เสียงเครื่องยนต์ของมอเตอร์ไซด์คันใหญ่คำรามอย่างนุ่มนวล
พีท ขับพา อันนานั่งซ้อนท้ายมาด้วยความนุ่มนวลตลอดทาง มือเล็กๆ ของเธอวางอยู่บนเอวเขาอย่างเก้ๆกังๆ แต่ก็ไม่กล้าปล่อย
เมื่อเลี้ยวเข้ามาในถนนส่วนตัวที่สองข้างทางมีต้นไม้เรียงรายร่มรื่นเส้นทางทอดยาวไปสู่บ้านหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเนื้อที่กว้างขวาง
อันนา เริ่มรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่แตกต่างออกไป...แตกต่างจนหัวใจเธอเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่
พีท ขับรถชะลอลงเมื่อใกล้ถึงหน้าคฤหาสถ์
บ้านหลังใหญ่อันงดงามปรากฏตรงหน้า
สนามหญ้าสีเขียวชอุ่มกับสวนดอกไม้เล็กๆที่จัดอย่างพิถีพิถันรายล้อมอยู่โดยรอบ เสริมให้บ้านหลังนี้ดูมีชีวิตชีวาแต่ก็น่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน
พีท ค่อยๆชะลอมอเตอร์ไซด์คันใหญ่ลงหน้าแนวรั้วเหล็กดัดอันสง่างามก่อนจะหยุดรอให้ลุงมิ่งออกมาเปิดประตูให้
อันนา ที่นั่งซ้อนท้ายอยู่เริ่มรู้สึกไม่มั่นคงในใจอย่างบอกไม่ถูก เธอแทบจะอยากก้าวลงจากรถทันที ราวกับสัมผัสได้ถึงความโอ่อ่าที่ไม่คุ้นชินตรงหน้า
ไม่นาน ลุงมิ่งชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบเรียบร้อยก็รีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกมาจากด้านในด้วยสีหน้าตื่นเต้น
"คุณพีทกลับมาแล้วเหรอครับ!"ลุงมิ่งทักอย่างร่าเริง พร้อมรอยยิ้มกว้างที่แสนอบอุ่น
"ครับลุงมิ่งนี่ อันนา แฟนผมครับ" พีท พูดหน้าตาเฉยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเป็นเรื่องปกติพร้อมกับหันไปแนะนำหญิงสาวที่นั่งซ้อนท้ายเขาอยู่
อันนา รู้สึกเหมือนตัวเบาหวิวความตกใจล้นขึ้นมาจนใจแทบหยุดเต้น
เธอเบิกตากว้างนิดๆ กับสิ่งที่ พีท พูดออกมาโดยไม่ให้ตั้งตัว ไม่คิดเลยว่าเขาจะเอ่ยคำนั้นตรง ๆต่อหน้าลุงมิ่ง
"อันนานี่ลุงมิ่ง คนในครอบครัวคนหนึ่งของฉัน" พีทเสริมยิ้ม ๆ ราวกับรับรู้ได้ถึงความนิ่งงันชั่วขณะของเธอ
อันนา ได้สติกลับมารีบยกมือขึ้นอย่างเรียบร้อย พลางกล่าวเสียงใสด้วยความเคารพ
"สวัสดีค่ะลุงมิ่งเอ่อ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ"
"คุณอันนาน่ารักแบบนี้นี่เอง คุณพีท นี่เลือกแฟนไม่ผิดคนจริงๆ"ลุงมิ่งหัวเราะเสียงกลั้ว ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างเอ็นดูท่าทีอบอุ่นเป็นกันเองจนทำให้ อันนา คลายความตื่นเต้นลงได้บ้าง
แม้ในใจลึก ๆอันนาจะยังเต้นระส่ำกับคำว่า "แฟน" ที่พีท เอ่ยออกมาไม่ทันตั้งตัวแต่สีหน้าและท่าทีของเขาที่แสนแน่วแน่นั้น... ก็ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
ลุงมิ่ง เองรู้จากคุณอรรถพลอยู่แล้วว่าวันนี้คุณพีทจะพาเพื่อนผู้หญิงมาทานข้าวที่บ้าน และลุงมิ่งเองก็ตื่นเต้นไม่น้อย— เพราะคุณพีทนั้น... ไม่เคยพาเพื่อนผู้หญิงคนไหนมาที่นี่เลย
ทันทีที่รั้วคฤหาสถ์ค่อยๆเลื่อนเปิดออก อันนา ก็แทบหยุดหายใจ
เธอเผลอกำชายเสื้อของตัวเองแน่นโดยไม่รู้ตัวดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง มองคฤหาสถ์หลังใหญ่ตรงหน้าอย่างตะลึงงัน
ตัวคฤหาสถ์สีขาวสะอาดตัดกับต้นไม้ร่มรื่นที่รายล้อมอยู่บันไดหินอ่อนทอดยาวขึ้นสู่ประตูไม้โอ๊คสลักลายประณีตทุกอย่างดูหรูหราและสง่างามจนเธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
พีท ค่อยๆขับรถเข้าไปช้าๆ จอดชิดริมทางเดิน
อันนาที่กำลังตะลึงอยู่เผลอสะกิดแขนเขาเบาๆ เสียงของเธอสั่นพร่าออกมาโดยไม่ทันตั้งใจ
“พีท...…นี่บ้านของนายจริงๆเหรอ?”
พีท ยกหมวกกันน็อกขึ้นเผยใบหน้าคมคายที่มีรอยยิ้มบางประดับอยู่ มุมปากของเขายกขึ้นนิดๆ อย่างใจเย็น
“ใช่บ้านฉันเอง”เขาตอบเสียงเรียบง่าย เหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดาเหลือเกิน
แต่สำหรับอันนาคำพูดแสนธรรมดานั้นกลับทำให้โลกทั้งใบของเธอเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ เธอไม่ได้เตรียมตัวมาสำหรับเจอสถานการณ์แบบนี้เลยเธอรู้สึกประหม่าเป็ฯอยางมาก
เธอหันไปมองเขาก่อนจะตวัดสายตากลับมองคฤหาสถ์หลังใหญ่ตรงหน้าอีกครั้ง
เสียงหัวใจของเธอเต้นดังในอกราวกับกำลังจะหลุดออกมา
อันนา แทบจะอยากบอกให้พีท ขับรถพาเธอกลับไปส่งที่หอพักเสียเดี๋ยวนั้น
บรรยากาศรอบตัวที่หรูหราเกินกว่าที่เธอเคยสัมผัสทำให้หัวใจเธอสั่นไหวไม่เป็นจังหวะ
เธอไม่คุ้นชินกับความอลังการ...ไม่คุ้นชินกับการเป็นจุดสนใจ... และที่สำคัญ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรทำตัวอย่างไร
พีท เหมือนจะรับรู้ได้ถึงความประหม่าในใจของเธอ
เขาขับรถตรงไปยังโรงจอดรถด้านข้างคฤหาสถ์อย่างใจเย็นจอดรถในช่องอย่างนุ่มนวล ก่อนจะดับเครื่องยนต์ลง
บรรยากาศในโรงจอดรถกว้างขวางสะอาดสะอ้าน และมีรถหรูจอดเรียงรายอยู่หลายคัน
อันนา ยิ่งรู้สึกตัวเล็กลงเรื่อยๆจนแทบอยากหายตัวไปจากตรงนั้น
พีท ปลดหมวกกันน็อกของเธอออกด้วยมือของเขาเอง
จากนั้นเขาก้าวลงจากรถ
เธอลังเลไม่กล้าขยับพีท จึงยื่นมือออกมาตรงหน้าอย่างนุ่มนวล
นิ้วมือของเขาอบอุ่นและมั่นคง รอคอยการตัดสินใจของเธอ
อันนา เบาใจลงเล็กน้อยเธอยื่นมือไปวางบนมือของเขาอย่างไม่รู้ตัว แล้วปล่อยให้เขาช่วยพยุงลงจากรถ
พอเท้าแตะพื้นพีท ก็ค่อยๆ พาเธอก้าวออกจากมุมจอดรถ จนมาหยุดยืนตรงหน้าเธออย่างจริงจัง
เขาก้มลงสบตาเธอเต็มๆดวงตาคู่นั้นมีประกายจริงใจอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
เสียงทุ้มของเขาดังขึ้นช้าๆชัดเจน
"ไม่ต้องห่วง" เขาพูดเสียงนุ่ม
"เธอมากับฉัน"
"ฉันตั้งใจพาเธอมาให้พ่อ แม่ น้องสาว และทุกคนรู้จัก"
เขาหยุดนิดหนึ่งก่อนพูดชัดถ้อยชัดคำ
"เธอคือคนที่ฉันรัก เข้าใจไหม... อันนา"
อันนา อ้าปากค้างในทันทีนี่เขาสร้างความตกใจให้เธอสองครั้งติดๆ กันแล้ว ทั้งคำว่า แฟน และคำว่า คนที่เขารัก
คำพูดตรงๆ แต่หนักแน่นของเขาทำเอาเธอยืนตัวแข็งทื่อ
ใบหน้าร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่อยู่และหัวใจของเธอก็เต้นแรงรัวเหมือนกลองศึก
เธอไม่อยากจะเชื่อเลย...ว่าพีท — คนที่เธอเผลอใจให้โดยไม่รู้ตัว — จะพูดแบบนั้นออกมาตรงๆ...และจริงจังขนาดนี้
อันนา มอง พีท ตาค้างสมองของเธอเหมือนหยุดประมวลผลชั่วขณะ
ลมหายใจสะดุดในอกหัวใจเต้นรัวไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
ดวงตาคู่สวยสั่นระริกขณะที่เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง อย่างเผลอตัว
" พีท...นายพูดอะไรออกมา" เสียงของเธอเบาเหมือนกระซิบเต็มไปด้วยความประหม่าจับใจ
พีท ยิ้มบางตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง
"ฉันพูดจริงแล้วเธอละอันนา รักฉันรึเปล่า??? จะยอมให้ฉันเป็นแฟนเธอไหม???”
เขาถามและก้มลงสบตาเธอเต็มๆอีกครั้ง
อันนา ยิ่งหน้าแดงซ่านจนแทบหลบสายตาเขาไม่ทัน
“ยังไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้ เอาไว้ตอบตอนเรานอนคุยกันอีกที อาจจะเป็นคืนนี้ตอนฉันไปส่งเธอค่อยตอบฉัน” พีทเอ่ยอย่างเจ้าเลห์
“นาย…เอ่อ…” อันนาไม่กล้าเอ่ยอะไรมากกว่านี้
อันนาไม่กล้าที่จะตอบอะไรที่เขาถามออกไป
มือเล็กๆของเธอเผลอกำชายเสื้อตัวเองแน่นอีกครั้ง ความรู้สึกอบอุ่น ปั่นป่วนและสับสนวิ่งวูบในอก
"พีท...ที่นี่ใหญ่โตเกินไปสำหรับฉัน"เธออ้ำอึ้ง ลนลานอยู่กับคำพูดของตัวเอง
พีท ยิ้มเอ็นดูในท่าทีของเธอ ก่อนจะก้าวเข้าใกล้อีกนิด
มือหนาของเขาสอดเข้ามากุมมือเธอไว้อย่างแนบแน่นราวกับจะบอกว่าเขาจะไม่ปล่อยเธอไปไหน
"แค่เดินไปข้างๆฉัน...ก็พอแล้ว"
เสียงทุ้มของเขานุ่มลึกจนหัวใจเธอสั่นไหวไม่หยุด
และสุดท้ายอันนา ก็ทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆ อย่างเงียบงัน
ยอมปล่อยให้ พีทจับมือเธอไว้... และพาเธอก้าวเข้าไปสู่โลกของเขา
โลกที่เต็มไปด้วยความหมายใหม่ๆ...
ภายในห้องนั่งเล่นของคฤหาสถ์ที่หรูหรา
บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคาดหวังที่ยากจะปกปิด
ทุกคนในบ้านต่างรอคอยการมาถึงของพีท ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของบ้านอย่างใจจดใจจ่อ เสียงนาฬิกาในห้องเดินไปช้าๆพร้อมกับการเต้นของหัวใจที่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ
คุณอรรถพล—ที่มีแววตาเคร่งขรึม แต่มันซ่อนความอบอุ่นและความอ่อนโยนอย่างลึกซึ้ง —นั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ด้วยท่าทางสงบนิ่ง
ข้างๆ กันคุณภัทรลดา —ผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นประดับอยู่บนใบหน้าเสมอรอยยิ้มของเธอเปล่งประกายด้วยความรักและการต้อนรับที่พร้อมจะโอบกอดใครก็ตามที่ลูกชายพามาที่บ้านความห่วงใยที่แสดงออกมาจากเธอนั้นชัดเจน ถึงแม้จะมีความตื่นเต้นแต่ท่าทางของเธอยังคงเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและการเปิดกว้าง
มีน —น้องสาวร่างบางและผิวขาวนวล — นั่งอยู่ข้างๆ คุณแม่
ขาเล็กๆแกว่งไปมาอย่างร่าเริง ดวงตากลมโตของเธอไม่ยอมหยุดจ้องไปที่ประตูเธอตื่นเต้นจนอดไม่ได้ที่จะยิ้มอยู่ตลอดเวลา เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่สำคัญสำหรับพี่พีท เธอไม่เคยเห็นเขาพาเพื่อนผู้หญิงคนไหนมาที่บ้าน การที่พี่ชายของเธอพาเพื่อนผู้หญิงคนไหนก็ตามมาบ้านนั้นเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจที่สุดในชีวิตของเธอ
ในห้องอาหารข้างๆป้าศรีและบรรดาคนรับใช้ต่างก็ยุ่งอยู่กับการเตรียมอาหารเย็นในวันสำคัญอาหารที่ถูกเตรียมด้วยความพิถีพิถัน และความรักที่ใส่ลงไปในทุกจานกลิ่นหอมกรุ่นจากอาหารหลายชนิดลอยมาตามอากาศมันหอมละมุนและน่ากินจนไม่อาจต้านทานได้ กลิ่นของสมุนไพรและเครื่องเทศหลอมรวมกันอย่างลงตัวทำให้ค่ำคืนนี้ยิ่งพิเศษขึ้น
ทุกคนในบ้านต่างรู้ดีว่าค่ำคืนนี้ไม่ใช่แค่คืนธรรมดา
คนที่ พีท พามานั้นไม่ใช่เพียงแค่เพื่อนธรรมดา คนคนนั้นต้องพิเศษมากพิเศษมากพอที่จะทำให้ชายหนุ่มที่ปกติเป็นคนเงียบขรึมและยากจะเข้าถึงยอมเปิดใจและพาเธอเข้าสู่โลกส่วนตัวที่เขาหวงแหนที่สุดในชีวิต พีท ไม่เคยพาใครมาเยี่ยมบ้านนี้ง่ายๆ
คืนนี้...ทุกอย่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
และ อันนาเอง...เธอกำลังจะก้าวเข้าไปในครอบครัวของ พีท อย่างไม่รู้ตัว
พีท จับมือ อันนาอย่างหลวม ๆ พาเธอก้าวเข้าสู่โถงกว้างของคฤหาสถ์
กลิ่นหอมจาง ๆของดอกไม้สดลอยอยู่ในอากาศ เพดานสูงโปร่งประดับด้วยโคมไฟระย้าที่ส่องแสงอบอุ่นพื้นหินอ่อนขัดเงาจนเห็นเงาสะท้อน ภาพทั้งหมดดูหรูหราเกินกว่าที่ อันนา เคยพบเจอจากร้านของชำเล็กๆ ของครอบครัวเธอ
มือเล็กของเธอเย็นเฉียบจากความประหม่าแต่เธอพยายามตั้งสติ สูดลมหายใจลึก ๆ