“ศิวนาศราช
ศิลาตวาดลั่นพร้อมกับฟันร่ำไห้ต้านทานแท่งพลังสายฟ้าในมือขวาของซุสที่ฟันใส่เขาอย่างจัง จังหวะรับเป็นจังหวะรุก มือซ้ายแทงโหยหาสวนกลับในทันที
เปร้ง....ครืนนน...ตูม
คลื่นพลังปราณเข้มข้นปะทะกับพลังสายฟ้าอย่างจังจนระเบิดแตกกระจายแต่ทว่าร่างของศิลากลับเกิดบาดแผลจากประกายสายฟ้า
อั๊ก....
ร่างของศิลาตกลงสู่พื้นอย่างช่วยไม่ได้ก่อนที่เท้าขวาของซุสจะเหยีบลงบน อกของเขาดวงดาสีส้มสาดสายฟ้าใบหน้าลิ้วลอยย่นยิ่งทำให้มหาเทพผู้นี้ร้ายกาจเกินบรรยาย
เคร้ง...เคร้ง....
วินาทีความเป็นความตายสัมพาทีในร่างคนปรากฎร่างออกมาทันทีพร้อมโถมร่างเข้าสกัดมหาเทพซุสอย่างร้อนรนพร้อมด้วยสดายุที่วิ่งคลุ่กๆมาตามพื้นทรายอย่างเร่งร้อนเป็นภาพที่ดูน่ารักเสียมากกว่าน่าหวั่นเกรงแต่กลับฟันส่งรังสีดาบเพลิงแหลมคมสีฟ้าใส่ซุสอย่างจัง
ตูม...เคร้ง..
ทั้งสดายุสัมพาทีตรงเข้าโรมลันเทพซุสคมดาบคมกริชถูกตวัดไปมาอย่างดุร้ายและเฉียบคม จนเกิดแสงสีส้มสาดไปมาสลับกับแสงเพลิงสีฟ้าและสีแดงเลือด
เคร้ง...เคร้ง....
“ศิวนาศราช เพลงดาบไร้รูปแบบ
สัมพาทีและสดายุตวาดลั่นซึ่งนั่นมันคือทักษะของศิลา ทว่าศิลาไม่ทีเวลามาตกตลึง
ภายใต้แสงจันทร์สว่างกลางผืนทรายเสียงคมอาวุธเสียงฟ้าผ่าเสียงสายฟ้าดังสนั่นจนไม่อาจได้ยินเสียงใดๆ
ย๊าก...
ศิลาพลันโคจรพลังปราณฟันส่งคลื่นพลังปราณก่อเกิดเป็นมังกรตัวสีม่วงแบบจีนยาวแปดเมตรพุ่งแหวกอากาศโจมตีใส่ซุสอย่างดุร้าย
ครืนนนน.....เปรี้ยง
ทว่าท้องฟ้ากลับวิปริตแปรปรวนขึ้นอย่างพิศดารสายฟ้าขุมหนึ่งผ่าตกใส่คลื่นพลังปราณของศิลาจนระเบิดสนั่นสะเทือนฟ้าสะท้านภพ
ตูมมมมม!....
ทั้งสดายุสัมพาทีมิอาจต้านทานพลังเทพระดับตำนานได้ด้วยระดับของพวกมันยังต่ำ สดายุสัมพาทีได้หายกลายเป็นแสงกลับเข้าไปในดาบและต่างหูทันที
ทว่าเพียงแค่นั้นก็เกินพอทำให้ศิลากลับมาตั้งตัวได้ใหม่
ก้าววรุณถูกใช้ออกร่นระยะห่างอย่างรวดเร็วศิลาก้าวเท้าไปมาอย่างเชื้องช้าซ้ายทีขวาที เอนตัวไปมาหลบศรสายฟ้านับพันที่ซุสขว้างปาออกมาราวปืนกล การเคลื่อนไหวของศิลาทั้งแยบคายเลื่อนลอยเลือนลางเคลื่อนคล้อยสลับวูบวาบไปมาอย่างแยบยล
ต่อให้เป็นถึงระดับตำนานที่ระดับสูงสุดในเกมยังมิอาจอ่านการเคลื่อนไหวก้าววรุณของศิลาออก
ซุสที่เห็นแบบนั้นพลันทิ้งระยะห่างออกไปพร้อมในมือปรากฏดาบสายฟ้ากว้างสิบเมตรยาวสิบเมตรฟันลงมาจากด้านบน
ตูม.....
เสียงระเบิดดังกัมปนาทคล้ายโลกแตกพื้นดินสะเทือนเลื่อนลั่นสั่นไหว
พริบตาต่อมาปรากฎลอยคมดาบลึกนับสองร้อยเมตรยามสองกิโลเมตรแสดงถึงพลังอันมหาศาล
ศิลาถึงกับดีดตัวหลบคลื่นพลังพร้อมกับจ้องมองด้วยความตลึงในพลังทำลาย
วูบ...
ศิลาชะงักตาเหลือกค้างยืนสะท้านไปทั่วร่างพยายามเหลียวมองด้านหลัง
ปรากฎร่างของซุสที่ทั่วร่างปกคุมด้วยออร่าสายฟ้าสาดแล่บปราดไปมาอย่างบ้าคลั่งนัยน์ตาส้มทับทิมประกายสายฟ้าเจิดจ้าจิตสังหารพวยพุ่งถึงขีดสุด พร้อมกับแทงสายฟ้าแหลมคมยิ่งกว่าคมดาบไหนกำลังแหวกอากาศส่งเสียงโหยหวนคล้ายเสียงมัจจุราชพุ่งตรงเข้าลำคอของศิลาทางด้านหลังอย่างดุร้าย
มันรวดเร็วจนศิลาเห็นเป็นภาพหยุดนิ่งราวกับยาวนานแสยนานไม่จบสิ้น
ยามที่เกิดเรื่องไม่คาดหมายไม่ว่าใครก็ต้องการเวลาตั้งตัวกันทั้งนั้น บางคนสั้น บางคนนาน บางคนใช้เวลานานมากก็ยังตั้งสติไม่ได้และไม่รู้ว่าควรจะรับมือยังไง
มันไม่ใช่เรื่องของความเก่งกาจหรือพลังแต่อย่างใดหากแต่มันคือเรื่องของจิตใจที่แข็งแกร่งและถูกหล่อหลอม รวมทั้งประสบการณ์ที่ผ่านมา ทว่าเรื่องไม่คาดฝันมักจะเกิดขึ้นกับศิลาจนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต
วินาทีความเป็นความตายนัยน์ตาของศิลาวูบวาบขึ้นพริบตา สติมาปัญญาเกิด การหายใจของเปลี่ยนไปทันทีทักษะลมจิตประสานกายถูกใช้ออกพร้อมกับหมุนตัวในพริบตาด้วยก้าววรุณ ตวัดร่ำไห้ออกด้วยทักษะเพลงดาบสะบั่นศิลาเคล็ดวิชาทวิภาวะ
คมดาบดูธรรมดาสามัญแต่กลับแยบคายดุร้ายเกรี้ยวกราดบรรลุเกินสำนึกของวิถีดาบ
ฉึกกก!
ศิลาเอนหัวหลบแท่งสายฟ้าสีส้มสุดแหลมคมในระยะหนึ่งนิ้วจนประกายสายฟ้าถากใบหน้าเกิดบาดแผลซิบๆ
พร้อมกับคมดาบที่ตัดแขนขวาของ
ซุสขาดลอยเคว้งในอากาศ
ย๊ากกกกก....
ซุสคำรามลั่นพร้อมกับมือซ้ายเกิดกรงจักสายฟ้านับพันบินว่อนเข้าโจมตีศิลาในระยะสองวา
ฟึบ...ฟึบ...เคร้ง
ศิลารีบดีดตัวปราดถอยห่างพร้อมกับตวัดคมดาบคมกริชซ้ายขวาออกฟันต้านทาน
เปรี้ยง...เปรี้ยง
สายฟ้าสีส้มแตกกระจายเกิดเสียงฟ้าผ่าไปทั่วพร้อมแสงสายฟ้าสว่างวูบวาบถี่ยิบ
เปรี้ยง...
อ๊าก..เปรี้ยง
ศิลารับการโจมตีไปเต็มๆหนึ่งดอกก่อนจะตามมาด้วยดอกที่สองดอกที่สาม
ตูม....
ศิลาร่างทรุดลงกับกองทรายก่อนจะเร่งโคจรพลังปรานหมุน วนไปทั่วร่างรักษาบาดแผล
แห๊ก...แห๊ก...
‘ไอ้ตัวนี้มันไม่ใช่ซุสตัวจริงคงเป็นร่างจำแลงที่เทพี่นั้นใช้ระบบสร้างขึ้นมาจากตัวจริง แต่แบบนั้นก็เถอะลำบากแหะไอ้ศิ’
อย่างที่รู้กันว่าสัตว์อสูรสิ่งมีชีวิตที่
ถูกอัพแพตท์มาใหม่เป็นระบบปัญญาประดิษฐ์มีความคิดเป็นของตัวเองทุกตัว ต่อให้ผู้พัฒนาก็ไม่สามารถบังคับการกระทำของพวกมันได้
ทำให้ศิลาแจ่มแจ้ง ถึงเทพีแห่งความมืดจะโกงเรียกตัวจริงออกมาแต่เธอก็ไม่สามารถบังคับควบคุมการกระทำของมันได้อยู่ดี เผลอๆมันจะฆ่าเธอทิ้งเสียด้วยซ้ำ
เมื่อคิดเสร็จสรรพศิลาก็ลงมือทำบางอย่าง
“เขตแดนแห่งศิลา
จบคำพูดของศิลาพลันปรากฎเขตแดนแบบเดียวกับสัตว์อสูรเปะๆซึ่งมันคือทักษะที่เขาได้มาเมื่อร่ำไห้
วิวัฒนาการปรากฎคลื่นพลังสีแดงเลือดปกคลุมเป็นเขตแดนกินพื้นที่หนึ่งกิโลเมตรทันที
“นี่มัน?...”
เทพีแห่งความมืดที่ยืนดูในมือถือดาบสองเล่มสีฟ้าและสีน้ำเงินเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจเพราะเขตแดนนี้มีแต่สัตว์อสูรที่ใช้ได้ มันไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะศิลาก็ถูกนับว่าเป็นสัตว์อสูรไปแล้วด้วยการที่รับเลือดมังกรโลหิตเข้าร่างกาย
แต่ทว่าศิลายังมีจักรพรรดิอสูรอีกสองตัวทันใดนั้นปรากฎเขตแดนสีฟ้าและสีแดงเลือดขึ้นอีกสองชั้นรวมเป็นสามชั้น
ผลของสกิลเขตแดนแห่งศิลาจะทำให้ความสามารถของทุกสิ่งที่ศิลารับรู้ว่าเป็นศัตรูพลังทักษะทุกอย่างจะลดลง50%และศิลาจะเพิ่มพลังขึ้น20%ทุกๆสองนาที
เขตแดนของสัมพาที จะทำให้ศัตรูพลังชีวิตลดลงนาทีละ2,000หน่วยและจะมาเพิ่มให้กับมันและศิลาแทนพร้อมกับพลังชีวิตสูงสุดลดลงครึ่งหนึ่งเรียกได้ว่าเขตแดนสั่งตายก็ว่าได้
ต่อให้ศิลาไม่ทำอะไรศัตรูก็จะตายไปเอง
เขตแดนของสดายุ ศัตรูจะไม่สามารถรักษาบาดแผลได้ ทั้งสดายุสัมพาทีและศิลาจะเป็นอัมตะเป็นเวลาสามชั่วโมง เขตแดนไร้เทียมทาน
ทว่าศิลาไม่ได้หมายใจจะให้เทพีแห่งความมืดตาย ถึงตอนนั้นเขาต้องรีบลงมือฆ่าซุสให้ได้เสียก่อน
ย๊ากกกก
ซุสคำรามลั่นก้องกัมปนาถส่งเสียงบาดลึกจนศิลาสะท้านวาบทั่วทั้งท้องฟ้าเกิดฟ้าผ่าฟ้าคนองอย่างวิปริตเกิดอาเพช เสียงสายฟ้าผ่าสะท้านหูสะเทือนดิน พร้อมดวงตาของซุสเกิดสายฟ้าแล่บแปรบปราบทั่วร่างสายฟ้าสาดแตกเปรี๊ยปร๊ะแล่บออกจากร่างของมันท่อสีส้มสายฟ้าพร้อมกับย่ามสามขุมเข้าหาศิลาอย่างเยือกเย็นนัยน์ตาอาฆาตถึงขีดสุด
พื้นทรายกู่ร้องก้องคล้ายปวดร้าวอากาศเคลื่นบิดเบือนไปตามแรงลมของฝีเท้าที่หนักอึ้งวินาทีต่อมาปรากฎเส้นสายฟ้าพุ่งออกจากร่างของมันคล้ายคมหอกเจิดจรัสด้วยความเร็วคล้ายกระสุนปืนแหวกอากาศทะยานใส่ร่างศิลาซึ่งๆหน้า
ศิลานัยน์ตาลุกวาวโคจรพลังปราณไปทั่งร่างจนทั้งร่างปกคุมด้วยปราณสีม่วงก่อนจะระเบิดพลังปราณส่งนาคราชปราณสีม่วงนับร้อยตัวเข้าต้านทาน
ตูม....ตูม....ตูม...
เสียงระเบิดดังถี่ยิบพร้อมกลุ่มฝันเม็ดทรายลอยฝุ้งในอากาศคล้ายวินาศภัยแสงหลากสีวาบขึ้นไม่ขาดตอนต่อเนื่องราวไม่จบสิ้น ทันใดนั้นปรากฎคลื่นสายฟ้ารูปดาบขนาดสิบเมตรลอยแหวกอากาศพุ่งประปนมากับหอกสายฟ้าที่กำลังปะทะกับนาคราชปราณ
ดาบสายฟ้าเลี้ยวลดโจมตีศิลาอย่างแยบยลศิลาสบัดตัววูบมือซ้ายฟันคลื่นแหลมคมแฝงพลังปราณมือขวาฟันคลื่นแหลมคมพลังจิตเข้าต้านทานอย่างทันท่วงทีจนเกิดเสียงระเบิดสะเทือนดินอีกระลอก
เรื่องไม่คาดฝันพลันอุบัติขึ้นอีกครั้งดาบสายฟ้าพลันแตกออกเป็นสี่เล่มสามเล่นที่เพิ่มขึ้นมาแตกออกพุ่งเข้าหาศิลาอย่างเฉียบคมด้วยความเร็วสายฟ้าฟาด
ศิลากระทืบเท้าลงพื้นพร้อมกับใช้ก้าววรุณออกมาทันทีพุ่งทะยานตัวไปข้างหน้าพร้อมกับหงายหลังไถลไปกับพื้นทรายหลบคมดาบสายฟ้าทั้งสามเล่มลอยเฉียดใบหน้าห่างสองเซน
ประจุสายฟ้าแล่นปราดเข้าหาศิลาด้วยร่างกายเป็นฉนวนนำไฟฟ้าเสี้ยววินั้นศิลาเร่งพลังธาตุสายฟ้าเพื่อปรับสมดุลทำตัวเองเป็นสายฟ้าเช่นกันจึงหลบรอดออกมาได้ราวปฏิหาริย์
ซุสคล้ายอ่านเหตุการณ์ล้วงหน้าออก พุ่งตัวปราดเลียดกับพื้นทรายแหวกอากาศเข้าหาศิลาอย่างบ้าบิ่น
แต่ศิลานั้นเห็นเหตุการณ์ล้วงหน้าด้วยทักษะจิตแห่งดาบอยู่ก่อนแล้วจึงพุ่งเข้าปะทะอย่างบ้าบิ่นเช่นกัน
กลายเป็นเส้นสายฟ้าสีส้มกับเส้นสายสีม่วงปราณเข้าปะทะกันโครมครามเหนือขึ้นท้องฟ้า สาดกระจายกระเกล็ดพลังไปทั่วท้องนภาสว่างไสวคล้ายดอกไม้ไฟ
ร่างของศิลาถูกประกายสระเกล็ดสายฟ้าจนเกิดเป็นแผลลอยไหม้ไปทั่วร่างแต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังตวัดดาบฟาดฟันและกริชพุ่งแทงพร้อมท่วงท่าที่เลื่อนลอยแผ่พริ้วแต่หนักหน่วงดุร้ายในสำนึกพลังราวกับจะผ่าขุนเขาเป็นสองซีก
ซุสเองถึงแม้จะมีพลังไม่เท่าตัวจริงแต่มันก็เจนจัด ทันใดนั้นปรากฎคมดาบสายฟ้าหกเล่มโอบล้อมศิลาไว้ทุกทิศทางทั้งบน ร่าง ซ้าย ขวา หน้าหลังรุมโจมตีเข้ามาพร้อมกันอย่างเกรี้ยวกราด
ศิลาไม่มีสีหน้าตกตลึงสักเล็กน้อยเขายังคงความสงบนิ่งจนสมาธิจิตบรรลุข้ามไปอีกภพ
“ศิวนาศราช
เขี้ยวพายุศาสตราหกสายแผ่ออกจากคมดาบแฝงพลังปราณจิตด้วยทักษะทวิภาวะเข้าต้านทานพร้อมกันจนเกิดขุมพลังทั้งหกสายต้านทานกันไม่ยิ่งหย่อนสาดรังสีพลังไปมาในอากาศ
ตูม....
ในระยะไม่นานขุมพลังก็ระเบิดทั้งศิลาและซุสลอยไถลตกลงพื้นตามวิถีของพลังอย่างช่วยไม่ได้
ตึบ..
เมื่อตกสู่พื้นศิลากระทืบท้าว
ก้าววรุณดีดตัวเขาหาซุสในทันทีร่ำไห้และโหยหาระดมฟันดุจจักผัน
ส่งคลื่นพลังปราณนับพันสายแหวกอากาศเข้าจู่โจม ซุสดีดร่างปราดขึ้นจากพื้นประจุสายฟ้าสาดไปมาปรากฎวงเวทย์สองวงสีส้มลอยขึ้นเบื้องหน้าของศิลาในระยะสี่วาก่อนที่มันจะคำรามลั่นวงเวทย์สายฟ้าพลันแตกออกก่อรูปเทพซุสสูงใหญ่สามร้อยเมตรในร่างพลังงานสายฟ้าคล้ายตัวมันขึ้นสองตนเบื้องหน้าของศิลาพร้อมในมือถือศรสายฟ้าปาใส่ศิลาด้วยพลังราวจักถล่มโลก
เปรี้ยง......
อ๊าก....
ศิลาร้องโหยหวนพลังสายฟ้าแล่นปราดเข้าทำลายถึงพายในซุสเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันมันก็รับคลื่นพลังดาบของศิลาไปเต็มๆจนร้องระงม
ท่ามกลางทะเลทรายแสนเปรี่ยวเหงามีเพียงความมืดมิดแสงจากดวงดาราคลอยบรรเทา พลันปรากฎร่างสามสิ่งมีชีวิต หนึ่งคนร้องโหยหวนประกายสายฟ้าสีส้มสุดบ้าคลั่งแล่นปราดทำลายไปทุกเซล
หนึ่งเทพทั่วร่างแดงฉานย้อมด้วยเลือดไหลกองจมลงพื้นทราย หนึ่งร่างสองมือยืนกุมดาบแววตาจ้องมองบุรุษผู้กรีดร้องคล้ายอาลัย เธอเองก็ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองเช่นกันทำไมทุกครั้งที่ชายหนุ่มผู้มีผมสีเงินยิ้มเจ้าเลห์แสนกวนผู้นี้เจ็บปวดใจของเธอมันร้าวปานแปล๊บแบบแปลกๆ
คงจริงอย่างคำคนที่ว่าใจของตัวเองนั่นแหละเป็นอะไรที่เข้าใจอยากที่สุด
อ๊ากกก
ทั่วพื้นบริเวณรอบศิลาปรากฎเลือดสีแดงสดไหลบากนองพื้นทรายก่อนจะจ้มหายหลอดพลังชีวิตของศิลาตกลงมาเหลือ 1หน่วย ก่อนจะพุ่งขึ้นมาเต็ม100% ร่างของศิลาเกิดเปลวเพลิงสีฟ้าลุกท่วมร่างก่อนที่บาดแผลจะพลันมลายหายสิ้นเขากลับมาสมบูรณ์พร้อมอีกครั้ง
ศิลารุกขึ้นยืนพร้อมกับจ้องเขม่งไปที่ซุส มันเองก็รุกขึ้นยืนสายฟ้าทั่วร่างแล่นไปมาในสภาพเลือดชุมกาย
คำถามประการเดียวที่ติดอยู่ในใจของศิลาคือความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรระดับตำนานของจริงมันมากขนาดไหน
หากลองคิดดูว่าถ้าเกิดข้างกายของซุสคือแม่เทพีคนงามกระโดดมาร่วมวงด้วยแล้วเขาไม่มีเดี้ยงไปสามขุมแล้วประลัย
ศิลายิ่งคิดยิ่งอนาถถึงแม้เขาจะสังหารซุส ลงได้แล้วจะเอาอะไรไปสู้กับแม่เทพีแสนโกงที่ยืนอรชรอยู่ตรงนั้นทักษะทุกทักษะย่อมมีการคูลดาวน์
เขตแดนของเขาเองก็เช่นกันแถมยังนานถึง48 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเสี่ยงสาหัสสักเพียงใดเขาก็ต้องผ่านมันไปให้ได้
ย๊ากกกก
ซุสตวาดก้องจนอากาศสั่นสะเทือนก่อนจะกระทืมเท้าลงกับพื้นส่งคลื่นสายฟ้าแล่นมาตามพื้นทรายนับร้อยสาย ศิลาสระกิดเท้าเบาๆเบี่ยงตัวหลบขึ้นฟ้าอย่างนุ่มนวน
จังหวะรับคือจังหวะรุกดาบและกริชฟันส่วนกลับอใส่ซุสอย่างต่อเนื่องคล้ายกับศิลามีแปดแขนแปดมือ
แต่ทว่าดาบสายฟ้าในมือซ้ายของซุสฟันต้ายทานรับไว้ได้ทุกรังสีดาบทั้งนุ่มนวลแผ่วเผือนจนศิลาต้องเบิกตาสงสัยว่ามันใช้เพลงดาบเป็นด้วยหรือยังไง
เพราะที่ผ่านมามันจะโจมตีด้วยพลังเวทย์ หรือไอ้คนสร้างมันใส่คำสั่งให้ซุสเป็นสายนักดาบเวทย์
“ชิ! อยากจะถามคนสร้างจริงๆตอนสร้างเองเมากาวหรือเปล่าแต่ละตัวฆ่ายากบรม”
ศิลาชิออกมาอย่างไม่พอใจก่อนที่เท้าจะตกถึงพื้นพร้อมก้าววรุณประชิดตัวซุสในพริบตา
เคร้ง....เปร้ง....เคร้ง..
วินาทีต่อคมดาบสายฟ้าและกริชเข้าปะทะกันที่ยิบศิลาทั้งรุกไล่อย่างดุร้ายและเฉียบคมทุกคมดาบคมกริชแฝงพลังปราณอย่างเกรี้ยวกราด
ทั้งคู่ผลัดกันรุกผลัดกับรับอย่างไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบใครพื้นทรายลอยฝุ้งตลบอบอวนไปทุกที่ทั้งสองเคลื่อนผ่าน
เสียงคมอาวุธสลับเสียงฟ้าผ่าดังถี่ยิบกังวาลไปไกลลาส
สายพลังสายฟ้าแตกกระจายผมสายพลังปราณสาดกระเซนคล้ายสายธารที่ไหลรินการปะทะกันของทั้งสองนานราวไม่จบสิ้นอย่างสูสีดุเดือด
เวลาล่วงเลยผ่านไปไม่มีใครทราบ
เผยดวงตะวันแย้มแรกอรุณสีสนธยาเหนือผืนทะเลทรายสีดำเกิดเเสงระยิบระยับคล้ายเพชรพลอย ส่องสว่างลับอรุณแสงนั้นทอทอดผ่านสองร่างปรากฎเงาสีดำกระทบลงพื้นทรายเงาสองนั้นเคลือนไหวไปมาอย่างพิศดารคล้ายร่ายร่ำอ่อนช้อยทถายแด่ทวยเทพ
ศิลาดีดร่างถอยหลังทิ้งระยะห่างออกมาเจ็ดวาก่อนจะดีดเท้าเหยีบ
อากาศเข้าหาซุสดุจลูกธนูดาบฟัน
ขึ้นบน กริชฟันลงร่าง ก่อกำเนิดคลื่นปราณสีม่วงคล้ายคมเคียวสองสายพุ่งปราดไขว้เป็นเกรียวพุ่งใส่ซุสในระยะสามวา
ซุสหรี่ตาลงวูบก่อนจะเร่งออร่าสายฟ้าปกคลุมร่างก่อกำเนิดดาบสายฟ้าในมือซ้ายนับสิบเล่มส่งเข้ารับการโจมตีทันท่วงที
ทว่าหากหมดพิษสงแค่นั้นคงไม่ใช่คนอย่างศิลากริชในมือซ้ายแทงออกปราดอย่างแยบคายส่งคลื่นปราณเป็นริ้ว รุกไล่ใส่ซุสอย่างเร่งร้อน
เคร้ง....เคร้ง...เปรี้ยง
คมดาบขวาแหวกอากาศอย่างเกรี้ยวกราดและเหี้ยมเกรียมใส่ลำตัวของสุดทุกการโจมตีแฝงสำนึกแห่งการฆ่าฟันและพลังปราณ
ฉึก...ฉ๊วะ