อลินตา... หมอผีข้ามภพ

    บทที่ 80

    อลินตาได้ข้อมูลพอสมควรจากวิญญาณคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลทำให้ได้รู้ว่าอาจารย์สินยเวทย์อยู่ประจำที่เรือนห่างไกลผู้คนท้ายป่าช้าวัดใต้ใหญ่ชาวบ้านรู้จักท่านแทบทุกคนและรู้ด้วยว่าป่าช้านั้นผีดุเพียงไรแต่อาจารย์สินยเวทย์ก็อยู่อย่างสงบปลอดภัยโดยไม่มีวิญญาณตนใดกล้ามารบกวนและอยู่ตัวคนเดียวตลอดมา จนผู้คนร่ำลือว่าอาจารย์สินยเวทย์คือนายป่าช้าที่ยังมีลมหายใจอยู่.

                    การย้ายบ้านใหม่ในครั้งนี้อลินตาพิจารณาแล้วว่ามีห้องหับหลายห้อง ด้วยเพราะคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลในตอนมีชีวิตอยู่เป็นคนมีฐานะเทียบได้กับคหบดีผู้มั่งคั่งแห่งยุคสมัยนั้นเลยทีเดียวจะให้สร้างบ้านปลูกเรือนน้อยหน้าใครได้อย่างไรกันล่ะตอนย้ายเข้ามาอลินตานึกพึงพอใจตั้งแต่แรกเพราะเรือนหลังนี้มันทำให้เธอจำแนกแยกห้องได้เป็นสัดส่วนมากกว่าห้องชุดในคอนโดเก่าที่เธออาศัยอยู่

                    อลินตาจัดการแบ่งห้องต่างๆหญิงสาวเลือกห้องหมู่ของเรือนชั้นในสุด เป็นห้องหับสำหรับการทำงานด้านไสยเวทย์โดยห้องนอนของเธอและสองลูกน้องจะอยู่ด้านหน้า ฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นห้องนั่งเล่นห้องเก็บของ ห้องรับรองแขก ส่วนหมู่เรือนอีกฝั่งก็เป็นห้องทำงานตามยุคสมัยของอลินตาซึ่งอุปกรณ์หลักในห้องทำงานของอลินตาก็คือโน้ตบุคและเครื่องคอมพิวเตอร์เพราะหญิงสาวเอาไว้เก็งกำไรจากการเล่นหุ้น

                    และห้องทำงานห้องนี้ของอลินตาก็จะเป็นที่อยู่ประจำของกุมานสมุทรกับสินเธาว์อีกด้วยเพราะในจำนวนผีที่เลี้ยงเอาไว้สองกุมารนี้ทำนายตัวเลขหุ้นได้เด็ดขาดที่สุดส่วนห้องรับแขกทั่วไปก็จะอยู่ที่ศาลากลางเรือน ในส่วนของห้องครัวอลินตาก็จัดให้อยู่ทางด้านล่างของเรือนอย่าคิดว่าอลินตาเป็นหมอผีเป็นสตรียุคใหม่แล้วจะทำกับข้าวไม่เป็นนะอย่างน้อยไข่เจียวแม่หมอสาวของเราก็พอประทังชีวิตได้ละกันน่า

                    แต่ทั้งหมดทั้งมวลของเรือนนี้ก็ไม่ได้สลักสำคัญเท่ากับหมู่ห้องสามห้องด้านในสุดของตัวเรือนเพราะห้องแรก แน่นอนอลินตาใช้เป็นห้องพระและสำหรับทำพิธีกรรมเกี่ยวกับทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น ส่วนพิธีกรรมคุณไสยไสยศาสตร์ ไม่ว่าทางขาวหรือดำหญิงสาวแยกห้องไว้ไม่ให้มาปะปนเกี่ยวข้องกับห้องพระอย่างเด็ดขาดซึ่งห้องพระนั้นอลินตาจะเอาไว้ทำวัตรสวดมนต์ทั้งเช้าและเย็น รวมทั้งนั่งสมาธิเดินจงกลม อันเป็นกิจที่อุบาสิกาในร่มเงากาสาวพัสตร์พึงกระทำ

                    ส่วนห้องต่อมาอลินตาใช้เก็บอุปกรณ์การปราบผีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นควายธนู หุ่นพยนต์ ผีเลี้ยงหม้อถ่วงวิญญาณ หวาย แส้ เทียนปราบผี ข้าวสารเสก น้ำมนต์ น้ำมันพราย ฯลฯเยอะจัดเยอะจริงของเหล่านั้นจะอยู่ในห้องนี้ซึ่งห้องนี้จะมีประตูเชื่อมไปสู่อีกห้องหนึ่งอันเป็นห้องสุดท้าย และเป็นห้องที่สำคัญยิ่งของหญิงสาว

                    นั่นคือห้องเดินทางห้องนี้จะมีเพียงพรมสีน้ำเงินปูทั่วห้อง ชิดผนังห้องจะมีฐานโลงศพอันเป็นฐานของยานพาหนะสำหรับเดินทางตั้งตระหง่านอยู่คล้ายๆ ฐานปล่อยจรวจอะไรทำนองนั้น แม้จะไม่มีโลงศพตั้งอยู่แต่คนที่เข้ามาในห้องแล้วมองแว้บแรกก็รู้ว่าฐานไม้นั่นใช้วางอะไร

                    เพราะโลงศพของอลินตาตอนที่ยังไม่ได้ใช้งานจะเป็นโลงศพจิ๋วพกพาสะดวกติดตัวหญิงสาวตลอดเวลากระทั่งจะใช้งานเมื่อไหร่ โลงศพก็จะขยายส่วนเป็นโลงศพพร้อมใช้ทันที เมื่อได้เข้ามาที่ห้องนี้ก็เหมือนได้เข้าสู่บรรยากาศงานสวดพระอภิธรรมศพเลยเทียวเรียกได้ว่าถ้ามีขโมยเข้าบ้านแล้วปีนมาเจอห้องนี้มีหวังเปิดกระเจิงสี่คูณร้อยแน่นอน

                    หลังจากที่อลินตาหมิงกับเป๋าและผีบ้านผีเรือนอย่างคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลคุยกันพอหอมปากหอมคอแล้วทั้งสามคนก็แยกย้ายกันไปนอนทางด้านคุณหลวงผีบ้านผีเรือนก็ทำหน้าที่ผีบ้านผีเรือนอย่างเต็มที่คือออกเดินวนเวียนไปรอบบ้าน ท่ามกลางเสียงน้องหมาที่เห่าหอนยามเห็นสิ่งแปลกปลอมที่มนุษย์ไม่สามารถจะมองเห็นได้

                    เป๋าเข้าห้องมาได้ก็จัดพระพุทธรูปขนาดหน้าตักสี่นิ้วนิมนต์ขึ้นหัวเตียงก่อนจะสวดมนต์ภาวนาเป็นวรรคเป็นเวรและปฏิญาณละเว้นการประพฤติผิดในกามเฉพาะที่เรือนหลังนี้อย่างเด็ดขาดแต่ด้านนอกค่อยออกไปว่ากัน จากนั้นก็เรียงตุ๊กตาหมีน้อย แมวน้อย กระซู่ กรูปรีหมอนข้าง ไว้รอบๆ เตียงของคุณเธอ ประหนึ่งให้มาเป็นป้อมปราการป้องกันผีของเจ้าตัว

                    ขณะเดียวกันทางด้านหนุ่มหมิงก็หาน้อยหน้าไม่เมื่อขึ้นเตียงได้ก็เอาสร้อยพระเครื่องทั้งสามพวงที่พกมาด้วย ขึ้นแขวนบนหัวเตียงแล้วหยิบหนังสือสวดมนต์ขึ้นมาเตรียมพร้อมสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนหมิงนั้นความจำไม่ดีเท่าเป๋าจึงต้องอาศัยหนังสือสวดมนต์อยู่เสมอ สวดผิดสวดถูกแต่ก็ดั้นด้นสวดจนจบพร้อมทั้งปิดหน้าต่างให้มิดชิดลงกลอนแน่นหนาด้วยกลัวว่าภูติผีวิญญาณจะมาทักทายตามประสาคนเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่

                    ส่วนอลินตานั้นยังไม่เข้าห้องนอน หญิงสาวเลือกที่จะเข้าไปยังห้องเดินทางของตัวเองพร้อมกับหยิบกระปุกเล็กๆ คล้ายกับกระปุกยาหอมซึ่งภายในบรรจุเลือดขอตัวเองจากบาดแผลตอนปะทะกับอาคมควันดำที่คอนโดเมื่อวันก่อนอลินตามองเข้าไปที่กระปุกควันดำนั้น

                    ปรากฏว่าเลือดของเธอไม่ได้แห้งเหือดเฉกเช่นเลือดทั่วไปซึ่งเมื่อออกจากร่างกายแล้วก็จะแห้งกรังจนต้องแคะทำความสะอาดแต่เลือดในกระปุกยาหอมนี้มันกลับเป็นก้อนเปล่งประกายคล้ายคริสตัล อลินตาหยิบก้อนเลือดของตัวเองมาวางไว้ในฝ่ามือพลางนึกในใจเป็นแบบนี้ได้ยังไง

                    อลินตาพลิกดูเลือดในฝ่ามือตัวเองไปมาแล้วนึกไปถึงทับทิมสีเลือดของแม่ดารารายที่เธอแอบเอามาเล่นและเมื่ออลินตานึกมาถึงตรงนี้ก้อนเลือดที่แข็งคล้ายคริสตัลซึ่งอยู่ในมือก็ค่อยๆ ซึมสลายเข้าสู่ร่างกาย หญิงสาวตกใจสะบัดมือตัวเองอย่างรวดเร็วทว่าไม่เกิดผลใดๆมันหายเข้าไปในร่างกายของเธอเรียบร้อยแล้ว อลินตาลืมตาโพลงความทรงจำในอดีตผุดขึ้นอย่างรวดเร็ว

                    หรือว่าทับทิมสีเลือดที่ขโมยเอามาเล่นแล้วหายไปจนแม่ดารารายแทบจะพลิกบ้านหาแต่หาไม่เจอในวันนั้นที่แท้แล้วมันจะหายไปเหมือนเช่นวันนี้! หญิงสาวแบมือ ยื่นแขนออกมาสำรวจตัวเองทันทีพลางสงสัยทับทิมสีเลือดนั่นคืออะไร แม่เก็บไว้อย่างดีเพื่อใช้ทำอะไร?

                    อลินตา เก็บกระปุกที่บรรจุหยดเลือดของตนเองวางไว้ที่เดิมจากนั้นก็ออกจากห้องบรรจุแท่นวางโลงศพไปยังห้องพระ เพื่อสวดมนต์ทำวัตรเย็นและอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรและเหล่าสรรพสัตว์ทั่วสากลโลกหนึ่งในนั้นก็มีดวงวิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลที่ได้รับบุญกุศลนั้นด้วยวิญญาณของคุณหลวงประนมมือรับส่วนบุญส่วนกุศลนั้นพร้อมกล่าวขึ้นเบาๆ

                    “อนุโมทนาบุญด้วยนะแม่หนูจิตใจเจ้ายิ่งใหญ่งดงามนัก.. สาธุๆ” เมื่อวิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลกล่าวอนุโมทนากับอลินตาจบพลันร่างทั้งร่างของคุณหลวงก็มีแสงเรืองรองสีทองครอบไปทั่วร่างเป็นผลทำให้วิญญาณของคุณหลวงอภิมหาทองไพศาลดูอิ่มเอิบภูมิฐานกว่าเดิมยิ่ง

                   อลินตาปฏิบัติภารกิจทางธรรมของตัวเองจนกระทั่งเสร็จเรียบร้อยก็เข้านอนและตั้งใจที่จะนอนอย่างจริงจังเสียด้วย เมื่อหญิงสาวหัวถึงหมอนและนับนกแสกยังไม่ทันจะถึงสิบตัวก็ผล็อยหลับเข้าสู่ห้วงนิทราจิตอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งกายละเอียดของเธอหลุดออกจากร่างแล้วหายวับมายืนกอดอกพิงผนังห้องเพื่อรอใครบางคนในมุมๆหนึ่งก่อนจะถึงห้องในคอนโดอันเป็นที่อยู่เก่าของเธอด้วยใบหน้านิ่งสนิท

                    และตามคาดอลินตาเห็นควันดำกลุ่มใหญ่เคลื่อนขึ้นมาทางบันได ซึ่งอลินตาก็แปลกใจขึ้นบันไดทำไมเหนื่อยจะตายทำไมไม่ขึ้นลิฟท์

                    โถ..แม่คุณ จะให้ควันดำกดลิฟท์ก็ใช่เรื่องนะดังนั้นควันแห่งความอาถรรพ์ขึ้นบันไดมาน่ะสมศักดิ์ศรีที่สุดละ เมื่อมาถึงเหล่าควันดำกลุ่มนั้นก็กระจายตัวราวกับทหารกระจายกำลังเต็มพื้นที่เพื่อตามหาผู้ก่อการร้ายในบริเวณชั้นที่อลินตาเคยพักอาศัยอยู่กายละเอียดของอลินตายืนดูพฤติกรรมของกลุ่มควันดำเงียบๆ พลางยิ้มเยาะที่มุมปาก..!

    คล้ายกับเรื่องอลินตา... หมอผีข้ามภพ ที่คุณอ่าน