บทที่ 22 คุยแชตคิวคิว
หลี่เฟิงชินชากับบรรยากาศเช่นนี้แล้ว เขานั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แล้วเปิดคอมพิวเตอร์พร้อมทั้งล้วงเอาบุหรี่ขึ้นมาสูบในขณะที่นั่งรอให้คอมพิวเตอร์ทำงาน
เมื่อคอมพิวเตอร์เข้าสู่ระบบปฏิบัติการได้แล้วหลี่เฟิงก็เปิดคิวคิวและล็อกอินเข้าสู่ระบบทันที
ปกติหลี่เฟิงไม่ค่อยเล่นแชตออนไลน์เท่าไรนัก แต่เมื่อครู่ที่เขาช่วยชีวิตสาวน่ารักคนหนึ่งไว้ เธอได้ขอเบอร์โทรศัพท์และไอดีคิวคิวของเขา หลี่เฟิงจึงนึกอยากเข้ามาดูคิวคิวของตัวเองบ้าง ซึ่งเป็ไอดีที่เขาสมัครหลังจากกลับมาที่ประเทศ
แน่นอนว่าหลี่เฟิงไม่ได้สมัครคิวคิวไว้เพื่อแชตแต่เป็เพราะว่าครั้งหนึ่งเขากำลังดูเว็บหนังผู้ใหญ่ญี่ปุ่น ผู้ดูแลเว็บได้แชร์กลุ่มคุยคิวคิวบอกว่าในกลุ่มเขาได้แชร์เนื้อหาข้อมูลไว้มากมาย เขาเกิดความสนใจขึ้นมาจึงได้ทำการสมัครคิวคิวไว้
เพิ่งล็อกอินได้ไม่นาน หลี่เฟิงก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนคำขอเป็เพื่อนเด้งขึ้น เมื่อเปิดดูปรากฏว่าเป็คนที่ชื่อ ‘ฉันน่ารักนะ’ ส่งคำขอเป็เพื่อนเข้ามา
หลี่เฟิงมั่นใจได้ทันทีว่าต้องเป็สาวน้อยฉินเสี่ยวแน่นอนเพราะชื่อนี้เหมาะกับน่าตาที่น่ารักของเธอมาก
เมื่อหลี่เฟิงกดรับคำขอเป็เพื่อนของ ‘ฉันน่ารักนะ’ แล้ว เขาก็รีบส่งข้อความมาทันที
[หลี่เฟิงใช่ไหม?]
[ใช่แล้ว สาวน้อยผมเอง คุณคิดถึงพี่ชายคนนี้แล้วเหรอ นี่เราเพิ่งแยกกันแป๊ปเดียวเองนะ]
[ใช่แล้ว ฉันคิดถึงคุณจริง ๆ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าล่ะ]
ฉินเสี่ยวพิมพ์บอกอย่างตรงไปตรงมากกว่าเวลาที่พบหน้ากันซะอีก อาจเพราะไม่ต้องเผชิญหน้ากับสายตาของหลี่เฟิงโดยตรงจึงทำให้เธอไม่ต้องรู้สึกประหม่า
[ผมชอบมากเลยที่คุณกล้าพูดตรง ๆ แบบนี้ ชอบเวลาคุณพูดตรง ๆ] ต้องยอมรับว่าหลี่เฟิงช่างเป็คนที่หน้าหนาจริง ๆ
ฉินเสี่ยวเงียบไปไปพักใหญ่ ก่อนจะตอบกลับมา
[คุณไม่ได้อยู่ที่ทำงานเหรอ ทำไมถึงคุยแชตกับฉันได้ เ้านายไม่ว่าคุณเหรอ]
ฉินเสี่ยวพิมพ์เปลี่ยนประเด็นจากเื่นั้น
[ฮ่า ๆ ที่นี่ไม่มีใครมาว่าผมหรอก]
หลี่เฟิงพิมพ์ตอบเธอตามความจริง เพราะประธานบริษัทที่นี่เป็พ่อตาของเขาแถมหัวหน้ายังเป็ภรรยาเขาเอง จะมีใครมาว่าอะไรเขาได้ แม้แต่ภรรยาของเขาพูดเขายังฟังหูซ้ายทะลุหูขวาเลย
[ฟังจากที่คุณพูดดูจะเป็คนสำคัญในบริษัทจังเลยนะ นี่คุณทำงานตำแหน่งอะไร?]
[แค่พนักงานตัวเล็ก ๆ ในแผนกทรัพยากรบุคคลที่ทำงานไปวัน ๆ น่ะ]
[อ้าว ด้วยความสามารถในการพูดของคุณเนี่ย ทำไมถึงเป็ได้แค่พนักงานเล็ก ๆ ล่ะ คุณน่าจะลองคุยกับหัวหน้าคุณนะ ให้เขาได้เห็นความสามารถที่แท้จริงของคุณ]
[ใช่ ผมก็คิดว่ามันเสียความสามารถไปเปล่า ๆ การพูดของผมยังสามารถทำอะไรได้อีกเยอะ ไม่ใช่ควรเอามานั่งบ่นอยู่แบบนี้หรอก]
[ฮ่า ๆ ไม่คุยกับคุณละ พี่สาวฉันเรียกแล้ว]