เมื่อก้าวพ้นจากห้องของธาม คิรัญจึงปล่อยลมหายใจออกเบา ๆ อย่างโล่งใจ… ที่ได้เอ่ยทุกอย่างที่ควรพูด ไม่ต้องแบกความเงียบไว้กับตัวอีกต่อไป
แม้ว่าธามจะเลือกภูวเดช เขาก็ไม่สน คิรัญรู้ดี…ว่าคนเองมีดีพอ ที่จะผลักดันร่างของ “อัณณ์” ให้กลับมาเฉิดฉายอีกครั้ง ไม่ใช่แค่ในสายตาของธาม แต่ในสายตาทั้งวงการ
ร่างกายนี้…แม้จะบอบบางเมื่อแรกัั แต่กลับซ่อนศักยภาพเอาไว้อย่างเหลือเชื่อ ผิวพรรณที่ขาวเนียน ดวงตาคมสวย
ริมฝีปากอิ่มที่ขยับเพียงนิด…ก็ชวนมอง ทั้งหมดนั้น ไม่ใช่แค่เสน่ห์ แต่มันคือ อาวุธ ที่จะใช้ “แก้แค้น” ให้กับเ้าของร่างนี้
ให้ได้กลับมายืน ณ จุดที่เขาควรยืน…อย่างสง่างามและสมศักดิ์ศรี
“อัณณ์...นายเชื่อใจสไตลิสต์มือหนึ่งอย่างฉันได้เลย” เขากล่าวพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงกดเบอร์ที่จำได้ขึ้นใจ... เบอร์ของ เจ๊ซินดี้ผู้จัดการร่างใหญ่ทันที
“เจ๊... ผมออกมาจากห้องท่านประธานแล้วนะครับ เดี๋ยวผมจะกลับบ้าน ถ้ามีตารางงานอะไรก็แจ้งผมมาได้เลยนะครับ”
เสียงหัวเราะกังวานลอดผ่านปลายสาย
“วันนี้นายฮอตไม่เบานะยะ มีผู้กำกับโทรหาเจ๊ปัง ๆ อยากได้นายไปลองเคสตัวละครใหม่ดู”
คิรัญชะงักนิด หูผึ่งทันที
“เื่อะไรเหรอเจ๊?”
“หนังแอ็กชันแฟนตาซี” เสียงเจ๊ซินดี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “นายต้องรับบทเป็นายตำรวจหนุ่ม ที่ทำงานกับพระเอก แถมมีความสามารถพิเศษในการสื่อสารกับสัตว์ได้อีก”
“...สื่อสารกับสัตว์?” คิรัญทวนเสียงเบา ริมฝีปากยกยิ้มบาง
“ใช่ บทนายเท่มากเวอร์ ลูกน้องพระเอกที่เฉียบ เงียบ ขรึม แล้วดันสื่อสารกับฝูงสัตว์ได้ เื่นี้ ชาวเน็ตจิ้นตายแน่นอน”
เจ๊ซินดี้หัวเราะสะใจ “ซีรีส์ทุนสูงด้วยนะลูก โปรดักชันต่างประเทศร่วมทุน”
คิรัญหลุบตาลงครู่หนึ่ง แม้ในใจจะเต้นแรง แต่ใบหน้ายังคงนิ่งสงบ เขาตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง
“ตอนนี้สัญญาของผมกับ VIRTÙ ก็กำลังจะหมดลงแล้ว… ดูเหมือนจะได้เวลาตัดสินใจเื่อนาคตจริง ๆ แล้วสินะครับ”
เจ๊ซินดี้เงียบไปแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงจริงจังกว่าทุกครั้ง
“ถ้านายจะตัดสินใจยังไง…ก็บอกเจ๊ได้ด้วยนะ นายจะไปอยู่ที่ไหน เจ๊ก็จะไปที่นั่นด้วย เอาให้เบื่อขี้หน้ากันไปข้างหนึ่งคอยดูสิ”
คิรัญเผลอยิ้มออกมา ในความปากหนักของเจ๊ซินดี้ ที่มีความห่วงใยเต็มปรี่ที่เขาััได้เสมอ แม้จะปากไม่ค่อยตรงกับใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เคยทิ้งเขาไปที่ไหนจริง ๆ
“…ขอบคุณนะครับเจ๊ งั้นผมกลับบ้านก่อนนะครับ เดี๋ยวเ้ายุ้งข้าวจะหิวข้าวซะก่อน”
เสียงเจ๊ซินดี้หัวเราะร่วนกลับมาแทบจะทันที “เอ่อ...ไปไหนก็ไปเถอะ ฉันรำคาญทาสแมวแบบแกมาก”
คิรัญหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะกดวางสายอย่างแ่เบา หัวใจของเขา…อบอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด
หลังบทสนทนาจบลงนักแสดงหนุ่มก็เดินตรงไปยังลานจอดรถ รถสปอร์ตสีดำสนิทคันงามจอดอยู่ตรงมุมเดิม ในความตรงจำของเ้าของร่างเดิม รถคันนี้เป็ของขวัญจากธาม…ใน่ที่อัณณ์ยังเป็ “เมียเก็บ” ของธามอยู่
แต่ถึงจะได้มาในฐานะนั้น แต่อัณณ์ก็แทบไม่เคยขับมันเลย รถคันนี้จึงมักได้แต่นอนนิ่งอยู่ที่คอนโด แต่การเป็ "เด็กของท่านประธาน" มันก็ไม่เลวร้ายอย่างที่ใครคิด มีทั้งชื่อเสียง เงินทอง และของหรูหราอย่างที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน เสื้อผ้าแบรนด์เนม นาฬิกาเพชรล้อม รถสปอร์ตคันหรู... ทุกอย่างถูกจัดหามาให้โดยไม่ต้องเอ่ยปาก
แต่ถึงอย่างนั้น... เขาก็จะไม่มีวันกลับไปเป็ ของเล่น ของใครอีก ตอนนี้ทรัพย์สินที่ได้รับมาก็ไม่น้อย เงินสิบล้านบาทที่ธามโอนให้ในวันสิ้นสุด "ความสัมพันธ์" ยังคงนอนนิ่งอยู่ในบัญชีธนาคาร แค่นี้ก็ใช้ชีวิตสบาย ไม่ต้องอดอยากเหมือนในชาติก่อนที่อาหารขาดแคลนอย่างหนักจนแทบจะต้องฆ่ากันเพื่อเศษขนมปัง ชีวิตที่รอดตายจากโลกที่ล่มสลาย ทำให้คิรัญรู้ซึ้งถึงคุณค่าของความมั่นคงและอิสรภาพ
คิรัญเปิดประตูรถ นั่งลงหลังพวงมาลัยด้วยท่วงท่ามั่นใจ ก่อนจะสตาร์ทรถขับออกจากลานจอดรถอย่างนุ่มนวล
เขามุ่งหน้าไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้คอนโดฯ โดยไม่รอช้าจุดหมายมีเพียงหนึ่งเดียว ปลาแซลมอนสดสำหรับเ้าเหมียวยุ้งข้าว ที่กินเก่งสมชื่อ
เขาเดินไปยังแผนกอาหารทะเล เลือกปลาแซลมอนชิ้นใหญ่ที่สุดเท่าที่จะหาได้ รอยยิ้มเล็ก ๆ ผุดขึ้นมุมปากขณะััถึงความเย็นสดของเนื้อปลาใต้ปลายนิ้ว
"รอเดี๋ยวนะเ้าเหมียว... ฉันกำลังซื้อของโปรดให้แกอยู่" คิรัญพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน... เป็รอยยิ้มที่ต่างจากความเยือกเย็นเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว อย่างน้อยก็มีสัตว์ตัวนี้... ที่ยังคงอยู่ข้างเขา... และรับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเขาได้
เมื่อคิรัญกลับมาถึงคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง เพียงแค่ประตูเปิดออก เสียงร้องแหลม ๆ ของเ้าเหมียวจอมขี้บ่นก็ดังขึ้นทันที
“นายไปไหนมา? ฉันหิวจะตายอยู่แล้วนะ มนุษย์”
เสียงแหลมสูงก้องอยู่ในหัวของคิรัญ มันคือเสียงของเ้ายุ้งข้าว แมวสีขาวสะอาด ที่กำลังนั่งจังก้าอยู่หน้าประตูราวกับรู้ว่าเขากำลังจะกลับมา ดวงตาสีอำพันกลมโตจ้องมองมาอย่างตำหนิ
คิรัญยิ้มขำ "โอ๋ๆ ... ไม่ต้องบ่นเลยเ้าเหมียว" เขายกถุงปลาแซลมอนขึ้นโชว์ "นี่ไง... ของโปรดของนาย... แซลมอนสดๆ เลยนะ เดี๋ยวฉันทำปลาแซลมอนย่างให้"
เ้ายุ้งข้าวหรี่ตาลง จมูกกระดิกฟุดฟิด ราวกับกำลังพิสูจน์กลิ่น ก่อนจะะโลงจากพื้นและเดินมาคลอเคลียขาคิรัญอย่างออดอ้อน...
“อืม... ก็พอใช้ได้... คราวหน้าเอาเยอะกว่านี้นะมนุษย์ ฉันกำลังเข้าสู่่บำรุงขน”
คิรัญส่ายหัวเบาๆ เดินตรงไปยังห้องครัวเพื่อจัดการแล่ปลาแซลมอนให้กับเ้านายตัวน้อยของเขา ก่อนจะย่างให้สุก
'เอาเถอะ... อย่างน้อยก็มีสิ่งมีชีวิตที่คุยรู้เื่... ก็ยังดีอยู่อย่างเงียบเหงาคนเดียว'
หลังจากจัดการมื้อเย็นสุดพิเศษให้เ้าเหมียวตัวแสบเรียบร้อย คิรัญก็นั่งลงบนโซฟา พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย นิ้วเรียวเคาะปลายนวมเบา ๆ กับขอบโซฟา ราวกับจังหวะของความคิดที่ยังไม่ตกผลึก
คิรัญต้องสร้างกระแส…ให้ตัวเอง เขาจะไม่มีวันปล่อยให้สัญญากับ VIRTÙ หมดลง โดยที่โลกทั้งใบยังคงเงียบอยู่แบบนี้
ต่อให้ไม่เหลือใครสนับสนุน เขาก็จะ “ดันตัวเองขึ้นมา” ให้ได้อีกครั้ง
และในเมื่อตอนนี้ยังไม่มีทีมประชาสัมพันธ์...ก็สร้างมันขึ้นเองเสียเลย
เขาเหลือบมองเ้ายุ้งข้าวที่กำลังกินแซลมอนตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย แล้วรอยยิ้มเ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นบนใบหน้าอย่างเงียบงัน
“ไลฟ์สด…” เขาพึมพำกับตัวเอง
“โชว์ความน่ารักของแกให้โลกเห็นหน่อยไหม…ฮึ? เ้ายุ้งข้าว”
ว่าแล้วก็ก้มลงไปสบตากับเ้าเหมียว ส่งสายตาเ้าเล่ห์อย่างมีเป้าหมาย พร้อมกระซิบเบา ๆ ทางกระแสจิต
“วันนี้ช่วยทำหน้าแบ๊ว ตกคนเข้าด้อมให้ฉันหน่อยนะ เดี๋ยวจะซื้อแซลมอนเพิ่มให้”
เ้ายุ้งข้าวที่กำลังเลียปากชุ่มน้ำปลาทะเล เงยหน้าขึ้นมาช้า ๆ ก่อนจะเชิดหน้าตอบกลับแบบ คุณชายผู้มีศักดิ์ศรี
“เมี๊ยว...” เสียงเดียวสั้น ๆ แต่แววตานั้นชัดเจนเหมือนพูดว่า “ตกลงก็ได้ เห็นแก่ปลา”
คิรัญหลุดหัวเราะในลำคอ วันนี้เขาไม่ได้้าความหรูหรา หรือแสงไฟจัดจ้าน แต่้า “ความจริงใจ” ที่เข้าถึงผู้คนได้ง่ายที่สุด
เขาเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า เลือกชุดที่สบาย ๆ แต่พอใส่แล้วกลับเผยให้เห็นเสน่ห์อย่างไม่ต้องพยายาม
เสื้อยืดผ้านุ่มตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นเนื้อดี เผย่คอไหล่และเรียวขาเพียงเล็กน้อย…แต่นั่นแหละที่ทำให้คนละสายตาไม่ได้
หลังแต่งตัวเสร็จ เขาก็หยิบมือถือคู่ใจขึ้น จัดแสงไฟนวลให้สว่างกำลังดี แต่ยังคงไว้ซึ่งความอบอุ่นราวกับแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องเข้ามาในห้อง เขาจัดวางกล้องในมุมที่มองเห็นทั้งตัวเขาที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นพิงกับโซฟา และเ้ายุ้งข้าวที่กำลังนั่งเชิดหน้าอยู่บนโซฟาข้างๆ อย่างสง่างามราวกับาาเื้ัเป็เพียงผนังสีขาวเรียบๆ ไม่มีสิ่งใดรบกวนสายตา นอกจากสองสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะดึงดูดความสนใจจากโลกทั้งใบ
จากนั้นเขาก็เปิดแอป Vizzta แพลตฟอร์มไลฟ์ยอดฮิตที่เหล่าดาราและอินฟลูเอนเซอร์ใช้กันทุกวัน แสงสีฟ้าอ่อนๆ จากหน้าจอสะท้อนในดวงตาเรียวสวยที่เปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น นิ้วเรียวกดปุ่ม “เริ่มถ่ายทอดสด” อย่างมั่นใจ พร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ ที่ผุดขึ้นบนใบหน้า ดุจกลีบดอกไม้แรกแย้มที่กำลังจะเผยความงามอันลึกลับให้โลกประจักษ์ วันนี้... เขาจะเป็คนสร้างกระแสของตัวเอง... และทำให้โลกหันกลับมามองเขาอีกครั้ง

ไรท์อัพ E-book ใน Meb จะวางขายเที่ยงคืนวันนี้ค่ะ
ไรท์ฝาก E-book ด้วยค่ะ E-book มี 46 ตอน 441 หน้า 94,671 คำ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บอกเลยว่าซีนที่คนน้องเดินออกจากห้องอีพี่ธามนี่…คือ ตัวแม่เดินออกจากบทเมียเก็บอย่างสง่างาม
เดินเชิด ๆ อินเนอร์นางเอกคัมแบคมาเต็ม แล้วในใจน้องคงมีแค่คำว่า...
“นายเลือกผิดคนแล้วจ้ะท่านประธาน มารอดูสิว่าใครจะเสียดายทีหลัง”
แต่ไฮไลต์คือ...น้องเดินออกมาจากบริษัทมาปั๊บ ก็เลี้ยวเข้าซูเปอร์ทันที
เพื่อไปซื้อปลาให้แมว เป็คนอื่นคงอกหักร้องไห้ถ้าโดนบอกเลิกการเป็เมียเก็บอีพี่
แต่น้องคือ “ปลาต้องมา แมวต้องอิ่ม ส่วนเื่อีพี่โนสนโนแคร์จ้า”
แล้วยัยน้องก็หันมาแพลนงานใหม่ทันที ไลฟ์สดโชว์แมว + หน้าใสโนฟิลเตอร์
แผนการตกคนเข้าด้อมแบบเงียบ ๆ แต่แรงระดับสิบ
มาลุ้นกันต่อเลยค่ะว่ายัยน้องจะดันตัวเองยังไงให้ทั้งวงการต้องเหลียวมอง