ชิงเหมย เกิดใหม่มาขายในยุค70s

    ค่าตกแต่งที่เกินงบ



               วันถัดมา หลังจากชิงเหมยและหลี่หลิง

    กลับมาจากโรงเรียน ทั้งคู่แวะไปร้านขายชา ที่เป็นเจ้าของห้องเช่า เพื่อจะมาพูดคุยเรื่องการตกแต่งร้าน


              "สวัสดีค่ะ คุณน้า" ชิงเหมยเอ่ยทักทายเจ้าของร้าน

               "เรียกน้าหวง ก็ได้ คนกันเอง"

                เจ้าของร้านชื่อ หวงอี้ ดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี เรียกทั้งคู่เข้ามาในร้านก่อน เมื่อวานเด็กสองคนนี้ถึงกับมาทำสัญญาด้วยเงินตั้ง1,600หยวน  ด้วยความที่หวงอี้ป็นนักธุรกิจ  จึงไม่คิดจะดูถูกทั้งคู่

             "ค่ะน้าหวง วันนี้จะมาคุยเรื่องตกแต่งร้านน่ะค่ะ ไม่ทราบว่า คุยกับน้าหวงได้เลยไหมคะ" 

              "อ้อ.. รอแปปนึงนะ เดี๋ยวน้าโทรหาน้องชายของน้าก่อน น้องชายน้าเป็นคนทำ"

              เถ้าแก่หวง เดินไปโทรศัพท์ที่โต้ะคิดเงินซักพัก ก็เดินกลับออกมาพร้อมกับชาหนึ่งกา

               จากนั้นไม่นาน ก็มีรถเก๋งคันงาม ขับมาจอดที่จอดรถหน้าร้าน ผู้ชายวัยกลางคนที่คาดว่าจะเป็นน้องชายของเถ้าแก่หวง ลงจากรถ แล้วเดินเข้ามาในร้าน ในมือถือเอกสารปึกหนึ่ง

                "สวัสดีครับพี่ ไหนครับลูกค้า" 

                 "ก็นี่ไง ลูกค้าสาวสองคนนี่ไง"

              ด้วยความที่ชิงเหมยกับหลี่หลิงยังเด็กอยู่ อีกทั้งยังใส่ชุดนักเรียนมาอีก น้องชายเถ้าแก่หวงคงจะแปลกใจ

            "โอ้..ขอโทษด้วยนะครับ ไม่คิดว่าลูกค้าจะเด็กขนาดนี้" 

            ชิงเหมยไม่ถือหรอก ถ้าเปลี่ยนเป็นเธอเอง ก็ไม่เชื่อเหมือนกันแหละ

                หวงหยางเฟย น้องชายของเถ้าแก่หวง นั่งตรงข้ามกับชิงเหมย พร้อมกับถามถึงรายละเอียดในการตกแต่งครั้งนี้ 

                หวงหยางเฟย มีแบบมาให้ดูด้วย เผื่อว่าลูกค้าจะสนใจ

     

               ชิงเหมยเปิดดูตัวอย่างที่หวงหยางเฟยเอามา ก็มีแบบที่ถูกใจบ้าง แต่ก็ไม่ทั้งหมด  ชิงเหมยต้องการความหรูหรา   จึงเลือกที่จะตกแต่งร้านเป็นโทนสีสว่าง  แสงไฟต้องเพียงพอ 


     

           ในตัวอย่างที่เปิดดู ก็มีบางอย่างที่ถูกใจบ้าง ชิงเหมยเลยใช้วิธี นำเอามาผสมผสานกันไป  ด้านหน้าร้านต้องเป็นกระจกบานใหญ่ ที่สามารถส่องเข้าไปดูด้านในได้ฝั่งหนึ่ง อีกฝั่งจะเป็นเวทีเล็กๆ ติดกระจกที่มีหุ่นโชว์ตั้งไว้3ตัว  


     

            มีโซฟาตั้งไว้แถวห้องลองเสื้อ  ในห้องลองเสื้อติดกระจกสูงท่วมหัวไว้  


     

             หลังจากเลือกวัสดุที่จะตกแต่งแล้ว  ก็เอาแบบที่ตัวเองเขียนมาให้หวงหยางเฟยดู


     

           "ตรงนี้กั้นเป็นห้องลองเสื้อ สองห้องนะคะ  ส่วนด้านหลังจะเป็นห้องวัดตัว  ส่วนตรงนี้อยากจะทำเป็นราวแขวนติดผนังยาวไปจนสุดเลยค่ะ  คุณน้ารับทำเฟอร์นิเจอร์ด้วยไหมคะ  เพราะอยากจะได้ชุดโซฟา วางไว้ตรงนี้ด้วยค่ะ" 


     

             ชิงเหมยบอกความต้องการทั้งหมดให้หวงหยางเฟย  ทั้งคู่ถามกันไปมา เกี่ยวกับแบบ และวัสดุที่จะใช้กว่าสองชั่วโมง  


     

             "ถ้าจะใช้แบบที่ว่าทั้งหมด  ผมคิดให้2,800หยวนครับ  ราคานี้ถือว่าไม่แพงเลยเพราะวัสดุที่ใช้ค่อนข้างมีราคาครับ "


     

            หวงหยางเฟย ที่บอกราคาไปก็รู้ว่าราคาไม่ถูกเลย  แต่วัสดุที่ลูกค้าต้องการจะใช้ มีราคาแพง  และอีกอย่าง เขาไม่เคยเจอลูกค้าที่ต้องการจะตกแต่งร้านเสื้อผ้าแบบนี้มาก่อน 


     

           "ตกลงค่ะ ใช้เวลาเท่าไหร่คะ"


     

            "ครับ..ถ้าเริ่มทำเลยก็ใช้เวลาประมาณ10วันครับ ทำสัญญาจ่ายครึ่งนึงก่อน อีกครึ่งค่อยจ่ายตอนงานเรียบร้อยครับ"


     

            "ได้ค่ะ  หนูขอเพิ่มป้ายชื่อร้านด้วยได้ไหมคะ  ชื่อร้าน  ฮุ่ยเหมย บูติก ค่ะ"


     

            "แล้วหนูเป็นคนลงชื่อในสัญญาได้เลยใช่ไหมคะ"


     

              สัญญาเช่าร้านต้องใช้ชื่อของแม่โจว เพราะชิงเหมยยังเด็ก ไม่สามารถทำได้  แต่หวงหยางเฟยบอกว่าสัญญาการตกแต่ง ชิงเหมยสามารถลงชื่อได้เลย


     

              ชิงเหมยหยิบเงินที่พกมาด้วยวันนี้2,000หยวน  ออกมาจ่ายก่อนเลย1,400หยวนตามสัญญาที่ระบุไว้  ทำให้หวงหยางเฟยรู้สึกแปลกใจขึ้นไปอีก  ที่จริงแล้วชิงเหมยยืมมาจากแม่โจวก่อน1,000หยวน เพราะเงินของชิงเหมยมีไม่พอแล้ว


     

              เด็กผู้หญิงอายุแค่นี้ พกเงินมากขนาดนี้เลยรึ


     

              จ่ายเงินเสร็จ ชิงเหมยก็เอ่ยลา  แล้วเดินกลับบ้านไปตอนเย็น

     

              กว่าจะถึงบ้านก็มืดค่ำแล้ว แต่ชิงเหมยบอกแม่โจวเมื่อตอนเช้าแล้วว่า  จะไปคุยเรื่องตกแต่งร้าน หลังเลิกจากโรงเรียน  แม่โจวจึงไม่ได้เป็นห่วงมาก

     

              เมื่อกลับเข้าไปในบ้าน ชิงเหมยก็เรียกประชุมคณะฮุ่ยเหมยบูติกทันที

     

               "ตอนนี้หนูไปจัดการเรื่องตกแต่งร้านมาแล้วนะคะ ค่อนข้างแพงมากทีเดียว  แต่พี่ๆเชื่อหนูเถอะ ว่ามันคุ้มค่าแน่นอน"

     

               สองฝาแฝด กับ เหลียนอี้เฟย ซึ่งทั้งสามเป็นเอฟซีของชิงเหมย ไม่มีข้อโต้แย้งอะไร 

     

             "ค่าตกแต่งทั้งหมด2,800หยวน หนูจ่ายไปก่อนแล้วครึ่งนึง อีกครึ่งจ่ายตอนเสร็จงานอีก10วันค่ะ"

     

             ถึงทั้งสามจะเชื่อชิงเหมยอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง ก็ยังอดขนลุกไม่ได้กับจำนวนเงินค่าตกแต่ง 

     

            "งั้นเรามาจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายเลยนะคะ 

      หนูต้องออกเงิน700หยวน พี่ฮุ่ยหลิงกับพี่ฮุ่ยหลิน490 หยวน ส่วนพี่อี้เฟย 210หยวนค่ะ  และก็ต้องจ่ายราคานี้อีกรอบตอนงานเสร็จนะคะ  พวกพี่ๆมีเงินพอกันไหมคะ" 

     

           "พอจ้ะพอ"

     

            ทั้งสามเก็บเงินได้ค่อนข้างเยอะแล้วกับรายได้ในการขายเสื้อสามรอบที่ผ่านมา   ต่างก็กลับห้องไปเอาเงินมาให้ชิงเหมยอย่างไม่อิดออด เหมือนเดิม

           


     

             







     

    คล้ายกับเรื่องชิงเหมย เกิดใหม่มาขายในยุค70s ที่คุณอ่าน