เล่มที่ 2 · ตอนที่ 63
รอยที่ไม่ยอมจาง
ติดตามตอนอื่นๆ ก่อนใครฟรีๆ ได้ที่ www.danniyay.com Ebook ตอนที่ 1-74 มีอัปเดทจนจบเรื่อง
ฟ้ายังไม่สว่าง แต่เมืองหลวงเริ่มเปลี่ยนเสียงหายใจ
ไม่ใช่เสียงนก ไม่ใช่เสียงลม แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่มากขึ้นกว่าปกติ เสียงโลหะกระทบกันเป็นจังหวะ และเสียงคำสั่งที่ถูกกระซิบซ้ำ ๆ ตามตรอกซอกซอย
การล่า...เริ่มแล้ว
ไครอสนั่งพิงผนังอิฐในโกดังร้างฝั่งคลอง เขายังไม่ได้หลับ แม้ร่างกายจะร้องขอพักทุกส่วน ดาบวางข้างตัว อักขระบนสันดาบหม่นลงเหมือนรู้ว่าคืนนี้มันได้กินงานหนักเกินไป
รอบตัวเขา คนที่ถูกช่วยออกมานั่งรวมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ บางคนหลับเพราะหมดแรง บางคนไม่กล้าหลับ เพราะกลัวว่าถ้าหลับแล้วจะ "หายไป" อีก
มีราเดินตรวจทีละคน มือเธอยังสั่น แต่การแตะตัวผู้บาดเจ็บของเธอยังอ่อนโยนเหมือนเดิม เธอเช็กชีพจร เช็กการหายใจ แล้วจดจำชื่อ---ไม่ใช่ลงกระดาษ แต่จดในหัว เหมือนกลัวว่าถ้าไม่จำเอง ชื่อเหล่านี้จะถูกใครบางคนลบอีก
"เขามีไข้" มีราพูดเบา ๆ กับลิซาเอล ขณะชี้ไปที่ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง "ไม่ใช่ไข้ธรรมดา...เหมือนพลังในตัวถูกรบกวน"
ลิซาเอลคุกเข่าลงข้าง ๆ มองชายคนนั้นอย่างระวัง ผิวเขาซีด แต่ไม่ใช่ซีดจากความหนาว มันเป็นสีซีดแบบคนที่บางส่วนของตัวตนถูกดึงออกไปแล้ว
"รอยตรา?" ลิซาเอลถาม
มีราพยักหน้า น้ำตาซึมแต่ไม่ปล่อยให้ไหล "มันไม่ได้อยู่บนผิว...มันอยู่ลึกกว่านั้น เหมือนฝังอยู่ในชื่อของเขา"
คำว่า ชื่อ ทำให้ไครอสที่นั่งเงียบอยู่ข้างกำแพงขยับตัว เขาเงยหน้าขึ้นมองคนที่นอนหอบนั้น แล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างข่วนอกเขาเบา ๆ แต่ไม่หยุด
อัครอสเดินเข้ามาช้า ๆ ไม้เท้าเขาเคาะพื้นเบา ๆ เป็นจังหวะที่ช่วยให้คิด "รอยตราเงาไม่ใช่แผล" ผู้เฒ่าพูด "มันคือ 'เครื่องหมายการจอง' ถ้าไม่ลบออก คนพวกนี้จะถูกตามเจออีก ไม่ว่าหนีไปไกลแค่ไหน"
บรอมดัลนั่งพิงลังไม้ กำค้อนแน่นจนข้อนิ้วขาว "แล้วเราลบมันยังไง" เขาถามเสียงแหบ "อย่าบอกนะว่าต้องกลับเข้าไปที่นั่นอีก"
อัครอสไม่ตอบทันที เขามองไครอสแทน
ไครอสรับสายตานั้น เขารู้ว่าคำตอบจะไม่ง่าย และจะไม่สบายใจ "ข้าเคยได้ยิน" เขาพูดช้า ๆ "ตอนที่แสงในเส้นชีพตอบสนอง...มันพูดถึง 'การคืนชื่อ'"
มีราหันมาทันที "คืนชื่อ?"
ไครอสพยักหน้า "ศิลากำเนิดไม่ได้แค่ให้พลัง มันบันทึกชื่อของโลกไว้...ถ้าตราลบชื่อออก เราอาจต้องให้โลกเป็นคนเรียกชื่อกลับมา"
ความเงียบตกลงมาทันที ไม่ใช่ความเงียบว่างเปล่า แต่เป็นความเงียบของคนที่กำลังคิดว่าคำพูดนั้นหมายถึงอะไรจริง ๆ
อัครอสถอนหายใจยาว "ถ้าเป็นแบบนั้น...เราต้องไปยัง 'เขตเสียงแรก'"
ธีมเงยหน้าขึ้นจากการเฝ้าทางเข้า "เขตต้องห้าม?"
อัครอสพยักหน้า "สถานที่ที่เชื่อกันว่าเป็นจุดที่โลก 'ออกเสียง' ครั้งแรกหลังศิลากำเนิดแตก เป็นที่ที่แม้แต่นักบวชวังยังไม่กล้าแตะ เพราะมันไม่ขึ้นกับอำนาจใคร"
บรอมดัลสบถเบา ๆ "ฟังดูเหมือนที่ที่คนไปแล้วไม่ค่อยกลับ"
อัครอสยิ้มมุมปาก "ใช่...แต่ถ้ากลับมาได้ คนจะไม่เหมือนเดิม"
ไครอสหลับตาลงชั่วครู่ เขานึกถึงผู้ดูแลตราเงา นึกถึงคำว่า รอย และนึกถึงคนที่กำลังนอนหายใจไม่สม่ำเสมอรอบตัว
"เราจะไป" เขาพูดในที่สุด "แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เราต้องซ่อนคนพวกนี้ให้พ้นสายตาการล่าก่อน"
เหมือนตอบรับคำพูดนั้น เสียงระฆังไกล ๆ ดังขึ้นจากทิศเหนือ ไม่ใช่ระฆังโบสถ์ แต่เป็นระฆังเตือนภัยของวัง
กัง---กัง---กัง
มีราหน้าซีด "มันเริ่มแล้ว..."
ธีมลุกขึ้นทันที "พวกมันประกาศล่าแบบเปิดหน้าแล้ว เสียงนี้ใช้เมื่อมี 'ภัยต่อเสถียรภาพเมือง'"
ลิซาเอลกัดฟัน "พวกมันจะตรวจทุกเขต ทุกบ้าน โดยเฉพาะคนที่ไม่มีทะเบียน"
อัครอสพูดเร็วขึ้น "เราต้องแยกกลุ่ม คนที่เดินได้ให้ไปกับธีม คนที่เดินไม่ได้ไปกับรานเซล ข้าจะวางยันต์พรางรอยไว้ชั่วคราว แต่จำไว้---มันแค่ชะลอ ไม่ได้ลบ"
ไครอสยืนขึ้น แม้ขาจะยังหนัก "ข้าจะไปกับกลุ่มที่เสี่ยงที่สุด"
ไม่มีใครถามว่า ทำไม ทุกคนรู้คำตอบ
การล่าที่เริ่มจากความเงียบ
แผนถูกแบ่งในไม่กี่ลมหายใจ ไม่มีพิธี ไม่มีคำปลุกใจ มีแต่การจับมือแน่น ๆ แล้วแยกย้าย
ไครอสไปกับกลุ่มของรานเซล คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่คือคนที่ยังมี "อาการ" จากรอยตรา---เวียนหัว หลงลืม หรือได้ยินเสียงแปลก ๆ ในหัว
หนึ่งในนั้นคือเด็กชายอายุราวสิบขวบ เขานั่งกอดเข่า น้ำตาไหลเงียบ ๆ "ข้าจำชื่อแม่ไม่ได้..." เด็กพูดเบามาก "ข้าจำหน้าท่านได้ แต่ชื่อมันหายไป"
ไครอสคุกเข่าลงต่อหน้าเด็ก เขาไม่พูดปลอบแบบลอย ๆ เขาเอามือวางบนอกเด็ก แล้วพูดช้า ๆ
"เจ้าจำหน้าท่านได้ แปลว่าท่านยังอยู่ในเจ้า ชื่อเป็นแค่เสียง...เสียงที่เราจะเอากลับมา"
เด็กมองเขาด้วยตาแดง ๆ "จริงหรือ"
ไครอสพยักหน้า "ข้าสัญญา"
คำว่า สัญญา ทำให้ไครอสรู้สึกหนักขึ้นอีกขั้น เพราะเขาเริ่มมีสัญญาเยอะขึ้นเรื่อย ๆ และทุกสัญญามีราคาของมัน
รานเซลนำทางผ่านท่อเก่าที่ไม่ค่อยมีใครใช้ เงาของเขากลืนร่างทุกคนไว้เหมือนผ้าคลุม แต่เงานั้นสั่นเป็นระยะ เหมือนเจ้าของมันเริ่มเหนื่อย
"เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม" ไครอสถาม
รานเซลยิ้มฝืน ๆ "ข้าโอเค...แค่เงาของข้าไม่ชอบอยู่ใกล้รอยตรา มันเหม็น"
ไครอสขมวดคิ้ว "เหม็น?"
"เหม็นเหมือนคำโกหก" รานเซลตอบสั้น ๆ
พวกเขาหยุดชั่วครู่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาจากปากท่อ เสียงโลหะกับหิน---เหยี่ยวเทา
ไครอสยกมือให้ทุกคนหยุด เขากดแสงในอกลงต่ำสุด ไม่ใช่เพราะกลัวถูกจับ แต่เพราะเขาไม่อยากให้รอยตราตอบสนอง
เสียงฝีเท้าผ่านไปใกล้มาก ใกล้จนได้ยินเสียงหายใจของทหาร
หนึ่งในทหารพูดเบา ๆ "ได้กลิ่นแปลก ๆ ไหม"
อีกคนตอบ "กลิ่นคลองเน่า...อย่าเสียเวลา"
เสียงค่อย ๆ ห่างออกไป เด็กชายกำชายเสื้อไครอสแน่นเหมือนจะไม่ปล่อย
ไครอสไม่ดึงออก เขาปล่อยให้เด็กยึดไว้ เพราะบางครั้ง การรอดไม่ได้ต้องใช้เวท แค่ต้องใช้คนให้ยึด
รอยที่เริ่ม "ทำงาน"
เมื่อพวกเขาถึงโกดังเล็กอีกแห่งที่เตรียมไว้เป็นจุดพัก ไครอสเห็นทันทีว่ามีบางอย่างผิด
ชายวัยกลางคนที่มีไข้ก่อนหน้านี้นั่งตัวแข็ง ดวงตาเขาเหม่อ เหมือนมองอะไรที่ไม่มีใครเห็น
"เขาเป็นยังไง" ไครอสถามเสียงเบา
มีราที่ตามมาทีหลังรีบเข้ามาดู เธอแตะข้อมือ แล้วสะดุ้ง "ชีพจรเขา...ไม่สม่ำเสมอ เหมือนถูกดึงเป็นช่วง ๆ"
ทันใดนั้น ชายคนนั้นพูดขึ้น ไม่ดัง แต่เสียงของเขาไม่ใช่เสียงของตัวเอง
"ชื่อ...ไม่จำเป็น..."
ทุกคนชะงัก
ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาขาวซีด "โลกจะเบาขึ้น...ถ้าไม่มีชื่อ"
เด็กหญิงคนหนึ่งร้องไห้เสียงดัง มีราถอยไปหนึ่งก้าวอย่างไม่รู้ตัว
อัครอสที่เพิ่งมาถึงพูดทันที "ทุกคนถอย! อย่าแตะเขา!"
แต่ช้าไปนิดเดียว
ตราเงาจาง ๆ โผล่ขึ้นรอบศีรษะชายคนนั้นเหมือนวงแหวนควัน ไม่สมบูรณ์ แต่ชัดพอให้รู้ว่า รอย กำลังตื่น
ไครอสก้าวเข้าไปโดยไม่รอคำสั่ง เขารู้ว่าถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ ชายคนนี้จะไม่ใช่คนอีกต่อไป
อัครอสตะโกน "อย่าใช้แสงแรง! รอยจะกินมัน!"
ไครอสพยักหน้า เขาไม่ใช้แสง เขาใช้ "ชื่อ"
เขานั่งลงตรงหน้า ชายคนนั้น สบตาเขาโดยไม่หลบ แล้วพูดช้า ๆ ชัด ๆ
"เจ้าชื่ออะไร"
ชายคนนั้นสั่น "ข้า...ข้า..."
"มองข้า" ไครอสพูด "ฟังเสียงข้า ไม่ต้องมองวงควัน"
ชายคนนั้นหายใจแรง มือกำอากาศเหมือนจะคว้าอะไร
ไครอสวางมือบนพื้น ไม่ร่ายเวท แต่เรียกเส้นชีพในดินให้ "สั่น"
พื้นสั่นเบา ๆ เหมือนหัวใจ จังหวะช้า สม่ำเสมอ
"ฟังโลก" ไครอสพูด "โลกยังจำจังหวะเจ้าได้"
ชายคนนั้นน้ำตาไหล ริมฝีปากขยับ
"ข้า...ชื่อ...เอเรน..."
ทันทีที่ชื่อหลุดออกจากปาก วงควันตราเงาสั่นแรง แล้วแตกเป็นฝุ่นจาง ๆ
ชายคนนั้นทรุดลงหอบหนัก แต่ดวงตากลับมีสติ
มีรารีบเข้ามาประคอง ตรวจชีพจรอีกครั้ง คราวนี้มันสม่ำเสมอขึ้น
เธอเงยหน้ามองไครอส ดวงตาแดง "มัน...มันได้ผล"
อัครอสหน้าซีดเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเขาเริ่มเข้าใจว่า สิ่งที่ไครอสทำได้นั้น "ใหญ่" แค่ไหน
"เจ้าคืนชื่อได้" ผู้เฒ่าพูดช้า ๆ "แม้จะยังไม่ลบตรา แต่เจ้าทำให้มันหยุดกัดชั่วคราว"
บรอมดัลสบถเบา ๆ ด้วยความโล่งใจ "ข้าชอบคำว่า 'คืนชื่อ' มากกว่า 'รักษา'"
แต่ความโล่งใจอยู่ได้ไม่นาน
ทันใดนั้น เสียงหวีดต่ำ ๆ ดังขึ้นจากตรอกด้านนอก ไม่ใช่เสียงคน แต่เป็นเสียงอักขระกำลัง "ทำงานพร้อมกัน"
รานเซลมองเงาของตัวเอง มันสั่นแรงเหมือนเจอไฟ
"พวกมันเจอแล้ว" เขาพูดเร็ว "ไม่ใช่แค่เรา...ทั้งเมือง"
เมืองที่เริ่มกัดตัวเอง
อัครอสสั่งทันที "ย้ายที่! เดี๋ยวนี้!"
แต่ก่อนที่ทุกคนจะขยับ เสียงตะโกนดังขึ้นจากถนนใหญ่ เสียงคนจำนวนมาก ไม่ใช่ทหารอย่างเดียว
"พวกมีรอยอยู่ที่ไหน!" "อย่าให้มันเข้าบ้านเรา!" "ถ้าไม่ส่งออกไป เมืองจะพัง!"
ไครอสชะงัก เขาได้ยินชัดว่า เสียงนั้นไม่ใช่เสียงคำสั่งจากวังทั้งหมด มันเป็นเสียงของชาวเมืองเอง
มีราหน้าซีด "พวกเขา...กลัว"
อัครอสพูดหนัก "และความกลัวทำให้คนยอมฆ่ากันเองได้ง่ายกว่าคำสั่งใด ๆ"
ไครอสกำดาบแน่น เขารู้ว่าศัตรูในภาคนี้ ไม่ใช่แค่ผู้ดูแลตราเงา แต่คือ เมืองที่ถูกทำให้เชื่อว่า การลบคนคือทางรอด
"เราต้องออกจากเมือง" ไครอสพูดชัด "และต้องไปเขตเสียงแรก ก่อนที่รอยจะตื่นพร้อมกันอีก"
ลิซาเอลมองเขา "แล้วเมืองนี้ล่ะ"
ไครอสเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยเสียงที่หนักแต่ไม่หนีความจริง
"ถ้าเราลบรอยได้ เมืองจะหยุดกัดตัวเอง" "ถ้าไม่ได้...ข้าจะกลับมา แม้มันจะสายไปบ้าง"
คำตอบนั้นไม่สวย แต่มันจริง
อีกฟากหนึ่งของวัง
ในเวลาเดียวกัน ในห้องหินเย็นของพระราชวัง
เซเรน่านั่งนิ่ง มือวางบนตัก ตรงหน้าเธอคือโต๊ะยาว และเงาคนสามเงา
หนึ่งในนั้นพูดเสียงเรียบ "เมื่อคืน มีการแทรกแซงระบบตราเงา"
อีกเสียงเสริม "และลักษณะเวท...ไม่ใช่ของคนในวังทั่วไป"
เซเรน่าเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สีหน้าเธอสงบเกินวัย สงบแบบคนที่ตัดสินใจแล้ว
"ถ้าระบบถูกแทรก" เธอพูด "แปลว่าระบบมีช่องโหว่"
หนึ่งในเงาหัวเราะ "หรือแปลว่ามีคนทรยศ"
เซเรน่ามองไปที่เงานั้นโดยไม่หลบ "ถ้าท่านคิดว่าการถามคำถามคือการทรยศ...วังนี้ก็เปราะกว่าที่คิด"
ความเงียบตกลงมา หนักและอันตราย
ก่อนที่ใครจะพูดต่อ เสียงหนึ่งดังขึ้นจากปลายห้อง เสียงที่เย็นและคม
"พอแล้ว"
ผู้ดูแลตราเงาก้าวออกมาจากเงา ดวงตาเขานิ่ง แต่มีบางอย่างแตกอยู่ข้างใน
"ข้าเจอผู้พิทักษ์แสงแล้ว" เขาพูด "และข้าจะจัดการเอง"
สายตาเขาเลื่อนไปหยุดที่เซเรน่า ยิ้มบาง
"รวมถึงคนที่ช่วยเขาจากไกลด้วย"
เซเรน่าหัวใจเต้นแรง แต่สีหน้าไม่เปลี่ยน
เธอรู้ว่า...จากนี้ ไม่มีพื้นที่สีเทาเหลือแล้ว
คืนนั้น เมืองหลวงไม่ได้หลับ
ตราเงาเริ่มกัดชื่อ ชาวเมืองเริ่มกัดกันเอง และแสงเริ่มเรียนรู้ว่า การช่วยคนหนึ่งคน อาจต้องแลกกับการถูกทั้งเมืองหมายหัว
ไครอสยืนมองแผนที่หยาบ ๆ ที่อัครอสขีดด้วยถ่าน จุดหนึ่งถูกวงไว้หนา
เขตเสียงแรก
เขารู้ว่าเส้นทางนั้น ไม่มีใครกลับมาเหมือนเดิม
แต่เขาก็รู้ว่า ถ้าไม่ไป ชื่อของผู้คนจะหายไปทีละชื่อ จนโลกเบาจริง ๆ อย่างที่ศัตรูต้องการ
จบตอนที่ 63 : รอยที่ไม่ยอมจาง