“พี่โอเปา ช่วยรับผักด้วยเ้าค่ะ” นางเอ่ยอย่างน่ารักเพื่อให้บุรุษช่วยเหลือนาง ซึ่งมันก็ได้ผลดีเพราะบุรุษผู้เป็เสี่ยวเอ้อมากกว่าสามคนต่างยิ้มแย้มและโผเข้ามาช่วยกันยกตะกร้าโดยปล่อยให้เอี้ยะหลิ่งเฟิงนั่งพัก ในการส่งผักที่โรงเตี๊ยมนั้นอาจจะสบายเมื่อมาถึงที่หมาย แต่บางครั้งก็ไม่สบายนักถ้าได้พบกับเ้าของโรงเตี๊ยมอย่างต้วนซานหลี่หรือบุตรสาวอย่างต้วนชิงหลาน
^^ “หลิ่งเฟิงของข้า เดินมาส่งผักเหนื่อยหรือไม่ วันนี้เ้าสนใจอยากได้ต้มปลารสชาติดีไปให้ท่านยายของเ้าชิมรึเปล่า” ต้วนซานหลี่เกี้ยวพาสตรีรุ่นลูกอย่างออกนอกหน้า สตรีงดงาม ยากจน ไม่พ้นต้องรับเข้าเป็อนุในจวนของเขา แน่นอนว่าสตรีทุกคนล้วนอยากอยู่อย่างสุขสบาย ชีวิตในชนบทเช่นนี้หากมีเขาเป็สามี สตรีรุ่นลูกย่อมไม่ลำบากและเอี้ยะหลิ่งเฟิงก็คงไม่แตกต่าง
“…” เอี้ยะหลิ่งเฟิงเงียบฟังและปล่อยให้นายท่านต้วนคุยโม้โอ้อวดไปเช่นนั้น มิใช่ว่านางมิอยากด่าทอ ในทางกลับกันนางอยากด่าแรงๆ แต่เพราะคิดได้ว่าคนรวยอย่างนายท่านต้วนย่อมมิหลาบจำ นางจึงทำเมินเฉยทุกครั้งที่ต้องมาส่งผัก
ต้วนชิงหลานผู้กำลังรอต้มน้ำแกงเพื่อจะนำมันไปฝากให้จางหย่งซื่อยังจวนท่านผู้ว่า บังเอิญเดินออกมาได้ยินเข้า นางถึงกับคราง “ฮึ” เื่ยาปลุกกำหนัดที่เอี้ยะหลิ่งเฟิงทานเข้าไปและเผลอมีสัมพันธ์กับบ่าวชายในจวนผู้ว่า นางยังมิได้บอกกับท่านพ่อของนางเพราะอยากจะรู้ว่า สตรีที่มีมลทินอย่างหลิ่งเฟิงจะถูกบุรุษผู้นั้นเปิดเผยเมื่อใดต่างหาก และถ้าหากวันนั้นมาถึง นางจะหัวเราะเยาะสตรีตรงหน้าที่บังอาจงดงามกว่านาง…ทั้งๆ ที่เป็เพียงสตรียากจนให้หนักๆ “หลิ่งเฟิงมิสนใจท่านพ่อหรอกเ้าค่ะ เพราะนางมีบุรุษในดวงใจแล้ว ข้าว่าอีกไม่นานคนผู้นั้นคงออกมาเปิดเผย หรือถ้าไม่” หัวเราะร่าใส่หน้าสตรีส่งผัก “นางก็คงไม่กล้าออกเรือนไปกับผู้ใดอีกกระมัง”
ต้วนซานหลี่ทำหน้าไม่เข้าใจใส่บุตรสาว แต่ถึงอย่างนั้นตัวเขาก็มิได้สนใจอะไรนอกจากเดินไปจ่ายเบี้ยให้เอี้ยะหลิ่งเฟิงตามราคาที่แจ้ง ความวุ่นวายตรงนั้นมิมีสิ่งใดให้สืบต่อเพราะเ้าของเื่เดินเข็นรถที่มีตะกร้าเปล่าๆ สามใบกลับออกไป
&&&&
ระหว่างทางขากลับเอี้ยะหลิ่งเฟิงคิดไปถึงคำพูดของต้วนชิงหลาน ที่เหมือนกับรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเื่ในคืนนั้น ความเป็ไปได้ที่อีกฝ่ายจะรู้เื่นี้คือหนึ่ง ยาปลุกกำหนัดเป็ของต้วนชิงหลานเพราะสาวใช้ของอีกฝ่ายวิ่งออกมาตามหาชากานั้น สองคือยามที่เกิดเื่ ตัวของต้วนชิงหลานอยู่ในจวนร่วมด้วยและคงบังเอิญรู้เห็น ‘ก็หวังแค่เพียงถ้าต้วนชิงหลานรู้…ภาวนาว่าอย่าให้นางเที่ยวไปบอกใครต่อใคร’ เพราะระหว่างนางและชิงหลานต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างไม่ข้องแวะ ใจหวังให้เื่นี้มันจบไปเสียเร็วๆ ร่างบางเดินกลับบ้านพร้อมกับถุงใส่มูลสัตว์สามถุง แสงแดดยามนี้แรงกล้า พลันนึกไปถึงสวนกว้างของตนเองแล้วก็ได้แต่อ่อนใจ ดีเท่าไหร่ที่พื้นที่สองไร่มิได้ใช้ทำแปลงเกษตรเสียหมด มิเช่นนั้นนางคงหมดแรงั้แ่ยกถังไปรดน้ำผักั้แ่รอบแรก
“อาเฟิง”
เสียงบุรุษคุ้นหูดังมาจากด้านหลัง หากเดาไม่ผิดคงจะเป็บุรุษคนเดิมที่อยากจะเรียกนางเช่นนี้เหมือนท่านยาย ‘พี่หย่งซื่อ’
“มา ข้าช่วยเ้าเข็น” จางหย่งซื่อผู้อยู่ในชุดรัดกุมผูกผมยาวขึ้นเป็หางม้ารีบเดินไปคว้ารถเข็นเอาไว้ เขาก้มมองที่จับแล้วยกยิ้มเมื่อเห็นผ้ารองหนาๆ แล้วเข็นต่อไป ‘ถือว่านางป้องกันตัวได้ดีเพราะอย่างน้อยๆ มือของนางก็จะมิได้หยาบมาก’
“จะมาทำไมเนี่ย” เปรยออกมาเบาๆ อย่างไม่เข้าใจ การมีอยู่ของบุรุษผู้นี้มิใช่สิ่งที่นาง้า
“หืม ว่าอย่างไรนะ”
“พี่มาแถวนี้มีเื่ใดรึเ้าคะ หรือตามท่านผู้ว่ามา”
จางหย่งซื่อเงียบไปเหมือนใช้ความคิด ‘เขามาที่นี่เพราะเหตุใด?’ เขาก็ยังไม่เข้าใจตนเอง แต่ที่แน่ๆ คือเขาไม่อยากอยู่ในจวนเพื่อรับหน้าต้วนชิงหลานที่เดินสวนทางกับเขาไปเมื่อครู่ เส้นทางของอีกฝ่ายมุ่งตรงไปยังจวนผู้ว่า และนางจะไปหาผู้ใดได้หากมิใช่เขา “เดินออกมารับบรรยากาศด้านนอกกับเนี่ยฟงแล้วเจอเ้าโดยบังเอิญ วันนี้เป็วันว่างหากเ้าไม่ว่าอะไรข้าอยากจะไปช่วยเ้าทำสวน"
“ห้ะ!” สตรีหน้าขาวชุ่มเหงื่อหรี่ตามองพี่หย่งซื่อและเนี่ยฟงที่ทำหน้าระอา คล้ายไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่คัดค้าน “ว่างงานแล้วอยากทำสวน ข้าไม่คิดว่าบุรุษจากเมืองหลวงแบบพวกท่านจะบ้าบอจนอยากมาทำงานหนัก”
-_- จางหย่งซื่อไม่เถียง แม้ใจในเฝ้าคิดว่า ข้าพูดอะไรออกไป จากเดิมที่คิดว่าจะไม่เข้าใกล้นางแต่ทำไมเมื่อพบหน้า ร่างกายกลับเดินเข้าหาอย่างห้ามใจไม่ได้ หรือมันเป็เพราะเสี้ยวหนึ่งในจิตใจเผลอคิดไปว่านางเป็สตรีของเขา!! “ไม่ใช่แน่” พึมพำออกมาเสียงทุ้ม
“นั่นอย่างไร เช่นนั้นก็คืนรถเข็นมา แล้วท่านก็กลับไปเสีย” เอี้ยะหลิ่งเฟิงผลักบุรุษร่างใหญ่นั้นออกไปจากเส้นทาง พร้อมกับดันรถเข็นของนางไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับไปมองสองบุรุษทางด้านหลังนั้นอีก งานของนางยังคงรออยู่ข้างหน้า การเสียเวลาสนทนากับบุรุษมิได้ช่วยให้งานนั้นเสร็จเร็วขึ้น แน่นอนว่าในใจของนางคิดได้เพียงเื่เดียว ‘คือสร้างบ้านและสร้างบ้าน!’ มีอยู่แค่นี้ในหัวคิดของสตรีเช่นนาง แม้เื่ในคืนนั้นยังคงลืมไม่ได้ในวันนี้…แต่นางมั่นใจว่าอีกไม่นานนางก็คงลืมมันไปจนสนิท
ขาแกร่งหยุดยืนอยู่กับที่ราวกับไม่เข้าใจตนเอง ว่าจะเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับนางให้มันได้อะไร ในเมื่อตัวนางยังมิสนใจจะเข้าไปสอบถามหาความรับผิดชอบในจวนผู้ว่า เขายืนเท้าสะเอวมองตามหลังบอบบางนั้นที่เริ่มเดินห่างออกไปเรื่อยๆ หัวคิ้วคมขมวด ‘กับแค่เื่ของสตรี ที่นางเป็ของเขาแล้ว แต่ทำไมเื่มันจึงยากขึ้นเรื่อยๆ ยากยิ่งกว่าจัดการเื่จับโจรเสียอีก!’