"มา ๆ ห่าวหรานมานั่งที่โต๊ะตรงนี้กับข้า" เสียงเจื้อยแจ้วของฮุ่ยเฟินเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใส ห่าวหรานเองก็พยักหน้ารับอย่างแช่มช้าก่อนที่จะนั่งร่วมโต๊ะกับนาง
ยามนั้นมีเหล่าศิษย์ชายในสำนักคนอื่น ๆ จับจ้องมาที่คนทั้งสองเป็ตาเดียว ด้วยความที่มิเคยเห็น ฮุ่นเฟินผู้งดงามนั่งร่วมโต๊ะกับศิษย์คนไหนในสำนักกระมัง แถมคนผู้นั้นยังอยู่ในฝ่ายงานรับใช้ ซึ่งถือว่าเป็ฝ่ายที่ต่ำที่สุดในความคิดของพวกมันด้วย แม้นวู่เทียนหลางจะมีกฎว่า ห้ามมิให้ผู้ใดดูถูกเหยียดหยาม หรือรังแกคนในฝ่ายนี้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็คงมิอาจห้ามความคิดของพวกมันบางคนได้อยู่ดี
"เ้าอย่าได้ไปสนใจสายตาเ่าั้เลยนะห่าวหราน พวกมันบางคนไม่ชอบฝ่ายงานรับใช้มานานแล้ว เพราะมองว่าเป็ฝ่ายที่ต่ำต้อย และต้องคอยทำงานให้ฝ่ายอื่น ๆ ทุกวัน" ฮุ่ยเฟินส่งเสียงฮึดฮัดก่อน จะกระซิบกระซาบกับห่าวหราน และพอเด็กหนุ่มคาดผ้าปิดตาที่นั่งอยู่ตรงข้ามโต๊ะได้ยิน มันระบายยิ้มให้นางเบา ๆ ก่อนจะกล่าวตอบ
"ข้ามิได้สนใจคนพวกนั้นอยู่แล้ว เ้าอย่าได้เป็กังวลเลย ชีวิตข้าพานพบสายตาเช่นนั้นมามากนัก จนทุกวันนี้ชินชาเสียแล้ว"
แม้นห่าวหรานจะกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ได้ทุกข์ร้อนอันใด แต่ฮุ่ยเฟินนั้นกลับรู้สึกสงสารมันจับใจ
"เลิกสนใจเื่ของข้าได้แล้วมาทานอาหารกันดีกว่าเดี๋ยวจะเย็นชืดเสียหมด"
ฮุ่ยเฟินพยักหน้าก่อนจะส่งเสียง อืมส์ เบา ๆ จากนั้นทั้งคู่จึงเริ่มลงมือทานอาหารเย็นที่อยู่ตรงหน้า โดยไม่สนใจสายแห่งความอิจฉาริษยามากมายในโรงอาหารที่มองมาอยู่ ทุกอย่างเหมือนจะผ่านไปได้ด้วยดี จวบจนกระทั่ง มีคนผู้หนึ่งเดินเฉียดเขามาใกล้โต๊ะพวกมันก่อนจะเอ่ยบางอย่างขึ้น
"อ้าว ๆ นี่มันห่าวหรานคนรับใช้เก่าของนายน้อยข้ามิใช่หรือ…ไยจึงเสนอหน้ามานั่งทานข้าวร่วมกับพวกเราได้ล่ะเนี่ย"
พอเงยหน้าดูก็พบว่ามันคือเ้าอาฟงกับศิษย์จากฝ่ายงานรับใช้อีกสองคนนั้นเอง
"เหตุใดข้าจึงมิอาจมานั่งกินข้าวที่นี่ได้? " ห่าวหรานเอ่ยถามมันด้วยเสียงเนิบทว่าแววตานั้น กลับดุดันผิดกับเสียงที่เปล่งออกมาโดยสิ้นเชิง เ้าอาฟงที่เห็นก็ถึงผงะไปเล็กน้อย
"กะ…กะ ก็ ก็….."
"ก็อันใด.."
ห่าวหรานเอ่ยถามซ้ำ พร้อมดวงตาที่ดุดันหนักขึ้น
"ก็เ้ามันเป็ขี้ข้าต่ำต้อยอย่างไรเล่า..!! ยังจะมีหน้ามาถามอีก หากมิใช่เพราะประจบสอพลอท่านเ้าสำนักมีรึที่เ้าจะได้มานั่งชูคอร่วมโต๊ะกับแม่นางฮุ่ยเฟินคนงามผู้นี้"
เ้าอาฟงมิเพียงแค่ส่งเสียงดังแต่ยังยกมือขึ้นมาชี้หน้าห่าวหรานอีก และการกระทำเช่นนั้นเองก็ได้พลันบังเกิดเสียงดังเซ็งแซ่ของศิษย์คนอื่นตามมา
"นี่เ้า….!!" ฮุ่ยเฟินถึงกับถลึงตามองเ้าอาฟงด้วยโกรธ และกำลังจะลุกขึ้น ทว่า….ห่าวหรานก็ได้ยกมือห้ามนางเอาไว้เสียก่อน
"ใจเย็นก่อนฮุ่ยเฟิน เื่นี้ให้ข้าเป็คนสะสางกับมันเอง เ้านั่งลงเถิด"
"ตะ แต่ว่า…..หึ..! เพราะเ้าขอหรอกนะข้าถึงยังไม่ลงมือตบมัน" ฮุ่ยเฟินพ่นลมฮึดฮัดออกมาด้วยความไม่พอใจก่อนที่นางจะกอดอก และหย่อนก้นลงนั่งที่เก้าอี้ตามเดิม
"ฮ่ะ.? สะสาง อย่างเ้าเนี่ยนะห่าวหราน วรยง วรยุทธ์ก็มิมี มีเพียงแค่แรงวัวแรงควาย คิดจะต่อกรกับผู้ที่มีวิชากำแพงศิลา์เช่นข้า ท่าทางเ้าคงอยากที่จะมือไม้หักจนพิการมากสิท่า เช่นนั้นก็เข้ามาเลยไอ้ขี้ข้า" เ้าอาฟงคุยโตโอ้อวดเสียงดัง ถึงวิชาที่มีติดตัว ก่อนจะแอ่นอกท้าทายให้ ห่าวหรานชกใส่มันซึ่งห่าวหรานก็มิได้ลงมือในทันที
หากเทียบวรยุทธ์ของทั้งสองที่มีในยามนี้ วิชากำแพงศิลา์ ของเ้าอาฟง แม้นจะเป็เคล็ด วรยุทธ์ธาตุดิน ชั้นปฐีระดับสูง สายป้องกันที่หายาก แต่มันก็ฝึกได้เพียงแค่ ขั้น 2 เท่านั้น และมิอาจทะลวงชีพจรไปต่อได้ ส่วนของห่าวหร่านนั้นในร่างมีจิตปราณอยู่มหาศาลอีกทั้งยังมี วิชาปราณอสูรร่วมคำราม ซึ่งเป็เคล็ดวิชาลึกลับ หากมันจู่โจมใส่อาฟงสักสองในสิบส่วนแล้วก็ล่ะ วิชากำแพงศิลา์ขั้น 2 คงมิอาจต้านไหว เผลอ ๆ ตัวมันเองนั่นแหละที่จะาเ็ภายในสาหัส ทว่า…ที่ห่าวหรานมิได้ลงมือทำเช่นนั้นนั่นก็เป็เพราะว่า มันคือ การผิดกฎร้ายแรงของสำนักปราณพิทักษ์ฟ้า กฎที่ว่า ห้ามคนในสำนักลงไม้ลงมือทะเลาะวิวาทกัน หากฝ่าฝืนจะถูกทำลายวรยุทธ์ และขับออกจากสำนักถาวร…
"อ้าว ๆ เป็อันใดไปเล่าห่าวหราน เ้าจะมัวรีรออันใดอีก ไหนว่าอยากจะสะสางกับข้ามิใช่รึ ตอนนี้ก็เป็โอกาสอันดีแล้วมิใช่หรือไง เ้าไม่ใช่คนของสกุลเฟยอีกแล้ว จะกลัวสิ่งใดอีก เข้ามาเลย" เ้าอาฟงยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างน่าเกลียดก่อนจะกล่าวท้าทายห่าวหรานต่อ มิรู้ว่ามันมั่นใจในวิชาของตนเอง หรือวางแผนจะให้ห่าวหรานโมโหจนขาดสติ และลงมือกับมันจนโดนสำนักลงโทษกันแน่…
ห่าวหรานมองจ้องเ้าอาฟงเขม็งด้วยสายดุดันราวกับพยัคฆ์ สองมือกำแน่นคล้ายจะปล่อยหมัดอันรุนแรงใส่มันได้ทุกเมื่อ ทว่า….ในที่สุดห่าวหรานก็ถอนหายใจยาว ๆ ออกมาก่อนจะนั่งลง และทานอาหารต่อ สิ่งนั้นทำให้เ้าอาฟงผิดหวังมาก ซึ่งเหล่าศิษย์ที่ไม่ชอบขี้หน้าห่าวหรานก็เช่นกัน พวกมันทั้งหัวเราะ ทั้งพูดจาดูถูกสารพัด หาว่าห่าวหรานนั้นขี้ขลาด ไม่กล้าสู้คน ไม่สมเป็ลูกผู้ชาย ซึ่งมันสร้างความไม่พอใจให้กับฮุ่ยเฟินเป็อย่างมาก
"ไอ้พวกปากเสียเมื่อไรจะหยุดเห่าหอนกันเสียที หนวกหูเป็บ้า เ้าทำถูกแล้วห่าวหราน หากมีเื่กันคงไม่พ้นโดนเ้าสำนักลงโทษเป็แน่ อย่าไปสนใจพวกมันอีกเลย"
ห่าวหราน พยักหน้าก่อนส่งเสียง อืมส์ สั้น ๆ และก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อ ส่วนเ้าอาฟงที่ทำแผนยั่วโมโหห่าวหรานไม่สำเร็จมันจึงต้องตัดใจเดินจากไปอย่างเจ็บแค้น
"ชิ…ไอ้ห่าวหราน ฝากไว้ก่อนเถอะ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเ้าจะเป็พระอิฐพระปูนไม่รู้สึกรู้สาอันใด คราวหน้าข้าจะต้องบีบให้เ้าลงมือจนถูกไล่ออก หรือไม่ก็ทำร้ายข้าจนโดนวิชากำแพงศิลา์เล่นงานจนาเ็ให้ได้ ถึงทำแล้วข้ากับมันจะถูกขับออกจากสำนัก แต่ข้านั้นมีนายน้อยคอยหนุนหลังอยู่ อย่างไรก็คงไม่เดือดร้อน แต่มันนี่สิ….ลำบากแน่ ไร้ญาติขาดมิตร แถมกลับไปสกุลเฟยก็ไม่ได้แล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าจะต้องกลายเป็ไอ้บอดที่ไปนั่งขอทานข้างถนนเป็แน่"
เ้าอาฟงครุ่นคิดในใจอย่างชั่วร้ายก่อนที่มันจะเดินไปนั่งทานอาหารเย็นที่มุมห้องพร้อมกับ คนของฝ่ายงานรับใช้อีกสองคนที่ใช้เงินซื้อตัวมา ด้วยการทำเช่นนี้ ทำให้เ้าอาฟงไม่ต้องเหนื่อยทำงานอันใดเลยแม้แต่น้อย เวลาที่ชินอี้มอบหมายงานมาให้ ซึ่งชินอี้ก็ทราบดี แต่ทำอันใดไม่ได้ เพราะทราบดีว่าตัวมันมีคนของสกุลเฟยคอยหนุนหลังให้ท้ายอยู่…..
จบบท
บทต่อไป ผู้มาทวงสัญญาจากสำนักอื่น…