ผู้กลับมาจากต่างโลกและเกมมรณะ

    บทที่ 4 ตอนที่ 11

    เรื่อง ผู้กลับมาจากต่างโลกกับเกมมรณะ

    บทที่ 4 ผู้กลับมาจากต่างโลก

    ตอนที่ 11

    (เปลี่ยนการใช้คำ เวลาที่ท่านบิชอปอยู่กับรีอัสสองคน จะเปลี่ยนจาก 'ท่านบิชอป' เป็น 'อาร์กัส')

    .

    " กลับมาช้านะ เดี๋ยวจะไปอุ่นอาหารให้ มันเย็นหมดแล้ว "

    รีอัสพูดกับอาร์กัสที่พึ่งกลับมาที่บ้านของเธอในช่วงหัวค่ำ

    .

    ทันทีที่อาร์กัสมาถึงบ้าน เธอก็ถอดเสื้อคลุมด้านนอกออกและวางทิ้งลงบนพื้น

    ก่อนที่จะล้มตัวลงนั่งบนโซฟาและถอดหายใจอย่างเหนื่อยล้า

    รีอัสเข้ามาหยิบชุดที่อาร์กัสทิ้งเอาไว้บนพื้นไปใส่ตะกร้าผ้าก่อนจะยกอาหารเย็นมาให้อาร์กัส

    .

    " ไม่เยอะไปหน่อยเหรอ? "

    อาร์กัสถามกับรีอัสที่ยกอาหารจานใหญ่มาให้

    .

    " เธอเหนื่อยขนาดนี้ ไม่ได้กินข้าวกลางวันมาใช่ไหม "

    รีอัสตอบกลับและบอกเหตุผลที่ข้าวเย็นของอาร์กัสเยอะเป็นพิเศษ

    .

    รีอัสปล่อยให้อาร์กัสนั่งกินข้าวที่โซฟา ในขณะที่ตัวเขาเองหยิบเสื้อผ้าของอาร์กัสไปเข้าเครื่องซักผ้า

    อาร์กัสนั่งกินข้าวไปด้วยพร้อมกับนั่งดูบ้านของเธอที่สะอาดเรียบร้อยและข้าวของที่จัดอย่างเป็นระเบียบ

    .

    "นานแค่ไหนแล้วนะ"

    อาร์กัสพูดกับตัวเองหลังจากบ้านของเธอสะอาดเรียบร้อย

    .

    " วันนี้เป็นไงบ้าง จับได้กี่คนแล้วล่ะ? "

    รีอัสที่จัดการเรื่องเสื้อผ้าเสร็จก็เข้ามาหาอาร์กัสที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่

    .

    " ยังได้ไม่ถึงครึ่งเลย"

    อาร์กัสบ่นอย่างอารมณ์เสียที่รีอัสพูดถึงเรื่องงาน

    .

    หากเป็นสถานการณ์ปกติแล้ว อาร์กัสจะอยู่หน้างานจนกว่าเรื่องทั้งหมดจะถูกจัดการจนหมด

    แต่เธอไม่สามารถปล่อยให้รีอัสอยู่คนเดียว เพราะเธอกลัวว่ารีอัสอาจจะใช้สกิลของเขาทำร้ายคนอื่น

    ด้วยเหตุผลที่เธอไม่ยอมกลับมาอยู่กับรีอัส

    .

    .

    .

    " อันนี้คือเอกสารที่ต้องไปส่งให้ท่านบิชอป ส่วนอันนี้คือที่อยู่ "

    ผู้ช่วยของท่านบิชอปกำลังจัดเอกสารให้กับพนักงานส่งเอกสาร

    .

    ผู้ช่วยของท่านบิชอปกำลังจัดส่งเอกสารไปให้ท่านบิชอป

    โดยเธอได้สั่งให้พนักงานที่อยู่ในสำนักงานเป็นคนไปส่งเอกสารที่บ้านของท่านบิชอป

    พนักงานคนนั้นได้เอาเอกสารไปส่งถึงหน้าบ้านของท่านบิชอป

    เสียงกดกริ่งดังขึ้นพร้อมกับมีชายคนหนึ่งเปิดประตูออกมาต้อนรับ

    .

    " เอกสารมาส่งให้ท่านบิชอปครับ!? "

    พนักงานส่งเอกสารสับสนที่คนเปิดประตูออกมาเป็นผู้ชายแทนที่จะเป็นท่านบิชอป

    .

    " เอกสารของอาร์กัสเหรอ ขอบใจนะ หลังจากนี้ก็หายไปซะ "

    รีอัสหยิบเอกสารจากมือของพนักงานส่งเอกสาร

    .

    เมื่อรีอัสหยิบเอกสารจากมือของพนักงานส่งเอกสาร

    ก็มีเปลวไฟลุกไหม้ขึ้นบนเสื้อผ้าของพนักงานคนนั้น

    พนักงานพยายามจะดับไฟโดยการใช้มือตบไปที่เปลวไฟเพราะเห็นว่ามันเป็นเปลวไฟดวงเล็กๆ

    รีอัสที่เห็นแบบนั้นก็เข้าไปในบ้านพร้อมกับปิดประตู

    แต่ว่าเปลวไฟบนเสื้อผ้าของพนักงานคนนั้นกลับไม่ยอมดับ

    แถมเปลวไฟดวงเล็กๆ ก็เริ่มลุกลามขึ้นมาอยู่บนมือของเขาด้วย

    เปลวไฟลุกลามแม้กระทั่งเนื้อหนังของพนักงานเพียงการสัมผัสกับเปลวไฟ

    .

    "ช่วยด้วย!!! "

    พนักงานส่งเอกสารร้องของความช่วยเหลืออย่างเจ็บปวดและทรมาน

    .

    เปลวไฟจากสกิลของรีอัสจะไม่มีวันดับจนกว่าสิ่งที่มันเผาไหม้อยู่จะกลายเป็นเถ้าถ่าน

    นั้นทำให้แม้ว่าพนักงานคนนั้นจะพยายามแค่ไหนก็ไม่อาจจะดับไฟของรีอัสได้

    พนักงานล้มลงเพราะความเจ็บปวดที่ไม่อาจจะทนได้

    ก่อนที่ร่างของเขาจะเริ่มกลายเป็นเถ้าถ่านและถูกสายลมพัดกระจายออกไป

    .

    "มีอะไรรีอัส? นั้นอะไร?"

    อาร์กัสออกมาจากห้องน้ำและเห็นรีอัสกำลังถือเอกสารบางอย่างอยู่

    .

    "มีคนส่งเอกสารมาให้นะ"

    รีอัสอธิบายด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มพร้อมกับส่งเอกสารให้กับอาร์กัส

    .

    รายงานที่ส่งมาเป็นรายงานความเสียหายและจำนวนผู้บาดเจ็บที่เกิดจากนักโทษที่หลุดออกไป

    มีรายชื่อหนึ่งทำเอาอาร์กัสกังวลอยู่ไม่น้อย นั้นคือชื่อของคนที่มีความเกี่ยวข้องกับเมอร์ลิน

    อาร์กัสอยากให้เมอร์ลินเข้าร่วมกันองค์กร Exorcist

    แต่เหตุการณ์นี้อาจจะทำให้เมอร์ลินไม่อยากเข้าร่วมกับองค์กร Exorcist

    .

    "เรื่องงานเอาไว้พรุ่งนี้ ตอนนี้ผ่อนคลายก่อนนะ"

    รีอัสหยิบรายงานออกจากมือของอาร์กัส

    .

    รีอัสหยิบเอกสารออกจากมือของอาร์กัสก่อนจะนวดไหล่ให้กับเธอเพื่อให้เธอผ่อนคลาย

    อาร์กัสก็ยอมทำตาม เธอเอนหลังลงบนโซฟาและปล่อยให้รีอัสนวดไหล่ของเธอ

    .

    .

    .

    " ภาพหลอนงั้นเหรอ มันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันเนี่ย "

    เมอร์ลินกำลังสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น

    .

    หลายวันมานี่เขาได้คุยกับภารโรงที่ดูแลห้องสมุด

    แต่หลังจากนั้นภารโรงก็หายตัวไปและผู้คนรอบตัวก็บอกว่าไม่มีภารโรงดูแลห้องสมุดมาตั้งแต่แรกแล้ว

    เมอร์ลินพยายามหาคำตอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นโดยออกตามหาเบาะแสเกี่ยวกับภารโรงคนนั้น

    .

    " เราไม่รู้จักชื่อของภารโรงคนนั้น แต่น่าจะมีรูปถ่ายอยู่ในเอกสารของโรงเรียน "

    เมอร์ลินพยายามตามหาเบาะแสของภารโรงคนนั้น

    .

    เมอร์ลินได้เข้าไปค้นดูเอกสารของโรงเรียน เขาไม่รู้จักชื่อของภารโรงคนนั้นก็จริงแต่ก็ยังจำใบหน้าได้อยู่

    แต่เมื่อเมอร์ลินได้เอกสารการจ้างงานของโรงเรียนมาได้

    ภาพใบหน้าของภารโรงในความทรงจำของเมอร์ลินก็เริ่มเลือนหายไป

    เมอร์ลินเปิดเอกสารทุกหน้าเกี่ยวกับภารโรงในโรงเรียน แต่เมอร์ลินกลับจำใบหน้านั้นไม่ได้อีกแล้ว

    เรื่องนี้ทำให้เมอร์ลินสงสัยมากกว่าเดิมว่าเกิดบางอย่างขึ้นกับตัวเขา

    .

    " มีบางอย่างเกิดขึ้นกับเรา "

    เมอร์ลินเริ่มจะสงสัยบางอย่าง

    .

    ความสงสัยของเมอร์ลินทำให้เมอร์ลินไม่ได้สนใจการหาวิธีชุบชีวิต

    แต่กลับไปหาข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือแห่งความตายและคนที่เกี่ยวข้องกับมัน

    ระหว่างทางกลับบ้าน เมอร์ลินกำลังเดินกลับบ้านกับอาเธอร์และเทเรซา

    เมอร์ลินได้สังเกตเห็นชายที่มีรูปร่างเหมือนกับภารโรงที่เขาเคยเห็น

    .

    " ฉันมีธุระ ขอตัวก่อนนะ "

    เมอร์ลินบอกกับทั้งสองคนก่อนจะเดินแยกตัวออกมา

    .

    เมอร์ลินวิ่งตามชายคนนั้นไปเรื่อยๆ แต่เมอร์ลินก็ตามชายคนนั้นไม่ทัน

    เมอร์ลินวิ่งตามไปจนถึงถนนสายหนึ่งที่ดูคุ้นตา

    .

    " แถวนี้มัน!? "

    เมอร์ลินวิ่งตามชายคนนั้นมาจนถึงแถวบ้านของนิมู

    .

    บ้านของนิมูยังถูกปิดกั้นเป็นสถานที่เกิดเหตุอยู่

    โดยยังมีเศษซากของบ้านและก้อนหินขนาดใหญ่ที่ตกลงมาพังบ้านทั้งหลัง

    ภาพตรงหน้าทำให้เมอร์ลินนึกถึงวันนั้นอีกครั้ง วันเกิดเหตุที่นิมูเสียชีวิต

    เมอร์ลินทรุดลงกับพื้นพร้อมกับภาพหลอนของเหตุการณ์ในวันนั้นก็เข้ามาหลอกหลอน

    แต่ก่อนที่เมอร์ลินจะสติแตก อาเธอร์และเทเรซาก็ตามมาเจอเมอร์ลินพอดี

    .

    " เมอร์ลิน! "

    อาเธอร์วิ่งมาเรียกสติของเมอร์ลินให้กลับมา

    .

    อาเธอร์เรียกสติเมอร์ลินกลับมาได้ก่อนที่เมอร์ลินจะสติแตกจากภาพหลอน

    เทเรซาและอาเธอร์พาเมอร์ลินกลับบ้านและอยู่ด้วยจนกระทั่งเมอร์ลินรู้สึกดีขึ้น

    หลังจากทั้งสองคนกลับไป เมอร์ลินก็หยิบหนังสือแห่งความตายมาเปิดหน้าต่อไป

    หน้าแรกคือการทำให้มองเห็นวิญญาณ

    หน้าต่อไปคือทำให้เหล่าวิญญาณรับรู้ว่าผู้ร่ายเวทย์มองเห็นพวกมันอยู่

    เพราะโดยปกติแล้ววิญญาณจะไม่รู้ว่าคนธรรมดามองเห็นพวกมันหรือไหม

    .

    " ................. "

    เมอร์ลินกำลังกังวลเกี่ยวกับเวทย์

    .

    เมอร์ลินกลัวว่าวิญญาณจำนวนมากจะมาตามหลอกหลอนเขา ทำให้เมอร์ลินกำลังลังเล

    แต่เมอร์ลินก็เห็นเหมือนร่างของนิมูลอยผ่านหน้าต่างของห้องเขาไป

    .

    " อย่างน้อยก็อาจจะได้เจอเธอ "

    เมอร์ลินลองร่ายเวทย์จากหนังสือแห่งความตาย

    .

    มีแสงสว่างวาบเกิดขึ้นเล็กน้อยรอบตัวเมอร์ลินก่อนจะดับวูบไป

    เมอร์ลินมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นอะไร เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างก็ยังไม่เห็นอะไรเหมือนเดิม

    มันทำให้เมอร์ลินสงสัยว่าเวทย์ที่ใช้ไปได้ผลหรือไม่

    เมอร์ลินเดินไปเดินมารอบห้องและค่อยมองออกนอกหน้าต่างอยู่เรื่อยๆ

    แต่ก็ไม่เจออะไรผิดปกติไปจากเดิม เมอร์ลินจึงออกจากบ้านกลางดึกเพื่อไปที่บ้านของนิมู

    โดยหวังว่าจะเจอวิญญาณของนิมูที่นั่น

    .

    " สงสัยเวทย์จะไม่ได้ผล "

    เมอร์ลินวิ่งมาที่บ้านของนิมูแต่ก็ไม่เจอวิญญาณของนิมูและพ่อแม่ของเธอเลย

    .

    ระหว่างทางที่มาบ้านของนิมู เมอร์ลินก็ไม่เจอวิญญาณหรืออะไรแปลกประหลาดแม้แต่น้อย

    เมอร์ลินจึงคิดว่าเขาอาจจะใช้เวทย์ผิดพลาดและเดินกลับบ้าน

    แต่ระหว่างทางเมอร์ลินก็เจอเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเดินนำหน้าเขาอยู่

    เมอร์ลินกังวลเล็กน้อยที่อาจจะทำให้หญิงสาวคนนั้นคิดว่าเขาเป็นพวกสตอล์กเกอร์ที่กำลังตามเธออยู่

    .

    " เอาไงดีเนี่ย ถ้าจะวิ่งผ่านไปเลยอาจจะทำให้เธอกลัวกว่าเดิม "

    เมอร์ลินพูดกับตัวเอง

    .

    แต่ในขณะนั้นเองที่เมอร์ลินกำลังพูดกับตัวเอง หญิงสาวคนนั้นเหมือนจะได้ยินและหยุดเดิน

    .

    " ฉันไม่กลัวหรอกค่ะ "

    เธอหันมาหาเมอร์ลินพร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างผิดมนุษย์

    .

    ผู้หญิงคนนั้นหันมาพร้อมกับรอยยิ้มอันสยดสยองและเริ่มวิ่งใส่เมอร์ลินทันที

    เมอร์ลินตกใจกลัวจึงใช้เวทย์ไฟยิงใส่หญิงสาวคนนั้น

    แต่ว่าลูกไฟที่เมอร์ลินสร้างมาก็พุ่งผ่านร่างกายของหญิงสาวไปโดยไม่เกิดอะไรขึ้น

    เธอคือวิญญาณ ทำให้การโจมตีทั่วไปไม่อาจจะทำร้ายเธอได้

    เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ดี เมอร์ลินจึงบินขึ้นฟ้าเพื่อหวังว่าหญิงสาววิญญาณคนนั้นจะตามขึ้นมาไม่ได้

    .

    " เกือบไปแล้ว วิญญาณเหรอ? "

    เมอร์ลินตั้งสติขณะอยู่บนฟ้า

    .

    เมอร์ลินมองไปพื้นด้านล่างและพบว่าหญิงสาวคนนั้นไม่ได้เงยหน้ามองฟ้า

    เธอมองไปรอบๆ และไม่เจอใครก่อนที่ร่างของเธอจะเลือนหายไปจากสายตาของเมอร์ลิน

    หลังจากลอยอยู่บนฟ้าสักพัก เมอร์ลินก็คิดได้ว่าเขาไม่ควรใช้พลังจากต่างโลก

    เมอร์ลินจึงใช้เวทย์ล่องหนเพื่อไม่ให้คนของท่านบิชอปหรือคนทั่วไปมองเห็น

    .

    " ถึงจะไม่เจอวิญญาณของนิมู แต่อย่างน้อยหน้าต่อไปก็เปิดได้ "

    เมอร์ลินเปิดหน้าหนังสือแห่งความตายหน้าต่อไป

    .

    หน้าต่อคือเวทย์เรียกวิญญาณ โดยข้อความในหนังสือมีคำเตือนเขียนเอาไว้ด้วย

    การเรียกวิญญาณของคนตายอาจจะได้บางสิ่งติดมาพร้อมกับวิญญาณที่เรียกด้วย

    หรือสิ่งที่เรียกออกมาอาจจะไม่ใช่วิญญาณที่ผู้เรียกต้องการด้วย

    และการเรียกวิญญาณแต่ละครั้งก็ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนด้วยเช่นกัน

    .

    "การเรียกวิญญาณแต่ละครั้งจำเป็นต้องใช้สิ่งที่มีค่าเท่ากับวิญญาณที่เรียก"

    เมอร์ลินอ่านคำเตือนบรรทัดสุดท้าย

    .

    ___________________________จบตอน_______________________________

     

    คล้ายกับเรื่องผู้กลับมาจากต่างโลกและเกมมรณะ ที่คุณอ่าน