33 – สาเหตุคือ... ②
ตึ๋ง... ตึ๋ง....
“อือ...”
เสียงหยดน้ำทำเอาไลรอนค่อยๆลืมตาปริบสภาพมองโดยรอบความทรงจำสุดท้ายที่จับได้คือหลบอยู่มุมห้องสมุด พอพยายามจะปีนออกจากประตูก็โดนอะไรบางอย่างฟาดที่หัวไม่แรงมากแต่ก็พอทำให้เซได้ เชือกประหลาดที่ทำให้ใช้พลังอะไรไม่ได้โดนจับยัดใส่ถุงโปะด้วยผงยาสลบ
ถ้าเพื่อนรู้มีหวังหัวเราะเยาะไม่ก็โวยวายใส่ที่ถูกจับด้วยวิธีง่ายแสนง่ายนี่
โดยเฉพาะฟีเรนี่หนักเลย...
“จะว่าไป...” มองสภาพโดยรอบ
ตนที่โดนมัดไว้กับโซฟาที่นั่งเดียวด้วยเชือกประหลาดกับสภาพห้องที่ค่อนข้างมืด ใจกลางห้องเป็นสระขนาดใหญ่ลอมด้วยเสาหินที่ตกแต่งด้วยเปลือกหอย บรรยากาศเหมือนกับอยู่ในท้องทะเล...
เมื่อคิดดูดีๆกลิ่นน้ำหอมในถุงนั่นก็คุ้นจมูกซะเหลือเกิน
คุ้นเคยเหมือนคนรู้จักสมัยเด็ก...
“แล้วจะหนียังไงดีล่ะเนี่ย?”
•
“เจ้าบ้านั่นไปทำยังไงถึงถูกจับได้เนี่ย!!! ถุงแค่นั้นก็น่าจะทำลายจนหลุดออกมาได้ไม่ใช่รึไง!?”ฟีเรโวยวายหนัก เพื่อนสนิทโดนจับตัวไป ตนเป็นคนเหตุการณ์แต่กลับไม่รู้
“มันน่าจะมีเหตุผลที่หนีไม่ได้กระมัง...”
“หมายความว่ายังไง!!” หันไปมองดาร์คเอลฟ์
“ในเมื่อเขาสามารถหนีได้ง่ายๆ แต่กลับหนีไม่ได้...มีอยู่ 2 เหตุผลด้วยกัน 1. เขารู้ว่าใครเป็นคนจับ และ2.....ถุงนั่นไม่ใช่ถุงธรรมดา”
“หมายความว่ายังไงที่ไม่ใช่ถุงธรรมดา!?”
“เอ... หมายถึงพวกถุงพิเศษแบบลงยันต์เหรอคะลูเธียน”
“คงประมาณนั้น...”
“ลูเธียน?” หลายคนแอบงงกับชื่อนั่นเป็นครั้งแรก
“? ทำไมเหรอคะ?”
“พอดี... ยังไม่เคยคุยกับเขา เลยไม่รู้จักชื่อน่ะ”ชิอินะอธิบายให้เอลฟ์สาวฟัง
“.....ถ้าถุงที่ลงยันต์หรือใส่เวทย์ข้าไม่เคยได้ยินแต่ถ้าเชือกน่ะเคย จำได้รึเปล่าตอนนั้นที่พวกเราไปเจอระหว่างทำภารกิจกันน่ะ?”มองพริสทีน
“เอ.... ! นึกออกแล้วตอนที่พวกเราไปเจอรถม้าโดนมอนสเตอร์โจมตีแต่ปรากฎว่าเป็นพวกค้าทาสต่างเผ่าพันธุ์สินะเชือกผูกมือพวกทาสเป็นแบบลงยันต์เลยทำให้พวกเขาใช้เวทย์หรือพลังไม่ได้”
“บางทีอาจจะเป็นแบบนี้ก็ได้...ตอนที่ไลรอนหลบพวกผู้หญิงจนเข้ามาในห้องสมุดบริเวณมุมห้องติดหน้าต่างอาจจะมีคนมาจับตัวไว้แล้วตอนดิ้นหรือจะโจมตีกลับอาจโดนเชือกนั่นพันหรือมัดตัวไว้ก่อนก็เลยไม่ต่างจากคนปกติธรรมดา แล้วก็อาจจะโดนมัดปิดปากส่งเสียงไม่ได้แล้วจับลงถุงแบกไป...”ชิอินะคาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อน
“มีความเป็นไปได้สูงนะแต่...เขาจะจับไลรอนไปทำไมล่ะ?”
“นั่นสิ จับยัยเบ๊อะนี่ยังจะน่าเชื่อกว่าซะอีก”
“หมายความว่ายังไงห๊ะเดฟ!”
“ก็จริงนี่” ยิ้มเยาะ “เอาเป็นว่าตอนนี้มาสนว่าต้องตามกลิ่นฉุนๆนั่นเหอะ”เดินออกจากห้องสมุดไป
“ถ้าเจอหน้าเมื่อไหร่...ข้าอัดแกเละแน่ไอ้ปลากะโห้เอ๊ย!!!!”รีบตามเดฟไปอีกคน
“งั้นข้า---” “เดี๋ยว” ขณะเพื่อนคนอื่นรีบตามพวกเดฟไกส์ไปตามหาตัวไลรอนพริสทีนรั้งตัวลูเธียนที่จะตามสเตลล่าไป
ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างในใจ ที่ต้องถามให้ได้...
“เจ้าใช้ [เขตป้องกัน] ใส่สเตลล่าสินะ..”
“!!....เจ้า...รู้ได้ยังไง”
พริสทีนเกาแก้มเล็กน้อย “ก็...ฉันกางให้สเตลล่าไว้เผื่อจะมีพวกแมลงเข้ามาเกาะแกะ ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก แต่ตอนเข้าไปกอดเมื่อกี้ถึงได้รู้ว่ารบกวนด้วยเขตป้องกันคนอื่น”
“.......เจ้ามันรับมือยากจริงๆให้ตายเถอะ”ถอนหายใจ
“เอลฟ์กับดาร์คเอลฟ์เป็นศัตรูกันไม่มีความจำเป็นที่นายต้องปกป้องสเตลล่ด้วยา นายต้องการอะไรกันแน่...”
“ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าดาร์คเอลฟ์คนไหนมันบัญญัติว่าพวกเรา2 เผ่าต้องไม่ถูกกัน แต่ข้าไม่ได้สนใจเรื่องนั้นซักนิดข้าจะทำอะไรก็ได้ถ้าอยากจะทำเท่านั้นแหล่ะ” ยักไหล่ตอบเซ็งๆ
“นายจะบอกว่าทำเพราะแค่อยากทำงั้นสิ?”
“คงงั้น”
ถึงเขาจะพูดแบบนั้นแต่ก็ยังไม่วางใจ 100เปอร์เซ็นต์ ว่าจะมาดีหรือร้ายกันแน่แต่ตอนนี้คงต้องหยุดการไต่ถามเพื่อไปช่วยตามหาไลรอนอีกแรงหนึ่งก่อน
“......เอาเป็นว่ายังไงก็ขอบคุณนะคะที่ช่วยดูแลสเตลล่าเมื่อกี้แต่ฉันก็ยังไม่ไว้ใจนายเต็มที่หรอกนะ”
“ก็แล้วแต่ ข้าไม่ได้บังคับให้เจ้าเชื่ออยู่แล้วยังไงหลังจากนี้ก็คงพยายามพานางหลบจากสายตาข้าเหมือนทุกทีล่ะสิ”
“คงยากกว่าเดิม สเตลล่ารู้จักเจ้าแล้วจะให้หลบหน้าอีกได้มีหวังมาถามทีหลังเยอะแน่ เพราะงั้น...คราวหน้าฉันมีวิธีที่ดีกว่าโดยไม่ต้องหลบหน้าแล้วล่ะนะ” ยิ้มหวานให้ “ขอตัวล่ะ”
รีบออกจากห้องสมุดทิ้งให้ลูเธียนยืนนิ่งเกาหัวแกร่กๆ ถอนหายใจด้วยความเหนื่อย
“.....ไม่อยากเป็นศัตรูยัยนั่นจริงๆนั่นแหล่ะน่ากลัวชะมัด...”
หากพริสทีนใช้ [ตรวจสอบ] กับ [แผนที่] อาจจะช่วยเหลือได้ในทันทีแต่เมื่อลองทำดูแล้วกลับพบว่าสัญลักษณ์ของไลรอนหายไป
อาจจะเป็นเพราะเชือกนั่นทำให้หาตัวไม่เจอ
...ดูเหมือนว่าเราต้องฝึกมากกว่านี้...แล้วถ้าจะให้ดีคงต้องขอเจ้าเชือกนั่นมาวิเคราะห์ล่ะนะ...
ทั้ง 6 คนต่างเดินตามหากันทั่วโรงเรียน กลิ่นน้ำหอมฉุนๆที่พรมไว้ที่ถุงใบนั้นมันซ้ำกับลูกคุณหนูคนอื่นเสียจนวุ่นวายไปหมดเพราะงั้นนอกจากพึ่งการดมกลิ่นของเผ่าหมาป่าและท่านไลแคนสีครามก็ต้องทำการสืบค้นชิอินะไปกับลูเธียน พริสทีนไปกับสเตลล่า
และมันจะดีมากหากเบียทริไม่ซอยู่ด้วย...
“จะว่าไป... ช่วงนี้องค์หญิงมาริอาก็เข้ามาคุยกับข้าบ่อยขึ้น...”
“องค์หญิงมาริอา?”
“หึ จะบอกว่าไม่รู้จักเหรอคะ ช่างน่าอับอายเสียจริง”
“ไม่ได้ถามก็อย่าเข้ามายุ่งค่ะคุณเบียทริซเดี๋ยวเขาจะเอาไปลือกันว่าเป็นพวกชอบขัดจังหวะการสนทนาเหมือนไม่ได้รับการสั่งสอน”
“แหมๆโหดร้ายจังเลยนะคะสำหรับคนที่เข้ามาจังหวะการดื่มน้ำชาของคนอื่นแบบนี้เหมือนมีมารยาทมากเลย”
“แต่ก็ขออนุญาตองค์ชายเจตต์แล้วนี่คะ” คลี่ยิ้มตอบ
“เอ่อ...ทั้งคู่ใจเย็นก่อนนะ”สเตลล่าได้แต่พยาไกล่เกลี่ย “แล้วองค์หญิงมาริอาคือใครเหรอคะ?”
“นางเป็นองค์หญิงของ [อาณาจักรแอตแลนติส]แห่งโลกใต้บาดาลน่ะ...ทุกทีเวลานางกับกษัตริย์แห่งแอตแลนติสมาเยี่ยมท่านพ่อก็ไม่ค่อยได้คุยหรือยุ่งกับข้าเท่าไหร่หรอก...”
“ไม่ต้องไปสนใจเงือกไร้มารยาทอย่างนางหรอกค่ะท่านเจตต์ทั้งที่ท่านอุตส่าห์ยอมเข้าไปคุยด้วยแท้ๆ แต่กลับแสดงกิริยาเช่นนั้นออกมา”
“ข้าลืมไปแล้วล่ะ...แต่การที่นางไม่ค่อยคุยเท่าไหร่เป็นเรื่องดีสำหรับข้าด้วยซ้ำ... แถมข้ายังไม่เคยเห็นหน้าจริงของนางมาก่อน...”
“เพราะคุณไม่ค่อยชอบพูดสินะ” สมเป็นเจ้าชายน้ำแข็งจริงๆเลยค่า~จะในตอนนี้หรือในเกมก็เหมือนกันไม่มีผิด!! “แล้วเรื่องที่เข้ามาคุยเป็นเรื่องอะไรเหรอคะ?”
“......เรื่องของไลรอนน่ะ”
“เอ๊ะ? คุยเรื่องไลรอนเนี่ยนะ?”
“ใช่... นางเอาแต่ถามถึงเขา ทั้งเรื่องชื่อเรื่องอายุ พี่น้อง หรือเขามาจากที่ไหนน่ะ แล้วจะถามตอนข้ากลับมาห้องพักแล้ว...ถ้าจะหาตัวนางก็คงพบได้ง่ายๆ... นางมีผ้าคลุมปิดหน้าตลอดเวลาน่ะ”
“น่าสงสัยจริงๆนั่นแหล่ะ... จะถามทำไมกันนะ”แอบสงสัยเล็กน้อย แต่พอได้ข้อมูลสำคัญก็ขอตัวออกมาจากห้องพักเจตต์
หากอยู่นานคงได้มีอารมณ์เสียขึ้นจากคำพูดของเบียทริซแน่...
“พริสทีน...”
“คะ?” หันไปมองตามเสียงเรียก
“....ข้าไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น...แต่ก็ระวังตัวด้วยล่ะ....”
“.....ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง งั้นไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ” คลี่ยิ้มหวานโบกมือตอบกลับไปก่อนออกไปจากห้อง
อย่างน้อยก็ทิ้งระเบิดให้เบียทริซอิจฉาเล่นได้
และเปลี่ยนจากการ [ตรวจสอบ] หาไลรอนเป็นหาองค์หญิงมาริอาแทน...
•
“ฮึดดด...!! แน่นไปไหนวะเจ้าเชือกนี่!”พยายามแกะเชือกที่พันตนเองเสียแน่นแต่ไม่ว่าจะใช้มีดพกอันเล็กที่ซ่อนไว้เลื่อยก็ไม่ขาด จะแงะแคะก็ไม่ขาด
“จะหนีอีกแล้วเหรอ...”
น้ำเสียงที่ค่อนข้างคุ้นหูจนต้องเงยหน้ามองร่างของหญิงสาวเปียกปอนขึ้นมาจากสระกลางห้อง วันพีชสีขาวเปียกชื้นแนบร่างกายดวงตาและผมเป็นลอนยาวสีฟ้าส่องสว่างท่ามกลางความมืด บริเวณใต้ราวนม แก้มและข้อมือสองข้างมีเกล็ดเหมือนปลาและหูเป็นครีบ...
ผมเจ้าหล่อนที่แสกกลางและมีเปลือกหอยอันเล็กอยู่กลางหน้าผากและไข่มุกประดับซ้ายขวานั่นยิ่งย้ำเตือนว่า...
เป็นคนที่ไม่อยากเจอหน้าที่สุดในโลกนี้เลยก็ว่าได้!
“โอ้... ให้ตาย ทำไมเล่นทายคำถามกับพริสทีนไม่แม่นขนาดนี้บ้างเนี่ย...”
“เสียใจมากเหรอที่เป็นข้าแทนจะเป็นเทพธิดาคนนั้น...”
“ก็พอควรอ่ะนะ”
“....ทั้งที่เมื่อก่อนชอบพูดว่าอยากเห็นหน้าข้าทุกวันแท้ๆ”
“! นะ นั่นมันเรื่องสมัยเด็กตอนนี้ไม่เกี่ยวกันซะหน่อย!!”
“....งั้น ตอนนี้เกลียดหน้าข้าแล้วงั้นเหรอ...”ทำเสียงน้อยใจเหมือนจะร้องไห้ ทำเอาไลรอนชะงัก
“ก...ก็...ไม่ได้เกลียดหรอก”
“จริงเหรอ....” คลี่ยิ้มเล็กน้อย ท่าทางเขินอาย
เป็นครั้งแรกที่เกลียดนิสัยใจอ่อนกับน้ำเสียงของผู้หญิงที่เหมือนจะร้องไห้ของตนเป็นไปได้เขาก็อยากกัดลิ้นตัวเองทิ้งซะตอนนี้!
“แล้วต้องการอะไรกันแน่...”
“ต้องการเหรอ... ต้องการอะไร...?”
“อย่ามางง เจ้าเล่นจับข้ามาแถมพูดอะไรแบบนี้อีก...อยากให้ข้ากลับไปชดใช้เรื่องในอดีตรึไง!”
“.......ก็เปล่านะ แค่อยากพูดน่ะ”
“งั้นขอเสนอว่าอย่าพูดอีกพวกเราไม่ได้เกี่ยวอะไรกันแล้ว!”
“แต่ว่า... ยังไงเราก็เคยเป็นคู่หมั้นกันมาก่อนนะ...”
“เลิกพูดเรื่องสมัยก่อนซะทีเถอะน่า อีกอย่างข้าตอนนี้คือไลรอนแห่งหมู่บ้านผู้ถูกขับไล่ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้าซักนิด แล้วอย่าไปพูดเรื่องนั้นให้คนอื่นได้ยินด้วยไม่งั้นเจ้านั่นแหล่ะที่จะแย่!”
“ไม่เป็นไรหรอก แต่...” เดินไปนั่งบนตักไลรอนทำเอาเจ้าตัวสะดุ้งนั่งตักไม่พอยังซบอกอีก “....เป็นห่วงข้าด้วย ดีจัง”
“ไม่ดีซักนิด! แล้วเจ้าจะมานั่งทำไมเนี่ย!!?ลุกไปเลย!”
“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่เมื่อก่อนก็เคยอาบน้ำหรือนอนด้วยกันบ่อยๆอยู่แล้ว...”
“เจ้าควรแยกแยะเรื่องในอดีตกับปัจจุบันซะบ้างนะ...”
“.......เจ้าอยากให้เทพธิดาคนนั้นนั่งมากกว่าเป็นข้าสินะ”
“ให้พริสทีนนั่ง...”นึกคิดจินตนาการภาพเด็กสาวผมสีเงินนั่งตักตนพร้อมออดอ้อนจนแอบหน้าแดงเล็กน้อย“กะ....ก็ไม่เลวแฮะ” แต่ก็ได้แค่ฝันอยู่ดี...
หญิงสาวเริ่มแสดงอาการไม่สบอารมณ์หน้านิ่วคิ้วขมวดพองแก้ม ทุบๆอกอีกฝ่าย “ข้าไม่ดีตรงไหน...”
“ก็ไม่ดีตรงที่เป็นเจ้านั่นแหล่ะ”
“เมื่อก่อนไม่เคยพูดแบบนั้นนี่...ชอบบอกให้ข้านั่งตักแท้ๆ”
“ก็บอกแล้วไงว่าแยกแยะเรื่องอดีตกับปัจจุบันบ้าง...”
“ก็มันจริงๆนี่... เมื่อก่อนชอบชมว่าข้าน่ารักชอบให้ข้าทำแบบนี้บ่อยๆ... แต่ตอนนี้กลับรังเกียจ... เพราะนางสินะ ข้าจะจัดการนางซะ”
“อย่าเลยเดี๋ยวตายฟรีกันพอดี...”แค่คิดก็แอบหน้าซีด
“.......ไลรอนเป็นห่วงข้าด้วย” ซุกหนักกว่าเดิม
“ยังไงก็แล้วแต่สรุปว่าเจ้าจับข้ามาทำไมไม่ทราบ... ท่านไข่มุกเม็ดงามแห่งอาณาจักรแอตแลนติส.. องค์หญิงมาริอา!!!”
“นั่นสินะ...”เจ้าหล่อนนิ่งเงียบไปสักพักใหญ่
ตึกๆๆๆๆปึง!!! “ไลรอน!!!”ประตูห้องถูกเปิดตามด้วยกลุ่มคนกรูเข้ามากันเต็มไปหมดหลังจากพยายามตามกลิ่นและทักษะในการตามหัวของพริสทีนเลยต้องมาบุกหอพักส่วนตัวเผ่าเงือก
และ...ยังกลายเป็นพยานในการได้ยินคำพูดของมาริอาว่า...
“ก็แค่...คิดถึงเจ้าเท่านั้นแหล่ะ”
.
.
.
.
.
“....ห๊ะ?”
“คิดถึงนะ...ไลรอน” ซุกๆอกอีกฝ่ายไปมา
คำตอบที่ไม่คาดคิดมาก่อนทำเอาเจ้าตัวถึงกับแข็งค้างไปเรียบร้อยพวกพริสทีนเองก็ไม่แพ้กัน....
ที่เขาโดนจับใส่ถุงกลิ่นฉุนๆ...
โดนฟาดหัวจนเซ...
โดนมัดด้วยเชือกประหลาดจนหนีไม่ได้...
แค่เพราะเจ้าหล่อนคิดถึงเขางั้นเหรอเนี่ย!!!!!!!