อสูรรัตติกาล

    บทที่ 55 พี่สาว

    บทที่ 55 พี่สาว


    "พี่หยู่ ท่านดูยังไม่แก่ แถมดูอ่อนเยาว์พอๆกับท่านแม่ข้าด้วย ความสวยก็พอๆกัน แต่แม่ข้าอาจจะสวยกว่า นอกจากนี้​ข้ารู้สึก​ผูกพัน​กับท่านมาก ข้ารู้สึก​ว่าท่านเป็นพี่สาวข้าคนหนึ่ง"



    เฉิงซินกล่าวด้วยใบหน้าอันใสซื่อ จากนั้น​นางเอียงคออย่างน่ารักน่าชัง​



    "ท่านไม่ต้องการ​ให้ข้าเรียกว่าพี่หยู่งั้นหรอคะ?"



    เฉิงซินมองเฉิงหยู่ด้วยดวงตาใสบริสุทธิ์​ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าเฉิงหยู่ได้กลายเป็น​อาจารย์​ส่วนตัว​ของนางกับพี่ชาย แต่หลังจาก​ได้ใกล้ชิดและสนทนา​พักนึง นางชื่นชอบ​เฉิงหยู่มากยิ่งขึ้น​เสมือนเป็นพี่สาวของนางไปเรียบร้อยแล้ว


    "ใครว่าไม่ชอบละ"


    เฉิงหยู่ยิ้มและสุขใจ​มาก


    แม้ว่าความสัมพันธ์​เมื่อก่อนระหว่าง​นางกับครอบครัว​เฉิงม่อจะดีมากเสมือนเป็นญาติพี่น้อง​ แต่ตอนนั้นเฉิงซินยังเด็กมากจึงยังไม่ประสีประสา​อะไร แต่ตอนนี้เด็กสาวได้เปิดใจและยอมรับตัวตนนางให้กลายเป็นพี่สาว


    "จากนี้พวกเราสองพี่น้อง​ขอฝากเนื้อฝากตัว​ด้วยพี่สาวหยู่"


    เฉิงมู่พูดด้วยรอยยิ้ม​ หลังจาก​ที่คุยกันมาสักพัก​ มันยอมรับเฉิงหยู่เป็นพี่สาวอย่างเต็มใจ มันไม่มีการขัดข้องและตะขิดตะขวง​ใจเลยสักนิด


    ตั้งแต่​ที่เฉิงม่อพูดคุยกับเฉิงหยู่ด้วยความเป็นกันเอง เฉิงมู่ก็รู้แล้วว่าเฉิงหยู่ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร นางนิสัยดีและเป็นกันเองอย่างมาก ส่วนการแสดงออกกับผู้นำสาขา เพราะนางต้องวางตัวให้ทุกคนยำเกรงในฐานะผู้อาวุโส​แห่งตระกูล​หลัก ประกอบกับเรื่องที่นางสืบรู้มาจากผู้นำสาขาว่าเคยทำอะไรกับเฉิงม่อไว้บ้าง นางจึงไม่มีความจำเป็นต้องเกรงใจ​ผู้นำสาขาอีก


    ในเวลานี้​เฉิงหยู่ดีใจและมีความสุข​ ตั้งแต่​ที่ครอบครัว​เสียชีวิต​หมด ชีวิต​ของนางอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด ตอนนี้นอกจาก​เฉิงม่อที่นางเคารพนับถือ​เหมือนญาติผู้ใหญ่​ วันนี้นางมีน้องสาวกับน้องชายเพิ่มขึ้น​เรียบร้อย


    "ตอนนี้เราอยู่กันสามคน พวกเจ้าเรียกข้าว่าพี่หยู่ได้ตามสบาย แต่ถ้าอยู่ที่ตระกูลหลัก พวกเจ้าต้องเรียกข้าว่าอาจารย์นะ ไม่งั้นคนอื่นจะสงสัยเอาได้ว่าเราสนิทสนม​กัน ให้เรียกข้าพี่หยู่เฉพาะที่อยู่ด้วยกันสามคนเท่านั้น"


    เฉิงหยู่กล่าวอย่างกระอักกระอ่วม เพราะใจจริงนางอยากให้สองพี่น้องเรียกชื่อของพี่สาวตลอดด้วยซ้ำ


    "ได้คะ พี่หยู่ ข้าฝันอยากมีพี่สาวมานานแล้ว ในที่สุด​วันนี้ข้าก็สมหวัง"


    เฉิงซินกอดพี่สาวอย่างรวดเร็ว​ ในที่สุด​นางมีทั้งพี่ชายและพี่สาวเรียบร้อย


    เฉิงหยู่ลูบหัวเฉิงซินอย่างอ่อนโยน​


    เฉิงมู่มองดู​ฉากนี้ด้วยรอยยิ้ม​


    เฉิงหยู่กลายเป็น​พี่สาวใหญ่ เฉิงมู่เป็นพี่ชายคนกลาง เฉิงซินน้องสาวคนเล็กสุด


    ครอบครัว​สามพี่น้อง​กำเนิด!


    "งั้นพวกเราทั้งสามคน สามพี่น้องเดินทางมุ่งหน้า​สู่ตระกูลหลักกันเลย"


    เฉิงซินใช้มือซ้ายจับมือเฉิงหมู่ มือขวาของนางจับมือเฉิงหยู่แล้วชูขึ้น


    เด็กสาวดีใจและมีความสุขเต็มที่​


    "นี้เราไม่ได้ไปเพื่อเที่ยวเล่นกันนะ"


    เฉิงมู่คิดในใจแต่ก็ไม่ได้กล่าวขึ้นมา เพื่อขัดความสุขน้องสาวแต่อย่างใด​


    ...


    ณ.ทางเข้าเมืองทองอร่าม


    กำแพงถูกสร้างด้วยวัสดุ​ชั้นดีและเคลือบทองเสริมเข้าไปอีกชั้น เสากำแพงแต่ละต้นประดับด้วยอัญมณี​หรูหรา​ ทั้งเมืองช่างงดงามอลังการ!


    ฮี้ๆๆ


    เสียงม้าร้องส่งเป็นสัญญาณ​ว่าถึงแล้ว


    รถม้าหนึ่งคันจอดตรงหน้าประตูเมือง สองสาว หนึ่งหนุ่ม​ก้าวลงจากรถม้า


    ทั้งสามแต่งตัวลักษณะ​แตกต่าง​กัน


    เด็กสาวเบิกตาโตและปากกว้าง เด็กชายเก็บอาการไม่ค่อยแสดงออก​ หญิงสาว​ที่อาวุโส​สุดในกลุ่มยืนสงบนิ่ง​


    "ใหญ่จัง!"


    คำพูดสองพยางค์​กล่าวออกมาจากปากเด็กสาวโดยไม่รู้ตัว​ นางเพิ่งเคยเห็นเมืองใหญ่ขนาดนี้เป็นครั้งแรก


    "สวยมาก ยิ่งใหญ่​อะไรแบบนี้..."


    เด็กสาวกล่าวชื่นชม​ไม่หยุด คำต่อมาลื่นไหล​ออกมาต่อเนื่อง​ ทุกคำล้วนเป็นการยกย่องชมเชย​เมืองใหญ่นี้


    แม้ระหว่าง​การที่เดินทางมา เฉิงซินเห็นเมืองหลายเมืองผ่านตาก็ไม่สามารถ​นำมาเทียบเมืองแห่งนี้ได้


    ช่างแตกต่าง​ยิ่งนัก!


    "เฉิงซิน!"


    ในที่สุด​เด็กชายต้องเอามือแตะบ่าของเด็กสาวและเอ่ยเรียกนามออกมา


    เสียงพี่ชายข้างกายปลุกสติเฉิงซิน


    เฉิงหยู่เข้าใจดี สำหรับคนใหม่ที่เพิ่งเคยเดินทาง​มาเยือนเมืองแห่งนี้ครั้งแรกจะต้องตกตะลึง มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร


    แม้ว่าสองพี่น้อง​จะเคยอาศัย​อยู่ใน​เมืองแห่งนี้มาก่อน แต่นั่นมันนานมากแล้ว ตอนนั้น​ทั้งสองยังเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาที่ไม่รู้ความ​จึงไม่มีทางจำได้แน่


    ตระกูล​หลักเฉิงตั้งอยู่ด้านในสุดของเมือง พวกเขาต้องผ่านประตูเมืองและเดินทางเข้าสู่ภายในตัวเมือง


    "เอาละ เราเข้าในเมืองกันเถอะ"


    หลังสองพี่น้อง​ชมความยิ่งใหญ่​นอกตัวเมืองเสร็จแล้ว เฉิงหยู่เปิดปาก


    ทั้งสามกลับขึ้นสู่รถม้าอีกครั้ง


    เมื่อทหารยามมองเห็น​สัญลักษณ์​ตราประจำตระกูล​ที่สลักบนรถม้า


    ประตู​เมืองบานใหญ่เปิดออก


    รถม้าแล่นเข้าสู่​เมืองอย่างง่ายดาย​


    ด้านข้างของประตู​เมือง มีประตู​เมืองบานเล็กสำหรับบุคคลภายนอก ทั้งพ่อค้าหาบเร่ คาราวาน​ นักเดินทาง นักล่าสัตว์​ ทหารรับจ้าง​ บุคคลต่างถิ่นต้องถูกตรวจสอบ​อย่างละเอียด​และมีการจ่ายภาษีก่อนเข้าเมืองทุกครั้ง


    "ทำไมพวกนั้นทะเลาะกัน?"


    เฉิงซินสังเกตเห็น​คนต่างถิ่น​เหมือนมีอาการไม่พอใจอะไรสัก​อย่าง​และโต้เถียงกันกับทหารยามหน้าประตูเมือง


    "มันเป็นเรื่องปกติน่ะ ตั้งแต่ที่ผู้นำตระกูล​ปัจจุบันขึ้นครองตำแหน่ง ภาษีทุกอย่างจึงเพิ่มขึ้นเกือบตลอดทุกปี ทำให้ทุกคนไม่พอใจมาก แล้วเพิ่งมีการปรับเพิ่มภาษีล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ด้วย ยิ่งทำให้คนไม่พอใจมากกว่าเดิม"


    เฉิงหยู่อธิบายด้วยความขุ่นเคือง​


    หากสถานการณ์ยังคง​เป็นเช่นนี้ต่อไป​ ในไม่ช้า​บ้านเมือง​ต้องย่ำแย่ลงแน่นอน​ คนนอกไม่อยากเข้ามา คนในก็อยู่อย่างยากลำบากและแล้งแค้นยิ่งขึ้น


    สองพี่น้อง​เข้าใจ​ขึ้นมาทันที