หลังจากออกเดินทางมานานกว่าครึ่งค่อนเดือน ในที่สุดทั้งคณะก็เข้าสู่เขตเทือกเขาขนาดใหญ่ สถานที่แห่งนี้หานเซินยังไม่เคยผ่านหรือเข้าไปสำรวจมาก่อน ทัศนียภาพรอบบริเวณจึงเต็มไปด้วยสิ่งที่เขาไม่คุ้นตา
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา หานเซินทั้งได้เห็นและเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าขบวนทัพที่มีระเบียบแบบแผน มีอาวุธครบมือ และที่สำคัญมีกำลังพลจำนวนมากนั้นมีพลังมากมายมหาศาลขนาดไหน ทุกครั้งที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับฝูงสัตว์อสูรหรือสัตว์อสูรดุร้ายระหว่างทาง คนจากทีมต่าง ๆ ก็จะเข้าจัดการตามลำดับหน้าที่จนผ่านพ้นไปอย่างง่ายดาย และแทบไม่ต้องให้ฝ่ายสนับสนุนหน่วยสุดท้ายอย่างทีมแม่นธนูของหานเซินช่วยเลยด้วยซ้ำ แค่เพียงการบุกทะลวงของทีมสัตว์ขี่ อสูรอันตรายเหล่านั้นก็ไม่อาจต้านทานได้แล้ว
แน่นอนว่าพวกเขามีหน่วยลาดตระเวนคอยตรวจตราเป็นกองระวังภัย หากพบฝูงสัตว์อสูรที่ประเมินแล้วว่าแข็งแกร่งจนไม่อาจรับมือได้ ทั้งขบวนก็แค่หลีกเลี่ยงและเดินทางอ้อมพื้นที่อันตรายตรงจุดนั้น ๆ แทน
ในที่สุดกองทัพล่าอสูรเฉพาะกิจก็มาถึงจุดหมาย หานเซินและเพื่อน ๆ ในทีมแม่นธนูถูกสั่งให้ขึ้นไปวางกำลังอยู่บนแนวผาที่วางตัวขนาบกันสองด้านสูงขึ้นไปเหนือร่องเหวลึกเพื่อเตรียมพร้อมลอบยิงสัตว์อสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์ที่จะถูกต้อนขึ้นมาจากด้านล่าง
ส่วนทีมอื่น ๆ เดินทางตามหลัวเทียนหยางลงไปที่ตีนผาในหุบเขาเพื่อต้อนสัตว์อสูรเป้าหมายตามแผนการ
นอกจากกลุ่มธนูของหานเซินแล้ว โอรสสวรรค์ยังพาคนของตัวเองรวมทั้งจ้างนักล่ารับจ้างซึ่งมีฝีมือเรื่องการยิงธนูจำนวนหนึ่งติดตามมาด้วย หานเซินไม่นึกกังขาในฝีมือของคนพวกนี้เลยสักนิด เพราะลำพังแค่ตัวโอรสสวรรค์เองก็เก่งจนน่าตกใจแล้ว หานเซินยังจำได้ติดตาตอนที่อีกฝ่ายยิงธนูปักกลางหลังเซนทอร์เลือดศักดิ์สิทธิ์จนเกือบขาดใจตาย จะว่าไปเหตุการณ์นั้นก็นับว่ามีคุณูปการต่อเขามาก เพราะช่วยให้เขาฉวยโอกาสทองชิงวิญญาณอสูรดวงนั้นมาได้
โอรสสวรรค์จ้องมองหานเซินด้วยสายตาชิงชังปนอาฆาตไม่ปกปิด ว่ากันว่าหนึ่งในสามผู้ยิ่งใหญ่แสดงความไม่พอใจชัดเจนหลังได้ยินข่าวลือที่ว่า ‘หานเซินเป็นผู้ชายของฉินเซวียน’ เรื่องนี้ทำให้เขามีอาการหงุดหงิดงุ่นง่านและมักอารมณ์เสียโดยไร้สาเหตุอยู่บ่อยครั้ง
“โอรสสวรรค์ ลูกธนูที่เราตกลงกันไว้ล่ะ?” หยางม่านลี่ถามขึ้นขณะเดินเข้าหาผู้นำทางหลักของขบวนนักล่า
การล่าสัตว์อสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์จะต้องใช้ลูกธนูที่มีส่วนผสมของโลหะ Z อย่างน้อยหนึ่งเปอร์เซ็นต์เพื่อให้มีโอกาสเจาะทะลุผิวหนังของสัตว์อสูรตัวนั้นได้ และด้วยความที่ลูกธนูดังกล่าวมีราคาแพงมาก โอรสสวรรค์จึงรับหน้าที่ในการจัดหาลูกธนูตามสเปกที่ต้องการให้ทีมแม่นธนูของหยางม่านลี่
โอรสสวรรค์ยิ้มบาง ๆ แล้วกวักมือเรียกให้ลูกน้องของตนยกหีบใส่ลูกธนูออกมา ภายในหีบเต็มไปด้วยลูกธนูชุดพิเศษจากซีรีส์ ‘สตาร์เบิสต์ (Starburst)’ ซึ่งผลิตโดยบริษัทผู้ดูแลด้านอุตสาหกรรมโลหะผสมในเครือของสตาร์ยูนิเวิร์สกรุป ลูกธนูเหล่านี้แต่ละดอกมีราคาหลักแสนและถูกกำหนดให้ต้องมีส่วนผสมของโลหะ Z อยู่ระหว่างหนึ่งถึงหนึ่งจุดศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์เป็นมาตรฐาน
“หัวหน้าหยาง นี่คือลูกธนูจำนวนหนึ่งร้อยดอกที่เราตกลงกันไว้ อยากให้คุณเลือกคนยิงฝีมือดี ๆ มาใช้สักห้าคน” โอรสสวรรค์พูดแล้วปิดท้ายด้วยรอยยิ้มวางมาดเหมือนคนกำลังเจรจาธุรกิจ
ฝั่งหยางม่านลี่ ไม่รู้ว่าไม่อยากพิรี้พิไรให้เสียเวลาหรือว่าไม่นึกอยากเกรงใจอีกฝ่ายกันแน่ จึงหันกลับมาเลือกคนจากทีมของตัวเองตามที่อีกฝ่ายว่าทันทีโดยไม่มีเกรงใจ ตัวเธอเองมีลูกธนูที่ดีไม่แพ้สตาร์เบิสต์ ส่วนหลิวหงเถาก็มีลูกธนูส่วนตัวที่ใช้งานได้อย่างเข้ามืออยู่เช่นกัน ดังนั้นนักธนูห้าคนที่ว่า หัวหน้าทีมสาวจึงตั้งใจเลือกเป็นสมาชิกระดับทั่วไปในทีมแม่นธนูทั้งหมด
หยางม่านลี่เลือกคนมาแล้วสี่คน เมื่อถึงคนสุดท้ายเธอมีท่าทีลังเลเล็กน้อย หญิงสาวกวาดตามองทุกคนจนครบก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาที่หานเซิน “...แล้วก็นาย”
หานเซินประหลาดใจเล็กน้อยที่ถูกหยางม่านลี่เลือกแต่ก็ไม่ปฏิเสธ เขาก้าวออกจากแถวไปยืนเคียงข้างเพื่อนร่วมทีมที่ได้รับเลือกอีกสี่คนอย่างยินดี ทว่าก่อนที่หัวหน้าทีมธนูจะทันได้แจกจ่ายลูกธนูสตาร์เบิสต์ โอรสสวรรค์กลับทักท้วงเสียงดังด้วยสีหน้าหงุดหงิด “เดี๋ยว! หัวหน้าหยาง คุณเลือกคนผิดหรือเปล่า?”
“มีอะไรผิดเหรอ?” หยางม่านลี่สาดสายตามองพร้อมถามกลับ
“คนแบบหมอนี่มีคุณสมบัติที่จะใช้ลูกธนูระดับสตาร์เบิสต์ด้วยเหรอ?” โอรสสวรรค์ชี้ไปที่หานเซินพร้อมกับพูดเสียงเข้ม
“ใช่! ที่ฉันเลือกเขาก็เพราะมั่นใจว่าเขามีคุณสมบัติเพียงพอ” หยางม่านลี่ตอบอย่างเยือกเย็น พยายามเน้นคำที่ท้ายประโยค
โอรสสวรรค์จ้องมองหานเซินด้วยสายตาเกลียดชัง ก่อนจะหันกลับมาพูดกับหยางม่านลี่โดยลดเสียงลงเล็กน้อย “หัวหน้าหยาง ผมไม่ได้ตั้งใจจะตั้งคำถามกับการตัดสินใจของคุณหรอกนะ แต่คนคนนี้ยังไงก็ไม่เหมาะ เลือกคนอื่นเถอะ”
คิ้วโก่งของหยางม่านลี่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างคิดหนัก แม้จะขุ่นเคืองที่โอรสสวรรค์พยายามก้าวก่ายในอำนาจหน้าที่ของเธอ แต่เพราะการล่าสัตว์อสูรครั้งนี้กลุ่มโอรสสวรรค์ถือเป็นเจ้าภาพหลัก ที่สำคัญทรัพยากรทุกอย่างรวมถึงลูกธนูสตาร์เบิสต์นี่ก็เป็นของพวกเขา ทีมแม่นธนูของเธอมีหน้าที่เพียงแค่สนับสนุนด้านกำลัง ดังนั้นคำร้องขอของโอรสสวรรค์จึงไม่อาจปฏิเสธ
“จ้าวฮวา เธอมาแทนเขา” หยางม่านลี่จำใจต้องให้หานเซินกลับเข้ากลุ่ม และเลือกอีกคนออกมาแทน
โอรสสวรรค์จ้องมองหานเซินที่เดินกลับไปด้วยใบหน้าเย็นชา แต่สายตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“พี่เซินสารภาพมาเถอะ นายเป็นลูกเมียรองของเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่พ่อไม่สนใจปล่อยให้เมียหลวงรังแกรึเปล่า เกือบมีโอกาสได้ใช้ลูกธนูสตาร์เบิสต์ตั้งยี่สิบดอกก็โดนดับฝันดื้อ ๆ ซะงั้น โอกาสลุ้นวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์หายเกลี้ยงเลย!” ซูเสี่ยวเฉียวพ่นลมหายใจด้วยความเสียดาย
“ช่างมันเถอะ” หานเซินยักไหล่ ถึงจะเสียดายที่ไม่ได้ใช้ลูกธนูสตาร์เบิสต์ แต่ในกระบอกใส่ลูกธนูของเขามีลูกธนูที่ดีกว่าสตาร์เบิสต์อยู่หนึ่งดอก ซึ่งนั่นเท่ากับว่าเขายังมีโอกาสในการฆ่าสัตว์อสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์
ขณะนี้เหล่านักธนูจากทั้งทีมแม่นธนูของฉินเซวียนและคนฝั่งโอรสสวรรค์กระจายกำลังอยู่บนยอดผาทั้งสองด้าน ทุกคนต่างหาที่กำบังและเตรียมความพร้อม คันธนูประจำตัวถูกเอาออกมาแล้วขึ้นสาย สองมือจับคันธนูและดึงสายเพื่อกะระยะ ลูกธนูที่ดีที่สุดถูกเสียบรอไว้ ที่เหลือก็เพียงแค่รอให้สัตว์อสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์ถูกต้อนขึ้นมาจนอยู่ในระยะหวังผล
หานเซินและซูเสี่ยวเฉียวเองก็เช่นกัน ทั้งสองเลือกหาจุดที่ดีที่สุด มองได้ชัดที่สุดจุดหนึ่งเพื่อนั่งปักหลักและเตรียมตัว แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ทำอะไร จู่ ๆ โอรสสวรรค์ก็เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับพูดด้วยเสียงเย็นชา “คนไร้ประโยชน์แบบพวกแกมาเกะกะอยู่ตรงนี้ทำไม ไปให้พ้น!”
พูดจบ คนของเขาก็เข้ามาเหวี่ยงร่างสองหนุ่มออกไปด้านหลัง ซูเสี่ยวเฉียวโกรธจัดจ้องหน้าคนพวกนั้นอย่างเอาเรื่อง
หานเซินที่เจอเรื่องแบบนี้มาจนชินชา เข้าไปรั้งตัวเพื่อนไว้พลางกระซิบปลอบ “ยืนตรงไหนก็เหมือนกันแหละ ไปหาที่ใหม่เถอะ”
ซูเสี่ยวเฉียวมีอาการฮึดฮัดแต่ก็ยอมเดินตามแรงลากของหานเซินไป เมื่อพ้นจากกลุ่มคนอันธพาลเขาก็เตะหินพลางถามด้วยความโมโห
“ฮึ่ย~ แบบนี้มันดูถูกกันเกินไปแล้ว นายยอมมันได้ยังไงเนี่ย!”
“ใจเย็น พวกนั้นมีอิทธิพล จำนวนก็มีเยอะกว่า ถ้าให้สู้กันซึ่ง ๆ หน้า เรามีกันแค่สองคนจะเอาอะไรไปชนะ ถ้าอยากแก้แค้นใช้วิธีอื่นดีกว่า…
โน่นไง รอให้สัตว์อสูรระดับเลือดศักดิ์สิทธิ์โผล่มาแล้วเราจะยิงมันให้ตาย ถ้าฉันเป็นฝ่ายได้วิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์ ก็คอยดูว่าโอรสสวรรค์จะทำหน้ายังไง” หานเซินพูดพร้อมเผยรอยยิ้มร้าย
“พูดน่ะง่ายแต่ทำไม่ง่ายอย่างพูดน่ะสิ หน้าผานี่สูงตั้งสามสี่ร้อยเมตร ผาอีกฝั่งก็มีคนของโอรสสวรรค์ซุ่มอยู่เต็มไปหมด อีกอย่าง ถ้าอสูรเลือดศักดิ์สิทธิ์นั่นอยู่ห่างจากเราเกินร้อยเมตร แม้แต่ลูกธนูสตาร์เบิสต์ก็เจาะเนื้อมันไม่เข้า ยิ่งพวกเราไม่มีลูกธนูดี ๆ กับเขาเลยแบบนี้ จะไปทำอะไรมันได้ เฮ้อ~ งานนี้เราสองคนมาเป็นแค่ตัวประกอบต๊อกต๋อยเท่านั้นแหละ” ซูเสี่ยวเฉียวสีหน้าขมขื่น พูดไปก็จะร้องไห้
จู่ ๆ หานเซินก็สะกิดใจในคำพูดของเพื่อนจึงถามกลับ “ไม่ใช่ว่าบ้านนายรวยหรอกเหรอ ทำไมไม่ซื้อลูกธนูสตาร์เบิสต์มาใช้บ้างล่ะ?”
“ไอ้ซื้อน่ะซื้อได้ แต่ฝีมืออย่างฉันมันใช้ไม่คุ้มน่ะสิ ลูกธนูดอกละแสน ใช้ยิงสักเจ็ดแปดดอกก็หมดไปเกือบล้านแล้ว เก็บมาใช้ใหม่ก็ไม่ได้ แถมถึงยิงอสูรกลายพันธุ์ ถ้าไม่โดนจุดสำคัญก็ไม่มีประโยชน์อีก แบบนั้นฉันเอาเงินล้านไปซื้อเนื้ออสูรกลายพันธุ์มากินเลยไม่ดีกว่าเหรอ” ซูเสี่ยวเฉียวตอบ ก่อนจะพูดเสริมด้วยเสียงที่เบาลง “จะบอกอะไรให้ ตอนนี้ราคาโลหะ Z สูงมากกกกก~ แต่โอรสสวรรค์เป็นทายาทของสตาร์ยูนิเวิร์สกรุปเลยไม่สะเทือน สตาร์ยูนิเวิร์สน่ะมีเหมืองโลหะ Z ของตัวเอง การผลิตอาวุธโลหะ Z สำหรับเขาเลยแทบจะไม่ต้องเสียอะไรสักอย่าง อย่างลูกธนูสตาร์เบิสต์ที่มีโลหะ Z แค่เปอร์เซ็นต์เดียวเนี่ย จริง ๆ ถ้านับแค่ต้นทุนก็ตกดอกละหมื่นสองหมื่นเท่านั้นแหละ”
หานเซินตกใจ “ทำกำไรมหาศาลขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“อื้ม ยิ่งกว่านั้นนะ นายทุนทั้งหลายในอุตสาหกรรมนี้เขารวมหัวกันผูกขาดเหมืองโลหะ Z ไว้หมดทั้งสหพันธ์ดวงดาวแล้ว จะกำหนดราคาสูงต่ำเท่าไหร่ก็ได้ แถมตอนนี้เทคโนโลยีในการผลิตโลหะ Z ก็ยังไปไม่ถึงไหน ทุกวันนี้จะผลิตโลหะผสมที่มีโลหะ Z มากกว่าห้าเปอร์เซ็นต์ทำได้ยากมาก เพราะถ้าไม่ใช้กระบวนการพิเศษหรือผลิตไม่ดี การมีโลหะ Z เกินห้าเปอร์เซ็นต์จะทำให้โลหะผสมที่ได้แข็งจนเปราะเหมือนแก้ว เอาไปทำอาวุธอะไรแทบไม่ได้เลย” ซูเสี่ยวเฉียวอธิบายเพิ่มเติมให้หานเซินฟัง
ในระหว่างที่สองหนุ่มกำลังพูดคุยกันอยู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงคำรามกึกก้องดังมาจากตีนผา หานเซินและซูเสี่ยวเฉียวรีบคว้าธนูขึ้นเตรียมพร้อมแล้วมองลงไปข้างล่างทันที
.
.
.