ตอนที่ 297 : ระบบทำได้ดีมาก
ทันใดนี้เองที่แสงสว่างเจือจางได้ปรากฏบริเวณแหวนมิติของเฉินโม่
พริบตาถัดจากนั้นผลึกวิญญาณภายในจึงเลือนหาย
“หายไปแล้ว?” เฉินโม่ชะงักไปครู่
“ให้ข้าดูหน่อย!” เฉินอี้อี้เผยความตื่นเต้นถอดแหวนมิติออกจากมือพี่ชาย
ขณะเดียวกันก็ใส่พลังจิตเข้าไปตรวจสอบ
“สินค้าที่ซื้อปรากฏในแหวนมิติแล้ว!” เฉินอี้อี้อุทานร้องบอก
“จริงหรือนี่?” เฉินโม่กล่าวถามด้วยความประหลาดใจ
ด้วยเป็นเจ้าของแหวนมิติ เขาถึงกับไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
“ดูด้วยตัวท่านเองสิ” เฉินอี้อี้โยนแหวนมิติกลับคืนให้เฉินโม่พร้อมทำรายการซื้อส่วนของตัวนางเอง
แน่นอนว่าครั้นได้ยินเสียงของระบบดังขึ้นภายในใจ นางชะงักไปครู่
เฉินโม่มองดูสินค้าที่ปรากฏในแหวนมิติ ถัดจากนั้นจึงมองผลึกวิญญาณที่หายไปไม่ใช่น้อย ในใจของเขาตอนนี้แตกตื่นกับสิ่งที่เจอมาก
ขณะเดียวกันเขาพลันได้กลิ่นหอมที่ลอยฟุ้งในอากาศ
“กลิ่นอะไรกัน?” เฉินอี้อี้สูดดมพลางกล่าวถาม
“ทางนั้น” เฉินโม่ชี้ไปยังลั่วฉวนที่อยู่ใกล้เคียงด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
“ไม่นะ...” เฉินอี้อี้เผยดวงตาเบิกกว้าง
ทั้งสองพบเห็นอะไร?
เถ้าแก่กำลังทำอาหาร?!
พอเห็นแบบนั้น ทั้งสองจึงค่อยๆเดินเข้ามาทางลั่วฉวน
“ซื้อเรียบร้อยแล้ว?” ลั่วฉวนกล่าวถามพลางมองคนทั้งสองที่เดินมา
“เรียบร้อย” เฉินโม่รับคำ
“สินค้าภายในร้านมีสรรพคุณเหมือนที่กล่าวไว้ เผื่อพวกเจ้าไม่เชื่อ” ลั่วฉวนกล่าวบอก
“อะแฮ่ม พวกเราหรือจะไม่เชื่อเถ้าแก่?” เฉินโม่เผยยิ้มเก้ๆกังๆ
ตัวเขาไม่คิดมีข้อสงสัยหลังจากได้พบประสบกับตนเองมาแล้ว
สิ่งที่ทำเขาเชื่อใจได้ก็เพียงเพราะโคล่าหนึ่งขวด!
อาการบาดเจ็บก่อนหน้านี้จากผลสะท้อนกลับ แค่ดื่มโคล่าไปหนึ่งขวด ผ่านไปไม่กี่ชั่วลมหายใจมันก็ฟื้นคืนหายกลับดีแล้ว!
หากไม่เจอด้วยตนเอง เฉินโม่คงไม่มีทางเชื่อถึงความวิเศษของโคล่าที่ราคาเพียงสิบผลึกวิญญาณ!
ลั่วฉวนหยุดพูด แล้วหันไปสนใจเรื่องปรุงวิหคเกล็ดแก้วเจ็ดสีที่อยู่ตรงหน้า
ขั้นตอนแรกคือใช้ใบบัวห่อตัววิหคที่ย่างหนังจนเป็นสีทองอร่ามแล้ว
ขณะนี้ความร้อนกำลังได้ที่
ไขมันจำนวนมากเริ่มเผยผ่านหนังของวิหคเกล็ดแก้วเจ็ดสีภายใต้เปลวเพลิงร้อนแรงแผดเผา
กลิ่นหอมลอยฟุ้งในอากาศ
ดวงตาเฉินอี้อี้จ้องมองอย่างไม่อาจละสายตา
กลิ่นหอมอะไรเพียงนี้!
นางรู้สึกหิวท้องกิ่ว กลิ่นหอมรุนแรงแบบนี้กำลังทำให้นางหิวมากๆ
เฉินโม่ที่อยู่ข้างๆก็ไม่ได้ต่างไปกว่าเฉินอี้อี้มากนัก
พวกเขาถูกฝูงสัตว์อสูรไล่ตามมาก่อนหน้า เรียกได้ว่าแทบไม่มีเวลาให้พัก
หากไม่ใช่เพราะลั่วฉวนปรากฏตัว เช่นนั้นก็เกรงว่าจะต้องใช้ไพ่ลับออกไปอย่างเสียมิได้แล้ว...
“ความร้อนกำลังดี”
ลั่วฉวนนำวิหคเกล็ดแก้วเจ็ดสีออกมาพร้อมนำใบบัวที่ระบบหามาให้ออกมาเตรียมห่อ
ใบบัวนี้งดงาม มันราวกับแพรไหมที่เผยแสงสุกสว่าง
เฉินโม่และเฉินอี้อี้ยังคงมองทางด้านวิหคเกล็ดแก้วเจ็ดสี ทว่ายามเมื่อลั่วฉวนนำเอาใบบัวออกมา ดวงตาคนทั้งสองพลันต้องจับจ้อง
“บัวเบิกสวรรค์?!”
เฉินโม่สูดลมหายใจเข้าลึกรัวเร็วพร้อมใจเต้นแรง
บัวเบิกสวรรค์คือพืชที่มีความพิเศษอย่างยิ่ง
สรรพคุณนั้นเหมือนกับชื่อ มันจะช่วยให้สื่อสารกับโลกและเพิ่มอัตราความสำเร็จในการลอบเร้นหาความลับแห่งสวรรค์ได้
เท่าที่เฉินโม่ทราบ ผู้อาวุโสของตำหนักจักรกลสวรรค์ก็มีการปลูกบัวเบิกสวรรค์เอาไว้
มันได้รับการดูแลดีเสียยิ่งกว่าเหล่าศิษย์สายตรง
กระนั้นเวลานี้พืชพรรณอันล้ำค่าถูกนำมาทำเป็นอาหาร?!
เฉินโม่รู้สึกเจ็บในอกอย่างประหลาด...
บัวเบิกสวรรค์?
ลั่วฉวนเผยความแปลกใจ
แม้ไม่ทราบว่าคืออะไร แต่จากนามแล้วคงไม่ธรรมดา
ระบบทำได้ดีมาก
ในใจเพียงคิดเช่นนี้ ทว่าการทำอาหารนั้นลั่วฉวนไม่ได้ช้าลงแม้แต่น้อย
อย่างไรแล้วที่ครัวของร้านต้นตำรับก็มีวัตถุดิบมากมายที่ระบบจัดหามา ของเหล่านั้นก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าบัวเบิกสวรรค์นี้อยู่แล้ว
และลั่วฉวนก็ใช้ของเหล่านั้นทำอาหารทุกวี่วัน...
ตอนที่ 298 : ร่างกายที่สัตย์ซื่อ
ขณะเดียวกันนี้ ลั่วฉวนจึงนำเอาเหยือกน้ำผึ้งออกมาตระเตรียมทาที่ตัววิหคเกล็ดแก้วเจ็ดสี
ภายในตัวน้ำผึ้ง มันมีจุดประกายแสงสีม่วงส่องสว่างเผยให้เห็น
“น้ำผึ้งเมฆาสีม่วง?!” เฉินโม่อุทานออกอีกครั้ง
เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมาแล้ว
น้ำผึ้งเมฆาสีม่วง มันเป็นสิ่งที่ได้รับจากผึ้งวิญญาณที่มีค่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าบัวเบิกสวรรค์แม้แต่น้อย
สรรพคุณของมันคือเสริมโอกาสการข้ามผ่านทัณฑ์สายฟ้า!
ขณะนี้ถูกนำมาใช้เป็นอาหาร ถือเป็นการทำร้ายจิตใจผู้พบเห็นอย่างร้ายแรง!
ทางด้านเฉินอี้อี้ขณะนี้ก็อ้าปากกว้าง จับจ้องราวกับตกอยู่ในภวังค์...
พบเห็นลั่วฉวนนำของล้ำค่าทั้งหลายออกมา เฉินโม่ขณะนี้เกิดความคิดโลดแล่นรวดเร็ว
แปลกเกินไปแล้ว!
ผู้อาวุโสท่านนี้แรกกล่าวว่าเป็นเถ้าแก่ แต่ขณะนี้กลับนำเอาของล้ำค่าออกมาหลากหลาย ทั้งยังทำอาหารอย่างชำนาญ...
แม้ลั่วฉวนกล่าวว่าเป็นพ่อครัวมือหนึ่งเฉินโม่ก็เชื่อ!
เวลาไหลผ่านรวดเร็ว กลิ่นหอมฟุ้งในอากาศยิ่งเข้มข้น
“เกือบจะได้แล้ว” ลั่วฉวนกล่าวกระซิบ
เขาส่งฝ่ามือออกไป ความร้อนเลือนหาย วิหคเกล็ดแก้วเจ็ดสีที่ปกคลุมด้วยใบบัวเบิกสวรรค์ปรากฏในมือ
ทั้งเฉินโม่และเฉินอี้อี้ต่างต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่
กลิ่นหอมหวนเกินไปแล้ว!
ลั่วฉวนฉีกใบบัวที่ห่อไว้ออก วิหคเกล็ดแก้วเจ็ดสีที่อยู่ภายในค่อยเผยสีสันที่แท้จริงออกมาให้เห็น
ผิวหนังเป็นสีเหลืองถูกย่างอย่างสวยงามเป็นประกาย ไขมันยังมีให้เห็นอย่างพอเหมาะชวนลิ้มลอง ทั้งนี้มันยังประกอบด้วยออร่าแห่งฟ้าดินอย่างหนาแน่น!
เหล่านี้เป็นสรรพคุณของบัวเบิกสวรรค์และน้ำผึ้งเมฆาสีม่วง!
โครก~
เสียงประหลาดพลันดังขึ้น
สีหน้าคนทั้งสองแดงก่ำอย่างรู้สึกอับอาย
คิดไปครู่ ลั่วฉวนจึงแบ่งวิหคเกล็ดแก้วเจ็ดสีครึ่งหนึ่งให้คนทั้งสอง
“เถ้าแก่ให้พวกเราหรือ?” เฉินโม่กล่าวถามอย่างไม่นึกเชื่อ
เฉินอี้อี้รับไว้ด้วยความตื่นเต้นยินดีและไม่ลืมเลือนที่จะกล่าวคำหวาน “ขอบคุณเถ้าแก่!”
เฉินโม่ถึงกับพูดกล่าวไม่ออกไปชั่วขณะ
น้องหญิงจะทำแบบนี้ไม่ได้!
ผู้อื่นมอบของล้ำค่าเช่นนี้ให้แต่รับไว้ง่ายดายงั้นหรือ?
แม้ในใจคิดเช่นนั้น ทว่าร่างกายกลับซื่อตรง
“พี่ชายลองชิมดู!” เฉินอี้อี้ฉีกเนื้อวิหคเกล็ดแก้วเจ็ดสีส่งให้เฉินโม่
เฉินโม่รับไว้ก่อนจะนำเข้าปาก
เพียงเคี้ยวเล็กน้อย กลิ่นหอมก็ฟุ้งกระจายเต็มปาก
พร้อมกันนี้เขายังรับรู้ได้ถึงออร่าอันชวนสดชื่นที่เป็นเอกลักษณ์ของบัวเบิกสวรรค์
หนังวิหคเกล็ดแก้วกรอบและหวานได้ที่ กลิ่นน้ำผึ้งเมฆาสีม่วงก็หอมหวาน
เฉินโม่รู้สึกราวกับตนเองได้ไปโบยบินท่ามกลางหมู่เมฆ...
ลั่วฉวนกัดเข้าไปพร้อมถอนหายใจอยู่ภายใจ
หากเทียบกับที่เหยาซือหยานทำ ถือว่าเลวร้ายกว่ามาก!
ช่างมัน กินเพื่ออยู่
เขาไม่รู้เลยว่าเหยาซือหยานจะกลับมาเมื่อใด...
บรรยากาศรอบด้านเวลานี้เต็มไปด้วยกลิ่นหอมฟุ้งลอยตามสายลม
ไม่ไกลห่าง เสียงร้องคำรามก็ดังให้ได้ยิน
เฉินโม่เผยสีหน้าแปรเปลี่ยน “เถ้าแก่! กลิ่นนี้ดึงดูดสัตว์อสูรใกล้เคียงมา!”
ทั้งสองถึงกับลืมเลือนไปกับรสชาติที่เลิศล้ำ ขณะนี้ได้ยินเสียงร้องคำรามของสัตว์อสูรจึงค่อยได้สติกันขึ้นมา
ลั่วฉวนเผยสีหน้าเรียบเฉย “ไม่เป็นไร มาก็ฆ่า แค่นั้นเอง”
แม้น้ำเสียงนี้เรียบเฉย ทว่ามันแฝงไว้ซึ่งความมั่นใจเกินจะหยั่งได้ถึง
เฉินโม่ถึงกับชะงัก
เขาเพิ่งจดจำได้ ว่าเถ้าแก่ที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้คือยอดฝีมือที่ตัดกรรมขาดจากโลกผู้หนึ่ง...
“ว่าไปแล้ว นี่มอบให้เจ้า” ลั่วฉวนโยนสิ่งหนึ่งให้แก่เฉินโม่
เฉินโม่รับไว้อย่างไม่ทันรู้ตัว
พบเห็นว่าเป็นอะไร สีหน้านั้นต้องเผยความประหลาดใจ
เป็นขนหางของวิหคเกล็ดแก้วเจ็ดสี!