ที่นี่คือผืนป่าเขาา ต้นไม้อายุหลายหมื่นปีสูงใหญ่ต้นองุ่นพันเกลียวเลื้อยยาวดังั ภูผาสูงตระหง่านพร้อมสัตว์ป่าอย่างวานรร้องส่งเสียงอึกทึกสัตว์อสูรร้องคำรามดังขึ้นเป็ครั้งคราวทำให้สีหน้าของผู้เข้าสอบเต็มไปด้วยความกังวล
ั์ตาเต้าหลิงเปล่งประกายสั่นไหว รางวัลจำนวนมากใครห้ามใจไหวก็โกหกแล้วทว่าตอนนี้เขายังไม่ได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญา อยากได้อันดับดีๆคงจะยากมากเป็แน่
ในสนามสอบเขตที่สิบ มีุ์ที่แข็งแกร่งอยู่หลายตนแม้จะยังไม่ได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญาทว่าแค่ร่างกายนั้นก็แข็งแกร่งมากอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมียอดฝีมือขั้นสถิติญญาอยู่ไม่น้อย
มีอัจฉริยะมากมายที่ไม่รีบร้อนทะลวงพลังไปยังขั้นสถิติญญาเพราะว่าความแข็งแกร่งในขั้นหลอมกายานี้ มีความเกี่ยวโยงถึงการพัฒนาในอนาคตเขาเองก็เช่นกัน หากเขาพัฒนาความแข็งแกร่งทางกายให้ถึงขีดสุดไม่ได้ก็ไม่คิดที่จะทะลวงขั้นพลังต่อไป
ในตอนนั้นเองมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาในสนามสอบเขตสิบ เขาสวมอาภรณ์สีดำสนิทั์ตาเฉียบคม พลังปราณที่ปะทุออกมาจากร่างทั้งดุดันและรุนแรงยิ่งด้านหลังยังมีชายหนุ่มตามมาอีกสองคน หนึ่งในนั้นก็คือเฉียนหลง
ชายวัยกลางคนกวาดสายตามองใบหน้าที่เป็กังวลของผู้เข้าสอบแต่ละคนทั่วร่างเขาพลันะเิพลังปราณออกมา ราวกับทะเลที่เต็มไปด้วยคลื่นลมแปรปรวนเพียงหายใจเข้าออกป่าไม้ต่างก็สั่นไหว ระลอกคลื่นพลังรุนแรงซัดสาดเข้าใส่ป่าเขาใบไม้ลอยละลิ่วปลิวว่อนเป็ฉากใหญ่
มันคือคลื่นพลังั์ที่ปล่อยแรงกดดันออกมาเต้าหลิงรู้สึกหายใจได้ไม่ทั่วท้อง ในใจก็พลันสั่นระรัวพลังของชายวัยกลางคนผู้นี้แข็งแกร่งยิ่งนักคาดว่าแค่เพียงพลิกฝ่ามือก็สามารถบดขยี้ผู้เข้าสอบในเขตสิบนี้ได้ทั้งหมด
นี่คือผู้แข็งแกร่ง!
พลังปราณที่น่ากลัวยังคงหมุนเชี่ยวกรากอย่างต่อเนื่องผู้เข้าสอบหายใจติดขัด มีบางคนทนแรงกดดันของคลื่นไม่ไหวร้องออกมาอย่างเ็ปน่าเวทนายิ่ง
สนามสอบเขตที่สิบนี้วุ่นวายโกลาหล เงาร่างของผู้เข้าสอบค่อยๆทยอยล้มลงราวกับคนเป็อัมพาตอยู่บนพื้นััได้ถึงพลังที่เปรียบเสมือนมีอสูรโบราณกดทับอยู่บนหัวหมายจะฆ่าพวกเขาสองขาของพวกขี้ขลาดส่วนหนึ่งสั่นระริกโซเซและอีกไม่น้อยที่กลัวเสียจนปัสสาวะรดกางเกง
ชายวัยกลางคนมองไปยังภาพเบื้องหน้าอย่างนิ่งเฉยก่อนจะกล่าวน้ำเสียงเยือกเย็น“แค่ต้านทานพลังเล็กน้อยเท่านี้ยังทำไม่ได้แล้วยังจะมีหน้าเข้าไปยังป่าเขาาอีกหรือหากข้าให้พวกเ้าเข้าไปก็นับว่าเป็การทำร้ายพวกเ้าใครที่ไม่ไหวไสหัวออกไปเสียเดี๋ยวนี้!”
แขนเสื้อยาวของเขาสั่นไหว ปรากฏคลื่นพลังหมุนวนพรั่งพรูงดงามก่อนจะห่อหุ้มผู้ที่นอนเกลื่อนอยู่บนพื้นให้ลอยออกไปทันที
เหตุการณ์ฉากนี้ทำให้ผู้สมัครที่ยังเหลืออยู่ใจสั่นสะท้านเพราะว่านี่คือการทดสอบฝีมือเพียงเล็กน้อยเท่านั้นทว่าผู้สอบในเขตสิบนี้กลับหายไปเกือบครึ่งยังเหลืออยู่อีกหลายพันที่ต้องแย่งชิงกันต่อไปการแข่งขันที่เหลืออยู่นี่คงจะทารุณไม่น้อยแน่
เฉียนหลงและอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาในมือของทั้งสองคนมีตราสีดำจำนวนมากแล้วทยอยแจกจ่ายให้แก่ผู้สมัครสอบที่ยังเหลืออยู่
“นี่คือตราเข้าสอบเมื่อเริ่มการสอบแล้ว หากตราของใครถูก่ชิงไป จะถือว่าคนผู้นั้นสอบตกและเมื่อสิ้นสุดการสอบ ผู้ที่ได้ตรามาจำนวนมากที่สุด ก็จะได้เข้าสำนักซิงเฉินทว่ามีเพียงแค่ร้อยคนแรกเท่านั้นที่ผ่าน!”
กล่าวจบ ผู้สมัครสอบแต่ละคนต่างก็ระแวดระวังกันทันที ล้วนแต่มองเห็นคนที่ยืนรอบๆเป็ศัตรู นี่คือกฎแห่งเืหาก้าจะผ่านการสอบนี้ก็ต้อง่ชิงตราเข้าสอบของผู้อื่นมาให้ได้!
เฉียนหลงเดินมาที่เต้าหลิงด้วยใบหน้าเคร่งขรึมในใจเต็มไปด้วยโทสะ ตัวเขานั้นเป็ถึงศิษย์สำนักซิงเฉินทว่ากับเด็กหนุ่มที่มาจากเมืองเล็กๆ อย่างเต้าหลิงเขากลับสู้ไม่ได้นี่ถือว่าเป็ความอัปยศอันใหญ่หลวงของเขาเลยทีเดียว
“หวังว่าตอนที่เจอกันอีกครั้งเ้าจะยังมีลมหายใจอยู่” เฉียนหลงยิ้มเย้ยหยันก่อนจะยื่นตราเข้าสอบให้เต้าหลิง
“ข้าขอรับคำอวยพร” เต้าหลิงยิ้มเย็นอยู่ในใจ แขนยาวเรียวยื่นออกไปรับตราสีดำ นี่มันจะบังเอิญเกินไปแล้วศัตรูของเขาทั้งสองคนกลับมาอยู่ด้วยกันในเขตที่สิบคาดว่าคงไม่พ้นหวังหลิ่งที่เป็คนจัดการเื่นี้
เมื่อได้ยินคำตอบรับของอีกฝ่ายใบหน้าเฉียนหลงก็พลันดุดันขึ้นทันที ั์ตาเฉียบขาดยิ้มเยาะก่อนกล่าว “เ้ารอดมาก่อนค่อยพูดจะดีกว่า!”
เฉียนหลงตัดสินโทษปะาให้อีกฝ่ายเรียบร้อยก่อนหน้านี้เขายังหวาดเกรงความสัมพันธ์ระหว่างเต้าหลิงและเย่วิ่นทว่าพอทราบว่าเย่วิ่นเป็อาจารย์ของเต้าหลิงก็รู้สึกโล่งอกขอแค่ไม่ใช่มีความสัมพันธ์ดั่งญาติพี่น้องต่อให้ฆ่าเต้าหลิงตายอย่างไรเย่วิ่นก็ไม่มีทางสิ้นเปลืองกำลังเพื่อตรวจสอบเื่นี้แน่
“เอาละตามข้ามา” เมื่อชายวัยกลางคนเห็นทุกคนได้รับตราเข้าสอบเรียบร้อยก็ย่ำฝีเท้าออกไปข้างหน้าผู้เข้าสอบในเขตสิบต่างก็ตื่นตัวกันยกใหญ่เพื่อมุ่งหน้าเข้าไปในป่าเขาา!
ป่าเขาส่วนนี้เป็อาณาบริเวณของสำนักซิงเฉิน สัตว์อสูรดุร้ายจำนวนมากถูกขับไล่ออกไปจะเหลือก็แค่สัตว์อสูรที่ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนัก ส่วนกฎในการสอบก็ง่ายนิดเดียวคนที่ได้ตราเข้าสอบมากที่สุดจากทุกเขตก็จะเป็ผู้ที่ได้อันดับสิบคนแรก
เดินผ่านถนนเส้นเล็กที่คดเคี้ยวหมุนวนก็จะเห็นป่าเขาสลับเป็ลูกคลื่นขึ้นลง ชั้นบรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเืััได้ถึงบรรยากาศที่กดทับลงมา เสียงของสัตว์อสูรยิ่งดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
แขนเสื้อยาวของชายวัยกลางคนสะบัดขึ้นอีกครั้งปรากฏคลื่นลมขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาห่อหุ้มร่างกายผู้สมัครสอบที่อยู่รอบข้างก็น้อยลงไปเรื่อยๆเต้าหลิงััได้ถึงคลื่นลมอันอ่อนโยนหุ้มร่างกายเขาไว้แล้วร่างของเขาก็มาอยู่ในบริเวณที่เต็มไปด้วยหินเล็กใหญ่มากมายตั้งเรียงรายอยู่
“เป็ยอดฝีมือที่น่ากลัว!” เต้าหลิงรู้สึกทึ่งอยู่ไม่น้อย ชายวัยกลางคนเมื่อสักครู่เห็นได้ชัดเลยว่าเป็ยอดฝีมือแค่สะบัดแขนเสื้อเล็กน้อยก็หอบผู้เข้าสอบแต่ละคนไปยังพื้นที่อื่นไกลได้
“โฮกกก!” บริเวณใกล้ๆนี้มีสัตว์อสูรส่งเสียงคำรามออกมาดังเสียจนป่าเขาะเืทั้งยังมีกลิ่นคาวเืลอยฟุ้งมา มีร่างใหญ่มหึมาผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในป่าเขา
เต้าหลิงกวาดสายตาสำรวจบริเวณรอบๆเมื่อเขาตั้งท่าจะเดินออกไป เงาร่างของคนสองคนก็เข้ามาอย่างรวดเร็ว
“เอาตราของเ้ามาให้ข้าซะ!” สีหน้าของเด็กหนุ่มสองคนดูเป็สุขยิ่งนักโชคชะตาเข้าข้างให้พวกเขาได้อยู่ในเขตเดียวกันอีกทั้งยังเป็คนตระกูลเดียวกันเสียด้วย
เมื่อครู่ชายวัยกลางคนประกาศแค่ว่าต้องยึดตรามาให้ได้แต่ก็ไม่ได้กล่าวว่าห้ามร่วมมือกันการสอบเช่นนี้สำหรับพวกเขานับว่าเป็เื่ที่ดีอย่างยิ่ง
“ทงหู์ช่างเข้าข้างพวกเรายิ่งนักหากพวกเราทำแบบนี้รวบรวมตราเข้าสอบจนพอแล้วนำไปซ่อนไว้ พวกเราก็จะผ่านการสอบ”
“ถูกต้องแค่ไม่เจอคนที่แข็งแกร่งเกินไป การสอบครั้งนี้พวกเราจักต้องผ่านได้แน่”
ทั้งสองคนคุยโวกันเพลินโดยไม่ได้เห็นเต้าหลิงอยู่ในสายตาแม้แต่น้อยเพราะเห็นว่าเต้าหลิงนั้นอายุน้อยกว่าพวกเขาอีกทั้งยังแต่งตัวดูแล้วไม่มีบารมีสักนิด เช่นนี้แล้วจะมีพลังอันใดเล่า?
ชายหนุ่มทั้งสองพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นดีใจทว่าเมื่อเห็นเต้าหลิงเดินเข้าไปหาพวกเขา สีหน้าก็ขมึงทึงขึ้นบางส่วน “บัดซบ ข้าบอกให้เ้านำตราออกมา เ้าจะเดินเข้ามาทำอะไร? หากเ้ายังชักช้าอยู่เช่นนี้ จะได้เห็นดีกันแน่!”
“หากยังรักชีวิตอยู่ก็จงรีบส่งตราเข้าสอบมาให้ข้าซะ!”ชายหนุ่มที่อยู่ด้านข้างกล่าวอย่างบ้าอำนาจ “ถ้าไม่อย่างนั้นก็จงระวังชีวิตเ้าให้ดี รีบส่งมาให้ข้าซะ!”
เต้าหลิงกะพริบตาปริบๆ มุมปากบนใบหน้ายกยิ้มอย่างยินดีเขายกนิ้วแตะที่จมูกก่อนจะแสยะยิ้ม“เอาตราของพวกเ้ามาไม่เช่นนั้นตาย!”
“ว่าไงนะ?” ทงหูพลั้งปากออกมาอย่างใ คิดว่าตัวเองคงฟังผิดไป้าให้พวกข้ามอบตราให้มันอย่างนั้นหรือ เ้าเด็กนี่กินยาลืมเขย่าขวดหรือไม่?
“ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมหากข้าสั่งสอนเ้าให้สำนึกไม่ได้คงไม่ได้การ!” ทงเป้าเดือดดาลทั้งร่างพุ่งทะยานออกไป กำปั้นหนักแน่นพุ่งเข้าที่แผ่นอกของเต้าหลิง
ั์ตาสงบนิ่งเม้มริมฝีปากจ้องหมัดที่กำลังทะยานเข้ามาใกล้แขนอันเรียวยาวเหยียดออกไป พริบตานั้นเองก็วางลงบนหัวไหล่ของทงเป้าฝ่ามือพลันปล่อยพลังออกกดอีกฝ่ายลงไปกับพื้นอย่างง่ายดาย
ราวกับถูกหินั์หนักสามสี่หมื่นชั่งกดทับอยู่แผ่นดินสั่นะเื เศษดินกระจายออกด้วยแรงนั้นทงเป้านอนร้องอยู่บนพื้นด้วยความเ็ป ทั่วทั้งร่างนั้นสั่นเทารู้สึกราวกับว่าหัวไหล่แหลกกระจุยจนไม่เหลือชิ้นดี
เต้าหลิงกระทืบเท้าลงพื้น ฉับพลันพื้นก็ยุบตัวลงเป็แอ่งหินจำนวนมากลอยขึ้นเหนือพื้นก่อนจะพุ่งทะยานใส่ร่างทงหู
“เสร็จกัน…” ชายหนุ่มสองคนใเสียจนเกือบสิ้นสติไอ้เด็กนี่ราวกับอสูรโบราณก็ไม่ปาน มีร่างกายที่ดุดันแข็งแกร่งเพียงแค่ฝ่าเท้าเดียวก็เกิดคลื่นพลังทำหินแตกกระจาย น่ากลัวอะไรเช่นนี้
“เขากำลังทำอะไร?” ทงเป้าที่ถูกค้นตัวเสร็จแล้วเอ่ยเสียงแ่อย่างสงสัยด้วยใจที่สั่นระรัวแววตาประหลาดใจมองไปยังเต้าหลิงที่กำลังทำอะไรแปลกๆ อยู่
“ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกับว่ากำลังฉีกเสื้อผ้าตัวเองอยู่”ทงหูหน้านิ่วคิ้วขมวด
“แควกๆ” เต้าหลิงฉีกเสื้อที่อยู่บนตัวให้ขาดรุ่ยออกอีกทั้งยังหาขี้ดินมาป้ายตัว มองดูแล้วเหมือนขอทานจากนั้นก็เดินยืดอกออกไปอย่างสง่าผ่าเผยทิ้งให้คนสองคนงงเป็ไก่ตาแตกอยู่อย่างนั้น
เต้าหลิงเดินเตร่ไปมาอยู่พักหนึ่งก็จับอสูรได้ตัวหนึ่งจากนั้นก็นำเือสูรละเลงป้ายตามเนื้อตัวก่อนจะเดินทอดน่องมุ่งเข้าไปในป่าลึกอย่างสบายอกสบายใจ
“ฮ่าๆเ้าขอทาน รีบส่งเหรียญที่เอวเ้ามาให้ข้าซะ!”
เมื่อเดินเข้ามาอีกบริเวณหนึ่งฉับพลันก็มีชายร่างอ้วนพุงพลุ้ยพุ่งตัวออกมาจากพุ่มไม้พร้อมกับะเิเสียงหัวเราะอย่างสะใจเ้าชายร่างอ้วนคนนี้แอบซุ่มอยู่ตรงนี้่เวลาหนึ่งแล้วเขาคอยเก็บตกคนที่าเ็แล้วหนีเตลิดมาทางด้านนี้แต่หากเจอกับผู้ที่ดูแล้วแข็งแกร่ง ก็จะหลบอยู่แต่ภายในกระดองเท่านั้น
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มที่เสื้อขาดหลุดลุ่ย ใบหน้ามีคราบเืชายร่างอ้วนก็โผล่ออกมาจากกระดองอย่างมีความสุข
“ข้ากำลังพูดกับเ้านะรีบส่งมาเร็วเข้า!” ชายร่างอ้วนยิ้มกว้างเสียจนแก้มย้วยๆเป็หลุมขึ้นมา พอดูดีๆ แล้วราวกับดวงตาอย่างไรอย่างนั้น
เต้าหลิงมองจ้องท่าทางอันไร้เดียงสาของอีกฝ่ายก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปากชายร่างอ้วนใไม่น้อย กล่าวต่ออย่างหวาดหวั่น “เ้ายิ้มอะไรรีบส่งตรามาให้ข้าซะ ไม่เช่นนั้นเ้าเละแน่!”
เต้าหลิงเดินเข้ามาอย่างนอบน้อมก่อนพลิกฝ่ามือกดชายร่างอ้วนลงไปนอนกับพื้นอย่างง่ายดายฝ่ามือควานหาของในอกเสื้อของอีกฝ่าย ก่อนจะหยิบตราออกมาสองอันแล้วค่อยเดินจากไปอย่างสง่าผ่าเผย
“เ้า...” ชายร่างอ้วนโกรธจนตัวสั่นเทาหน้าดำหน้าแดงมองไปยังเงาที่ลับตาไปพลางะโตามหลังว่า “ไอ้ชั่ว!”
คนที่ซ่อนตัวอยู่ในป่านั้นมีจำนวนไม่น้อยเลยคนที่ฉลาดก็ต้องรู้จักซ่อนตัว คอยแย่งชิงตราจากผู้ที่อ่อนแอหรือไม่ก็ได้รับาเ็มาเพียงแค่นี้อัตราในการสอบผ่านก็สูงขึ้นแล้ว
เพราะเหตุนี้เมื่อเต้าหลิงเดินเข้ามาพร้อมกับร่างกายที่เต็มไปด้วยเืผู้คนที่ซ่อนตัวอยู่ก็ะโออกมาจากที่ซ่อนคนแล้วคนเล่า ราวสามชั่วยามผ่านไปเต้าหลิงก็สะสมเหรียญตราได้แล้วสามสิบเหรียญ...
“ครืด!”
ผืนป่าเขาพลันสั่นไหว คลื่นพลังที่แข็งแกร่งพุ่งตรงเข้ามาต้นไม้โบราณแต่ละต้นโอนเอนตามแรงกระแทกจากคลื่นนั้น ใบไม้หลุดร่วงปลิวกระจายฉับพลันก็ถูกคลื่นซัดจนเป็ผุยผง
“ตายซะ!” ุ์ตัวสีเงินพุ่งคำรามเข้ามาด้วยพลังอันดุดันและน่าเกรงขามกรงเล็บแหลมคมพุ่งเข้าใส่เต้าหลิง คลื่นลมน่ากลัวซัดสาดเข้ามาพร้อมกับหินใหญ่บนพื้นลอยละลิ่ว
เสียงะเิดังสนั่นแสงทองที่เปล่งประกายออกมาจากฝ่ามือของเต้าหลิงราวกับหลอมขึ้นจากทองคำก็พุ่งออกไปปะทะกับกรงเล็บนั้น
ป่าเขาสนั่นหวั่นไหวรุนแรงยิ่งขึ้นต้นไม้โบราณที่โอนเอียงก็โค่นลง กรวดหินนับพันถูกหอบขึ้นฟ้าก่อนที่โดยรอบจะปรากฏลมหมุนเล็กๆ จำนวนนับไม่ถ้วน
“แหลกไปซะ!” เต้าหลิงแผดเสียงลากยาว ผมดำขลับปลิวไสวคลื่นพลังทั่วร่างโคจรดั่งกระแสน้ำวน พลันะเิออกเป็แสงสีทองแยงตาราวกับเทพาตัวน้อยพุ่งทะยาน หัวไหล่แข็งแรงปะทะเข้าบนร่างของุ์
ุ์สีเงินแผดเสียงร้องอย่างเ็ปกระอักเืออกมากองใหญ่ สีหน้าของเขาใอยู่ไม่น้อยความแข็งแกร่งของเด็กหนุ่มคนนี้น่ากลัวนัก เขาหายใจติดขัดรีบหันกายเตรียมจะวิ่งหนี
“จะรีบไปที่ใด!” ฝ่ามือของเต้าหลิงยื่นออกไปจับเข้ากับกรงเล็บของุ์เืสาดกระเซ็นออกมา รู้สึกราวกับว่าแขนเกือบจะฉีกขาด
“ไว้ชีวิตข้าเถอะ!” ุ์สีเงินร้องโอดครวญด้วยความเ็ปหากมาตายอยู่ที่นี่ละก็ไม่คุ้มเอาเสียเลยุ์สีเงินร้องขอชีวิตแม้จะต้องเสียศักดิ์ศรีก็ตาม “ยอดฝีมือ ท่านปล่อยข้าไปเถิด!”
เต้าหลิงพยักหน้าเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายส่งกระเป๋าหนังอสูรให้ด้วยท่าทีที่ซื่อสัตย์ก่อนจะเปิดกระเป๋าดูก็พบกับตราเข้าสอบจำนวนสิบอันในใจก็พลันยินดียิ้มชมอีกฝ่ายทันที“ไม่เลวเลย เหรียญตราเยอะดีนี่”
ุ์สีเงินเกือบจะกระอักเืเสียออกมาซะตรงนั้นเ้าเด็กนี่ทำตัวเป็อ่อนแอ ทั่วร่างเปรอะเปื้อนไปด้วยเือสูรมันคิดว่าคงใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็เอาตราของอีกฝ่ายมาได้ แต่เพียงประมือกันไม่กี่กระบวนท่าก็ถูกเขาจัดการเสียอยู่หมัด
“ถ้าข้ามีกระเป๋ามิติสักใบก็คงดี” เต้าหลิงกระซิบเบาๆกับตัวเองพลางลูบตราเข้าสอบที่อยู่ในอกเป็จำนวนมากกระเป๋ามิตินั้นเป็สิ่งล้ำค่ายิ่งภายในนั้นจะมีห้วงมิติที่สามารถเก็บของได้จำนวนมหาศาล ของสิ่งนี้จนกระทั่งบัดนี้เขาก็ยังไม่เคยเห็นกับตาสักครั้ง
เมื่อเดินเข้ามาได้ลึกขึ้นสักพักเขาก็เริ่มระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิมััได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งอยู่บริเวณนี้จำนวนไม่น้อย ยิ่งเดินเข้าไปลึกเท่าใดยอดฝีมือก็ยิ่งมากขึ้น
เขาเดินมาจนถึงข้างทะเลสาบแห่งหนึ่ง ระหว่างที่กำลังมองหาเส้นทางที่จะเดินต่อไปทันใดนั้น คิ้วของเขาก็ขมวดขึ้น
จู่ๆ วิชาสยบฟ้าก็ถูกขับเคลื่อนโดยที่เขาไม่ได้ควบคุมทั้งยังส่งเสียงท่องคัมภีร์ออกมาพร้อมกับความกระหาย...
“อะไรกัน?” เสียงหัวใจดังสนั่นชัดเจน กำปั้นสองฝ่ามือกำแน่นใบหน้าฉายแววปีติยินดี มันคือเืสัตว์อสูร์!
เมื่อวิชาสยบฟ้าเจอเืสัตว์อสูรชั้นสูงมันก็จะขับเคลื่อนเองทันทีเพราะว่าวิชาชนิดนี้จะต้องใช้เืของสัตว์อสูรมาเพิ่มความแข็งแกร่ง
และยิ่งััได้ถึงเืสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งก็จะโคจรพลังอย่างรวดเร็วแล้วถ้ายิ่งเืนั้นไม่มีเ้าของละก็เ้าวิชาสยบฟ้านี่ก็จะยิ่งสนใจ!
‘ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าที่นี่จะมีเืสัตว์อสูร์อยู่ฮ่าๆ ข้านี่ดวงดีเสียจริง!’เต้าหลิงหัวเราะอยู่ข้างในอย่างมีความสุขหากได้เืสัตว์อสูร์มาจริงๆ ละก็ข้าก็จะทะลวงไปยังขั้นสถิติญญาได้ในเวลาอันสั้น!
ครั้งนั้น เสียงลึกลับกล่าวกับเขาในหัวว่าในขั้นหลอมกายาพละกำลังอย่างน้อยที่สุดหนึ่งแสนชั่งแต่ก่อนนั้นเขาจักต้องทำตามเงื่อนไขคือการดื่มเืสัตว์อสูร์เสียก่อนจึงจะสำเร็จ!
หากในขั้นหลอมกายามีพลังถึงหนึ่งแสนชั่งจริงๆหากสามารถทะลวงไปได้... เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าเขานั้นจะสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง!
“ใจเย็นข้าต้องใจเย็นลงก่อน!” เต้าหลิงสูดลมหายใจลึกพยายามดับไฟที่ลุกโชนอยู่ภายใน สาวเท้าไปด้านหน้า ตอนนี้เขายังไม่แน่ใจว่าจะมีเืสัตว์อสูร์จริงหรือไม่
เขาเดินตามเสียงเรียกของเืไปข้างหน้าในตอนนั้นเขาก็พบเข้ากับป่าไผ่ผืนหนึ่งเมื่อเทียบกับข้างนอกแล้วที่นี่ดูร่มรื่นเงียบสงบกว่ามากอีกทั้งยังดูลึกลับยิ่งนักเต้าหลิงเข้าไปลึกเท่าใดก็ยิ่งััได้ว่าในนี้จักต้องไม่ธรรมดาแน่เพราะเขาต้องเดินผ่านถนนเส้นเล็กที่คดเคี้ยวกว่าจะมาถึงที่แห่งนี้ได้
“พลังที่ไหลเวียนอยู่ในนี้เปี่ยมล้นจริงๆ” เขากวาดสายตาไปโดยรอบ ทุกที่เต็มไปด้วยต้นไผ่อีกทั้งพลังฟ้าดินก็ยังเข้มข้นอยู่ไม่น้อย
เ้าของเสียงฝ่าเท้าทั้งสี่คนออกมาจากป่าไผ่ด้านใน และเมื่อพวกเขาพบว่ามีคนอยู่ในนี้ด้วยหนึ่งในนั้นสีหน้าดุดันรีบะโออกมาทันที“ไปฆ่ามันซะเื่ในที่นี้คนนอกจะรู้ไม่ได้เด็ดขาด!”
“เป็เ้านี่เอง!” หนึ่งในนั้นสวมชุดคลุมยาวสีขาวใช้แววตาเ็ามองตรงไปยังเต้าหลิงที่อยู่เบื้องหน้าสีหน้าคึกคักขึ้นทันใด
“หวังหลิ่ง!”
ั์ตาเต้าหลิงฉายแววดุดันขึ้นมาทันที ผมยาวพลันพลิ้วไหวทั่วร่างปลดปล่อยไอสังหารออกมา!