แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องผ่านช่องมู่ลี่ไม้ ทอดลำแสงเป็แนวเส้นขนานอย่างมีระเบียบลงบนพื้นพรมสีเทาอ่อนของห้องทำงานส่วนตัว คารินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีครีมอย่างอ่อนล้าเล็กน้อยหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าประจำสัปดาห์ หญิงสาวหลับตาลงเพื่อสูดกลิ่นหอมสะอาดของน้ำชาดอกมะลิอุ่นๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมองจอภาพแสดงการประมวลผลเบื้องหน้า
บนหน้าจอแสดงเอกสารประวัติย่อของบริษัทออกแบบที่เข้ารอบแรกสำหรับโครงการสร้างศูนย์วิจัยข้อมูลความสัมพันธ์แห่งใหม่ เอกสารเหล่านี้ส่งมาจากเลขานุการส่วนตัวของภัทรเมื่อเช้า พร้อมข้อความสั้นๆ แสดงความใส่ใจเพื่อบอกว่าอยากให้เธอช่วยพิจารณาแิเบื้องต้นก่อนการนำเสนอผลงานจริงในวันพรุ่งนี้
คารินเลื่อนดูแฟ้มประวัติอย่างละเอียด ด้วยความเชื่อมั่นในสถิติและตัวเลขที่มีค่าแน่นอน เธอประเมินสิ่งเหล่านี้ด้วยเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ในใจ โครงสร้างการทำงานของแต่ละบริษัทดูน่าเชื่อถือ มีการแสดงงบประมาณ ระยะเวลา และตัวอย่างผลงานออกแบบในอดีตอย่างเป็ระบบ ทุกหน้าเอกสารเปรียบเสมือนสมการที่สามารถคาดเดาผลลัพธ์ได้อย่างง่ายดาย
จนกระทั่งปลายนิ้วของเธอหยุดชะงักลงเมื่อเอกสารเลื่อนมาถึงหน้าสุดท้าย...
รูปถ่ายขนาดเล็กของชายหนุ่มผิวเข้ม ใบหน้าคมคายที่มีหนวดเคราสั้นเป็ระเบียบปรากฏขึ้น แววตาสีเข้มคู่นั้นดูราวกับมีเปลวไฟดวงเล็กๆ ซ่อนอยู่ภายใน และด้านใต้ภาพถ่ายระบุชื่ออย่างชัดเจน
'นายทัตเทพ อนันตโชติ'
ทันต์...
ชื่อนั้นดังก้องอยู่ในมโนสำนึกของคารินดุจเสียงสะท้อนจากหุบเขาลึก ภาพความทรงจำสีจางที่เธอพยายามขุดหลุมฝังลึกและเทปูนปิดทับไว้พลันแตกร้าวและพรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจต้านทาน ลมหายใจของหญิงสาวติดขัดอยู่ตรงลำคอ ความอบอุ่นที่ปนเปความร้อนรุ่มของวันคืนเก่าๆ ย้อนกลับมาทำร้ายเธออีกครั้ง
ความรักครั้งแรกในชีวิตสมัยเรียนมหาวิทยาลัย... ความรักที่ไร้กฎเกณฑ์ ไร้สถิติอ้างอิง และปราศจากเหตุผลใดๆ มารองรับ มีเพียงกระแสอารมณ์ความรู้สึกอันบ้าคลั่งที่นำพาคนสองคนที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วให้หลอมรวมเข้าด้วยกัน
คารินยังจำรายละเอียดของห้องเช่าซอมซ่อขนาดเล็กของทันต์ได้ดี ห้องนั้นไม่มีเครื่องปรับอากาศ มีเพียงพัดลมพลาสติกสีเขียวเครื่องเก่าส่งเสียงครางดังกระหึ่มคอยพัดเป่าลมร้อน ทว่าท่ามกลางความยุ่งเหยิงของเศษกระดาษร่างแบบ กลิ่นน้ำมันผสมสี และกลิ่นเนื้อไม้ที่เกิดจากการตัดชิ้นงานช่าง คารินกลับพบความอบอุ่นที่ลึกซึ้งที่สุดในชีวิต
เธอยังจำรสััจากฝ่ามือหนาหยาบกร้านของทันต์ที่เกิดจากการกรีดกระดาษและจับเครื่องช่าง ทว่ายามที่ฝ่ามือนั้นแตะต้องลงบนผิวเนื้อนวลเนียนของเธอ มันกลับนุ่มนวลและสร้างความสั่นสะท้านชวนฝันอย่างถึงที่สุด ยามที่เขาก้มลงจูบซับตามแนวขากรรไกร เรียวลิ้นร้อนชื้นเกี่ยวกระหวัดหยอกเย้า ร่างหนาบึกบึนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อบดเบียดเข้าหา ร่างกายของเขาอบอุ่นจนเกือบร้อน ลำแขนแกร่งโอบรัดเอวบางของเธอไว้แน่นราวกริ่งเกรงว่าเธอจะละลายหายไปต่อหน้า
บทรักของทันต์ไร้ซึ่งแบบแผนและไม่มีขั้นตอนการวิเคราะห์ใดๆ เขารักเธอด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี สอดประสานตัวตนเข้าหาเธอด้วยความรุนแรงสลับอ่อนโยนตามกระแสความปรารถนาที่พุ่งพล่าน ทุกจังหวะรักตอกตรึงลึกซึ้งในกลีบเนื้ออุ่นร้อน มอบความสยิวเสียวซ่านรัญจวนใจจนเธอต้องครางกระเส่าผะแ่อย่างลืมตัว แววตาสีเข้มคมปลาบของเขายามทอดมองเธอในห้วงอารมณ์เสน่หาแสดงความรักออกมาอย่างเปิดเผยและจริงใจ
มันเป็ความรักที่สมบูรณ์แบบในด้านความรู้สึก... หากแต่มันกลับล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในโลกความเป็จริง
ทันต์คือชายหนุ่มผู้รักอิสระและมีความสุขกับการทำงานศิลปะและสถาปัตยกรรมทำมือที่แทบจะไม่มีรายได้แน่นอน ขณะที่คารินต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของครอบครัวที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ความขัดแย้งเื่เป้าหมายชีวิตและสถานะทางการเงินทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดคารินตัดสินใจบอกเลิกกับเขาและเดินจากมาพร้อมหัวใจที่แตกสลาย ั้แ่นั้นมา หญิงสาวจึงสร้างเกราะกำบังตนเองด้วยหลักวิทยาศาสตร์และสถิติ ปิดตายห้องแห่งอารมณ์ความรู้สึก และเลือกคบหาแต่ผู้ชายที่ระบบประเมินว่ามีความเสถียร ปลอดภัย และมีความมั่นคงสูงสุดในชีวิตอย่างภัทร
คารินสะบัดศีรษะเบาๆ ขับไล่ภาพความหลังออกไป เธอสูดหายใจเข้าลึก ยืดตัวตรงแล้วกวาดสายตามองหน้าจอแสดงผลอีกครั้ง พยายามใช้เหตุผลสะกดความหวั่นไหว
"ไม่... มันเป็ไปไม่ได้หรอก" คารินพึมพำกับตัวเอง "กรุงเทพมหานครออกจะกว้างใหญ่ปานนี้ มันอาจจะเป็เื่บังเอิญที่มีคนชื่อซ้ำกัน หรือต่อให้ใช่เขาจริงๆ... เขาก็เป็เพียงคนแปลกหน้าที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตเท่านั้น ไม่มีทางที่เขาจะก้าวเข้ามาสร้างความสั่นคลอนให้กับชีวิตอันแสนมั่นคงของฉันได้อีกแล้ว"
มือบางกดปิดหน้าต่างแฟ้มประวัติส่วนตัวนั้นลงทันที คารินพยายามบอกตนเองซ้ำๆ ว่าระบบที่เธอสร้างขึ้นไม่มีทางผิดพลาด และภัทรคือคู่ครองที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่ผ่านการคำนวณมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ชายหนุ่มผิวเข้มร่างหนาคนนั้นเป็เพียงข้อผิดพลาดในอดีตที่ได้รับการแก้ไขและตัดออกจากรหัสชีวิตส่วนตัวของเธอไปช้านานแล้ว
***
เช้าวันถัดมา บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทร่วมทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใจกลางย่านธุรกิจอบอวลด้วยความหรูหราทว่าแฝงความตึงเครียด ห้องประชุมแห่งนี้ตั้งอยู่บนชั้นสามสิบสองของตึกระฟ้า ผนังด้านหนึ่งเป็กระจกใสบานใหญ่เผยให้เห็นทัศนียภาพที่กว้างไกลของเมืองหลวง โต๊ะประชุมตัวยาวทำจากไม้มะฮอกกานีขัดเงาสะท้อนแสงไฟจากโคมไฟระย้าระยิบระยับที่ได้รับการออกแบบอย่างร่วมสมัยเหนือศีรษะ
คารินนั่งอยู่ที่ตำแหน่งกึ่งกลางฝั่งขวาของโต๊ะประชุม เธอสวมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีครีมสะอ้าน คลุมทับด้วยเสื้อนอกเข้ารูปสีน้ำตาลอ่อนที่ตัดเย็บอย่างประณีตรับกับรูปทรงร่างระหง เส้นผมยาวตรงสีน้ำตาลเข้มของเธอถูกปล่อยสยายล้อมกรอบหน้าเรียวสวยช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ฉลาดเฉลียว ในมือของเธอถือปากกาหมึกซึมหรูหราเตรียมพร้อมสำหรับการประเมินผลงาน
ข้างกายของเธอคือภัทร ชายหนุ่มสวมเสื้อนอกสีกรมท่าเข้มคัตติ้งเนี้ยบทับเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด ผ้าผูกคอสีฟ้าอ่อนลายเฉียงและเครื่องประดับเงินที่ข้อมือส่องประกายวับแวมยามที่เขาขยับตัว ภัทรดูสะอาดสะอ้าน สง่างาม และเนี้ยบกริบั้แ่เส้นผมจรดปลายรองเท้าหนังขัดมัน เขานั่งตัวตรงด้วยท่วงท่าสง่างามตามแบบฉบับผู้ได้รับการอบรมมาอย่างดี รอยยิ้มอบอุ่นอบอวลอยู่บนดวงหน้าหล่อเหลาขณะหันมาสบตากับเธอ
"เป็อย่างไรบ้างครับคาริน เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหมครับ ดูขอบตาคล้ำไปนิดนะครับ" ภัทรเอ่ยถามด้วยความห่วงใย น้ำเสียงทุ้มต่ำและแ่เบาของเขาแสดงถึงความใส่ใจที่มีให้เธอเสมอมา มือหนาอบอุ่นเอื้อมมากุมมือบางของเธอที่วางอยู่บนหน้าตักอย่างอ่อนโยน
"ขอบคุณค่ะภัทร พอดีตื่นเต้นกับโครงการใหม่นิดหน่อยค่ะเลยนอนดึกไปบ้าง แต่ตอนนี้พร้อมเต็มที่สำหรับการประเมินแล้วค่ะ" คารินเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มละมุนละไม ััจากมือของภัทรช่วยให้เธอรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยขึ้นมาได้บ้าง ชายหนุ่มคนนี้คือความเสถียรที่เธอเลือกสรรแล้ว และอนาคตที่อยู่ร่วมกับเขาก็จะงดงามราบรื่นเช่นนี้เสมอ
"ดีครับ วันนี้มีบริษัทออกแบบสามรายที่จะมานำเสนอผลงานและแบบแปลนเบื้องต้น สองรายแรกเป็บริษัทขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงและเคยทำงานร่วมกับบริษัทของครอบครัวผมมาก่อน รับรองว่างานของพวกเขาต้องได้มาตรฐานและตรงเวลาอย่างแน่นอน ส่วนรายสุดท้ายเป็นักออกแบบอิสระ แม้จะมีขนาดคณะทำงานที่ย่อมกว่า แต่ผลงานเก่าๆ ของเขาก็น่าสนใจทีเดียวครับ" ภัทรอธิบายรายละเอียดอย่างเป็ระบบระเบียบ
การนำเสนอผลงานของบริษัทแรกและบริษัทที่สองผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว รายแรกเน้นโครงสร้างที่ดูนำสมัยแปลกตา โครงสร้างกระจกและเหล็กที่ดูเ็าแต่สะอาดสะอ้าน คารินมองว่ามันดูแข็งกระด้างและขาดมิติทางอารมณ์ ส่วนรายที่สองนำเสนอรูปแบบสมมาตรอันหรูหราโอ่อ่าทว่ากลับแฝงความอึดอัดคับแคบในทางความรู้สึก คารินและภัทรแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสุภาพและประนีประนอม คารินเริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้นและความกังวลใจเื่ชื่อของนักออกแบบอิสระรายสุดท้ายก็ค่อยๆ เบาบางลง
***
"ผู้เสนอผลงานรายสุดท้าย... นายทัตเทพ อนันตโชติ จากสำนักงานออกแบบอิสระครับ"
เสียงประกาศของผู้ดำเนินการประชุมดังก้องขึ้น ทันใดนั้นบานประตูไม้สักทองบานใหญ่ที่ด้านหลังห้องประชุมก็ค่อยๆ เปิดออก คารินที่กำลังก้มหน้าเขียนสรุปคะแนนประเมินพลันหยุดปลายนิ้วลง ความรู้สึกชาหนึบแล่นพล่านไปตามไขสันหลังราวกับมีกระแสไฟแล่นผ่านขึ้นมาอย่างไร้การควบคุม เธอกลั้นหายใจค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองไปยังประตูทางเข้าห้องประชุม
วินาทีนั้น... โลกทั้งใบของคารินพลันเงียบงันลงทันที มีเพียงร่างของชายหนุ่มที่ก้าวเข้ามาผ่านประตูเท่านั้นที่ฉายชัดสะกดทุกสายตา
ชายหนุ่มรูปร่างหนาบึกบึน ผิวเข้มจัด ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาคมคายในแบบดิบกระด้างได้รับการประดับด้วยหนวดเคราสั้นสีเข้มที่เล็มแต่งอย่างเรียบร้อยตามกรอบหน้า แววตาสีเข้มจัดคมปลาบดั่งเหยี่ยวมีประกายชีวิตชีวาที่เจิดจ้า แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับแววตาที่สงบนิ่งและปลอดภัยของภัทร ทัตเทพไม่ได้แต่งตัวด้วยเสื้อนอกหรูหรา เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายเนื้อดีสีเทาเข้ม ปลดกระดุมคอเสื้อเม็ดบนออกเผยให้เห็นลำคอแกร่ง แขนเสื้อถูกพับร่นขึ้นมาอย่างกระฉับกระเฉงจนถึงข้อศอก เผยท่อนแขนหนาที่มีเส้นเืปูดโปนตามมัดกล้ามเนื้อแข็งแรงและรอยสักลายเส้นศิลปะร่วมสมัยจางๆ ที่ข้อมือ ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดินเข้ามาเต็มไปด้วยความมั่นใจและเปี่ยมไปด้วยพลังดึงดูดแห่งบุรุษเพศอันเข้มข้น
ในวินาทีที่ทัตเทพเดินมาหยุดอยู่ที่โต๊ะนำเสนอผลงานด้านหน้าห้องประชุม แววตาคมกริบของเขาเบนตรงมายังคารินที่นั่งตัวชาอยู่ทันที สายตาของทั้งคู่ประสานสบกันในห้องประชุมใหญ่แห่งนั้น... มันเป็สายตาที่เต็มไปด้วยเื่ราว ความรู้สึก และความทรงจำนับพันหมื่นคำ ดวงตาของทันต์สั่นไหวเล็กน้อยด้วยกระแสความรู้สึกโหยหาและปวดร้าวที่คุโชนขึ้นมา ก่อนที่เขาจะรีบปรับสายตาให้กลับมานิ่งสนิทและสุภาพเป็งานเป็การ
คารินรู้สึกคล้ายถูกพรากลมหายใจไปจากร่าง ร่างระหงของเธอชาวาบ ปลายนิ้วมือที่เย็นเฉียบสั่นระริกจนไม่อาจควบคุม ปากกาหมึกซึมสีทองวาววับในมือหลุดร่วงหล่นลงบนโต๊ะส่งเสียงดัง 'แก๊ก' แ่เบา
"คารินครับ... เป็อะไรไปหรือเปล่าครับ" ภัทรหันมาถามด้วยความห่วงใย เขาก้มลงช่วยเก็บปากกาขึ้นมาส่งคืนให้เธอ ฝ่ามือขาวสะอาดของภัทรััถูกปลายนิ้วที่เย็นจัดของคารินจนเขาต้องขมวดคิ้ว "มือคุณเย็นมากเลยครับ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า"
คารินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับคืนมา เธอฝืนยิ้มบางๆ ให้ภัทรแล้วสั่นศีรษะปฏิเสธ "เปล่าค่ะภัทร... คารินไม่ได้เป็อะไรค่ะ แค่มือลื่นไปหน่อย ขอโทษทีนะคะที่ทำให้เป็ห่วง"
คารินรับปากกาคืนมาแล้วกำด้ามปากกาแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว แผ่นหลังของเธอเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นๆ เธอพยายามบังคับสายตาไม่ให้จ้องมองร่างหนาของทันต์ตรงหน้า ทว่ากลิ่นอายธรรมชาติและแรงดึงดูดจากตัวตนของเขากลับรบกวนสมาธิของเธออย่างรุนแรง ระบบตรรกะแห่งความสมเหตุสมผลในสมองของเธอกำลังสั่นคลอนและส่งสัญญาณเตือนภัยในห้วงความคิด ตัวแปรที่ไม่คาดคิดคนนี้ได้ก้าวเข้ามาอยู่ในสมการปัจจุบันเรียบร้อยแล้ว
ทันต์เริ่มต้นการนำเสนอผลงานโดยการแสดงแผ่นภาพที่เป็ 'ภาพร่างทำมือ' ด้วยดินสอและสีน้ำแทนที่จะเป็ภาพจำลองสามมิติจากระบบเครื่องประมวลผลที่ดูแข็งทื่อ ภาพร่างเ่าั้ถูกวาดขึ้นอย่างประณีตและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา แสดงภาพพื้นที่ทำงานที่มีโครงสร้างโค้งมน อ่อนนุ่ม มีการแบ่งกั้นห้องทำงานด้วยประตูกระจกขุ่นที่สลักลายธรรมชาติ และเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติที่มีผิวััอบอุ่น เช่น ไม้สักและผ้าทอมือเนื้อหนา
"สำหรับผมแล้ว..." ทันต์เริ่มบรรยาย สายตาคมเข้มหยุดลงที่คารินอีกครั้ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยประกายที่ลึกซึ้งขณะเอ่ยพรรณนา "ศูนย์วิจัยข้อมูลความสัมพันธ์ไม่ใช่เพียงห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์อันเย็นชืดที่ทำหน้าที่เก็บรวบรวมแต่สถิติ ทว่ามันคือสถานที่ที่ผู้คนก้าวเข้ามาพร้อมกับความเปราะบางและความเ็ปในอดีตเพื่อค้นหาที่พึ่งพิงของหัวใจ พื้นที่เหล่านี้จึงต้องให้ความรู้สึกปลอดภัยที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงและพังทลายกำแพงในส่วนลึกของหัวใจลง ซึ่งจะทำให้ข้อมูลที่ได้มีความเป็จริงและมีคุณภาพสูงสุดในการวิเคราะห์ครับ"
การนำเสนอของทันต์เต็มไปด้วยเสน่ห์และการผสานศาสตร์แห่งสุนทรียภาพทางศิลปะเข้ากับจิตวิทยาความรู้สึกที่ลงตัว คารินเฝ้าฟังการนำเสนอของเขาด้วยความรู้สึกปั่นป่วนวุ่นวายใจ ระบบตรรกะและเหตุผลที่เธอพากเพียรยึดเหนี่ยวไว้กำลังถูกพายุอารมณ์อันบ้าคลั่งจากตัวตนของทันต์พัดโหมทำลายจนสั่นคลอนร้าวราน เธอรู้ดีว่าคำพูดของทันต์ช่างถูกต้องและมีเสน่ห์เหลือเกิน มันคือสิ่งที่ระบบประมวลผลข้อมูลและข้อมูลสถิติของเธอไม่มีวันประเมินค่าได้
เมื่อทันต์นำเสนอจบลง ความเงียบปกคลุมห้องประชุมชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงปรบมือของภัทรจะดังขึ้นเป็คนแรก พร้อมรอยยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่งยวด
"ยอดเยี่ยมมากครับคุณทัตเทพ" ภัทรเอ่ยปากชื่นชมอย่างจริงใจ "แิของคุณน่าสนใจมากครับ การผสมผสานธรรมชาติและความอบอุ่นเข้ากับวิทยาศาสตร์ข้อมูลเป็สิ่งที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของศูนย์วิจัยได้เป็อย่างดี คุณคิดอย่างไรบ้างครับคาริน แบบแปลนของคุณทัตเทพตรงใจคุณไหม"
คารินสะดุ้งตัวเล็กน้อย รู้สึกถึงแววตาคมกริบของทันต์ที่จับจ้องมองมายังเธอเพื่อรอฟังคำตอบ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังและความคาดคั้นที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ หญิงสาวมองสลับระหว่างภัทร ชายหนุ่มผู้แสนดี สะอาดสะอ้าน สุภาพบุรุษนักธุรกิจผู้เป็ระบบความมั่นคงและปลอดภัยของเธอ กับทันต์ อดีตคนรักเก่าผิวเข้มร่างหนาผู้หล่อเหลาคมคายในแบบดิบกระด้างเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดทางอารมณ์ที่พร้อมจะทำลายกฎเกณฑ์ทุกอย่างของเธอลง ความแตกต่างอย่างสุดขั้วของชายสองคนตรงหน้าฉายชัดในมโนภาพของเธอ ภัทรคือทางเดินราดยางที่เรียบกริบและส่องสว่างด้วยไฟถนนสีขาว ปราศจากหลุมพรางใดๆ ทว่าทันต์กลับเป็เส้นทางเดินป่าที่ขรุขระ รกร้าง ทอดตัวเข้าไปในป่าทึบอันมืดมิดทว่าเปี่ยมไปด้วยความท้าทายและความอบอุ่นของผืนป่าที่เย้ายวนใจ
คารินสูดหายใจลึกยาว ระงับเสียงสั่นเครือในลำคอแล้วหันไปยิ้มให้ภัทร ก่อนจะเบนสายตากลับมาสบตากับทันต์ตรงๆ ด้วยสายตานิ่งสนิทที่พยายามสร้างขึ้นเป็เกราะกำบัง
"เห็นด้วยค่ะภัทร..." คารินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้คงเส้นคงวาและเป็ทางการที่สุด "แิการออกแบบของคุณทัตเทพ มีการวิเคราะห์พฤติกรรมและความรู้สึกของมนุษย์มาร่วมด้วย ซึ่งช่วยลดความแข็งกระด้างของโครงสร้างวิทยาการได้ดีมากค่ะ ถือเป็การออกแบบที่มีมิติและเหมาะสมกับภาพลักษณ์ของบริษัทเราที่สุดค่ะ"
ทันต์ยกมุมปากขึ้นยิ้มเล็กน้อย แววตาคมกริบของเขาฉายประกายลึกล้ำบางอย่างที่ทำให้คารินร้อนวูบวาบไปทั้งตัว มันมิใช่เพียงความยินดีในฐานะผู้ชนะการคัดเลือก แต่เป็แววตาของผู้ชายที่รู้ว่าคำพูดของตนได้สั่นคลอนหัวใจของผู้หญิงตรงหน้าได้สำเร็จแล้ว
"ขอบคุณมากครับคุณคาริน" ทันต์เอ่ยชื่อเธอช้าๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำและแววตานั้นส่งตรงมาถึงเธอเพียงผู้เดียว "ผมหวังเป็อย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมงานและสร้างสรรค์พื้นที่แห่งความอบอุ่นนี้ร่วมกับคุณ... และผู้เกี่ยวข้องทุกท่านครับ"
คำว่า 'ร่วมงานกับคุณ' ของทันต์ก้องอยู่ในหัวของคารินซ้ำแล้วซ้ำเล่า หญิงสาวกำสมุดบันทึกในมือแน่น รู้สึกเหมือนสมการชีวิตที่ดำเนินไปอย่างเรียบร้อยของเธอกำลังถูกสั่นะเืด้วยพายุหมุนลูกมหึมา และเธอก็ตระหนักดีว่า นับจากวินาทีนี้เป็ต้นไป ชีวิตที่ควบคุมได้ทุกอย่างของเธอจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป... ตัวแปรที่ไม่คาดคิดคนนี้ก้าวเข้ามาแล้ว และเขาพร้อมจะทดสอบความแข็งแกร่งของสมการหัวใจของเธอด้วยพลังแห่งห้วงอารมณ์และความเสน่หาที่ร้อนแรงเกินกว่าวิทยาศาสตร์ใดๆ จะต้านทานได้...