นนท์ลอยตัวอยู่เหนือเทือกเขาใหญ่ กวาดตามองผ่านเนตรมังกร พลางยกยิ้ม
" เจอแล้ว " นนท์เร่งทะยานร่างเข้าไปในเทือกเขาทันที
" ข้างล่างนี่ " นนท์ผสานร่างเข้ากับผืนปฐพีแล้วดำดิ่งลงไปลึก
" นี่รึ แก่นต้นกำเนิดผลึกปรานมรกต " นนท์จับจ้องที่แก่นต้นกำเนิดผลึกปรานมรกตขนาดใหญ่ราวสิบจั้ง
" พลังชีวิตช่างมหาศาลยิ่งนัก ทั้งพลังสวรรค์อีก นี่มิต่างจากสมบัติล้ำค่า " นนท์จับจ้องยังแก่นต้นกำเนิดสีเขียวโปร่งแสง
นนท์วาดมือเก็บแก่นต้นกำเนิดเข้าในแหวนมิติ แล้ววาดมือเก็บทั้งผลึกปรานมรกตและหินปรานมรกต นนท์ใช้เวลาเก็บกวาดทั้งสามสิ่งอยู่หลายวัน
" มันยังมิออกมาจากเทือกเขาอีกรึ " เหล่าผู้อาวุโสที่เข้าร่วมหารือต่างร้อนรน
" หากมันหนีไปจากโลกมรกตได้ เท่ากับว่าครานี้เราคงสูญเสียมากนัก "
" ใช่ ข้าต้องจ่ายค่าสมบัติสวรรค์ชิ้นนี้มากนัก "
" หามันให้เจอ " เหล่าผู้คนมากมายต่างเร่งไปยังเทือกเขาอีกครา
" แก่นต้นกำเนิดราวหมื่นล้านแก่น ผลึกปรานมรกตมากนัก ทั้งหินปรานอีก " นนท์พึมพำแล้วเข้าไปในแหวนห้วงมิติ
" อา นี่มันเกิดอันใดขึ้น " นนท์ถึงกับแข็งค้าง เมื่อมองยังต้นไม้แห่งชีวิต
" พลังชีวิตมากมายยิ่งนัก ทั้งยังบริสุทธิ์เกินร้อยอีก " นนท์สูดหายใจเข้าเต็มปอด
" รู้สึกว่าปรานแห่งชีวิตจะยกระดับขึ้นอีกขั้น คงต้องหาวิธีกลั่นให้เป็นแก่นต้นกำเนิดปรานชวิตแล้ว " นนท์พึมพำ
" แก่นต้นกำเนิดผลึกปรานเหล่านี้มีหลายขั้นมาก แก่นนี้คงเป็นที่แสงสุริยะมรกตกลั่นเป็นแก่นต้นกำเนิดเอง " นนท์ตรวจสอบแก่นต้นกำเนิดแต่ละแก่นเพื่อคัดแยก
" ล้ำค่าที่สุดคงเป็นแก่นต้นกำเนิดของแสงสุริยะมรกต " นนท์พยักหน้า แล้ววาดมือสร้างคลังเก็บแก่นต้นกำเนิดทั้งหลาย
" ได้เวลากลับแล้ว " นนท์ออกจากแหวนห้วงมิติแล้วทะยานร่างขึ้นสู่ผิวดิน นนท์เดินออกจากป่าอย่างมิรีบร้อน
" ไอ้สาระเลว วันนี้ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว " เสียงคุ้นหูดังขึ้น
" ไอ้เฒ่าแปด เจ้าคิดว่าเจ้าปิดหน้าแล้วข้าจะจำเจ้ามิได้รึ " นนท์แสยะยิ้ม
" ตาย " ชายชราลำดับที่แปดฟาดง้าวสวรรค์เข้าใส่นนท์ในทันที นนท์ถึงกับหัวคิ้วชนกัน
" มหาศาสตราวุธมหาเทพสูงสุดรึ " นนท์พึมพำ
" เปรี้ยง " ห้วงมิติถูกแผดเผาด้วยปรานสังหารของง้าวสวรรค์ แรงกดดันแผ่กระจายเข้าหาอย่างรวดเร็ว
ไวเท่าความคิด นนท์เรียกใช้งานเสื้อเกราะสวรรค์ทมิฬ และเรียกพลองมังกรออกมา สะบัดพลองมังกรเข้าต้าน
" ตูม " ร่างของนนท์ปลิวไปไกล ทั้งเลือดยังทะลักจากทวารทั้งเจ็ด
" อั่ก " ร่างโชกเลือดหยัดกายลุกยืนโซเซ
" เจ้ามีดีเพียงแค่นี้รึ " นนท์เพียงยกยิ้ม
" ไอ้แก่แปด เจ้าทั้งใช้อาวุธเทพขั้นสูงสุดและยังผสานอักขระเทพยังทำร้ายได้เพียงกระอั่กเลือด คำถามที่เจ้าถามเมื่อครู่ ควรจะเป็นข้าที่ต้องถามเจ้ามากกว่า " นนท์ยกยิ้ม
" หากเจ้าผสานอักขระเทพ ข้าก็จะผสานอักขระเทพสู้กับเจ้า " นนท์หลับตาผสานอักขระเทพสิบตัว
" ตาย " นนท์ทะยานร่างเข้าหาชายชราลำดับที่แปด พร้อมตวัดพลองมังกรเข้าใส่
" เปรี้ยง " โลกทั้งใบพลันสั่นไหว ผืนแผ่นดินแยกแตกระแหง ปรานมังกรทะยานเข้าหาชายชราอย่างรวดเร็ว
" ครืน " แรงกดดันแผ่กระจายสยบทุกสรรพสิ่ง ร่างชราหน้าซีดเผือดในทันใด
" อ้าก " จิตสังหารมังกรทะลวงร่างชราจนพรุน ชายชราทิ้งเข่าทั้งสองข้างลงที่พื้น สองตาของชายชราจับจ้องที่ร่างมังกรที่ทะยานเข้ามา
" ตูม " ร่างชรากลับกลายเป็นก้อนเนื้อสิ้นชีพในทันที
" ไอ้สาระเลว เจ้าถึงกับบังอาจสังหารคนของตระกูลลี่ " ชายชราตระกูลลี่กระโจนเข้าหา ทั้งผสานอักขระเทพสิบสองตัว ตวัดดาบฟาดฟันหมายสะบั้นหัวของนนท์
" เข้ามาตายๆกันให้หมด " นนท์ทะยานร่างเข้าฟาฟาดพลองมังกรเข้าใส่ทันที
" ตูม " ร่างของชายชราแตกร้าวทั้งตัว นนท์ทะยานร่างเข้าหาแทงพลองมังกรเข้ากลางอก
" ตึก " ปลายพลองมังกรกระแทกเข้ากลางอกของชายชรา แรงกระแทกทะลุไปยังหัวใจปรานสังหารทะลวงหัวใจชายชรา
" อ้าก " ชายชราตระกูลี่ตกตายในทันที นนท์ถึงกับหอบอย่างหนัก
" สู้ในเขตป่า ทำไมสูญเสียพลังมากขนาดนี้ " นนท์เดินเร่งทะยานร่างออกจากเขตป่าในทันที
" ตูม " ร่างโปร่งร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง
" อั่ก " นนท์หยัดกายลุกยืน พลางมองหา
" เปรี้ยง " เสียงห้วงมิติระเบิดถึงสี่ครา นนท์กวาดตามองทั่วปรานสังหารพุ่งเข้าหาทั้งสี่ด้าน นนท์ทะยานร่างขึ้นสูงในทันใด
" ตึง " นนท์พลันแตกตื่น ในใจรุ่มร้อนยิ่งเพราะมิอาจจะหนีจากปรานสังหารระดับสิบหกอักขระได้
" ไอ้ชั่วทั้งหลาย " นนท์หลับตาผสานสิบห้าอักขระ แล้ววาดมือก่อกำแพงเต๋า
" ตูม " เสียงระเบิดดังสะท้านทั่วโลกมรกต ร่างโปร่งร่วงกระแทกพื้นอย่างแรงจนเกิดหลุมลึก
" อี่ก " เลือดทะลักออกจากปากมากมาย นนท์หยัดกายลุกขึ้น มองยังแผ่นแปดเหลี่ยมที่ลอยอยู่กลางนภา
" มันคืออะไร " นนท์พึมพำ เร่งกลืนน้ำปรานสรรพสิ่งในทันใด
" เปรี้ยง " นนท์สูดหายใจเข้าลึกวาดกำแพงเต๋าขึ้นสามด้าน แล้วฟาดพลองมังกรเข้าใส่ปรานสังหารฝั่งที่มิมีกำแพงเต๋า
" ตูม " ร่างของนนท์ปลิวไปข้างหน้า ตกกระแทกพื้นแล้วไถลไปไกล นนท์หยัดกายลุกยืน หอบหายใจถี่หนัก กวาดตามองหาร่างชรา
" เปรี้ยง " ปรานสังหารพุ่งเข้าหาทั้งสี่ด้านอีกครั้ง นนท์ขัยบกายไปด้านหน้าหวังให้ปรานสังหารสี่ด้านเสียสมดุล
" วิ้ง " ร่างของนนท์ถูกยึดจรึงไว้กับที่
" ตูม " ปรานสังหารทั้งสี่ด้านระเบิดขึ้นพร้อมกัน
" อ้าก " ร่างทั้งร่างพลันแตกร้าว เลือดทะลักเจิ่งนองท่วมธารา ร่างสูงทิ้งเข่าข้างหนึ่งยังพื้น
" นี่มันคืออะไร " นนท์ครุ่นคิดอย่างหนัก
" เปรี้ยง " ร่างสูงถูกรั้งให้ลอยตัวขึ้น
" ตูม " ปรานสังหารสิบหกอักขระระเบิดสี่ทิศพร้อมเพรียงกัน
" อั่ก " เลือดพลันทะลักออกร่าง
" ข้ายอมรับกายที่แข็งแกร่งของเจ้าจริงๆ "
" ไอ้สาระเลว ยังมิตายอีกรึ "
" อย่าสังหารมัน ข้าต้องการร่างของมันมาเปลี่ยน "
" ผู้อาวุโส ใยท่านพูดเช่นนั้น "
" เจ้ามิเห็นรึ มันอายุเพียงแค่นี้ แต่มันกลับหยั่งรู้ได้ถึงสิบห้าอักขระ ทั้งร่างของมันยังแข็งแกร่งนัก ข้าอยากได้ร่างของมัน "
" อย่างที่ท่านต้องการ แต่ท่านอย่าลืมข้อตกลงระหว่างพวกเรา "
" เปรี้ยง " แสงสังหารสว่างวาบพุ่งเป็นเส้นสายเข้าหาทั้งสี่ทิศพร้อมกับ
" ตูม " กายแกร่งเริ่มปริแตก นนท์มองดูหยดเลือดของตนที่หลั่งรินรดแดนมรกต
" ไอ้ชั่วทั้งหลาย " นนท์พึมพำ
" หรือจะระเบิดแก่นต้นกำเนิดเทพ " นนท์พึมพำ
" คงต้องจัดการทีละคน " นนท์ไหลเวียนปรานแห่งชีวิตในร่าง
" มันกำลังฟื้นพลัง เร่งจัดการมัน " ผู้เฒ่าทั้งสี่ ฟาดฝ่ามือเข้าใส่นนท์อีกครั้ง
" มิมีพลังประหลาดนั่นแล้ว " นนท์ยกยิ้มในทันใด
" แว่บ " ร่างของนนท์หายเข้าไปในห้วงมิติ
" เจ้าก่อน " นนท์กระซิบที่ข้างหู แล้วนำร่างของผู้เฒ่าคนแรกเข้าในห้วงมิติ
" ไอ้เฒ่าชั่วช้า " นนท์ชี้นิ้วไปยังทะเลความรู้ของผู้เฒ่าคนแรก พลางพยักหน้า นนท์วาดมือผนึกกายจิตไว้ แล้วเก็บร่างของผู้เฒ่าคนนั้นทันที
" ต่อไปเป็นเจ้า " นนท์จัดการผนึกกายจิตของผู้เฒ่าคนที่สอง และสาม
" ต้องกำจัดศาสตราสะกดสวรรค์เสียก่อน " นนท์ทะยานร่างในห้วงมิติแล้วมองหาผู้ใช้ นนท์เร่งไปจัดการผู้ใช้ศาสตราสะกดสวรรค์
" ไอ้แก่เหลือเจ้ากับข้า " นนท์ลอยตัวอยู่เบื้องหน้าผู้พิทักษ์โลกมรกต
" เจ้าช่างกล้าปล้นชิงข้า และยังคิดเปลี่ยนร่างข้าอีก " ผู้พิทักษ์ถึงกับเหงื่อตก
" โทษของเจ้าสมควรตายยิ่งนัก " นนท์ชี้นิ้วไปยังทะเลความรู้ของผู้พิทักษ์ แล้วผนึกกายจิตไว้ของผู้พิทักษ์ไว้ พร้อมกับเก็บร่างชรา
นนท์กวาดตามองทั่ว " ดีมิมีผู้นคน " นนท์เร่งทะยานร่างไปยังท่าเรือเหาะแล้วเร่งเรือเหาะจากไปในทันที
นนท์ตรวจสอบร่างของเหล่าผู้เฒ่าทั้งหลาย แล้วเร่งกลั่นผลึกอัขระ และผลึกปรานสรรพสิ่ง
" แก่นต้นกำเนิดผลึกปรานมรกต " นนท์ตรวจสอบแก่นต้นกำเนิดผลึกปรานสรรพสิ่ง
" ก้อนเดียวมิน่าพอ น่าจะใช้ถึงห้าก้อน " นนท์ทำการหลอมแก่นต้นกำเนิดผลึกปรานมรกตห้าก้อนให้เป็นก้อนเดียว
" พลังงานมหาศาลยิ่งนัก " นนท์พึมพำ แล้วเริ่มทำการดูดซับแก่นต้นกำเนิดผลึกปรานมรกต
" พร้อมแล้ว " นนท์พึมพำทำการผนึกขั้นพลังไว้
" ข้าจะทะลวงขั้นพลังแล้ว " นนท์ประกาศก้องทั่วโลกมังกร เหล่าผู้คนมากมายต่างเร่งเข้ามา
นนท์กวาดมองดูเหล่าผู้คนมากมายที่รอรับแสงสวรรค์เก้าสีของนนท์
" ครืน " นนท์ปลดผนึกขั้นพลัง ท้องนภาพลันวิปริตในทันใด วายอัสนีเก้าสีคลั่งฟาดผ่าทั่วท้องนภา
" เปรี้ยง " สายอัสนีเก้าสีฟาดผ่าลงมายังโลกหล้า บังเกิดหลุมลึกนับพันจั้ง นนท์มองยังวายุอัสนีคลั่ง
" พวกท่านถอยออกไป " นนท์ร้องตะโกน นนท์สูดหายใจเข้าลึก
" เข้ามา " นนท์ตะโกนท้าทายทัณฑ์สวรรค์ระลอกแรก
" ครืน " วายุอัสนีคลั่งเก้าสีขยายใหญ่ขึนราวร้อยเท่า สายอัสนีแปลบปลาบทั่วท้องนภา วายุอัสนีคลั่งกลับกลายเป็นสีม่วง
" เปรี้ยง " ห้วงมิติพลันระเบิด ก่อเกิดเสียงสะท้านฟ้าสะเทือนดิน สายอัสนีสีม่วงใหญ่ยักษ์ราวหมื่นจั้ง ทะลวงห้วงมิติลงมาอย่างบ้าคลั่ง
นนท์สูดหายใจเข้าลึก ทะยานร่างเหวี่ยงหมัดภูผาเข้าปะทะในทันใด
" ทัณฑ์สวรรค์ของท่านเจ้าสำนักใหญ่ ช่างทรงพลังยิ่งนัก "
" ท่านเจ้าสำนักใหญ่จะผ่านได้รึไม่ "
" ยิ่งขั้นพลังแข็งแกร่ง ทัณฑ์สวรรค์ก็ยิ่งแข็งแกร่งตาม "
" ตูม " ร่างของนนท์ตกกระแทกพื้นอย่างแรง ร่างโปร่งจมลึกลงไปในผืนดินถึงหมื่นจั้ง
นนท์นอนหายใจอย่างแรงร่างทั้งร่างปริแตกและรอยไหม้จากเปลวอัสนีสีม่วง นนท์หยัดกายเร่งใช้สายอัสนีสีม่วงขัดเกลาภายในร่างของตนอย่างรวดเร็ว นนท์เปิดเปลือกตาขึ้น แล้วทะยานร่างเข้าท้าทายทัณฑ์สวรรค์ระลอกที่สอง
" ครืน " วายุอัสนีคลั่งพลันเปลียนสีกลับกลาเป็นสีน้ำเงิน สายอัสนีสีน้ำเงินฟาดผ่าลงมามิเลือดที่
" เข้ามา " นนท์ร้องตะโกนท้าทายทัณฑ์สวรรค์ราวคนบ้า
" เปรี้ยง " ห้วงมิติระเบิดออกเสียงคำรามของสายอัสนีระลอกที่สองดังขึ้นก้องฟ้านภาลัย
" เข้ามาเลย " นนท์ฟาดฝ่ามือสยบมารเข้าใส่สายอัสนีสีน้ำเงินหมื่นจั้ง
ตูม " ร่างของนนท์ปลิวไปไกลราวหมื่นลี้ ตกกระแทกพื้นอย่างแรงเลือดทะลักท่วมฝลหน้าหล่อจนเปรอะเปื้อน เปลวเพลิงของสายอีสนีฉีกกายแกร่งจนขาดวิ่น ทั้งทะลวงแขนทั้งข้างแหลกละเอียด
นนท์นอนนิ่งตาคมจับจ้องยังวายุคลั่งสีน้ำเงิน หยัดกายลุกนั่งแล้วเร่งนำสายอัสนีสีน้ำเงินขัดเกลาร่างกาย
นนท์เปิดเปลือกตาขึ้น หยัดกายลุกยืนจับจ้องมองยังสายอัสนีที่แปรเปลี่ยนเป็นฟ้า
" ครืน " มิอาจล่วงรู้ได้เลยว่าทัณฑ์สวรรค์ของนนท์นั้นโมโหโกรธาผู้ใด จึงได้ลงทัณฑ์ยังนนท์หนักหนาถึงเพียงนี้
" เปรี้ยง " สายอัสนีสีฟ้าแสนจั้งถั่งโถมลงมา ฉีกท้องนภาจนมอดไหม้ หมายสังหารผู้ท้าท้ายสวรรค์
นนท์เห็นท่ามิดี ผสานสิบห้าอักขระ แล้วร่ายหมื่นกระบี่ ปรานกระบี่นับหมื่นพุ่งทะยานเข้าปะทะสายอัสนีสีฟ้า
" ตูม " ร่างสูงลอยละลิ่วไปไกลนับแสนจั้ง ร่วงลงกระแทกพื้นกระดูกทั่วร่างแหลกละเอียด ผืนปฐพีแดงฉานเพราะเลือดหลั่งริน ร่างสูงนอนนิ่งสายตาพร่าเลือนจับจ้องยังวายุคลั่ง
นนท์พยายามอย่างยิ่งที่จะหยัดกายลุกนั่ง " ได้แล้ว " นนท์เร่งชักนำสายอัสนีสีฟ้าเข้าขัดเกลาภายในร่างของตน
" ครืน " ท้องนภาแปรเปลี่ยเป็นสีเขียวทั้งวายุคลั่งยังกลับกลายคล้ายคลึงกัน นนท์จับจ้องที่วายุคลั่งสีเขียว
" เปรี้ยง " โลกมังกรสั่นสะเทือนทั่ว ทั้งห้วงดารายังสั่นไหวคล้ายแตกดับ สายอัสนีสีเขียวแสนจั้งทะลวงห้วงมิติจนสะบั้น
นนท์สูดหายใจเข้าลึกหยัดกายลุกยืน แล้วใช้ออกด้วยหมัดแปดอัสนี
" เปรี้ยง " หมัดแปดอัสนีส่งสายอัสนีสีม่วงทั้งแปดเข้าปะทะ
" ตูม " ร่างทั้งร่างแหลกเหลวอีกครา
" ต้องใช้แล้ว " นนท์เรียกธาราเพลิงสวรรค์ออกมาแล้วเร่งกลืนเข้าไปทันที
นนท์หยัดกายลุกนั่งแล้วชักนำสายอัสนีสีเขียวขัดเกลาร่างของตน เวลาไหลเวียนไปราวสองชั่วยาม นนท์เปิดเปลือกตา
" ครืน " ทัณฑ์สวรรค์ระลอกที่ห้าปรากฎขึ้น เมฆหมอกวายุคลั่งกลับกลายเป็นสีเหลือง สายอัสนีสีเหลืองฟาดผ่าทั่วท้องนภาอันบ้าคลั่ง
" เข้ามา " ร่างสูงทะยานเข้าท้าทายทัรฑ์สวรรค์ระลอกที่ห้า ปรานเหมันต์ทะยานเข้าหาวายุอัสนีคลั่ง
" เปรี้ยง " สายอีสนีสีเหลืองระเบิดพลังสยบปรานเหมันต์ในทัใด
" ตูม " แขนทั้งข้างถึงกับสะบั้นหลุดลอยไกล ทั้งร่างยังแหลกเหลวอีกครา นนท์เร่งกลืนธาราเพลิงสวรรค์ในทันที แล้วเร่งขัดเกลาร่างกายของตนด้วยสายอัสนีสีเหลือง
" รุนแรงเพียงใด ถึงกับกระชากแขนของเจ้าสำนักใหญ่ให้ขาดได้ "
" ทัณฑ์สวรรค์ของเจ้าสำนักใหญ่ช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก "
" หากเป็นข้าคงมิรอดตั้งแต่ระลอกแรกแล้ว "
" ระลอกที่หก " นนท์พึมพำแล้วตะโกนท้าทายสายอัสนีระลอกที่หก สายอัสนีสีส้มทะลวงผ่านชั้นฟ้าลงมา
" ตาย " นนท์ทะยานร่างเข้าหาฟาดฝ่ามือเข้าปะทะ
" ตูม " ร่างทั้งร่างแทบแหลกสลาย นนท์เรียหธาราเพลิงสวรรค์แล้วเร่งกลืนเพื่อฟื้นพลังในทันใด
" สายที่เจ็ดแล้ว " นนท์พึมพำเหม่อมองดูท้องนภาสีแดงฉาน