ย้อนกลับไม่ได้อีกแล้ว (再也回不去了)

    บทที่ 3 — จุดที่ฉันเริ่มหายไป

    ลี่ฮวาวางเอกสารชุดหนึ่งลงตรงหน้า สีหน้าเรียบเฉย ไม่มีแววลังเล ไม่แม้แต่จะสบตา
    มันคือ... สัญญาซื้อขายหุ้น

    ฉันอ่านมันช้า ๆ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าคืออะไร —
    เธอ๻้๪๫๷า๹ให้ฉันขายหุ้น 20% ให้เว่ยเฉิน
    โดยเหลือไว้เพียง 10% สำหรับตัวเอง

    ...แต่ความจริงคือ
    ฉันโอนมันให้เธอไปทั้งหมดแล้วในวันรุ่งขึ้น

    เพราะสำหรับฉัน—
    ความฝันของเรา สำคัญกว่าการถือครองอะไรในนาม
    แม้ความฝันนั้น... จะไม่มีที่ยืนสำหรับฉันอีกแล้ว

    การประชุมครั้งถัดไป เว่ยเฉินนั่งเก้าอี้หัวโต๊ะ
    ตรงนั้นเคยเป็๲ที่ของฉัน

    แต่ลี่ฮวากลับนั่งข้างเขา
    หัวเราะเบา ๆ กับไอเดียที่ดูดิบเถื่อนแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจของเขา

    “การใช้พลังงานแสงอาทิตย์แบบเคลื่อนที่ ควรจะบุกตลาดชนบทก่อนเมืองหลวง”
    ฉันเสนอแผนที่เคยร่างร่วมกันในคืนที่เธอนอนไม่หลับ

    แต่ทีมของเว่ยเฉินสวนทันควัน

    “ล้าสมัยเกินไป ตลาดเปลี่ยนแล้ว”
    “ไม่มีใครสนใจชนบทหรอกครับ สื่อไม่เล่นด้วย”
    “โครงการแบบนี้เคยเจ๊งไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน”

    เสียงหัวเราะเล็ก ๆ ดังมาจากฝั่งนั้น...
    และเธอ—
    พยักหน้าให้พวกเขา

    ไม่ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา
    เธอไม่เคยพยักหน้าให้ฉันอีกเลย

    งานเลี้ยงครบรอบ 5 ปีของลี่ฮวา กรุ๊ป

    เธอสวมเดรสสีดำเรียบหรู ทรงผมรวบอย่างสง่างาม
    ฉันยืนอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง มองเธอเดินเคียงข้างเว่ยเฉิน
    แขนของเขาวางอยู่บนหลังเธอ ราวกับภาพที่ทุกคนชินตา

    เสียงกระซิบดังรอบทิศ ผู้คนพากันจับตา
    ...แต่ไม่มีใครมองฉัน

    แม้แต่พิธีกรก็กล่าวว่า

    “ขอต้อนรับสองผู้บริหารที่ทรงอิทธิพลที่สุดของลี่ฮวา กรุ๊ป...
    คุณลี่ฮวาและคุณเว่ยเฉิน”

    ไม่มีชื่อฉัน
    ไม่มีตำแหน่ง
    ไม่มีแม้แต่คำว่า “อดีตผู้ก่อตั้ง”

    ที่บ้าน... ก็ไม่ต่างกัน

    เธอกลับบ้านพร้อมกลิ่นน้ำหอมของคนอื่น
    เริ่มวางโทรศัพท์คว่ำหน้า
    เริ่มพูดว่า “วันนี้เหนื่อย... ไม่อยากคุย”

    และเมื่อฉันวางอาหารที่ตั้งใจทำลงตรงหน้า
    เธอกล่าวเพียง...

    “ฉันกินมาแล้วกับเว่ยเฉิน”

    ฉันไม่เคยทำอะไรผิด
    ไม่เคยนอกใจ
    ไม่เคยโกหก
    ไม่เคยล้มเหลวในหน้าที่ของสามี

    แต่ไม่ว่าอย่างไร...
    ฉันก็ถูกเพิกเฉย เหมือนตัวตนของฉัน
    กำลังถูกกลบฝังอย่างช้า ๆ

    เหมือนเธอ... อยากลบชื่อ “เหยียนอี้เฉิง” ออกไปจากชีวิต
    ทั้งในบ้าน และในบริษัท

    แม้แต่ในงานสังคมที่ควรจะเดินเคียงกัน
    ฉันกลับยืนมองจากมุมไกล เห็นเธอจับแขนเว่ยเฉิน
    ถ่ายภาพกับสื่อ ยิ้มให้กันอย่างคู่รักที่เหมาะสมที่สุด

    ไม่มีใครรู้ว่า...
    ฉันคือสามีของเธอ
    ไม่มีใครรู้ว่า...
    ฉันคือผู้ชายที่เคยเช็ดน้ำตาให้เธอ ในวันที่เธอไม่มีใคร

    และยิ่งฉันเงียบ...
    โลกก็ยิ่งผลักฉันออกไป...
    ไกลขึ้น... ทุกที