั้น
“ หล่อ เอ้ย ! เอ่อ...ทำไมเ้าถึงมาเข้าห้องน้ำของหอพักพวกเราละ... ” คนที่ตั้งสติได้เร็วกว่าเพื่อนคือเด็กสาวที่อานนท์ได้ยินว่าชื่อซาลีน่าก็พูดและตอบเขาขึ้นอย่างเสียงเบาๆ
“ อ๋อ ข้ามาหาคนช่วยน่ะ แต่ระหว่างทางมาที่นี่... มันเริ่มปวดพอดี แหะ ๆ ” อานนท์ตอบ ยิ้มเอ่ยต่อ เมื่อเขาเห็นเด็กสาวทั้งสามคนมองอย่างไม่เข้าใจ “ คือกลุ่มของข้าได้รับมอบหมายให้แก้ปริศนาจากประโยคหนึ่ง และถ้าแก้ประโยคนี้ได้ ต่อไปก็ต้องหาคนไปยืนยันกับรุ่นพี่ในเวลาที่กำหนด”
“ อ๋อ.... สู้ ๆ นะ... แล้วเ้าหาคนนั้นได้หรือยัง...ให้พวกเราช่วยหาให้ไหม ” เด็กสาวทั้งสามคนยืนฟังอย่างตั้งอกตั้งใจนั้นถึงกับเอ่ยปากช่วยอานนท์
“ อ๋อไม่เป็ไร ข้าเกรงใจ ” อานนท์ตอบอย่างเสียงหวานถามพวกนางย้ำอีกครั้ง “ เอ่อ...แล้วตกลงห้องน้ำอยู่ทางไหนเหรอ ” พวกนางชี้นิ้วเรียวไปทางด้านซ้ายสุดของหอพักหญิงพร้อมกันยิ้มหวานให้กับเด็กหนุ่ม
อานนท์พยักหน้า กล่าวขอบคุณเดินอย่างเร็วไปยังทางที่กลุ่มสาวชี้บอกให้ โดยที่ไม่ได้สังเกตบริเวณ ๆรอบอะไรมาก แค่เห็นว่ายังมีคนอยู่ในบริเวณนั้นก็พอ ‘ ต้องใช้หน้าให้เป็ประโยชน์หน่อย ’ เด็กหนุ่มคิดอย่างนึกขำตรงเข้าไปห้องน้ำด้านหน้าที่มีป้ายเขียนว่าห้องน้ำชาย
+++++++++++++++++++++
“ อ้าว เฟร็ดดแล้วอานนท์ล่ะ? ” แพนเดินออกมาจากตึกหอพักหญิงพร้อมเพื่อนสาวกับเพื่อนผู้ชายอีกคนหนึ่งที่มีท่าทางตุ้งติ้งใบหน้าหวานเหมือนสตรีกำลังเดินตามหลังแพนเข้ามาอย่างติด ๆ ‘ ใช่แน่ ๆ ’ เด็กหนุ่มคนแคระคิด
“ อ๋อ ไปเข้าห้องน้ำน่ะ แล้วนี่..เพื่อนของแพนรึ ” เฟร็ดถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวของแพนกับเพื่อนชายที่เป็กระเทยอีกคนได้ก้าวเข้ามายืนอยู่ด้านหน้า
“ ใช่ ๆ นี่ บาบาส่วนนั่นชาร์ต ” แพนพยักหน้าชี้ไปที่เด็กสาวด้านซ้ายมือ หันไปชี้เด็กหนุ่มด้านขวามือของนางเพื่อแนะนำให้เฟร็ดได้รู้จัก
“ ไม่ใช่ย่ะ ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่ได้ชื่อนี่ยัยแพน!!! ” คนที่ไม่อยากใช้ชื่อว่าชาร์ตรีบหันไปดุเพื่อนสาวขึงตาใส่อย่างไม่พอใจ
“ ฮ่า ๆ ๆ ก็ได้จ้ะซาบริน่าผู้งามเลิศในหอพักหญิงหรือหอพักชายดีเนาะ ฮ่า ๆ ๆ ” แพนแกล้งแหย่เพื่อนกระเทยต่อจนซาบริน่าเริ่มไม่พอใจเข้าไปใหญ่อีก “ ชิ !! ฝากไว้ก่อนเถอะยัยแพน! ”
“ ยินดีที่ได้รู้จักนะ พวกเ้าทั้งสอง ” เฟร็ดเอ่ยแทรกขึ้นเมื่อเห็นว่าซาบริน่ากับเพื่อนสาวของเขากำลังจะตบกันอยู่แล้ว
“ ยินดีเช่นกันนะจ๊ะ เผ่าพันธุ์คนแคระผู้น่ารักกกของข้า ” ซาบริน่าหันไปสนใจเฟร็ด เอ่ยปากชมมส่วนแพนกำลังจะดึงผมของเพื่อนกระเทยต้องหยุด หันมายิ้มให้เฟร็ดส่วนบาบาที่ยืนมองเพื่อนทั้งสองเล่นกันหันไปพยักหน้า ยิ้มให้เฟร็ดอย่างเป็มิตร
“ แล้วอานนท์นี่ที่แกเล่าให้ฟังปะวะแพน เขามาด้วยใช่ปะ! ข้าอยากเห็นแล้ว! ” บาบาออกอาการกระดี๊กระด๊า เมื่อนึกถึงใบหน้าของหลานชายผอ.โรงเรียนที่นางเคยเห็นแต่ในรูปจากไลมิวส์อาของกลุ่มนีอารวมพลังเท่านั้นแต่ตัวจริงยังไม่เคยเห็นเลย
“ ใช่ ๆ คนนั้นแหละ โคตรหล่อเลยแกแถมอัธยาศัยยังดีอีกด้วยพูดง่าย ๆ คือเพอร์เฟคมาก อุ้ย! ” แพนหันไปตอบบาบาทั้งที่ตัวเองลืมตัวว่ายังมีเพื่อนคนแคระกำลังยืนฟังอยู่ด้วย “ แหะ ๆ ”
“ งั้น พวกเราไปนั่งรออานนท์กันตรงโน่นดีกว่าเนาะ ” แพนเปลี่ยนเื่พูดอย่างอารมณ์ดีมองไปยังเฟร็ดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ ตกลง แต่บาบากับชาร์ต เอ้ยไม่ช่ายย ซาบริน่าไม่ต้องทำกิจกรรมรับน้องของรุ่นพี่หรอกรึ ” เฟร็ดถามอย่างสงสัยขึ้นมา เพราะที่เขาเห็นว่าคนอื่น ๆยังทำกิจกรรมกันอยู่เลย แต่ทำไมพวกนางถึงไม่เข้าไปร่วม
“ อ๋อ กลุ่มของข้าทำเสร็จแล้วล่ะ...รุ่นพี่ก็เลยปล่อยให้พักน่ะ ” บาบาหันไปตอบเฟร็ดระหว่างพวกเขาตัดสินใจเดินไปนั่งตรงโต๊ะหินอ่อนด้านหน้าของหอพักชายเพราะเห็นคนลุกออกไปพอดีพวกเฟร็ดเลือกนั่งคุยกันข้ามเวลาระหว่างเพื่อนชายอีกคนเข้าห้องน้ำ
+++++++++++++++++++++