เฟรย่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาราวกับเป็นเทพธิดาผู้ปรากฏกายจากตำนาน ความงดงามของเธอแตกต่างจากคนอื่นๆอย่างสิ้นเชิง ความเย้ายวนของเธอนั้นไม่ธรรมดา และยิ่งมอง เธอก็ยิ่งดูงดงามราวกับภาพวาดที่สมบูรณ์แบบ
เฟรย่าเผยยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อสังเกตเห็นแววตาประหลาดใจของอนาเธอร์ และค่อยๆก้าวเดินเข้ามาใกล้ เสียงส้นรองเท้าของเธอได้สะท้อนก้องในความเงียบงัน แทบขยับเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงออร่าของกันและกัน ขณะที่รอยยิ้มยังคงอ่อนหวานและสง่างามทุกย่างก้าว
“สวัสดีค่ะนายน้อยอนาเธอร์”
“เราคือเฟรย่า ทายาทของตระกูลซิลวา รุ่นพี่ชั้นปีที่ 3 และยังเป็นอวาตาร์ผู้สืบทอดแห่งเทพเจ้า เทพีแห่งความงดงาม เฟรย่า!”
เธอกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงที่เย้ายวน พร้อมกับจ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาของเขา
“อวาตาร์ของเทพเจ้า เฟรย่า?!!”
“แล้วคุณก็ยังมีชื่อว่าเฟรย่าอีก!”
อนาเธอร์ที่เพิ่งได้ยินชื่อเธอชัดเจนถึงกับตกตะลึง ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยและเอ่ยถามด้วยความตกใจ
ในตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มเข้าใจแล้วว่า เหตุใดนักเรียนคนอื่นๆจึงมีท่าทีหวาดกลัวและเต็มไปด้วยความเกรงขามเมื่อต้องเผชิญหน้าเธอเช่นนี้ เพราะตนเองก็ไม่ต่างกัน ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงออร่าพลังที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ พลังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความงดงามนั้นได้แผ่ไปทั่วห้องโถงใหญ่
ประหนึ่งเป็นแรงดึงดูดที่ยากจะมีผู้ใดสามารถต้านทาน แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกที่อันตรายอย่างบอกไม่ถูก
“คิกคิก ประมาณนั่นแหละพ่อหนุ่มน้อย”
เฟรย่ามองใบหน้าของอนาเธอร์ที่ยังคงมีแววตกตะลึงเล็กน้อยอยู่ เธอขยับยิ้มบางๆ ราวกับต้องการให้เขารู้สึกผ่อนคลาย
“ต่างกันลิบลับ.. ชายคนนี้ดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งกว่าในข่าวลือซะอีก!”
ทว่าแววตาของหญิงสาวกลับเปี่ยมไปด้วยความสนใจใคร่รู้ เธอเคยได้ยินถึงชื่อเสียงและความสามารถของอนาเธอร์ที่เลื่องลือไปทั่วมหาวิทยาลัย แม้ว่าตัวตนดังกล่าวจะเป็นเพียงแค่นักเรียนปีหนึ่ง แต่เขากลับทำสิ่งที่เกินขอบเขตของผู้เล่นทั่วไปได้อย่างง่ายดาย
ทั้งยังเป็นถึงทายาทลำดับที่สี่แห่งตระกูลซิกฟรีด หนึ่งในตระกูลอันทรงอำนาจที่ครอบงำแทบทุกสรรพสิ่งในโลก ที่สำคัญเลยก็คือ เสน่ห์ของอนาเธอร์คนนี้ก็ไม่ต่างไปจากพลังอันยิ่งใหญ่ที่ครอบครองอยู่ อวาตาร์แห่งผู้สืบทอดเทพเจ้า ซุนหงอคง
“หะ..หัวใจของฉันกำลังเต้นอยู่เหรอ?”
เมื่อพิจารณาถึงบุคลิกท่าทีของเฟรย่า
อนาเธอร์อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามในใจ ทำไมเธอถึงมีออร่าที่น่าดึงดูดเช่นนี้? มันไม่เหมือนกับพี่เรนหรือว่าที่ภรรยาของเขาอย่างไอริน เพราะเสน่ห์ของเฟรย่านั้นรุนแรงยิ่งกว่า มันเหมือนมีบางสิ่งที่กำลังดึงจิตใจของเขาไปโดยไม่รู้ตัว
เพื่อไม่ให้ถูกครอบงำโดยพลังของเธอ อนาเธอร์ตัดสินใจเรียกระบบขึ้นมาอย่างเงียบๆ
【ทียังงี้เรียกหาเลยนะ..】
และสั่งให้ระบบตรวจสอบค่าสถานะของหญิงสาวตรงหน้า ในหน้าต่างระบบผู้เล่นของเขา ข้อมูลที่ปรากฏขึ้นนั้นทำให้ต้องอึ้งไปอีกครั้ง
【ชื่อผู้เล่น เฟรย่า เผ่าพันธุ์มนุษย์】
【เลเวล: 550 อาชีพ: อวาตาร์แห่งผู้สืบทอด เฟรย่า】
【พละกำลัง: 30,000】
【ความทนทาน: 50,000+20%】
【ความเร็ว: 48,000+20%】
【จิตวิญญาณ: 80,040+20%】
【เปิดดูทักษะสกิล: การจำแลงร่างเฟรย่า,มนตร์เสน่ห์เทพสะกด, พลังดึงดูดแห่งความงาม, ออร่าของเทพีแห่งความงดงาม, เปิดดูทักษะที่เหลือ...】
“อึก? ค่าจิตวิญญาณนี่มันบ้าอะไรกัน!”
หัวใจของอนาเธอร์เต้นระรัวขึ้น
ค่าสถานะเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงพลังอันซับซ้อนของเฟรย่าอย่างแท้จริง ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นธรรมดาจะสามารถรับมือได้
นี่คือพลังของอวาตาร์แห่งเทพธิดาความงามที่ถูกประทานมาโดยตรงจากเทพเจ้า
ความสามารถพิเศษของเธอไม่ใช่เพียงแค่รูปลักษณ์งดงาม แต่ยังสามารถสะกดจิตและดึงดูดจิตใจของคนรอบข้างได้อย่างลึกล้ำ
อนาเธอร์มองดูเฟรย่าอย่างรอบคอบ คราวนี้ไม่ใช่เพียงเพราะความงามของเธอเท่านั้น แต่เพราะเขาเริ่มเห็นความซับซ้อนของพลังที่เธอมี
“รุ่นพี่…พลังของคุณไม่ธรรมดาเลยนะ”
เขาพูดขึ้นเบาๆอย่างระมัดระวัง ขณะที่ในแววตาก็เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดขึ้น
เฟรย่าได้ยินแบบนั้นก็เพียงยิ้มตอบด้วยสายตาที่ลึกล้ำ ริมฝีปากเผยรอยยิ้มเบาบางแต่ชวนให้ผู้ชายทุกคนต้องใจสั่น ราวกับเธอรู้ถึงทุกความคิดที่เกิดขึ้นในใจของอนาเธอร์ และเพียงแค่เฝ้ามองดูการตอบสนองของชายคนนี้อย่างนึกสนุกสนาน
“ตัวเราก็ไม่รู้หรอกนะว่าที่พูดเมื่อกี้กำลังหมายถึงอะไรน่ะ แต่ก็ขอบคุณสำหรับคำชม..”
“พ่อเจ้าชายน้อยอนาเธอร์”
เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและน่าหลงใหล เสียงของเธอดังกังวานอ่อนๆ ราวกับเสียงระฆังที่สั่นสะเทือน
“เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อแค่พูดคุย..”
“ถ้ายังไงไปกับพี่สาวไหมละ?”
อนาเธอร์ไม่ได้ตอบกลับทันที เขาจ้องมองเฟรย่าอยู่ครู่หนึ่ง พลางครุ่นคิดเกี่ยวกับสิ่งที่พูดและจุดประสงค์ที่แท้จริงของการมาพบกันครั้งนี้
“ก่อนอื่น.. พี่สาวขอทดลองอะไรหน่อย!”
ตอนนั้น เฟรย่าก็เริ่มปลดปล่อยพลังของเธออย่างเงียบงัน ดวงตาของเธอเปล่งแสงสีทองราวกับมนตร์ของเทพเจ้า
【ทักษะสกิล มนตร์เสน่ห์เทพสะกด!】
แววตานั้นไม่ใช่เพียงความงดงามธรรมดา แต่เป็นการสะกดจิตล้ำลึกที่แฝงไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนเหนือมนุษย์ ความรู้สึกที่แผ่กระจายออกมาราวกับพลังงานบางเบา แต่กลับทรงพลังพอที่จะกลืนกินจิตใจทุกคนในบริเวณนี้
“กะ..เกิดอะไรขึ้น สติของฉันมัน..”
ทันทีที่แสงจากดวงตาของเฟรย่าแผ่กระจายออกมา นักเรียนจำนวนหลายร้อยที่ยืนอยู่ในห้องโถงนั้นก็ตกอยู่ในสภาวะที่ไม่ปกติ
เสียงกระซิบและเสียงฮือฮาที่เคยดังกลบเกลื่อนไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น กลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงเรียกขานด้วยความรักใคร่และหลงใหลในทันที สายตาของพวกเขาเหม่อลอยเหมือนคนไร้สติ คล้ายกับถูกดึงจิตวิญญาณออกไป
ร่างกายขยับเข้าหา ราวกับต้องการเข้าใกล้เทพธิดาผู้นี้ แม้กระทั่งนักเรียนที่มีจิตใจแข็งแกร่งก็ยังถูกพลังนั้นทำให้เคลิ้มตาม
“ท่านเฟรย่า.. ท่านเฟรย่า..”
เสียงกระซิบเรียกชื่อของหญิงสาวดังสะท้อนไปทั่วห้องโถง บางคนถึงกับยื่นมือออกมาอย่างไร้สติ หวังเพียงแค่ได้สัมผัสเธอสักนิด
เสียงเรียกเหล่านี้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องราวกับมนตร์สะกด แต่เฟรย่ากลับไม่ยินดียินร้าย เพียงแค่ยิ้มเบาบางให้กับพวกเขา
“พลังนี่มัน..มนตร์เสน่ห์เทพสะกด!”
“ทั้งยังเป็นทักษะวงกว้างอีกด้วย!”
เมื่อเห็นเพื่อนนักเรียนของตนกลายเป็นคนไร้สติภายใต้อำนาจของเฟรย่า อนาเธอร์ที่ยืนอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยก็ตกตะลึงเป็นอย่างมาก เขาสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่แฝงอยู่ในเสน่ห์ของเธอ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ความงดงามภายนอก
แต่เป็นพลังอวาตาร์ของเทพธิดาแห่งความงดงามที่ถูกใช้ออกมา เพื่อครอบงำและควบคุมจิตใจทุกสิ่งเลยก็ว่าได้
“นี่นายไม่ถูกครอบงำเหรอ?”
ทว่าสิ่งที่ทำให้เฟรย่าต้องประหลาดใจยิ่งกว่านั้นก็คือ เมื่อเธอหันมาสบตากับอนาเธอร์ เขากลับยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะถูกสะกดจิตใดๆ สายตาของชายคนนี้ยังคงเยือกเย็น พลางขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับกำลังตั้งคำถาม
“เป็นไปไม่ได้!”
เฟรย่ามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอพบใครบางคนที่ต้านทานเสน่ห์อันน่าเกรงขามของเธอได้
“กะ..กะ..เกือบไปแล้วว้อย ดีที่ฉันมีทักษะสกิลจิตวิญญาณวานรหิน”
“ไม่งั้นคงได้กลายไปเป็นทาสรับใช้และต้องอยู่ภายใต้การควบคุมแน่”
อนาเธอร์รู้สึกถึงการสั่นสะเทือนเล็กน้อยในใจเมื่อเธอจ้องมองเข้ามา ทว่าชายหนุ่มก็ยังคงไม่ถูกครอบงำ และเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมตนเองถึงไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย
ทั้งหมดเป็นเพราะจิตวิญญาณเทพวานรหินของเขา มันมีคุณสมบัติพิเศษในการป้องกันค่าสถานะผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นการสะกดจิต ล่อลวง หรือการครอบงำทางจิตใจ เขาจึงยังคงยืนอยู่ด้วยสติเต็มเปี่ยม ในขณะที่คนอื่น ๆ ต่างตกอยู่ในภวังค์
“ทักษะนี้แม้แต่ผู้มีเลเวลระดับ 800-900 ก็ยังต้องตกอยู่ในมนตร์สะกดเลยนะ”
เฟรย่าแอบผงะเล็กน้อย แต่ทันใดนั้น รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความสนใจและขบขันก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ ริมฝีปากสีแดงระเรื่อและบางของเธอเผยรอยยิ้มที่ดูทั้งอ่อนหวานและลึกลับ พร้อมกับแววตาที่เริ่มเปล่งประกายยิ่งขึ้น ราวกับมองเห็นตัวตนที่เธอกำลังตามหามานาน
เธอเอ่ยเสียงนุ่มนวล แต่คำพูดนั้นกลับเต็มไปด้วยอำนาจอย่างเหลือเชื่อ
“น่าสนใจจริงๆนะอนาเธอร์.. ดูเหมือนเสน่ห์ของเราจะไม่มีผลต่อนายนะ”
...
กะ..เกือบไปแล้วว้อย ดีมีทักษะที่ป้องกันสมบูรณ์แบบ 555+