‘เ้าอสูรกินเหล็กตัวนี้... ดูท่าจะฉลาดเกินวัยแฮะ’
สืออวี่มองลูกอสูรกินเหล็กที่เลิกดิ้นขัดขืนด้วยความพอใจ
ไม่ใช่แค่เพราะสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า... ไม่ใช่แค่เพราะมีของกินอร่อยแบบไม่อั้น... แต่เป็เพราะมันรู้จักเลือก
รอให้เขาไต่เต้าจนเป็ผู้ฝึกอสูรที่แข็งแกร่งเมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นอยากได้อะไรก็หาได้หมด
แต่ก่อนจะถึงวันนั้น... แรงงานหลักที่จะต้องมาแบกรับความฝันอันยิ่งใหญ่นี้ ก็คงหนีไม่พ้นเ้าอสูรกินเหล็กตัวนี้แหละ
“ตอนนี้เราทำพันธสัญญากันได้เลยไหมครับ?” สืออวี่หันไปถามหลินซิวจู๋ ผู้ดูแลสัตว์อสูรที่กำลังช่วยจับลูกอสูรกินเหล็กเอาไว้ไม่ให้ซุกซน
ต้องผ่านการทำพันธสัญญาและสร้างสายสัมพันธ์ทางจิติญญาก่อนเท่านั้น ทั้งสองฝ่ายถึงจะนับว่าเป็ผู้ฝึกอสูรและสัตว์อสูรของกันและกันจริงๆ และหลังจากนั้น... ระบบของผู้ฝึกอสูรทั้งหมดถึงจะเริ่มทำงาน
“ได้สิ” หลินซิวจู๋ปล่อยมือแล้วพยักหน้า “เริ่มเลย เดี๋ยวฉันดูให้”
เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุด... เ้าสิบเอ็ดก็มีคนรับไปดูแลสักที
ก่อนหน้านี้ผู้ฝึกอสูรหลายคนที่เข้ามาเลือกสัตว์อสูร ต่างพากันส่ายหน้าหนีเ้าอสูรกินเหล็กตัวนี้ เหตุผลก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร พร์แย่ พัฒนาการช้า
แต่หลินซิวจู๋ไม่เคยมองมันแบบนั้น
ร่างกายอ่อนแอแต่กำเนิดไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ขอแค่ได้เข้าไปอยู่ในห้วงมิติอสูร และได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาการก็จะฟื้นฟูกลับมาได้ เคสแบบนี้เธอเห็นมาเยอะแล้ว
กลับกัน การถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดันสร้างนิสัยไม่ยอมแพ้และความมุมานะขึ้นมา ในสายตาของเธอ นี่ต่างหากคือความพิเศษ
ถ้าอสูรกินเหล็กที่ขึ้นชื่อเื่ความี้เี รู้จักมีวินัยและพยายามด้วยตัวเอง ถ้าเลี้ยงดูให้ถูกทาง... ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าสัตว์อสูรที่มีระดับเผ่าพันธุ์สูงกว่าเลย
เธอเติบโตมาในศูนย์เพาะเลี้ยงแห่งนี้ สัตว์อสูรตัวแรกของเธอก็เป็อสูรกินเหล็ก เธอเลยรู้จักพวกมันดีกว่าใคร
เดิมที ถ้าไม่มีใครรับมันไปเลี้ยง เธอก็คิดว่าจะดูแลมันเองที่นี่ แต่ตอนนี้... สืออวี่ดูจะถูกชะตากับเ้าอสูรกินเหล็กตัวนี้ บางทีนี่อาจเป็ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย
ยิ่งคิดว่าสืออวี่คือหนึ่งในผู้ประสบภัยจากหายนะเมืองผิงเฉิงเมื่อสิบปีก่อน เธอเลยตัดสินใจแถมอาหารสัตว์อสูรให้อีกหนึ่งเดือนเต็ม
ตอนนั้นเธอยังเด็ก และมีพ่อแม่เป็ผู้ฝึกอสูรที่แข็งแกร่ง เธอไม่เข้าใจความสิ้นหวังของคนธรรมดาที่ต้องสูญเสียทุกอย่าง แต่เด็กเยอะแยะต้องกลายเป็กำพร้า หลายครอบครัวพังทลาย...
ถ้าไม่มีสถานะผู้ประสบภัย ต่อให้สืออวี่จะมีพร์สื่อจิต หรือมีใบรับรองผู้ดูแลสัตว์อสูรฝึกหัด การกู้เงินมาซื้อลูกอสูรกินเหล็กก็ไม่ใช่เื่ง่ายเลย
อย่างน้อย... สังคมก็ยังเมตตาคนตัวเล็กๆ และสืออวี่ในฐานะคนที่เคยสูญเสีย กลับไม่รังเกียจอสูรกินเหล็กที่อ่อนแอแต่กำเนิดตัวนี้ แถมยังยอมรับมัน นั่นทำให้หลินซิวจู๋ยอมรับในตัวเขาเหมือนกัน
‘หวังว่าพวกเขาจะไปได้ไกลนะ...’ เธอภาวนาในใจ
“ั้แ่วันนี้ไป ฉันคือผู้ฝึกอสูรของแกแล้วนะ” สืออวี่หลับตาทำสมาธิแล้วพูดเบาๆ ต่อหน้าอสูรกินเหล็กหมายเลขสิบเอ็ด
“เรามาพยายามไปด้วยกัน อยู่ที่นี่แกชื่อสิบเอ็ดใช่ไหม... ชื่อฉันคือสืออวี่ คล้ายกันดี งั้นเรียกแกว่า สิบเอ็ด หรือ ‘สืออี’ ก็แล้วกัน”
จังหวะนั้นเอง เขารู้สึกเหมือนมองเห็นห้วงมิติอสูรภายในสมอง โลกสีขาวโพลน... กำแพงโปร่งใส... เหมือนก้อนเมฆลอยเคว้งอยู่กลางความว่างเปล่า
วู่วววว——!
พอเริ่มขั้นตอนการทำสัญญา สายลมรอบตัวก็พัดแรง ฝุ่นผงฟุ้งกระจาย แสงนับไม่ถ้วนกะพริบวาบ วงแหวนอักขระโปร่งแสงสองวงปรากฏขึ้น ประกบลูกอสูรกินเหล็กไว้ตรงกลาง จุดแสงเล็กๆ ไหลทะลักออกมา โอบล้อมร่างกลมปุ๊กของมันเอาไว้
“อย่าดิ้น ทำใจให้สบาย” หลินซิวจู๋รีบเตือน
เธอััได้ว่าสืออวี่ไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ ถ้าลูกอสูรกินเหล็กขัดขืนแค่นิดเดียว การทำพันธสัญญาจะล้มเหลวทันที
“งู้...”
ภายใต้แสงสีขาว ลูกอสูรกินเหล็กยังคงเกร็งๆ อยู่บ้าง แต่การเชื่อมต่อทางสื่อจิตระหว่างพวกเขากลับชัดเจนขึ้น มันรับรู้ได้ถึงความเอ็นดูและความจริงใจของสืออวี่
ชายหนุ่มที่โดดเดี่ยวทั้งสองชีวิต รู้ดีว่า... คู่หูตัวนี้อาจอยู่กับเขาไปตลอด
‘แฟนก็ยังไม่ได้หา ดันเริ่มเลี้ยงอะไรที่ดูแลยากกว่าลูกซะแล้ว’ เขาบ่นขำๆ ในใจ
แต่ความจริงใจนั้นแหละ ทำให้ลูกอสูรกินเหล็กยอมเปิดใจและยอมรับพันธสัญญาในที่สุด
แสงสีขาวสว่างวาบปกคลุมทั่วร่าง ก่อนที่ร่างของมันจะกลายเป็ละอองแสงหายวับเข้าไปในห้วงมิติอสูร
วูบ!
ความอบอุ่นไหลเวียนไปทั่วร่างสืออวี่ ความเหนื่อยล้าหายเป็ปลิดทิ้ง ร่างกายและพลังจิตถูกยกระดับขึ้นอย่างชัดเจน
“ยินดีด้วย ทำสัญญาสำเร็จแล้ว” เสียงหลินซิวจู๋ดังขึ้น
“่แรกอย่าเรียกออกมาบ่อย ถ้ามันปรับตัวได้ดี ภายในหนึ่งสัปดาห์ก็น่าจะตื่นรู้สกิลกายาเหล็กได้”
สืออวี่พยักหน้า รับรู้ได้ทันทีถึงพลังสะท้อนกลับจากสัตว์อสูรตัวแรกในชีวิต แต่สิ่งที่ทำให้เขาใที่สุด ไม่ใช่ร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้น... แต่กลับเป็การตอบสนองจากสารานุกรมสกิล
จำนวนสกิลที่สามารถบันทึกได้... เพิ่มขึ้นแล้ว!
“เป็อะไรไป?” หลินซิวจู๋ถามเมื่อเห็นเขาชะงักไป
“เปล่าครับ แค่ยังไม่ชิน” สืออวี่ตอบยิ้มๆ
“เดี๋ยวก็ชิน”
เธอพาเขาไปจัดการขั้นตอนสุดท้าย รับคู่มือการเลี้ยง และแจ้งเื่การจัดส่งไผ่เหล็ก
ก่อนกลับ สืออวี่ขอเดินดูรอบๆ ศูนย์เพาะเลี้ยง เพื่อศึกษาถิ่นอาศัยของอสูรกินเหล็กให้มากขึ้น
“ขอลองจับดูหน่อยได้ไหมครับ?” เขาถามอย่างจริงจัง
“ได้ค่ะ เชื่องมาก แถมเธอยังมีพร์สื่อจิตอีก หายห่วง”
เยี่ยม... หนึ่งสัปดาห์งั้นเหรอ?
ไม่จำเป็หรอก วันนี้แหละ... ฉันจะสอนสกิลกายาเหล็กให้เ้าสิบเอ็ดเอง ให้มันรู้ซึ้งถึงความเจ๋งของผู้ฝึกอสูรอย่างฉัน
ก้าวแรกของการเลี้ยงเด็ก ต้องทำให้มันนับถือให้ได้ก่อน จากนั้นค่อย... สั่งสอน!
ขอแค่คัดลอกสกิลกายาเหล็กมาให้ได้ก่อนก็พอ