บีเอ็มดับเบิลยู กำลังแล่นเรียบเรื่อย ไปตามถนนนวมินทร์ในเวลาตีหนึ่งนิดๆ หลังแยกจากทีมบอร์ดบริหารเมื่อชั่วโมงก่อน ไม่นานก็เลี้ยวเข้าประตูคอนโดแบบ low rise[1]จอดกึกลงตรงช่องว่าง ปัถพีคว้าข้าวของในรถจนเต็ม มือก็เลยไม่ว่าง สะโพกจึงถูกใช้ดันประตูให้ปิดจนสนิทแทน
เดินห่างไปไม่กี่ก้าวก็หันกลับมามองรถหรูด้วยความชื่นชม เพราะเป็รถในฝัน ซึ่งพ่อกับแม่ควักกระเป๋าซื้อให้ แม้จะปฏิเสธยังไง ทั้งสองก็ไม่ยอม จนสุดท้ายเลยต้องปล่อยตามใจ เมื่อท่านอ้างว่า เป็รางวัลจากที่เขามีมานะ เรียนจนจบั้แ่ระดับปริญญาตรีกระทั่งดอกเตอร์สำเร็จในเวลารวดเร็วกว่าหลายๆ คน
‘เป็เด็กจรจัดอย่างเธอนี่ก็ดีนะ มีพ่อแม่บุญธรรมส่งเสียเรียนจนจบนอก รถหรูๆ แพงๆ ก็ซื้อให้ แล้วไหนกำลังจะปลูกบ้านให้อีก เรียกว่าไม่ต้องดิ้นรนอะไร’
และทุกครั้งที่มองรถ คำพูดของคุณยายดารา ก็มักจะไหลเข้ามาในความทรงจำเสมอ เขาพยายามทำหูทวนลม พยายามไม่เอาใจใส่เรื่อยมา นับั้แ่กลับจากลอนดอนแล้วเข้าไปทำงานในบริษัท
แต่ไม่ถึงครึ่งปี ก็รู้สึกทนไม่ได้ เมื่อได้ยินคำพูดในลักษณะนี้บ่อยครั้ง เลยตัดสินใจขอพ่อกับแม่ออกมาอยู่ข้างนอกแทน โดยใช้ข้ออ้างว่า อยากมีคอนโดอยู่ใกล้ที่ทำงาน จะได้สะดวกสบายเวลากลับดึกๆ
และเขาบอกต่อหน้าคุณยายดาราเลยว่า จะซื้อด้วยเงินเก็บของตัวเอง แม้พ่อแม่จะแย้ง เขาก็ยืนยันแบบนั้น และขอไม่รับความช่วยเหลือด้านการเงินใดๆ อีก
และนี่เขาเห็นว่าเป็ความคิดที่ถูกต้องแล้ว เพราะ่ทำงานใหม่ เขาให้เวลากับงานเยอะมาก เรียกได้ว่าไปถึงออฟฟิศแต่เช้า กลับเข้าคอนโดเกือบจะเที่ยงคืน แถมยังหอบงานมาทำต่อในวันหยุด เฉกเช่นตอนนี้ เขากำลังหอบงานตรงเข้าห้องชุดขนาดสี่สิบตารางเมตร ในราคาสามล้านห้ารวมตกแต่งและเครื่องเรือนทุกชิ้น
แม้จะเหนื่อยและตั้งใจจะหลับทันทีเลยยังไง แต่พออาบน้ำเสร็จ ร่างกายกลับกระฉับกระเฉงเกินกว่าจะนอนได้ เลยเดินไปหาโต๊ะทำงานตรงระเบียง เหม่อมองวิวเมืองกรุงจากชั้นแปด ซึ่งเป็ชั้นบนสุดของอาคาร ห้องของเขาก็ถือว่าได้ทำเลดีเยี่ยมแล้ว
มีเื่งานสารพัดวกวนอยู่ในห้วงความคิด เขารีบคว้าปากกาจดลงในสมุดบันทึกไว้กันลืม ก่อนจะเปิดแล็ปท็อปขึ้นมา ส่งอีเมลไปหาผู้ช่วยก่อนเป็เื่แรก จากนั้นงานก็ไหลเข้าหัวไม่หยุดหย่อน เลยนั่งทำจนเพลิน ตีสามถึงได้เดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงหนานุ่ม
แต่ก็ยังไม่ได้หลับอยู่ดี ในหัวนั้นกลับคิดถึงวันคืนเก่าๆ ั้แ่ตอนไปยืนจ้องมองเค้กอยู่หน้าร้านเบเกอรี่ กระทั่งถึงวินาทีนี้ จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่หายอัศจรรย์ใจเลย ว่ามาถึงจุดนี้ได้ยังไง อะไรดลใจให้นายชัยยุทธ์ บุญเลิศหล้า เกิดเมตตาสงสารเขา จนพาเข้ามาอยู่ในความอุปการคุณได้
คิดเื่น้องชายต่างสายเืคนโต ซึ่งตอนนี้เป็ศัลยแพทย์อยู่โรงพยาบาลประจำอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แม้น้องจะไม่ได้ใช้ทุนรัฐบาลเรียน แต่ก็อยากไปอยู่ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ จะได้ช่วยคนเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างเต็มที่ และััชีวิตผู้คนที่ขาดโอกาสอีกกลุ่มหนึ่ง
เขาดีใจไม่น้อยที่น้องคิดแบบนี้ และดีใจที่พ่อแม่ไม่ได้ขัดขวางความคิดของน้องแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับสนับสนุนทุกทางด้วยซ้ำ ส่วนน้องก็ไม่คิดจะใช้ชีวิตแบบสุดโต่งนานนักด้วยการบอกพ่อแม่ว่า จะทำงานแค่สามปี แล้วก็จะไปเรียนด้านบริหารโรงพยาบาล เพราะในอนาคต มีแผนจะเป็เ้าของเอง บริหารเอง นั่นทำให้พ่อแม่เบาใจไม่น้อย
คิดเื่น้องชายเล็ก ผู้หลงใหลในเสียงดนตรี และเพิ่งจะบินไปเรียนต่อโทด้านการละครและดนตรีอยู่อังกฤษเมื่อปีที่แล้ว โดยพักอยู่เพ้นท์เฮ้าส์ของครอบครัว ซึ่งพ่อตัดสินใจซื้อไว้ั้แ่เขาจะไปเรียนแล้ว เพราะเห็นว่าลูกๆ ก็จะได้ใช้ต่อๆ กันจนครบทุกคน พอหมดวาระใช้งานแล้ว อาจจะปล่อยให้เช่าหรือขาย
นอกจากต้องเรียนแล้ว ชัยธวัธก็มีหน้าที่สำคัญอีกอย่าง นั่นคือต้องคอยดูแลน้องสาวคนเดียวของบ้าน ที่บินไปเรียนระดับปริญญาตรีด้านบริหารในเวลาไล่เลี่ยกัน มีป้าใจคอยตามไปดูแลเื่อาหารการกินกับดูแลบ้านช่องให้ และจะสลับสับเปลี่ยนกับแม่ในกรณีที่ป้าใจคิดถึงบ้าน
“จะให้หลานฉันไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแบบไม่มีใครคอยดูแลได้ยังไงยะ ข้าวปลาอาหาร เสื้อพ่งเสื้อผ้าใครจะซักรีดให้ ไหนจะทำความสะอาดบ้านอีก แล้วไหนจะต้องมีคนคอยระวัง ไม่ให้ไอ้ฝรั่งหัวแดงมาเกาะแกะอีก นี่ถ้าฉันยังมีเรี่ยวแรงเหมือนเมื่อก่อนละก็ ฉันจะไปเองด้วยซ้ำ เอาแม่สมใจไปนั่นล่ะดีแล้ว ให้เบี้ยเลี้ยงเยอะๆ หน่อย ขี้คร้านจะรีบตะครุบสิไม่ว่า”
นั่นเป็คำเด็ดขาดของคุณยายดารา ก่อนหลานสาวสุดที่รักจะจากอกไป เขามีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในความคิดนี้ ที่ไม่เห็นด้วยนั่นก็คือ อยากให้น้องสาวคนเดียวของบ้าน ที่ถูกเลี้ยงอย่างประคบประหงมมาั้แ่แรกเกิด ได้รู้จักทำอะไรด้วยตัวเองบ้าง แต่งงานไปจะได้ไม่มีปัญหา
อีกอย่างคือ ชัยธวัธนั้นก็รักน้องเล็กมาก ตามใจน้องมาก ไม่ต่างจากทุกคนในบ้าน ไปอยู่ด้วยกันอย่างนั้น มีหรือจะไม่ตามใจน้องจนเคยตัว จนเหลิง ต่อให้ชัยชนะตามไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ก็ใช่ว่าจะช่วยอะไร เพราะตามใจน้องไม่แพ้กัน
ส่วนที่เห็นด้วยนั้น ก็ตรงที่มีผู้ใหญ่ไปอยู่ในบ้าน ก็จะหมดเื่ผู้ชายอย่างคุณยายดาราว่า วันนั้นบนโต๊ะอาหารเลี้ยงส่งน้องเล็กของบ้าน เขาเลยไม่พูดอะไร นอกจากฟัง ซึ่งเป็เื่ปกติ เพราะเขามักจะฟังมากกว่าพูด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือกับใคร การฟังไว้มากๆ ถือเป็การหาความรู้อย่างหนึ่งเสมอ
“พี่ดินไม่ต้องรอของฝากจากน้องดาวเลยนะคะ จ้างให้น้องดาวก็ไม่ซื้ออะไรมาฝาก หรือถ้าซื้อ ก็จะเป็ตุ๊กตาหมีเก่าๆ เท่านั้นล่ะ ชิ! อยากแกล้งน้องดาวดีนัก ทีนี้น้องดาวจะแกล้งกลับบ้างล่ะ ชิ!”
จู่ๆ ใบหน้าอันหล่อเหลาก็ยิ้มน้อยๆ ด้วยความขำ เมื่อคิดถึงตอนน้องเล็กอาฆาตเอาไว้ ในวันที่เขาเดินไปส่งขึ้นรถ แทนการไปส่งสนามบินเหมือนคนอื่น เพราะมีประชุมแต่เช้า อีกทั้งก็ไม่รู้จะแห่กันไปทำไม เขาเองก็ไม่ใช่บุคคลสำคัญที่น้องอยากเห็นหน้าก่อนขึ้นเครื่องด้วย
และแน่นอนว่าตอนลงเครื่องในวันที่น้องกลับมา เขาก็คงไม่เข้าข่ายที่น้องอยากเห็นหน้าอยู่ดี จึงไม่ได้คิดว่าจะต้องไปคอยรับที่สนามบินเหมือนคนอื่น และยังสงสัยไม่น้อย ว่าคุณยายดาราจะถ่อสังขารไปรับหลานเหมือนตอนไปส่งบ้างไหม เขาภาวนาขออย่าให้เป็อย่างนั้นเลย สงสารคนแก่หากจะต้องไปเดินเบียดผู้คน
ผู้คนต่างรีบเร่งเพื่อไปรับกระเป๋า หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ผิดกับเ้าของส่วนสูงร้อยเจ็ดสิบคนละเื่ เพราะยังคงเดินเอื่อยเฉื่อยดูข้าวของตามร้านรวงไปเรื่อยเปื่อย มีหญิงที่สัดส่วนแตกต่างกับวันจากเมืองไทยไปหลายสิบกิโลกรัม กำลังลากกระเป๋าใบย่อมเดินอยู่ใกล้ๆ
“นี่เห็นมั้ยคะป้าใจ น้องดาวมาซื้อที่นี่ก็ได้ ไม่ต้องแบกจากลอนดอนให้เหนื่อยเลยค่ะ”
นางสาวดุจดาริกา บุญเลิศหล้า ในวัยย่างยี่สิบสามยิ้มสว่างไสวให้แม่บ้านคู่ใจ สองมือก็มีกล่องช็อกโกแลตยกขึ้น เพราะจะใช้เป็ของฝากให้คนงานในบ้าน
“ไม่ต้องซื้อเยอะหรอกนะคะคุณน้องดาว เราต้องรีบไปเอากระเป๋าแล้วค่ะ”
“เยอะไม่เยอะ น้องดาวก็ต้องซื้อให้ครบทุกคนล่ะค่ะคุณป้าใจขา ขืนให้ไม่ครบ ก็ถูกงอนกันพอดีสิคะ โดยเฉพาะเดอะแก๊งของน้องดาวนี่ ยิ่งต้องให้เยอะกว่าใครเลยค่ะ”
หญิงสาวหมายถึงเพื่อนเคยวิ่งเล่นด้วยกันสมัยเด็กๆ ซึ่งป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าแต่ละคนโตมากน้อยแค่ไหน ไม่ได้เห็นกันนานหลายปี แต่ก็ยังมีกะจิตกะใจคิดจะเอาของไปฝาก นั่นทำให้สมใจปลื้มไม่น้อย แม้คุณหนูจะเอาแต่ใจและขาวีนขาเหวี่ยงยังไง ก็จิตใจดีเลิศอยู่ดี
“ถ้าเสร็จแล้วเราไปกันนะคะ ป่านนี้กระเป๋ามาแล้วล่ะค่ะ”
สมใจห่วงกระเป๋าที่มีถึงแปดใบ ของคุณหนูนั้นหกเข้าไปแล้ว ไม่นับรวมกับที่ส่งตามมาทางเรืออีก อีกทั้งก็กลัวคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชาย หรือแม้กระทั่งคุณยายดาราจะรอนาน เพราะบอกว่าจะมารอรับกันครบทีม
“เอ...ไม่เห็นมีใครมารอเราเลยค่ะคุณน้องดาว” แต่พอพ้นประตูออกมา กลับไม่มีใครยืนรออย่างที่คิดไว้เลย
“นั่นสิคะ อย่าบอกนะว่าคุณพ่อคุณแม่กับคุณยายลืมว่าน้องดาวกลับวันนี้ ถ้าเป็อย่างนั้นจริงๆ น้องดาวจะงอนแล้วก็จะหนีกลับลอนดอนเลยล่ะ”
ดุจดาริกาเองก็พยายามมองซ้าย แลขวาเช่นกัน แทนที่จะมีคนมาคอยต้อนรับ ให้ได้วิ่งเข้าไปกอดให้หายคิดถึง กลับเป็ว่าต้องมายืนเคว้งคว้าง ทำให้อดน้อยใจไม่ได้
“สวัสดีครับน้องดาว ป้าใจ” สองสาวต่างวัยรีบหันไปหาเ้าของเสียงแทบจะพร้อมกัน
“คุณดิน! ป้าใหมดเลยค่ะ ยืนอยู่แถวไหนคะ ทำไมป้าไม่เห็นเลย”
สมใจยกมือขึ้นทาบอก เพราะเป็คนขี้ใ จากนั้นก็ยิ้มร่าให้ลูกชายคนโตของเ้านายในวัยสามสิบสี่ปีเต็ม ซึ่งมีส่วนสูงในระดับที่ตัวเองต้องแหงนมองหน้า ส่วนหน้าตานั้นก็หล่อเหลือหลาย ยิ่งมีจมูกโด่งกว่าชายไทยหลายคนด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ดูดีไร้ที่ติ
“แล้วคุณพ่อคุณแม่กับคุณยายอยู่ไหนคะ”
ยังไม่ทันที่ปัถพีจะได้ตอบแม่บ้านด้วยซ้ำ คุณหนูเล็กของบ้านก็ส่งเสียงแหลมมาหาก่อนแล้ว สีหน้านั้นก็บึ้งนิดๆ บูดหน่อยๆ
“คุณยายไม่สบายก่อนจะขึ้นรถมารับน้องดาวนี่เองครับ คุณพ่อกับคุณแม่พาไปโรงพยาบาลอยู่ เลยโทรบอกให้พี่มารับแทน”
เขาบอกตามความจริงทุกอย่าง และถึงขนาดต้องเปลี่ยนการประชุมไปเป็่บ่ายแทน เพราะพ่อแม่ไม่ยอมให้ใครมารับน้องเล็ก ถ้าไม่ใช่เขา หรือน้องชาย ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครอยู่เมืองไทยสักคนแล้ว
“คุณยายเป็อะไรไปคะพี่ดิน”
อาการงอนนิดๆ เหวี่ยงหน่อยๆ เมื่อครู่หดหายทันที แถมคำลงท้ายของประโยค ก็เป็ไปอย่างกันเองอีกต่างหาก ซึ่งปัถพีเข้าใจได้ดีว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่น้องเล็กลืมความขุ่นเคืองหรือลืมทิฐิที่มีกับเขา
จะเรียกด้วยน้ำเสียงปกติค่อนไปทางนุ่ม หรือไว้เนื้อเชื่อใจไม่น้อย ผิดกับตอนไม่พอใจหรือขุ่นเคือง ที่จะถามหรือตอบห้วนๆ ไม่มีคำว่า ‘คะ หรือ พี่ดิน’ พ่วงมาด้วย
“ไม่เป็อะไรมากหรอกครับ คุณยายหน้ามืดเพราะจะรีบมารับน้องดาวเท่านั้น เมื่อกี้คุณพ่อโทรมาบอกว่าไม่ต้องแอดมิต แล้ว ให้พี่พาน้องดาวกลับบ้านเลย จะได้ไปเจอกันที่นั่น”
เขาเอ่ยเสียงนุ่ม แล้วเดินไปช่วยสมใจเข็นรถกระเป๋าให้ และแม้การกระทำนี้จะเป็เื่ถูกต้องแล้วยังไง แต่ดุจดาริกาก็ยังเคืองที่ทำไมเขาไม่ช่วยน้องคนนี้ก่อน ทำไมเห็นป้าใจซึ่งเปรียบเสมือนคนอื่นดีกว่าน้อง
“อ้าว! แล้วทำไมไม่ช่วยน้องดาวด้วยล่ะ กระเป๋าน้องดาวก็หนักนะคะ”
สองมือเลยยกขึ้นเท้าเอวบาง แล้วจ้องหน้าพี่ตาเขม็งและด้วยท่าทีเอาเื่นิดๆ ตามแบบคุณหนูเล็กขาเหวี่ยงขาวีน
“อ้าว! น้องดาวยังสาวอยู่ เรี่ยวแรงมีเยอะกว่าป้าใจ ก็ต้องช่วยตัวเองไปก่อนสิครับ หรือจะให้พี่ช่วยน้องดาวแล้วปล่อยป้าใจเข็นไปเอง ใครเห็นได้ด่าพี่ตายสิครับ”
พี่ชายผู้ไม่เคยเออออห่อหมกกับน้องมาแต่ไหนแต่ไร ก็ยังคงจุดยืนเดิมอยู่อย่างนั้น สมใจเลยพลอยไม่เป็สุขนัก ด้วยไม่อยากเป็ต้นเหตุให้พี่ชายของบ้านถูกน้องเล็กเคือง
“งั้นคุณดินไปช่วยคุณน้องดาวเถอะค่ะ ป้าเข็นเองได้สบายมากค่ะ”
“ไม่เป็ไรหรอกครับป้า น้องดาวของป้าเข็นเองไหวครับ แค่อยากแกล้งผมเท่านั้น เราไปกันดีกว่านะครับ”
พี่ใหญ่รีบเข็นรถนำไป โดยไม่สนใจน้องที่ยังคงเท้าสะเอวมองตามแผ่นหลังกว้างเลยสักนิด แม่บ้านได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินมาช่วยคุณหนูเล็กเข็นรถแทน
“มาค่ะ! ป้าช่วยดีกว่า รีบไปกันค่ะ จะได้รีบไปไหวคุณยายไงคะ ป่านนี้ท่านคงชะเง้อคอคอยคุณน้องดาวแล้วล่ะมั้งคะ ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งสี่ปี”
“ป้าใจไม่ต้องช่วยหรอกค่ะ น้องดาวแค่หมั่นไส้คนแล้งน้ำใจเท่านั้น ไม่ช่วยก็อย่าช่วย คอยดูนะ กลับบ้านจะไม่เอาของฝากให้ด้วย ชิ!”
เ้าของใบหน้าสวยที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงอย่างลงตัวเบ้น้อยๆ ไปหาคนเดินนำหน้าด้วยความขุ่นเคือง กระนั้นก็จำใจต้องเข็นรถเดินตามอยู่ดี โดยมีสมใจเข็นช่วยด้วยความห่วงใย
“ป้าไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวน้องดาวยกเอง น้องดาวยังสาว มีแรงเยอะค่ะ”
ดุจดาริกาปัดมือไวๆ ให้สมใจถอยออกห่างจากกระเป๋า เมื่อไปถึงบีเอ็มดับเบิ้ลยู ซีรีส์ เอกซ์หก และเ้าของรถที่กำลังยกกระเป๋าของสมใจขึ้นไปเก็บก็รู้ได้ไม่ยาก ว่ากำลังถูกประชดประชันอย่างจงใจอยู่
“อันนี้พี่ช่วยได้ เพราะเดาว่ากระเป๋าน้องดาวแต่ละใบหนัก ว่าแต่ขนอะไรมานักหนาครับ และอย่าบอกนะว่ามีส่งทางเรือตามมาอีก”
เลยรีบเข้าไปคว้ากระเป๋าที่น้องเล็กกำลังจะเข้าไปยกด้วยความอารมณ์เย็น ไม่ถือสาว่าจะถูกประชดประชันสักนิด ปากนั้นกลับไม่วายเหน็บอยู่ดี แม้จะบอกตัวเองให้หยุดเมื่อนานมาแล้ว แต่ไม่รู้ทำไม พอเห็นท่าทีงอนนิดๆ เหวี่ยงหน่อยๆ ของน้องแล้ว เกิดหมั่นไส้ขึ้นมาทุกที
“เื่ของน้องดาว พี่ดินไม่ต้องมายุ่ง ชิ!”
น้องสะบัดใบหน้าสวยๆ ไปทางอื่น ยังผลให้ผมยาวสลวยที่ดัดลอนใหญ่ๆ สีดำประกายน้ำตาล[2]ปลิวไปตามแรง จนย้ายจากแผ่นหลังระหงไปกองอยู่บนไหล่ซ้าย ส่วนเ้าตัวนั้น เดินไปยืนกอดอกรออยู่ตรงประตูข้างส่วนหลัง เพื่อกดดันให้คนยกกระเป๋าเพิ่งเสร็จ รีบมาเปิดให้ สมใจเห็นเลยรีบจะมาช่วย
“ไม่เป็ไรครับป้า สุภาพบุรุษต้องบริการคุณสุภาพสตรีอยู่แล้วครับ”
ปัถพีรีบห้าม แล้วตรงมาเปิดประตูหน้าเพื่อให้สมใจขึ้นไปนั่งก่อน และไม่ได้สนใจกับใบหน้าสวยๆ ว่าจะบูดบึ้งแค่ไหน เมื่อเ้าตัวถูกจัดให้อยู่อันดับท้าย จากนั้นร่างผอมบางก็เข้าไปนั่งไขว่ห้างราวนางพญาหน้าตาเฉย และไม่เอ่ยคำขอบคุณสักคำ
‘ปัง!’
เลยได้รับการสั่งสอนเล็กๆ น้อยๆ จากพี่ใหญ่ ด้วยการปิดประตูรถดังกว่าปกตินิดหนึ่ง แค่นิดหนึ่งเท่านั้น คนไม่คิดอะไรอย่างสมใจก็มองไม่เห็นความผิดปกติ แต่คนเคยมีคดีความกันอยู่แล้ว กลับเห็นได้ชัดเจน
‘ฝากไว้ก่อนเหอะไอ้พี่ดิน มีโอกาสจะเอาคืนให้เข็ด กวนประสาทดีนัก’
เป็ประโยคซุกซ่อนไว้ในใจของคนนั่งเชิดหน้าอยู่เบาะหลัง ขณะมองออกไปดูความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง แต่ไม่นานร่างผอมมีเดรสผ้ายืดยี่ห้อดังหุ้มอยู่ ก็ค่อยๆ เอนลงไปหาหมอนผ้าห่มลายสิงโต ซึ่งเ้าของรถมีไว้นานแล้ว แต่ไม่ค่อยได้ใช้งานนัก นับั้แ่ได้มาจากเพื่อนสาว
“คุณหนูของป้าไม่ได้นอนตอนอยู่บนเครื่องเหรอครับ ถึงได้หลับเร็วขนาดนี้”
เ้าของรถหันไปเอ่ยเสียงแ่เบา เมื่อหูแว่วเสียงกรนน้อยๆ ดังมาจากด้านหลัง ใบหน้าหล่อเหลานั้นก็ยิ้มกริ่มด้วยความเอ็นดูเ้าของเสียง มากกว่าจะหมั่นไส้ด้วยซ้ำ แม้ที่ผ่านมาจะถูกกวน ถูกว่า ถูกอาฆาตแค้นไว้ก็ตาม
“ที่ไหนได้คะ หลับั้แ่กินมื้อเย็นแล้ว แต่คงจะเหนื่อย แล้วก่อนเดินทางก็ไปกินเลี้ยงกับเพื่อนๆ พวกที่อยู่ต่อโทน่ะค่ะ เรียกว่ากลับมาก็ขึ้นรถต่อมาสนามบินเลยล่ะค่ะ”
“อ้อ! มิน่าล่ะ”
ชั่วโมงนิดๆ ในยามเช้า เขาก็พารถเลี้ยวเข้าคฤหาสน์หลังงาม บนถนนพหลโยธินเรียบร้อยแล้ว คนหลับอยู่หลังเบาะถูกแม่ผู้ยืนรออยู่ตรงประตูบ้านเดินออกมาปลุกด้วยความคิดถึง เพราะไม่ได้เจอลูกมาครึ่งปีแล้ว หลังจากบินไปเยี่ยมลูกๆ มา
“ไปอดหลับอดนอนมาจากไหนจ๊ะลูกสาวแม่”
ดุจเดือนแซวน้อยๆ ก่อนจะดึงลูกมากอด แล้วหอมแก้มซ้ายทีขวาที ลูกสาวก็ยอมให้ทำแบบนั้นแต่โดยดี แม้จะโตมากแล้วก็ตาม จากนั้นก็โผเข้าไปกอดพ่อ ที่ยืนกอดอกมองสองแม่ลูกด้วยความรักยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก
“ไปกราบคุณยายในห้องนั่งเล่นก่อนนะลูก คุณยายนอนรอั้แ่กลับจากโรงพยาบาลแล้ว แม่จะพากลับเรือนก็ไม่ยอม บอกจะรอน้องดาว”
ดุจเดือนส่งเสียงนุ่มหูไปหาลูก แล้วทุกคนก็เดินเข้าบ้าน ยกเว้นก็เพียงปัถพีเท่านั้น พอขนกระเป๋าออกจากรถแล้ว ก็ให้เด็กรับใช้ในบ้านจัดการต่อ เพราะจะรีบเข้าบริษัท อีกทั้งรู้ดีว่าวินาทีนี้คงไม่มีใครให้ความสนใจเขามากมายนัก โดยเฉพาะคนเพิ่งกลับมา และแน่นอนว่าต้องรวมคุณยายดาราเข้าไปด้วย
“โถๆ ๆ หลานยาย ไม่เจอแค่สี่ปี โตเป็สาวสวยขนาดนี้เลยเหรอ มาให้ยายหอมทีแม่คุณ”
และคนที่ถูกชายหนุ่มหลบหน้าอยู่นั้น ก็กำลังอ้าแขนรับตัวหลานสาวสุดรักเข้ามาในอ้อมกอด ตามด้วยหอมแก้มซ้ายขวาข้างละหลายต่อหลายที จนหายอยาก ถึงได้ปล่อยให้หลานนั่งอย่างสบายบนโซฟาบุนวมยี่ห้อดัง นำเข้าจากต่างประเทศ แต่ก็ไม่วายถามนั่นนี่จนหลานตอบแทบไม่ทัน
“พ่อยุทธ์ต้องจัดงานเลี้ยงต้อนรับหลานแม่ให้ยิ่งใหญ่ไปเลยนะ แม่จะได้เชิญแขก เชิญเพื่อนๆ มางานด้วย ทุกคนจะได้รู้ว่าหลานสาวแม่สวยแค่ไหน”
“เอางั้นเลยเหรอครับคุณแม่”
ชัยยุทธ์เอ่ยด้วยท่าทีติดตลกนิดๆ ด้วยพอจะรู้ความหมายโดยนัยของแม่ยาย ว่าทำไมจะต้องอยากให้จัดงานใหญ่โตด้วย เลยหันไปหาภรรยาที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างคนไม่คิดอะไรมาก
“ดุจล่ะจ๊ะว่ายังไง”
“แล้วแต่คุณพี่เลยค่ะ”
“ทำไมไม่แล้วแต่น้องดาวล่ะคะคุณแม่ ในเมื่อเป็งานของน้องดาวนี่นา”ลูกสาวนั่งพิงยายอยู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเง้างอนนิดๆ หยอกเย้าแม่หน่อยๆ
“นั่นสิ! งานของน้องดาว ก็ต้องให้น้องดาวเป็คนบอกสิจ๊ะ ว่าอยากให้จัดแบบไหน ยายมีของขวัญไว้เซอร์ไพรส์เราด้วยนะ”
“เหรอคะ! ตื่นเต้นจังเลยค่ะ คุณยายเตรียมอะไรไว้ให้น้องดาวเหรอคะ”
“อ้าว! บอกตอนนี้ก็ไม่สนุกสิจ๊ะ ว่าแต่เราเถอะ ได้อะไรมาฝากยายบ้างล่ะ”
จากนั้น กระเป๋าทั้งหกใบก็ถูกสั่งให้ยกมาห้องนั่งเล่น แล้วคนเป็เ้าของก็เปิดออกทุกใบ เพราะด้านในนั้น ล้วนแล้วแต่เป็เสื้อผ้าแค่พอใส่ตอนรอของส่งทางเรือจะมาถึงเท่านั้น ที่เหลือก็เป็ของฝากทั้งสิ้น ชัยยุทธ์เห็นท่าจะยาว เลยรีบหนีไปทำงานก่อน เพราะต้องเข้าประชุมสำคัญ
=======================
โปรเด้งๆ มาแล้วจ้า รีบโหลดเลยจ้า
shorturl.at/hoR18 <=ร้อยรวยใจ ลด 43% 400 เหลือ 229 อีก 6 วัน
shorturl.at/dMSU1 <=เหลี่ยมอสูร ลด 54% 149 เหลือ 69 อีก 7 วัน
shorturl.at/yDEH2 <=ราคีสีชมพู ลด 47% 149 เหลือ 79 อีก 7 วัน
shorturl.at/dfBLW <=เมียทาสสวาท ลด 41% 388 เหลือ 229 อีก 7 วัน
shorturl.at/kHTX8 <=วิมานมาร์คีย์ ลด 39% 311 เหลือ 189 อีก 7 วัน
========================
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
========================
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
