บทที่ 119
จากนั้นก็เป็นการเล่าเรื่องของท่านสส.ที่ได้รับบาดเจ็บมายังไง นทีที่ได้ฟังนั้นก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากเป็นพิเศษ เพราะเขานั้นทราบดีอยู่แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น เมื่อเล่าจบ ครอบครัวทั้งสามคนก็เข้ามากอดกันกลมราวกับเพิ่งจะรู้ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ของครอบครัวอย่างไรอย่างนั้นเลยก็ว่าได้ “ต่อไปมีอะไรต้องบอกฉันนะคะคุณ ห้ามมีความลับอีกเด็ดขาด.. ตอนนั้นมันก็เป็นความผิดของฉันเองที่ไม่ได้ห้ามคุณ เรามัวแต่สนใจเรื่องเงินๆทองๆกัน จนหลงลืมเรื่องสุขภาพไป..” พิมพ์เองก็ร้องไห้ออกมาเช่นกัน เพราะจากอาการตามที่เล่ามานั้น โรคนี้มันรักษาค่อนข้างยากแล้วก็หลายส่วนมากด้วย โรคนี้ทางการแพทย์เรียกมันว่า ‘อวัยวะภายในเสื่อมสภาพ’ หรืออวัยวะภายในจะทำงานเหมือนกับคนที่แก่ชราไปแล้ว แน่นอนว่ามันรอเพียงแค่การล้มเหลวของอวัยวะเท่านั้น เมื่อถึงตอนนั้นท่านสส.ก็คงจะตายไปจริงๆ ตอนนี้ก็ได้แต่รักษาโดยการกินยาตามอาการเท่านั้น “อย่าหาว่าผมโหดร้ายจากคำพูดเลยนะครับ แต่ผมคิดว่าท่านน่าจะทราบดีอยู่แล้วว่าตัวเองนั้นอยู่ได้ไม่เกินสามเดือนเท่านั้น.. ยาตัวนั้นเป็นยาที่สามารถช่วยเหลือท่านได้ ไม่อยากจะลองมันดูสักหน่อยอย่างนั้นเหรอครับ..” นทีกล่าวออกมาท่ามกลางบรรยากาศเศร้าๆ ยังไงก็ตามทั้งหมดนั้น มันก็เป็นเพราะเขาหวังดีเท่านั้น ครอบครัวของคนที่เขารักจะปล่อยผ่านไปได้อย่างไรกัน เขาเดินเข้าไปหยุดหน้ากล่องยา ก่อนจะที่หยิบยาตัวนั้นขึ้นมาหักครึ่งเพื่อที่จะทานให้ดูเป็นตัวอย่าง และสร้างความไว้ใจกับท่านสส.“เดี๋ยว!!.. ไม่จำเป็นต้องหัก เห็นอย่างนี้ฉันก็มีความกล้ามากพอที่จะทานมัน ยังไงซะมันก็คงไม่ต่างกันเท่าไร จะตายตอนนี้หรืออีกสามเดือนมันเหมือนๆกัน อีกอย่างฉันเชื่อใจเธอพ่อหนุ่มนที..” ทรงพลกล่าวออกมา เขาที่เป็นชายชาติทหารมีความเสี่ยงมาทั้งชีวิตกับเรื่องแค่นี้ทำไมเขาจะไม่กล้าที่จะเสี่ยงกับมัน อีกอย่างหากเขาเป็นอะไรไปเพราะเม็ดยาตัวนี้พิมพ์ลูกสาวของเขาคงจะเกลียดชายคนนี้เป็นอย่างมากแน่นอน หากไม่มีความมั่นใจพอที่จะทำได้ พ่อหนุ่มคนนี้คงไม่เสนอมาอย่างนี้แน่นอน“อย่างนั้นก็ดีครับ ถ้าท่านได้ทานมันทั้งเม็ดยามันก็เป็นผลดีต่อตัวของท่านเองเช่นกัน ผมขอแนะนำให้ทานมันตอนก่อนนอนนะครับ อย่างน้อยมันก็ต้องใช้เวลาในการปรับสภาพภายในให้ดี และตอนนอนก็เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้วครับ..” นทีกล่าวตอบ ก่อนที่จะหันกลับไปนั่งที่ของตัวเอง ซึ่งทั้งหมดก็กลับมานั่งที่ในทันที ถึงจะมีการคัดค้านเล็กๆจากผู้เป็นภรรยาก็ตาม แต่ทรงพลก็ห้ามเอาไว้ เรื่องนี้ค่อยว่ากันภายหลังก็ได้ ส่วนพิมพ์ก็ได้แต่นั่งเงียบไม่พูดไม่จาใดๆ เธออยากจะเข้าข้างแฟนหนุ่มของเธอ แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องความเป็นความตายของพ่อเธอ จะให้เข้าข้างฝั่งใดฝั่งหนึ่งมันก็เป็นเรื่องยากจะตัดสินใจ เธอได้แต่หวังเท่านั้น หวังว่าทุกอย่างมันจะออกมาดีอย่างที่แฟนหนุ่มพูด พวกเขาทานอาหารกันต่อ และได้พูดเรื่องอื่นกันต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พวกเขาเองก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศการพูดคุยมันแตกต่างออกไปมาก มันเป็นบรรยากาศที่เรียกได้ว่ามาคุ ทำตัวไม่ถูกกันทุกคน แต่สำหรับนที เขาก็ยังเป็นนทีคนเดิมเท่านั้น ไม่นานมื้ออาหารนี้ก็จบลง ก่อนกลับนทีก็ยังย้ำเตือนเรื่องยาอีกด้วย พิมพ์ที่เดินมาส่งก็เอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมพูดอะไรเลยสักคำ“ไม่ต้องเป็นห่วงไปนะพิมพ์ ทุกอย่างมันจะออกมาดีอย่างแน่นอน..” นทีกล่าวเมื่อเห็นแฟนสาวเป็นอย่างนั้น เขายิ้มและเข้าไปสวมกอด และมันเป็นไม่กี่ครั้งที่เขาเป็นคนเริ่มที่จะทำอย่างนี้กับพิมพ์ก่อน“ขอให้ทุกอย่างมันออกมาดีเหมือนที่ทีพูดแล้วกัน.. พิมพ์ไม่อยากจะเกลียดชายที่ตัวเองรักหรอกนะ.. ขออย่าให้เป็นอย่างอื่นเลย พิมพ์คงทนที่จะเกลียดทีไม่ไหวแน่ๆเลย..” พิมพ์ซบไปที่อกของแฟนหนุ่ม น้ำตาของเธอเริ่มที่จะไหลออกมาเปียกเต็มเสื้อ ส่วนนทีเองก็ได้แต่ลูบหลังของพิมพ์แฟนสาวเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา“ทีมั่นใจว่ายาจะได้ผล เพราะทีเองก็เคยทานมันมาครั้งหนึ่งเหมือนกัน .. และนั่นเป็นหลักฐานอย่างดีที่ว่าพ่อของพิมพ์จะปลอดภัย และลาขาดจากโรคร้ายที่ต้องเผชิญมาหลายปี .. วันพรุ่งนี้ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง เชื่อทีสักครั้งนะ..” นทีกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆกับแฟนสาว ส่วนพิมพ์ก็ได้แต่พยักหน้าเล็กๆบนอกของเขา สักพักหนึ่งพวกเขาทั้งสองก็ได้แยกจากกันไปนทีขับรถของตัวเองออกไป เพื่อกลับไปพักผ่อน และเขาก็คิดที่จะเดินทางเข้าอำเภอพร้าวในวันพรุ่งนี้ให้มันเสร็จสิ้นเรื่องข้อตกลงซื้อขายที่ดินให้เรียบร้อยไปทีละขั้นตอนก่อนที่จะทำอย่างอื่น“วันนี้ก็พักผ่อนก่อนดีกว่า เล่นเอาหนักเหมือนกันนะชีวิตใหม่นี้..” นทีกล่าว เขาไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมีเรื่องเกิดขึ้นมามากมายจริงๆ ทั้งเรื่องเรียน เรื่องของขวัญข้าว เรื่องแรงงานของเขา และสุดท้ายคือเรื่องครอบครัวของแฟนสาว มันเป็นวันที่หนักสำหรับเขามากจริงๆ นทีอาบน้ำแล้วนอนหลับไปอย่างรวดเร็ว เขาไม่เคยตั้งข้อสงสัยกับยาของเทพที่มันถูกสร้างมาให้เทพด้วยกันเองเลยสักครั้ง นอกจากนี้เขาเองก็เคยเห็นประสิทธิภาพมันมากับตาแล้วอีกด้วย ดังนั้นก็หมดห่วง แต่มันผิดกับครอบครัวของพิมพ์แฟนสาว ที่ตอนนี้ทุกคนกำลังมองที่ตัวยาที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยความคิด และความรู้สึกที่หลากหลาย ทรงพลเอื้อมมือไปหยิบมัน เพื่อที่จะได้ลองให้มันจบๆไป ภรรยาก็เอื้อมมือมาแตะก่อนที่จะพูด“ฉันว่าเราไม่ควรลองนะคะที่รัก.. เราลองเอาให้คนอื่นทานก่อนก็ได้นี่คะ ถ้ามันได้ผลจริงก็ยังมียาที่เขามอบให้กับฉันอยู่ คุณไม่เห็นจำเป็นต้องลองมันด้วยตัวเองเลยนี่คะ จริงไหม..” คุณหญิงศรีสมรกล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วง มันยังมีอีกหลายทางเลือกให้พวกเขาได้ตัดสินใจลอง “เราคุยเรื่องนี้กันมาหลายรอบแล้วนะคุณหญิง ผมก็บอกแล้วยังไงว่าถึงผมจะทานแล้วตายตอนนี้มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมาก ยังไงผมก็ต้องตายในเวลาใกล้ๆนี้อยู่แล้ว อีกอย่างถ้ามันมีคุณสมบัติอย่างที่เจ้าหนูนทีนั้นพูดมาจริงๆ ยาเม็ดนี้นับว่ามีมูลค่ามหาศาลเลยทีเดียว เราจะเอามันมาใช้อย่างเปล่าประโยชน์ได้อย่างไร.. ลูกเองก็ไม่ต้องอยู่รอลุ้นหรอก กลับไปนอนได้แล้ว ไป” ตอนนี้เขาก็รู้สึกเซ็งๆนิดๆ ที่ถูกห้ามอย่างนี้มาหลายรอบแล้ว แม้แต่ตัวลูกสาวเองก็เหมือนกันพยายามประวิงเวลาไม่ให้เขาทานมันสักที จนเวลามันเกือบจะเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว อีกอย่างเขาก็ง่วงมากแล้วด้วย“อย่างนั้นคุณก็กินๆมันเข้าไปเลย ฉันจะไม่ห้ามคุณแล้ว พิมพ์ลูก ถ้าพ่อกับแม่เป็นอะไรขึ้นมาล่ะก็ ลูกก็โตพอที่รู้ว่าจะต้องจัดการยังไงต่อไป ..ไปนอนได้แล้ว” คุณหญิงศรีสมรกล่าวพร้อมกับหยิบกล่องยาของตัวเองออกมา และไม่พูดมากทำเพลงอะไร โยนยานั้นเข้าปากแล้วกลืนมันไปในทันทีโดยที่ไม่มีใครสักคนที่ห้ามเธอได้ทัน คุณหญิง!! คุณแม่!! ทั้งสองตะโกนออกมาพร้อมกัน แต่ศรีสมรกลับหันมามองทั้งสองก่อนจะพูดขึ้นมา“ทำไม แยกย้าย จะกินก็กิน ไม่กินก็ไม่ต้องกิน ..ฉันจะนอนแล้ว” เธอกล่าวออกมาอย่างงอนๆสามีที่เห็นอย่างนั้นก็นึกขึ้นในใจ เขาเองก็ผ่านอะไรมาก็มาก สงครามกระสุนปืนก็ผ่านมาหมดทุกสนาม แต่เขาก็ไม่เคยเข้าใจภรรยาเขาอยู่เหมือนเดิม ในเมื่อมันเป็นอย่างนี้แล้วเขาก็ไม่รอช้าหยิบยาขึ้นมาก่อนจะโยนเข้าไปปากตาม และขึ้นเตียง“ลูกก็ไปนอนได้แล้ว วันนี้ลูกก็เหนื่อยมามากพอแล้ว ฝากปิดไฟห้องให้ด้วย..” ทรงพลกล่าวออกมา พิมพ์ที่ได้ยินก็ได้แต่ถอนหายใจยาวครั้งหนึ่งก่อนจะทำตามที่พวกท่านต้องการ ก่อนจะออกมาจากห้องเธอก็หันไปมองพ่อแม่ของเธอก่อนจะอธิฐานภายในใจของให้พวกท่านปลอดภัยด้วยเถอะ ดังนั้นในเวลานี้บ้านใหญ่หลังนี้ก็เงียบสงัดลงหลังจากที่ทุกคนได้นอนหลับไป จนถึงเช้า... โอ๊ยยย!! อ๊ะ!! อ๊ายยยย!! เสียงร้องดังไปทั่วบ้านหลังใหญ่ พิมพ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบวิ่งมายังห้องนอนพ่อแม่เธอในทันที เธอพยายามเปิดประตูห้อง แต่มันก็ล็อกอยู่ เธอจึงตะโกนออกไปเพื่อเรียกพวกท่านทั้งสอง“คุณพ่อ!! คุณแม่!! เป็นอะไรไปคะ เปิดประตูหน่อย.. พี่หน่อย!! พี่หน่อยอยู่ไหน เอากุญแจสำรองมาเปิดห้องเร็วเข้า..” พิมพ์รีบเรียกพ่อบ้านที่ทำงานกับครอบครัวของเธอให้นำกุญแจสำรองมาเผื่อเกิดปัญหาอะไร แต่ไม่นานก็มีเสียงของผู้เป็นแม่ตอบกลับออกมาด้วยเสียงที่ดูอ่อนแรง และขาดช่วงเป็นบางคำ“ไม่มี..อะไรหรอก..ลูกรัก.....ลงไปรอ..ข้างล่างก่อน.. เดี๋ยวพ่อกับแม่...ตามไป... โอ๊ย!! คุณเบาๆหน่อยซิ ลูกอยู่หน้าห้องเรานะ..อ๊ะ!!...”