[26 มิถุนายน]
ภายในโรงเตี๊ยมเหรียญทองที่ตั้งอยู่ชายขอบพรมแดนเมือง
แสงเทียนบนโต๊ะไม้เก่าคร่ำคร่าสั่นไหววูบวาบประหนึ่งเปลวไฟที่กำลังหวาดกลัวความมืด
ลมราตรีเล็ดลอดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างไม้ที่ผุพัง ส่งเสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงคร่ำครวญของวิญญาณเร่ร่อน
อคินบรรจงวางปากกาขนนกลงบนแท่นวางอย่างแผ่วเบา
เสียงกระทบกันของไม้และก้านขนนกดังชัดเจนในความเงียบสงัด
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรับเอากลิ่นอายของน้ำหมึกและกระดาษหนังแกะที่เขาเพิ่งเขียนรายงานการลาดตระเวนเสร็จสิ้น
‘วินัยคือหัวใจของอัศวิน’
อคินย้ำกับตัวเองในใจ ขณะกวาดสายตามองลายเส้นตัวอักษรที่เรียงตัวเป็นระเบียบประดุจแถวทหาร
ทุกเส้นสายหนักแน่นและไร้ที่ติ มันคือหลักฐานเดียวที่ยืนยันว่าเขายังคงมีความหมายในโลกที่ล่มสลายใบนี้
"เรียบร้อย..."
เขาส่งเสียงพึมพำ ทว่าความรู้สึกยามที่มวลอากาศเคลื่อนผ่านลำคอกลับแห้งผากอย่างน่าประหลาด
มันไม่ใช่ความหิวน้ำตามปกติ
แต่มันเหมือนกับเนื้อเยื่อภายในของเขาแปรสภาพเป็นกระดาษทรายหยาบๆ ที่ขัดสีกันเองทุกครั้งที่เปล่งเสียง
อคินเอื้อมมือที่สวมถุงมือหนังสีขาวสะอาด
ซึ่งดูขาวนวลตาเกินกว่าจะเป็นของที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน ไปหยิบขวดน้ำขึ้นมาจิบ
ของเหลวใสไหลผ่านลิ้นและลำคอไปอย่างรวดเร็ว
แต่มันกลับไร้ซึ่งสัมผัสของความเย็น ไม่มีรสชาติ
และที่น่ากลัวที่สุดคือไม่มีความรู้สึกว่าความกระหายได้รับการเติมเต็มแม้แต่น้อย
ร่างกายของเขาเหมือนท่อเปล่าที่ไร้ประสาทรับรู้ เขาทำได้เพียงรับรู้ว่าน้ำถูกเทลงไป แต่ไม่รู้สึกว่ามันถูกดูดซึม
อคินขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางลูบคอตัวเองด้วยนิ้วที่สวมถุงมือ
‘สงสัยจะเป็นผลข้างเคียงจากการโดนพิษในป่าเมื่อวาน’
เขาคิดพยายามหาเหตุผลมารองรับความว่างเปล่านี้
‘หรืออาจจะเป็นเพราะระบบเร่งกระตุ้นพลังเวทในร่างมากเกินไปจนประสาทสัมผัสล้าสะสม... ใช่ ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ’
เขาสลัดความกังวลทิ้งไปทันทีเมื่อเสียงกระดิ่งที่ประตูโรงเตี๊ยมดังขึ้น
ร่างหนึ่งก้าวเข้ามาในแสงเทียน
ชุดเกราะอ่อนสีทองสว่างไสวสะท้อนแสงวูบวาบจนดูคล้ายกับเทพสงครามในร่างจำแลง
มามาเลดเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่สง่างาม แววตาของมันเฉลียวฉลาดเกินกว่าที่สัตว์เลี้ยงทั่วไปจะมีได้
ตามติดด้วยปลาเผาที่ดูเหมือนจะไม่ได้เดินบนพื้น แต่เป็นการเลื่อนไหลไปกับเงามืดของผนังห้องอย่างแนบเนียน
"อคิน... โลกข้างนอกนั่นมันเริ่มบิดเบี้ยวจนเกินเยียวยาแล้ว"
มามาเลดเอ่ยขึ้นพลางขยับไหล่เพื่อปรับสายรัดเกราะ
แววตาของมันที่จ้องมองมายังอคินนั้นสั่นไหวด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน
ทั้งความจงรักภักดีและความเศร้าสร้อยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความจริงจัง
"ข้ากับปลาเผาไม่อยากเป็นเพียงผู้เฝ้ามองในสงครามที่กำลังจะปะทุ"
มามาเลดกล่าวต่อ น้ำเสียงของมันหนักแน่น
"พวกเราต้องการขึ้นไปถึงระดับ 80... ให้เท่ากับเจ้าและโบ้ เพื่อที่ว่าเมื่อถึงเวลา... พวกเราจะได้ปกป้องสิ่งที่ควรปกป้องได้จริงๆ"
อคินคลี่ยิ้มกว้าง ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านในอก
แต่มันเป็นความอบอุ่นที่ปราศจากอุณหภูมิทางกายภาพ
มันคือความปลื้มปีติของผู้นำที่เห็นผู้ตามมีความมุ่งมั่น
"ยินดีที่สุด! ป่าเขาใหญ่ช่วงนี้กำลังคึกคักพอดี"
อคินลุกขึ้นยืน ชุดเกราะสีขาวของเขาเปล่งประกายล้อแสงเทียน
"มาดูกันว่าป่าเขาใหญ่นั่นจะต้านรับพวกเราได้นานแค่ไหน"
...
[01:30 น.]
ตลอดสามคืนที่ผ่านมา ป่าเขาใหญ่ที่เคยเป็นฝันร้ายของนักเดินทางถูกแปรสภาพเป็นสนามทดสอบขีดจำกัด
อคินเฝ้ามองพัฒนาการของปาร์ตี้ 'นักล่าราตรี' ด้วยความภาคภูมิใจ
เบื้องหน้าของเขา โบ้ หมาป่าเหล็กไหลร่างยักษ์ยืนปักหลักราวกับขุนเขาที่ไม่คลอนแคลน
มันคำรามกึกก้องเรียกใช้สกิล [ยั่วยุ] คลื่นเสียงที่มองไม่เห็นกระแทกใส่ฝูงอสูรจนพวกมันคลุ้มคลั่ง พุ่งเข้าหาโบ้เพียงผู้เดียว
ทันทีที่การโจมตีฟาดลงมา โบ้ก็เปิดใช้งาน [กำแพงเหล็กกล้า]
ออร่าสีเทาเงินแผ่ออกมาปกคลุมร่างขนสีนิลจนมันดูดุจประติมากรรมโลหะที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก
"มามาเลด! ทางขวา!"
อคินตะโกนสั่งการ
ร่างสีทองพุ่งทะยานไปประดุจลูกกระสุน
มามาเลดใช้ความเร็วที่เหนือชั้นตวัดกรงเล็บอาบพลังเวทด้วยสกิล [กรงเล็บฉีกกระชาก] เข้าที่รอยต่อของเปลือกไม้
ทุกรอยแผลที่มันทิ้งไว้จะมีแสงสีแดงแผดเผาเนื้อเยื่อของศัตรูไม่หยุด
ขณะที่ ปลาเผา เลือนหายไปในมิติเงาประดุจหมอกควัน
ก่อนจะปรากฏกายขึ้นด้านหลังศัตรูเพื่อฝังมีดสั้นเข้าที่จุดบอดอย่างแม่นยำ
ทุกการเคลื่อนไหวของเขาคือบทเพลงแห่งความตายที่ไร้เสียง
บัวลอย แมวสามสีในร่างเงาเคลื่อนที่ไปรอบสนามรบประดุจของเหลวที่ไร้มวล
เธอใช้ [เงาพันธนาการ] ตรึงรากไม้ที่พยายามจะลอบกัดอคินจากด้านหลัง
พร้อมกับปาขวดยาพิษและกรดเข้มข้นที่เธอปรุงขึ้นเองจนศัตรูชะงักงัน
ส่วนอคิน... เขาคือศูนย์กลางของพายุแห่งการทำลายล้างนี้
มือของเขาวาดไปในอากาศอย่างไร้รูปแบบ [คลังสรรพาวุธ] เปิดออกทันที
อคินคว้าทวนยาวสีเงินออกมาแทงทะลุกลางแกนกลางของอสูรพฤกษา
ก่อนจะหมุนตัวสลับเอา 'ดาบยักษ์ทลายผา' ออกมาในพริบตาด้วยสกิล [สับเปลี่ยนฉับพลัน]
เพื่อจามตัดรากไม้ที่พยายามจะพันธนาการขาของเขา
เมื่ออสูรตัวสุดท้ายล้มลงสลายกลายเป็นเศษซากไม้ที่เน่าเปื่อย
อคินทรุดตัวลงนั่งบนขอนไม้ใหญ่ เขามองดูหน้าต่างระบบสีฟ้าที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าด้วยความภาคภูมิใจ
[มามาเลด ระดับเพิ่มขึ้น! -> เลเวล 79]
[ปลาเผา ระดับเพิ่มขึ้น! -> เลเวล 79]
"อีกนิดเดียวเท่านั้นเพื่อนยาก..."
อคินหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่มอีกครั้ง พยายามกลืนลงไปช้าๆ เพื่อค้นหา 'สัมผัส' ที่หายไป แต่ความว่างเปล่าก็ยังคงเป็นคำตอบเดียว
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางลูบหน้าอกซ้าย หัวใจของเขายังคงเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคงเกินไป...
มันมั่นคงจนเหมือนนาฬิกาจักรกลที่ไม่มีวันเพี้ยน ไม่มีการหอบ ไม่มีการเต้นรัวจากความเหนื่อยล้า ทั้งที่เพิ่งผ่านการรบราอย่างหนักมา
‘ร่างกายนี้... แข็งแกร่งขึ้นจนน่ากลัว หรือว่าพรของระบบจะทำให้ฉันก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว?’
อคินปลอบใจตัวเอง
แม้ในใจลึกๆ จะรู้สึกถึงความ 'ผิดที่ผิดทาง' ของจังหวะหัวใจนั้นก็ตาม
"ขอบใจมากนะอคิน"
ปลาเผาเดินเข้ามาสะบัดขนที่เปียกชื้นจากหยดน้ำค้าง แววตาของมันที่มองอคินนั้นสลับซับซ้อน
มันมองเห็นรอยขาดบนผ้าคลุมของอคินที่กำลังซ่อมแซมตัวเองด้วยละอองแสงสีฟ้า... ละอองแสงที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตตัวใดในโลกนี้ควรจะมี
"เราคือปาร์ตี้เดียวกัน"
อคินตอบพลางลูบหัวโบ้ที่นอนหอบอยู่ข้างๆ
"แต่สังเกตไหม... มอนสเตอร์พวกนี้มันดู 'กลัว' อะไรบางอย่าง เหมือนพวกมันไม่ได้อยากสู้ แต่ถูกต้อนมาจากป่าลึก"
หน้าต่างระบบสีฟ้าสั่นไหวเล็กน้อย ข้อความใหม่ปรากฏขึ้นด้วยความเร็วที่เร็วกว่าปกติ
ราวกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังหน้าต่างนั้นกำลังร้อนรนจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
[อคิน... สัญชาตญาณอัศวินของเจ้าถูกต้อง พลังงานเวทกำลังบิดเบี้ยว... เวลาแห่งความสงบกำลังจะหมดลง...]
"เอาล่ะ! จะตีสามแล้ว"
อคินลุกขึ้นปัดชุดอัศวินขาวที่ยังคงขาวสะอาดสะอ้านราวกับมันไม่ได้อยู่ในมิตินี้
"กลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เราจะเข้าสู่ 'เขตต้องห้าม' กัน"
เหล่าสัตว์เลี้ยงสบตากันเงียบๆ มามาเลดมองรอยไหม้ที่ชายเสื้อของอคินที่เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย...
พวกมันรู้ดีว่าสิ่งที่อคินเป็นอยู่ตอนนี้คืออะไร
แต่ความสุขและความมุ่งมั่นในแววตาของเขานั้นมีค่าเกินกว่าจะทำลายลงด้วยความจริงอันโหดร้าย
[29 มิถุนายน | 20:00 น.]
อากาศภายในใจกลางป่าเขาใหญ่หนาแน่นและหนักอึ้งจนอคินรู้สึกเหมือนกำลังก้าวเดินอยู่ใต้ก้นมหาสมุทรที่มืดมิด
ทุกลมหายใจที่เขาสูดเข้าไปแฝงไปด้วยกลิ่นอายของการเน่าเปื่อยที่ถูกฉาบไว้ด้วยพลังงานเวทมนตร์อันหอมหวานอย่างน่าประหลาด
มามาเลดกระโดดขึ้นมานั่งบนไหล่ชุดเกราะของอคินอย่างแผ่วเบา
แววตาของเขาสะท้อนแสงจันทร์เป็นสีเขียวเรืองโรจน์
“กลิ่นนี้มัน... ไม่ใช่แค่สัตว์อสูรธรรมดาแล้วอคิน”
“ฉันรู้”
อคินกระชับด้ามดาบในมือ ความเงียบรอบตัวเขานั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามใดๆ
ฉัวะ!
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นพร้อมกับร่างของ งูสามหัว เลเวล 64 ที่พุ่งดิ่งลงมาจากยอดไม้ประดุจลูกธนูสีดำ
มันอ้าปากกว้างพ่นของเหลวสีม่วงเข้มเข้าใส่จุดตาย อคินปฏิกิริยาฉับไว ยกโล่ขึ้นรับแรงปะทะทันที
ฟู่ววว!
ควันกรดที่กัดกร่อนโลหะจนเกิดรอยด่างดำส่งกลิ่นเหม็นไหม้
อคินขมวดคิ้ว เขาแทบไม่รู้สึกถึงแรงกระแทกที่ส่งผ่านโล่มายังข้อมือ
ราวกับร่างกายของเขาไม่มีมวลกระดูกที่จะสั่นสะเทือนตามกฎฟิสิกส์
ทว่ายังไม่ทันได้ตั้งตัว พื้นดินก็สั่นสะเทือน ม้าเกราะกะโหลก เลเวล 73 พุ่งทะยานออกมาจากเงามืด
มันชนเข้าที่สีข้างของโบ้อย่างจังจนหมาป่าเหล็กไหลร่างยักษ์กระเด็นไปปะทะกับต้นไม้ใหญ่จนหักโค่น
"ระบบ! ทำไมระดับมอนสเตอร์มันกระโดดแบบนี้!"
อคินสบถพลางกวาดสายตาไปรอบๆ
ดวงตานับร้อยคู่เริ่มสว่างไสวขึ้นมาประดุจดวงไฟนรก บาซิลิสก์หางงู เลเวล 76 นับสิบตัวเริ่มเลื้อยปิดล้อมปาร์ตี้
กลิ่นอายสังหารรุนแรงจนอากาศเริ่มบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น
"มากันไม่หยุดเลยงั้นเหรอ... ได้! [คลังสรรพาวุธ] สลับ 'หอกอสุนีบาต'!"
อคินควงหอกยาวเข้าสกัดกั้นคมเขี้ยวจากทุกทิศทาง ทว่าในวินาทีที่เขาวาดหอก
ร่างกายกลับรู้สึกหนักอึ้งอย่างมหาศาล มันไม่ใช่ความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อ
แต่มันคือการ 'สั่นพ้อง' ของพลังงานในร่างที่กำลังขัดแย้งกับสิ่งแวดล้อม
[แจ้งเตือน: ความหนาแน่นของพลังเวทในพื้นที่สูงขึ้นผิดปกติ]
[แจ้งเตือน: กำลังก้าวเข้าสู่อาณาเขตของ 'มินิบอส']
[อคิน! รีบฝ่าออกไป!]
"เงียบไปเลยระบบ! ฉันคืออัศวิน... ฉันไม่ทิ้งเพื่อน!"
อคินตะโกนก้อง หน้าต่างระบบสั่นไหวราวกับสัญญาณภาพที่กำลังจะขาดหาย
อคินยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อม สะบัดหอกอาบแสงไฟฟ้าสลับกับดาบใหญ่ในพริบตา
ทุกการโจมตีของเขาหนักแน่นขึ้นตามความกดดัน
แต่ทว่า... ยิ่งเขาสู้ พลังชีวิตที่ระบบพยายามพยุงไว้ก็ยิ่งรั่วไหลออกไปสู่ความมืดมิดของเขตต้องห้ามแห่งนี้มากขึ้นทุกที
ทันใดนั้น ความเงียบสงัดก็ถูกทำลายด้วยเสียงกัมปนาทที่สั่นไปถึงจิตวิญญาณ
ร่างมหึมาสูงกว่าสามเมตรทะยานออกมาจากม่านหมอกประดุจรถถังมีชีวิต
[หมียักษ์ขนเหล็ก เลเวล 86]
ขนของมันดำขลับดุจเหล็กกล้าที่ชโลมด้วยเวทมนตร์ธาตุโลหะ
พลังเวทที่เข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวส่งเสียง เปรี๊ยะ! ของไฟฟ้าสถิต
"โบ้! ต้านไว้!"
โบ้พุ่งเข้าใส่สุดตัว ทว่าเพียงแค่หมีมินิบอสเหวี่ยงหมัดที่ประดับด้วยหนามเหล็ก
แรงปะทะมหาศาลก็ซัดร่างของโบ้จนกระเด็นหายไปราวกับตุ๊กตา
อคินสลับอาวุธเป็น 'ดาบยักษ์เพลิงตะวัน' พุ่งเข้าฟาดฟัน
ทว่าคมดาบกลับทำได้เพียงสร้างรอยขีดข่วนบนขนเหล็ก
เล็บมรณะของบอสสวนกลับแทงทะลุไหล่ซ้ายของเขาอย่างโหดเหี้ยม
อคินทรุดลง ความรู้สึกที่ควรเป็นความเจ็บปวดแสนสาหัสกลับกลายเป็นเพียง 'ความเย็นเยียบ'
บาดแผลของเขาไร้ซึ่งหยดเลือด มีเพียงละอองแสงสีฟ้าที่หลุดลอยออกมา
ร่างของเขาสั่นพร่าคล้ายภาพโฮโลแกรมที่สัญญาณขาดหาย
"อึก... ระบบ... ขอพลัง... มากกว่านี้!"
อคินตะโกนด้วยความสิ้นหวัง
วินาทีนั้น จิตวิญญาณของ 'ใครบางคน' ที่ซ่อนอยู่ในมิติเร้นลับดูเหมือนจะตัดสินใจบางอย่างที่ยากลำบาก
และพลังชีวิตของอคินเหลือไม่ถึง 20% แต่มันคือพันธสัญญาที่ไม่อาจบิดพลิ้ว
[เปิดใช้งานสกิล: ผสานวิญญาณ]
[เงื่อนไขครบถ้วน: สกิล 'เข้าทรง' และ 'หยิบยืมพลัง' ประสานการทำงาน]
[กำลังอัญเชิญ: จิตวิญญาณแห่งท้าวเวสสุวรรณ (เสี้ยวพลัง) ]
" [เข้าทรง] [หยิบยืมพลัง] !"
วูบ!
บรรยากาศรอบเขาใหญ่พลันเงียบสงัด แสงสีทองเจิดจ้าปะทุออกจากร่างอคินจนป่าทั้งป่าสว่างไสวดุจกลางวัน
ร่างเงา 'ยักษ์' สีทองอร่ามสูงนับสิบเมตรปรากฏซ้อนทับร่างเขา
ใบหน้าดุดันสวมมงกุฎทรงชฎาแผ่อำนาจข่มขวัญจนบอสหมียักษ์ต้องก้าวถอย
อาวุธในมือแปรเปลี่ยนเป็น 'กระบองยักษ์'
"ไปตายซะ!"
อคินเหวี่ยงกระบองยักษ์สุดแรง
ตูม!
แรงระเบิดซัดขนเหล็กแหลกเป็นผง ร่างหมียักษ์กระเด็นชนหน้าผาจนหินแตกกระจาย
ทว่าในวินาทีที่มันกำลังจะสิ้นใจ
รากไม้ประหลาดสีดำคล้ำกลับพุ่งออกมาจากใต้ดิน
พันรัดและแทงทะลุเนื้อหมียักษ์อย่างรวดเร็ว
[แจ้งเตือนวิวัฒนาการฉับพลัน: เรดบอส ระดับ A - เจ้าพฤกษาปรสิต]
[อสูรหมียักษ์ถูกยึดครองโดย 'อสูรเถาวัลย์กินคน']
ร่างหมียักษ์บวมพอง กลายเป็นปีศาจพฤกษาที่มีเถาวัลย์นับสิบเส้นกวัดแกว่งดุจแส้เหล็ก
อคินพุ่งเข้าปะทะอีกครั้ง แต่แสงสีทองรอบตัวเขาก็เริ่มริบหรี่ ร่างกายเขากำลังถึงขีดจำกัดสูงสุด
"นี่มัน... อะไรกัน..."
อคินรู้สึกถึงพลังที่ไม่ได้มาจากระบบ แต่มาจาก 'สายใย' บางอย่างที่เชื่อมเขากับเพื่อนๆ
[เปิดใช้งานสกิลลับ: องค์ลง]
[กำลังอัญเชิญ: จิตวิญญาณแห่งท้าวเวสสุวรรณ (อีกครั้ง)]
[เปิดใช้งานสกิลลับ: เชื่อมจิตหมู่]
[ได้รับบัฟพิเศษ: พลังแห่งยักษ์ 360 วินาที]
ออร่าสีเขียวทองแผ่ซ่านออกจากร่างอคินเข้าโอบอุ้มมามาเลด ปลาเผา บัวลอย และโบ้
อาวุธของพวกเขาทุกคนแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธทองคำสลักยันต์ศักดิ์สิทธิ์
"พวกเรา! จัดการมัน!"
อคินประกาศก้อง
บัวลอยเคลื่อนที่ดุจเงาปีศาจ เธอปาขวดแก้ว 'ยาสลายพลังเวท' เข้าใส่ส่วนหัวของบอส
ก่อนจะกระแทกฝ่ามือลงพื้นร่าย [มืดบอด] ยิงแสงสีดำเข้าตาบอสจนมันชะงักงัน
เส้นเงาสีดำนับร้อยพุ่งขึ้นจากดินรัดตรึงลำตัวของเจ้าพฤกษาปรสิตไว้แน่น
โบ้ที่บัดนี้มีเกราะสีทองส่องประกายคำรามลั่น
มันเหวี่ยงร่างหมุนตัว 360 องศาด้วยสกิล [พายุหมุน] กรงเล็บทองคำตวัดตัดฉีกเถาวัลย์ที่พุ่งเข้ามาจนขาดสะบั้น
มามาเลดและปลาเผาพุ่งเข้าจู่โจมซ้ำประดุจสายฟ้าแลบ
ทิ้งรอยแผลที่แผดเผาด้วยไฟจากอาคมทองคำ
อคินทะยานขึ้นสู่เวหา กระบองยักษ์ในมือส่องสว่างจนถึงขีดสุด
พลังจากทุกคนหลอมรวมเข้าสู่จุดเดียว
"ตายซะ! [ทัณฑ์สวรรค์] !"
อคินเหวี่ยงกระบองกระแทกลงกลางลำตัวหมียักษ์อย่างแรง
ตูมมมมมมม!
แรงสั่นสะเทือนมหาศาลส่งผ่านพลังงานศักดิ์สิทธิ์ทะลวงลึกเข้าไปถึงแกนกลางปรสิต
ร่างของมันสั่นสะเทือนก่อนจะระเบิดออกเป็นชิ้นๆ พร้อมกับร่างของหมียักษ์ ความเงียบสงบกลับคืนสู่ป่าอีกครั้ง
ทว่า... นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่อคินรับรู้
[แจ้งเตือนวิกฤต: พลังงานระบบต่ำกว่า 5%... ปิดฟังก์ชันพยุงร่าง...]
แสงสีเขียวทองดับวูบลง อคินพยายามเอื้อมมือไปหาโบ้ที่รีบพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความตระหนก
แต่ร่างกายของเขากลับโปร่งแสงจนเขาสามารถมองเห็นใบไม้ผ่านหลังมือของตัวเองได้ชัดเจน
"โบ้... นาย... นายดูเหนื่อยนะ..."
อคินพยายามจะยิ้ม แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงกล้ามเนื้อที่ใบหน้าอีกต่อไป
เขาล้มลงอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่ร่างอัศวินขาวจะสลายเลือนหายไปในเงามืด
เหลือเพียงความอ้างว้างของพงไพรที่เยือกเย็น และเหล่าสัตว์เลี้ยงที่ยืนล้อมกองเสื้อผ้าที่ว่างเปล่า...
เฝ้ารอเวลาที่ดวงตะวันจะลับขอบฟ้าอีกครั้ง เพื่อให้ 'อัศวิน' ของพวกมันกลับมามีตัวตนในโลกแห่งความฝันนี้อีกหน