ตอนที่ 180 อีกหนึ่งกลุ่ม
“ไอ้สวะนั่นมันจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว ถึงกับกล้าท้าทายคุณซอเด็ต เอเทล!” เสียงฟึดฟัดดังขึ้นจากชายหนุ่มหน้าตี๋ที่ สวมใส่เครื่องแบบสีดำทองอันหรูหราของกลุ่มการค้าเชียนเป่า
ซอเด็ตปรายตามองเขาผ่าน ๆ เธอจำไม่ได้เสียด้วยซ้ำว่าชายคนนี้ชื่ออะไร เธอจำได้เพียงแค่ว่าเป็นคนที่กลุ่มการค้าเชียนเป่ากำลังสนับสนุนอยู่
จากที่เธอฟังผู้นำตระกูลมา ภารกิจครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสานสัมพันธ์กับราชวงศ์ไฟกัลป์แล้ว ยังส่งผลถึงเรื่องความใกล้ชิดระหว่างเผ่าซือบาสและกลุ่มการค้าเชียนเป่าด้วย
นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้ชายหนุ่มคนนี้มัวแต่ประจบเอาใจเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เจอ ทั้งการกล่าวชม เกาะติด แถมยังตีสนิทไม่หยุดไม่หย่อนทำให้เธอหงุดหงิดจนแทบบ้า ยังดีที่ว่าเธอพบเจอจนเคยชินแล้ว
เหมือนจะชื่อเชียนเป่า หลานอะไรสักอย่าง ซอเด็ตพึมพำ ภารกิจครั้งนี้แม้จะมีสมาชิกกลุ่มที่ดูจะเกินเลยไปบ้าง แต่เป้าหมายของกลุ่มการค้าเชียนเป่ามีเพียงการให้บดทดสอบและมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้อัจฉริยะรุ่นเยาว์ของตนเท่านั้น
พวกเขาไม่ได้ต้องการสมบัติอะไรในสุสานของขุนนางพันธุ์ผสมเป็นพิเศษ เพียงเป็นภารกิจให้เชียนเป่า หลานหลงได้ฝึกตนเท่านั้น แต่เพราะความอันตรายและข้อจำกัด สมาชิกกลุ่มที่ไปด้วยจึงต้องแข็งแกร่งมากพอจะปกป้องเชียนเป่า หลานหลงได้
องค์ชายจันทรกานต์เพียงต้องการส่งยอดฝีมือระดับนักสลักเอกจากสองมหาตระกูลภายใต้เขามาเท่านั้น หากเพราะเหตุผลบางประการ เขาจึงสามารถเจรจากับผู้นำตระกูลเอเทลเป็นผลสำเร็จ ทำให้เธอต้องมาร่วมกลุ่มขุดค้นนี้ด้วย
“นายน้อยครับ บุคคลผู้นั้นคือนิทาน วงจันทราครับ เป็นอดีตอัจฉริยะที่ทำพิธีสลักคำก่อนวัยอันควร ยามนี้เป็นคนสนิทขององค์หญิง 4 แห่งราชวงศ์ไฟกัลป์ครับ” คนรับใช้คนหนึ่งกล่าวรายงานแก่เชียนเป่า หลานหลงพร้อมทั้งส่งมอบข้อมูลให้ชุดหนึ่ง
ซอเด็ตนั้นเลิกคิ้วให้กับความสามารถในการสืบสวนของกลุ่มการค้าเชียนเป่า แม้จะช้ากว่าเผ่าซือบาสที่เริ่มหาข้อมูลตั้งแต่ตอนที่นิทานท้าทายเธอแต่ก็ยังถือว่ารวดเร็วมากอยู่ดี
“ก็แค่พวกของที่พังแล้ว จะไปเทียบกับปีกแห่งผืนฟ้าได้ยังไง” เชียนเป่า หลานหลงเหยียด ไม่วายแอบลอบมองซอเด็ต เอเทล
เธอไม่ตอบสนองใด ๆ เธอตัดการรับฟังจากตัวเขาไปแล้วโดยสิ้นเชิง
หลังจากนั้นเป็นการสรุปข้อมูลและเป้าหมายของการขุดค้นครั้งนี้ ภารกิจที่เชียนเป่า หลานหลงได้รับมีเพียงการนำสมบัติชิ้นหนึ่งกลับมาจากสุสานเท่านั้น แม้การปรากฏตัวของนิทานจะทำให้หลายคนประหลาดใจ แต่เมื่อสืบทราบว่าเขานั้นไร้ซึ่งอนาคตทั้งหมดก็เริ่มเกิดความดูถูกขึ้นในใจโดยไม่รู้ตัว
คุณค่าของมหานทีรากวิญญาณนั้นมากถึงเพียงนั้น แม้จะเป็นอัจฉริยะปีศาจเช่นนิทานที่พวกเขาเห็นเองกับตา แต่เมื่อทราบว่าหลังจากนี้เขาต้องเรียนรู้คำโดยไม่มีมหานทีรากวิญญาณเกื้อหนุน นิทานก็ถูกปัดไปอยู่ในประเภทไม่อาจพัฒนาได้อีกโดยอัตโนมัติ
“สุสานของขุนนางพันธุ์ผสมนอกจากมีการจำกัดระดับพลังแล้วยังมีสัตว์อสูรพันธุ์ผสมมากมายด้วยครับ การนำสมบัติกลับออกมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” ชายหนุ่มคนหนึ่งจากตระกูลคชสารพูดขึ้น
“ภารกิจที่ผู้อาวุโสมอบให้ย่อมไม่ง่ายดายอยู่แล้วครับ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่คู่ควรกับทายาทของกลุ่มการค้าเชียนเป่า” เชียนเป่า หลานหลงตอบ เขานั้นจัดกระบวนทัพมาถึงเพียงนี้เพราะเขานั้นรู้ดีว่าภารกิจครั้งนี้นั้นยากเย็นถึงเพียงไหน
“หากเกิดเหตุการณ์คับขันก็ยังมีสมบัติหลบหนีมากมายค่ะ แถมเรายังมีท่านซอเด็ต เอเทลอีกด้วย” ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มพูดด้วยรอยยิ้ม
“ถูกต้องแล้วค่ะ ปีกแห่งผืนฟ้าอยู่กับเราเช่นนี้ ภารกิจครั้งนี้ไม่มีทางผิดพลาดไปได้” ผู้หญิงอีกคนหนึ่งกล่าวเสริม
“ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่ผมก็จะยังพยายามเต็มที่ครับ ผมเป็นคนตระกูลเชียนเป่า เกียรติของตระกูลเชียนเป่าย่อมไม่ยินยอมให้ผมหลบอยู่ด้านหลังสตรีครับ” เชียนเป่า หลานหลงพูดอย่างมั่นใจพร้อมทั้งเผยรอยยิ้มที่ผ่านการปั้นแต่งมาให้ดูดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้
สมาชิกกลุ่มขุดค้นคนอื่นต่างเกิดความนับถือให้กับคุณชายผู้นี้ เขาถึงกับมั่นใจว่าตนจะไม่เป็นตัวถ่วงของซอเด็ต เอเทล
เชียนเป่า หลานหลงชำเลืองมองเธออีกครั้ง หวังว่าประโยคที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและหน้าตาของเขาจะเรียกความสนใจของเธอได้บ้าง หากก็น่าเสียดายที่ตั้งแต่ต้นจนจบเธอนั้นไม่สนใจแม้แต่น้อย เธอไม่แม้แต่จะฟังด้วยซ้ำว่าพวกเขากำลังพูดอะไรกัน
เธอลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ในสายตาเธอนั้นภารกิจครั้งนี้นั้นไร้สาระจนไม่น่าเชื่อ การให้รุ่นเยาว์ของตนมาตรวจสอบสุสานของผู้แสวงวิถีนั้นเป็นเรื่องดีและเหมาะแก่การพัฒนา แม้แต่ตัวเธอเองก็สนใจ แต่ในเมื่อเตรียมการเรื่องความปลอดภัยมาถึงขั้นนี้ ตระเตรียมสมบัติหนีตายมาเยอะถึงเพียงนี้ แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรในด้านการขีดเขียนชะตาและเรียนรู้คำ
ยังไม่นับรวมที่สมาชิกกลุ่มมีแต่ยอดฝีมือรวมถึงตัวเธอ เธอจะไม่แปลกใจเลยหากการขุดค้นครั้งนี้เชียนเป่า หลานอะไรสักอย่างจะไม่ประสบกับอันตรายแม้แต่น้อย
ทัศนศึกษารึไง ซอเด็ตถอนหายใจ
ภารกิจครั้งนี้คงจะน่าเบื่อสุด ๆ ถ้าไม่เพราะการปรากฏตัวของคนที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตำแหน่งผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในช่วงวัยนี้ของเธอต้องสั่นคลอน ในหัวของเธอตอนนี้มีแต่การวิเคราะห์และสนอกสนใจในตัวนิทานและคีตาเท่านั้น
เพียงไม่นานการประชุมก็จบลง กลุ่มขุดค้นจะเริ่มการสำรวจ และน่าขันที่เป็นจังหวะเดียวกันกับที่กลุ่มขุดค้นของกลุ่มการค้าอิสึกะนั้นออกเดินทางเช่นกัน
ซอเด็ต มองชายหนุ่มผมสีดำคนนั้นไม่วางตา เพียงไม่นานสายตาของทั้งคู่ก็สบกัน
แม้เขาจะยิ้มแย้มและไม่ได้มีท่าทีน่าเกรงขามอะไร หากเธอยังจดจำเขายามปลดปล่อยพลังเมื่อครู่ได้อย่างชัดเจน เธอไม่ได้ถือโทษโกรธเขาแม้แต่น้อยที่ท้าทายเธอเช่นนั้น หากเป็นเธอ เธอก็จะทำเช่นเดียวกัน
ผู้ที่มีทิฐิมากจนล้นอย่างเธอย่อมไม่อาจห้ามใจทดสอบคนที่ทั้งโลกให้การยอมรับได้
ครั้งก่อนเขาเป็นคนทักทายเธอก่อน ตามมารยาทแล้วเธอคิดว่าเธอควรจะเป็นฝ่ายทักทายก่อนบ้าง ในสายตาเธอแล้ว เธอมั่นใจว่าบุคคลเช่นนี้ไม่มีทางติดอยู่ที่นักสลักเอกอย่างแน่นอน ไม่มีข้อเสียใด ๆ หากจะได้รู้จักกับคนที่เทียบเคียงเธอได้
กระแสพลังของผู้แสวงวิถีจูเลียสสาดทับมาอีกครั้ง ดูเหมือนเขาจะคอยจับจ้องทั้งสองเป็นพิเศษ ซอเด็ตเกิดความสงสัยว่าเธอก่อปัญหามากมายถึงขนาดต้องจับตาดูเช่นนี้เชียวเหรอ และดูเหมือนว่าชายหนุ่มคนนั้นจะคิดคล้าย ๆ กัน เขาจึงหลุดหัวเราะออกมา
ซอเด็ตเห็นดังนั้นก็โล่งใจน้อย ๆ ในเมื่อเขาดูเป็นมิตรและคุยง่ายเช่นนี้ คงไม่เสียหายอะไรหากจะได้ทักทายกัน เธอพยักหน้าทักทายน้อย ๆ เป็นการลองเชิงท่าทีของเขา เมื่อเห็นว่าเขาพยักหน้ารับเธอจึงตั้งใจจะเอ่ยทักทายสักคำสองคำ แต่กลับเป็นไอ้คนน่ารำคาญนั่นอีกครั้งที่เอ่ยขัดขึ้นมาก่อน
“ขำอะไรวะ! เป็นแค่ไอ้ลูกกำพร้าที่ทำลายอนาคตตัวเองแท้ ๆ!”
ซอเด็ตขมวดคิ้ว เธอเริ่มหงุดหงิดกับไอ้คุณชายที่ไหนก็ไม่รู้คนนี้แล้ว ถ้าไม่ติดที่ว่านิทานและคีตานั้นเอียงคอมองเชียนเป่า หลานหลงอย่างมึนงงเธอคงจะตบเขาลงดินไปแล้ว
ท่าทีของเจ้านายและสัตว์คู่หูที่เอียงคอมองอย่างพร้อมเพรียงแถมสีหน้ามึนงงปนสงสัยนั้นกระตุกต่อมเรียกรอยยิ้มของเธอได้อย่างจัง เป็นภาพที่น่ารักและน่าเอ็นดูสำหรับคนรักสัตว์เช่นเธอเป็นอย่างมาก น่าเสียดายที่เอเทอรัมนั้นไม่มีสัตว์เดินดินมากนักเพราะเผ่าซือบาสมองเป็นของต่ำ แต่ตัวเธอเองนั้นชื่นชอบสัตว์น่ารัก ๆ เป็นที่สุด
การโต้เถียงเกิดขึ้นเมื่อชายหนุ่มจากอีกฝั่งหนึ่งเริ่มตอบโต้กลับ เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ใกล้จะบานปลายเธอจึงออกแรงห้ามคนของฝั่งเธอ รวมถึงตั้งใจจะห้ามอีกฝั่งด้วยหากนิทานไม่ลงมือเอง เมื่อทุกอย่างคลี่คลายเธอจึงคิดว่าสมควรต้องไปทำภารกิจเสียที
“นิทานที่แปลว่าเรื่องราว เรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง คีตา หมายถึงเสียงดนตรี การบรรเลง เรื่องราวกับเสียงดนตรี เป็นชื่อที่ดีค่ะ”
เธอตัดสินใจทักเขาเรื่องชื่อเช่นเดียวกันกับที่เขาทักเธอ ซอเด็ตคิดว่าเป็นการทักทายที่ดูมีมารยาทและแสดงถึงความชื่นชมได้ชัดเจนมากพอ เมื่อเห็นว่าทั้งสองดูไม่มีปัญหาอะไรกับการทักทายของเธอจึงค่อยจากมา
ภารกิจครั้งนี้ยังอีกนานและเธอคาดว่าคงต้องใช้เวลาหลายวัน เธอต้องการให้มันเสร็จ ๆ ไปเสียที หลังจากนั้นค่อยหาโอกาสสืบค้นเรื่องของนิทานเพิ่ม ในเมื่อกลุ่มการค้าเชียนเป่าและกลุ่มการค้าอิสึกะนั้นเป็นคู่แข่งกันคงไม่สมควรนักหากเธอจะเข้าไปทำความรู้จักเสียตอนนี้
ทางเข้าของกลุ่มเธอนั้นอยู่ที่อีกฟากของภูเขา เป็นทางเข้าที่อยู่ก้นทะเลสาบ พวกเธอต้องใช้สมบัติวิเศษบางประเภทจึงฝ่าเข้ามาได้ เมื่อเข้ามาได้เธอจึงได้พบกับเขาวงกตที่ทำจากศิลาแกร่งเหล่านี้
ซอเด็ตลองกะระดับพลังของตัวเองคร่าว ๆ เธอยังคงใช้พลังได้สมบูรณ์ดีแม้จะรู้สึกว่ามีบางอย่างคอยตรวจสอบระดับพลังของเธอก็ตามที
เมื่อทั้งกลุ่มลงมาครบ เธอจึงเริ่มออกเดินทาง ข้อมูลของกลุ่มเธอนั้นมีไม่มากนัก เธอรู้เพียงแค่ว่าเขาวงกตนี้มีทางลงต่อไปอีก
“รบกวนทุกคนด้วยนะครับ อย่างน้อยผมต้องการสมบัติระดับอริยะขึ้นไป สมควรหาได้จากชั้นที่ลึกกว่านี้” เชียนเป่า หลานหลงกล่าวขึ้น แม้ภารกิจจะไม่ได้กำหนดระดับของสมบัติ แต่ในฐานะอัจฉริยะแล้วเขาต้องทำผลงานอันน่าพอใจ
กลุ่มของซอเด็ตมีนักตรวจจับฝีมือดีจากตระกูลวิรุปักษา พวกเธอจึงไม่จำเป็นต้องสู้กับสัตว์อสูรมากนัก แต่นักตรวจจับหญิงคนนั้นไม่อาจรู้เส้นทางภาพรวมได้ พวกเธอจึงต้องค่อย ๆ คลำทางกันไป การหลบกับดักนั้นค่อนข้างวุ่นวาย แต่กับดักส่วนมากไม่มีผลกับเธออยู่แล้ว เธอเพียงพังมันให้หมดทุกอย่าง
“หยุดค่ะ” ซอเด็ตที่เดินนำอยู่หน้าสุดขมวดคิ้ว สั่งให้คนทางด้านหลังหยุด ทางด้านหน้าคือความว่างเปล่า เธอก่อรูปของหมอกทางด้านหลังเธอให้กลายเป็นซอเด็ต เอเทลร่างยักษ์ที่ถือธนู แล้วจึงยิงศรนั้นไปยังกำแพงว่างเปล่าทางด้านหน้า
สมาชิกกลุ่มขุดค้นต่างมีสีหน้างุนงงกับการกระทำของเธอ แต่เมื่อศรนั้นปะทะเข้ากับบางอย่าง ร่างของบางสิ่งจึงกระเด็นออกมา ผิวของมันค่อย ๆ เปลี่ยนสีจากที่กลมกลืนกับกำแพงกลายเป็นสีเขียว ทุกคนจึงได้เห็นมันอย่างชัดเจน
มันเป็นสัตว์อสูรตัวหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายกิ้งก่าแต่มีครีบ ขนาดตัวใหญ่ยักษ์กว่าพวกตนหลายเท่า ลิ้นยาวของมันเต็มไปด้วยหนาม เห็นได้ชัดว่ามันกำลังซุ่มรอดักโจมตีพวกเขา
“สัตว์อสูรระดับนักสลักโทที่พรางตัวได้” นักตรวจจับหญิงผู้นั้นกลืนน้ำลาย เธอไม่รู้แม้แต่น้อยว่ามันอยู่ตรงนั้น หากเธอเดินเข้าไปเธอย่อมถูกลิ้นหนามนั้นสังหารอย่างง่ายดาย
ร่างกายของมันค่อย ๆ เปลี่ยนสีให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ขณะที่ไต่ขึ้นเพดานเตรียมซุ่มโจมตีอีกครั้ง สีหน้าของทุกคนบิดเบี้ยว เหล่ายอดฝีมือต่างตั้งท่าเตรียมพร้อมกับการต่อสู้ เชียนเป่า หลานหลงถอยไปอยู่ด้านหลัง ในมือกำยันต์สำหรับหลบหนีไว้แน่น
มีเพียงซอเด็ตเท่านั้นที่ไม่หวั่นไหวแต่อย่างใด หมอกด้านหลังของเธอก่อรูปสร้างโล่ขนาดยักษ์ พลังของเธอทะยานสูงขึ้น โล่ขนาดยักษ์นั้นฟาดตบเข้ากับกำแพงทางด้านข้างใกล้กับพวกเขา
แผละ
เสียงบางสิ่งที่ถูกขยี้จนเละและคราบโลหิตกระเซ็นอย่างน่ารังเกียจ ร่างก่อรูปขนาดยักษ์ของเธอเพียงนำมือมาบังไม่ให้โลหิตและเศษเนื้อกระเด็นเลอะตัวเธอและคนอื่นทางด้านหลัง
เมื่อโล่ยักษ์นั้นสลายไป พวกเขาจึงได้เห็นซากร่างของสัตว์อสูรกิ้งก่าตัวนั้นที่ยามนี้ถูกบดขยี้จนไม่มีชิ้นดี จุดที่มันอยู่ตอนนี้นั้นใกล้กับพวกเขาเป็นอันมากจนพวกเขาลอบเหงื่อตก ยามมันหายไปตัวไปยังเป็นระยะที่พวกเขาตอบโต้ได้ หากเพียงพริบตามันก็เข้าสู่ระยะโจมตีแล้ว
หากซอเด็ตไม่ลงมือ ต้องมีคนใดคนหนึ่งโดนจู่โจมโดยไม่ต้องสงสัย สัตว์อสูรระดับนักสลักโทตัวนี้รวดเร็วถึงเพียงนั้น หากสิ่งที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าคือเธอที่พบมันได้และสังหารมันได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว หลายคนยังตั้งท่าเตรียมพร้อมอยู่ด้วยซ้ำ
ยังไม่ทันที่ยอดฝีมือจะได้แสดงฝีมือและหาทางรับมือกับสัตว์อสูรระดับนักสลักโทที่มีความสามารถพรางตัวได้ตัวนี้ ซอเด็ต เอเทลก็ออกเดินหน้าต่ออีกครั้ง ไม่สนใจซากร่างของสัตว์อสูรระดับนักสลักโทแม้แต่น้อยราวกับว่าสัตว์อสูรเพียงแค่นี้ไม่ควรค่าให้เธอเหลือบแล ทั้งหมดทางด้านหลังได้แต่เหม่อมองความแข็งแกร่งของเธอด้วยนัยน์ตาที่สั่นสะท้าน
เชียนเป่า หลานหลงหอบหายใจอย่างรุนแรง ในดวงตาของเขาปรากฏความปรารถนาและความต้องการยามมองไปยังสตรีผมสีส้มอัสดงทางด้านหน้า
“ซอเด็ต เอเทล…”