อสูรสยบสวรรค์ 2

    อสูรสยบสวรรค์ 2 ตอนที่ 40 : แก่นต้นกำเนิดผลึกปรานมากต

    นนท์ลอยตัวอยู่เหนือเทือกเขาใหญ่ กวาดตามองผ่านเนตรมังกร พลางยกยิ้ม


    " เจอแล้ว " นนท์เร่งทะยานร่างเข้าไปในเทือกเขาทันที 


    " ข้างล่างนี่ " นนท์ผสานร่างเข้ากับผืนปฐพีแล้วดำดิ่งลงไปลึก 


    " นี่รึ แก่นต้นกำเนิดผลึกปรานมรกต " นนท์จับจ้องที่แก่นต้นกำเนิดผลึกปรานมรกตขนาดใหญ่ราวสิบจั้ง 


    " พลังชีวิตช่างมหาศาลยิ่งนัก ทั้งพลังสวรรค์อีก นี่มิต่างจากสมบัติล้ำค่า " นนท์จับจ้องยังแก่นต้นกำเนิดสีเขียวโปร่งแสง 


    นนท์วาดมือเก็บแก่นต้นกำเนิดเข้าในแหวนมิติ แล้ววาดมือเก็บทั้งผลึกปรานมรกตและหินปรานมรกต นนท์ใช้เวลาเก็บกวาดทั้งสามสิ่งอยู่หลายวัน


    " มันยังมิออกมาจากเทือกเขาอีกรึ " เหล่าผู้อาวุโสที่เข้าร่วมหารือต่างร้อนรน 


    " หากมันหนีไปจากโลกมรกตได้ เท่ากับว่าครานี้เราคงสูญเสียมากนัก " 


    " ใช่ ข้าต้องจ่ายค่าสมบัติสวรรค์ชิ้นนี้มากนัก " 


    " หามันให้เจอ " เหล่าผู้คนมากมายต่างเร่งไปยังเทือกเขาอีกครา 


    " แก่นต้นกำเนิดราวหมื่นล้านแก่น ผลึกปรานมรกตมากนัก ทั้งหินปรานอีก " นนท์พึมพำแล้วเข้าไปในแหวนห้วงมิติ


    " อา นี่มันเกิดอันใดขึ้น " นนท์ถึงกับแข็งค้าง เมื่อมองยังต้นไม้แห่งชีวิต


    " พลังชีวิตมากมายยิ่งนัก ทั้งยังบริสุทธิ์เกินร้อยอีก " นนท์สูดหายใจเข้าเต็มปอด 


    " รู้สึกว่าปรานแห่งชีวิตจะยกระดับขึ้นอีกขั้น คงต้องหาวิธีกลั่นให้เป็นแก่นต้นกำเนิดปรานชวิตแล้ว " นนท์พึมพำ


    " แก่นต้นกำเนิดผลึกปรานเหล่านี้มีหลายขั้นมาก แก่นนี้คงเป็นที่แสงสุริยะมรกตกลั่นเป็นแก่นต้นกำเนิดเอง " นนท์ตรวจสอบแก่นต้นกำเนิดแต่ละแก่นเพื่อคัดแยก


    " ล้ำค่าที่สุดคงเป็นแก่นต้นกำเนิดของแสงสุริยะมรกต " นนท์พยักหน้า แล้ววาดมือสร้างคลังเก็บแก่นต้นกำเนิดทั้งหลาย 


    " ได้เวลากลับแล้ว " นนท์ออกจากแหวนห้วงมิติแล้วทะยานร่างขึ้นสู่ผิวดิน นนท์เดินออกจากป่าอย่างมิรีบร้อน 


    " ไอ้สาระเลว วันนี้ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว " เสียงคุ้นหูดังขึ้น


    " ไอ้เฒ่าแปด เจ้าคิดว่าเจ้าปิดหน้าแล้วข้าจะจำเจ้ามิได้รึ " นนท์แสยะยิ้ม 


    " ตาย " ชายชราลำดับที่แปดฟาดง้าวสวรรค์เข้าใส่นนท์ในทันที นนท์ถึงกับหัวคิ้วชนกัน


    " มหาศาสตราวุธมหาเทพสูงสุดรึ " นนท์พึมพำ


    " เปรี้ยง " ห้วงมิติถูกแผดเผาด้วยปรานสังหารของง้าวสวรรค์ แรงกดดันแผ่กระจายเข้าหาอย่างรวดเร็ว 


    ไวเท่าความคิด นนท์เรียกใช้งานเสื้อเกราะสวรรค์ทมิฬ และเรียกพลองมังกรออกมา สะบัดพลองมังกรเข้าต้าน


    " ตูม " ร่างของนนท์ปลิวไปไกล ทั้งเลือดยังทะลักจากทวารทั้งเจ็ด


    " อั่ก " ร่างโชกเลือดหยัดกายลุกยืนโซเซ 


    " เจ้ามีดีเพียงแค่นี้รึ " นนท์เพียงยกยิ้ม


    " ไอ้แก่แปด เจ้าทั้งใช้อาวุธเทพขั้นสูงสุดและยังผสานอักขระเทพยังทำร้ายได้เพียงกระอั่กเลือด คำถามที่เจ้าถามเมื่อครู่ ควรจะเป็นข้าที่ต้องถามเจ้ามากกว่า " นนท์ยกยิ้ม 


    " หากเจ้าผสานอักขระเทพ ข้าก็จะผสานอักขระเทพสู้กับเจ้า " นนท์หลับตาผสานอักขระเทพสิบตัว


    " ตาย " นนท์ทะยานร่างเข้าหาชายชราลำดับที่แปด พร้อมตวัดพลองมังกรเข้าใส่


    " เปรี้ยง " โลกทั้งใบพลันสั่นไหว ผืนแผ่นดินแยกแตกระแหง ปรานมังกรทะยานเข้าหาชายชราอย่างรวดเร็ว


    " ครืน " แรงกดดันแผ่กระจายสยบทุกสรรพสิ่ง ร่างชราหน้าซีดเผือดในทันใด 


    " อ้าก " จิตสังหารมังกรทะลวงร่างชราจนพรุน ชายชราทิ้งเข่าทั้งสองข้างลงที่พื้น สองตาของชายชราจับจ้องที่ร่างมังกรที่ทะยานเข้ามา


    " ตูม " ร่างชรากลับกลายเป็นก้อนเนื้อสิ้นชีพในทันที 


    " ไอ้สาระเลว เจ้าถึงกับบังอาจสังหารคนของตระกูลลี่ " ชายชราตระกูลลี่กระโจนเข้าหา ทั้งผสานอักขระเทพสิบสองตัว ตวัดดาบฟาดฟันหมายสะบั้นหัวของนนท์


    " เข้ามาตายๆกันให้หมด " นนท์ทะยานร่างเข้าฟาฟาดพลองมังกรเข้าใส่ทันที


    " ตูม " ร่างของชายชราแตกร้าวทั้งตัว นนท์ทะยานร่างเข้าหาแทงพลองมังกรเข้ากลางอก 


    " ตึก " ปลายพลองมังกรกระแทกเข้ากลางอกของชายชรา แรงกระแทกทะลุไปยังหัวใจปรานสังหารทะลวงหัวใจชายชรา


    " อ้าก " ชายชราตระกูลี่ตกตายในทันที นนท์ถึงกับหอบอย่างหนัก


    " สู้ในเขตป่า ทำไมสูญเสียพลังมากขนาดนี้ " นนท์เดินเร่งทะยานร่างออกจากเขตป่าในทันที 


    " ตูม " ร่างโปร่งร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง 


    " อั่ก " นนท์หยัดกายลุกยืน พลางมองหา 


    " เปรี้ยง " เสียงห้วงมิติระเบิดถึงสี่ครา นนท์กวาดตามองทั่วปรานสังหารพุ่งเข้าหาทั้งสี่ด้าน นนท์ทะยานร่างขึ้นสูงในทันใด 


    " ตึง " นนท์พลันแตกตื่น ในใจรุ่มร้อนยิ่งเพราะมิอาจจะหนีจากปรานสังหารระดับสิบหกอักขระได้ 


    " ไอ้ชั่วทั้งหลาย " นนท์หลับตาผสานสิบห้าอักขระ แล้ววาดมือก่อกำแพงเต๋า


    " ตูม " เสียงระเบิดดังสะท้านทั่วโลกมรกต ร่างโปร่งร่วงกระแทกพื้นอย่างแรงจนเกิดหลุมลึก


    " อี่ก " เลือดทะลักออกจากปากมากมาย นนท์หยัดกายลุกขึ้น มองยังแผ่นแปดเหลี่ยมที่ลอยอยู่กลางนภา


    " มันคืออะไร " นนท์พึมพำ เร่งกลืนน้ำปรานสรรพสิ่งในทันใด 


    " เปรี้ยง " นนท์สูดหายใจเข้าลึกวาดกำแพงเต๋าขึ้นสามด้าน แล้วฟาดพลองมังกรเข้าใส่ปรานสังหารฝั่งที่มิมีกำแพงเต๋า 


    " ตูม " ร่างของนนท์ปลิวไปข้างหน้า ตกกระแทกพื้นแล้วไถลไปไกล นนท์หยัดกายลุกยืน หอบหายใจถี่หนัก กวาดตามองหาร่างชรา 


    " เปรี้ยง " ปรานสังหารพุ่งเข้าหาทั้งสี่ด้านอีกครั้ง นนท์ขัยบกายไปด้านหน้าหวังให้ปรานสังหารสี่ด้านเสียสมดุล


    " วิ้ง " ร่างของนนท์ถูกยึดจรึงไว้กับที่


    " ตูม " ปรานสังหารทั้งสี่ด้านระเบิดขึ้นพร้อมกัน 


    " อ้าก " ร่างทั้งร่างพลันแตกร้าว เลือดทะลักเจิ่งนองท่วมธารา ร่างสูงทิ้งเข่าข้างหนึ่งยังพื้น 


    " นี่มันคืออะไร " นนท์ครุ่นคิดอย่างหนัก 


    " เปรี้ยง " ร่างสูงถูกรั้งให้ลอยตัวขึ้น 


    " ตูม " ปรานสังหารสิบหกอักขระระเบิดสี่ทิศพร้อมเพรียงกัน 


    " อั่ก " เลือดพลันทะลักออกร่าง 


    " ข้ายอมรับกายที่แข็งแกร่งของเจ้าจริงๆ "


    " ไอ้สาระเลว ยังมิตายอีกรึ "


    " อย่าสังหารมัน ข้าต้องการร่างของมันมาเปลี่ยน "


    " ผู้อาวุโส ใยท่านพูดเช่นนั้น " 


    " เจ้ามิเห็นรึ มันอายุเพียงแค่นี้ แต่มันกลับหยั่งรู้ได้ถึงสิบห้าอักขระ ทั้งร่างของมันยังแข็งแกร่งนัก ข้าอยากได้ร่างของมัน " 


    " อย่างที่ท่านต้องการ แต่ท่านอย่าลืมข้อตกลงระหว่างพวกเรา " 


    " เปรี้ยง " แสงสังหารสว่างวาบพุ่งเป็นเส้นสายเข้าหาทั้งสี่ทิศพร้อมกับ


    " ตูม " กายแกร่งเริ่มปริแตก นนท์มองดูหยดเลือดของตนที่หลั่งรินรดแดนมรกต 


    " ไอ้ชั่วทั้งหลาย " นนท์พึมพำ 


    " หรือจะระเบิดแก่นต้นกำเนิดเทพ " นนท์พึมพำ 


    " คงต้องจัดการทีละคน " นนท์ไหลเวียนปรานแห่งชีวิตในร่าง 


    " มันกำลังฟื้นพลัง เร่งจัดการมัน " ผู้เฒ่าทั้งสี่ ฟาดฝ่ามือเข้าใส่นนท์อีกครั้ง 


    " มิมีพลังประหลาดนั่นแล้ว " นนท์ยกยิ้มในทันใด


    " แว่บ " ร่างของนนท์หายเข้าไปในห้วงมิติ 


    " เจ้าก่อน " นนท์กระซิบที่ข้างหู แล้วนำร่างของผู้เฒ่าคนแรกเข้าในห้วงมิติ

     

    " ไอ้เฒ่าชั่วช้า " นนท์ชี้นิ้วไปยังทะเลความรู้ของผู้เฒ่าคนแรก พลางพยักหน้า นนท์วาดมือผนึกกายจิตไว้ แล้วเก็บร่างของผู้เฒ่าคนนั้นทันที


    " ต่อไปเป็นเจ้า " นนท์จัดการผนึกกายจิตของผู้เฒ่าคนที่สอง และสาม 


    " ต้องกำจัดศาสตราสะกดสวรรค์เสียก่อน " นนท์ทะยานร่างในห้วงมิติแล้วมองหาผู้ใช้ นนท์เร่งไปจัดการผู้ใช้ศาสตราสะกดสวรรค์


    " ไอ้แก่เหลือเจ้ากับข้า " นนท์ลอยตัวอยู่เบื้องหน้าผู้พิทักษ์โลกมรกต


    " เจ้าช่างกล้าปล้นชิงข้า และยังคิดเปลี่ยนร่างข้าอีก " ผู้พิทักษ์ถึงกับเหงื่อตก


    " โทษของเจ้าสมควรตายยิ่งนัก " นนท์ชี้นิ้วไปยังทะเลความรู้ของผู้พิทักษ์ แล้วผนึกกายจิตไว้ของผู้พิทักษ์ไว้ พร้อมกับเก็บร่างชรา


    นนท์กวาดตามองทั่ว " ดีมิมีผู้นคน " นนท์เร่งทะยานร่างไปยังท่าเรือเหาะแล้วเร่งเรือเหาะจากไปในทันที


    นนท์ตรวจสอบร่างของเหล่าผู้เฒ่าทั้งหลาย แล้วเร่งกลั่นผลึกอัขระ และผลึกปรานสรรพสิ่ง 


    " แก่นต้นกำเนิดผลึกปรานมรกต " นนท์ตรวจสอบแก่นต้นกำเนิดผลึกปรานสรรพสิ่ง


    " ก้อนเดียวมิน่าพอ น่าจะใช้ถึงห้าก้อน " นนท์ทำการหลอมแก่นต้นกำเนิดผลึกปรานมรกตห้าก้อนให้เป็นก้อนเดียว


    " พลังงานมหาศาลยิ่งนัก " นนท์พึมพำ แล้วเริ่มทำการดูดซับแก่นต้นกำเนิดผลึกปรานมรกต


    " พร้อมแล้ว " นนท์พึมพำทำการผนึกขั้นพลังไว้ 


    " ข้าจะทะลวงขั้นพลังแล้ว " นนท์ประกาศก้องทั่วโลกมังกร เหล่าผู้คนมากมายต่างเร่งเข้ามา 


    นนท์กวาดมองดูเหล่าผู้คนมากมายที่รอรับแสงสวรรค์เก้าสีของนนท์


    " ครืน " นนท์ปลดผนึกขั้นพลัง ท้องนภาพลันวิปริตในทันใด วายอัสนีเก้าสีคลั่งฟาดผ่าทั่วท้องนภา


    " เปรี้ยง " สายอัสนีเก้าสีฟาดผ่าลงมายังโลกหล้า บังเกิดหลุมลึกนับพันจั้ง นนท์มองยังวายุอัสนีคลั่ง


    " พวกท่านถอยออกไป " นนท์ร้องตะโกน นนท์สูดหายใจเข้าลึก 


    " เข้ามา " นนท์ตะโกนท้าทายทัณฑ์สวรรค์ระลอกแรก 


    " ครืน " วายุอัสนีคลั่งเก้าสีขยายใหญ่ขึนราวร้อยเท่า สายอัสนีแปลบปลาบทั่วท้องนภา วายุอัสนีคลั่งกลับกลายเป็นสีม่วง


    " เปรี้ยง " ห้วงมิติพลันระเบิด ก่อเกิดเสียงสะท้านฟ้าสะเทือนดิน สายอัสนีสีม่วงใหญ่ยักษ์ราวหมื่นจั้ง ทะลวงห้วงมิติลงมาอย่างบ้าคลั่ง


    นนท์สูดหายใจเข้าลึก ทะยานร่างเหวี่ยงหมัดภูผาเข้าปะทะในทันใด 


    " ทัณฑ์สวรรค์ของท่านเจ้าสำนักใหญ่ ช่างทรงพลังยิ่งนัก "


    " ท่านเจ้าสำนักใหญ่จะผ่านได้รึไม่ "


    " ยิ่งขั้นพลังแข็งแกร่ง ทัณฑ์สวรรค์ก็ยิ่งแข็งแกร่งตาม " 


    " ตูม " ร่างของนนท์ตกกระแทกพื้นอย่างแรง ร่างโปร่งจมลึกลงไปในผืนดินถึงหมื่นจั้ง 


    นนท์นอนหายใจอย่างแรงร่างทั้งร่างปริแตกและรอยไหม้จากเปลวอัสนีสีม่วง นนท์หยัดกายเร่งใช้สายอัสนีสีม่วงขัดเกลาภายในร่างของตนอย่างรวดเร็ว นนท์เปิดเปลือกตาขึ้น แล้วทะยานร่างเข้าท้าทายทัณฑ์สวรรค์ระลอกที่สอง


    " ครืน " วายุอัสนีคลั่งพลันเปลียนสีกลับกลาเป็นสีน้ำเงิน สายอัสนีสีน้ำเงินฟาดผ่าลงมามิเลือดที่


    " เข้ามา " นนท์ร้องตะโกนท้าทายทัณฑ์สวรรค์ราวคนบ้า 


    " เปรี้ยง " ห้วงมิติระเบิดออกเสียงคำรามของสายอัสนีระลอกที่สองดังขึ้นก้องฟ้านภาลัย


    " เข้ามาเลย " นนท์ฟาดฝ่ามือสยบมารเข้าใส่สายอัสนีสีน้ำเงินหมื่นจั้ง 


    ตูม " ร่างของนนท์ปลิวไปไกลราวหมื่นลี้ ตกกระแทกพื้นอย่างแรงเลือดทะลักท่วมฝลหน้าหล่อจนเปรอะเปื้อน เปลวเพลิงของสายอีสนีฉีกกายแกร่งจนขาดวิ่น ทั้งทะลวงแขนทั้งข้างแหลกละเอียด 


    นนท์นอนนิ่งตาคมจับจ้องยังวายุคลั่งสีน้ำเงิน หยัดกายลุกนั่งแล้วเร่งนำสายอัสนีสีน้ำเงินขัดเกลาร่างกาย


    นนท์เปิดเปลือกตาขึ้น หยัดกายลุกยืนจับจ้องมองยังสายอัสนีที่แปรเปลี่ยนเป็นฟ้า 


    " ครืน " มิอาจล่วงรู้ได้เลยว่าทัณฑ์สวรรค์ของนนท์นั้นโมโหโกรธาผู้ใด จึงได้ลงทัณฑ์ยังนนท์หนักหนาถึงเพียงนี้


    " เปรี้ยง " สายอัสนีสีฟ้าแสนจั้งถั่งโถมลงมา ฉีกท้องนภาจนมอดไหม้ หมายสังหารผู้ท้าท้ายสวรรค์


    นนท์เห็นท่ามิดี ผสานสิบห้าอักขระ แล้วร่ายหมื่นกระบี่ ปรานกระบี่นับหมื่นพุ่งทะยานเข้าปะทะสายอัสนีสีฟ้า


    " ตูม " ร่างสูงลอยละลิ่วไปไกลนับแสนจั้ง ร่วงลงกระแทกพื้นกระดูกทั่วร่างแหลกละเอียด ผืนปฐพีแดงฉานเพราะเลือดหลั่งริน ร่างสูงนอนนิ่งสายตาพร่าเลือนจับจ้องยังวายุคลั่ง 


    นนท์พยายามอย่างยิ่งที่จะหยัดกายลุกนั่ง " ได้แล้ว " นนท์เร่งชักนำสายอัสนีสีฟ้าเข้าขัดเกลาภายในร่างของตน 


    " ครืน " ท้องนภาแปรเปลี่ยเป็นสีเขียวทั้งวายุคลั่งยังกลับกลายคล้ายคลึงกัน นนท์จับจ้องที่วายุคลั่งสีเขียว 


    " เปรี้ยง " โลกมังกรสั่นสะเทือนทั่ว ทั้งห้วงดารายังสั่นไหวคล้ายแตกดับ สายอัสนีสีเขียวแสนจั้งทะลวงห้วงมิติจนสะบั้น 


    นนท์สูดหายใจเข้าลึกหยัดกายลุกยืน แล้วใช้ออกด้วยหมัดแปดอัสนี


    " เปรี้ยง " หมัดแปดอัสนีส่งสายอัสนีสีม่วงทั้งแปดเข้าปะทะ 


    " ตูม " ร่างทั้งร่างแหลกเหลวอีกครา


    " ต้องใช้แล้ว " นนท์เรียกธาราเพลิงสวรรค์ออกมาแล้วเร่งกลืนเข้าไปทันที


    นนท์หยัดกายลุกนั่งแล้วชักนำสายอัสนีสีเขียวขัดเกลาร่างของตน เวลาไหลเวียนไปราวสองชั่วยาม นนท์เปิดเปลือกตา


    " ครืน " ทัณฑ์สวรรค์ระลอกที่ห้าปรากฎขึ้น เมฆหมอกวายุคลั่งกลับกลายเป็นสีเหลือง สายอัสนีสีเหลืองฟาดผ่าทั่วท้องนภาอันบ้าคลั่ง


    " เข้ามา " ร่างสูงทะยานเข้าท้าทายทัรฑ์สวรรค์ระลอกที่ห้า ปรานเหมันต์ทะยานเข้าหาวายุอัสนีคลั่ง


    " เปรี้ยง " สายอีสนีสีเหลืองระเบิดพลังสยบปรานเหมันต์ในทัใด


    " ตูม " แขนทั้งข้างถึงกับสะบั้นหลุดลอยไกล ทั้งร่างยังแหลกเหลวอีกครา นนท์เร่งกลืนธาราเพลิงสวรรค์ในทันที แล้วเร่งขัดเกลาร่างกายของตนด้วยสายอัสนีสีเหลือง


    " รุนแรงเพียงใด ถึงกับกระชากแขนของเจ้าสำนักใหญ่ให้ขาดได้ "


    " ทัณฑ์สวรรค์ของเจ้าสำนักใหญ่ช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก "


    " หากเป็นข้าคงมิรอดตั้งแต่ระลอกแรกแล้ว " 


    " ระลอกที่หก " นนท์พึมพำแล้วตะโกนท้าทายสายอัสนีระลอกที่หก สายอัสนีสีส้มทะลวงผ่านชั้นฟ้าลงมา


    " ตาย " นนท์ทะยานร่างเข้าหาฟาดฝ่ามือเข้าปะทะ


    " ตูม " ร่างทั้งร่างแทบแหลกสลาย นนท์เรียหธาราเพลิงสวรรค์แล้วเร่งกลืนเพื่อฟื้นพลังในทันใด


    " สายที่เจ็ดแล้ว " นนท์พึมพำเหม่อมองดูท้องนภาสีแดงฉาน 

    คล้ายกับเรื่องอสูรสยบสวรรค์ 2 ที่คุณอ่าน