แพรนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาในห้องมืด ๆ จนขาเริ่มชา
นาฬิกาบนผนังเดินไปเรื่อย ๆ จนเกือบเที่ยงคืนกว่า
โทรศัพท์ยังวางนิ่ง ไม่มีสายเข้า ไม่มีข้อความเพิ่มจากพี่กร
แพรแอบเปิดดูไลน์อีกครั้ง ข้อความสุดท้ายที่พี่กรส่งมาก็ยังเป็นข้อความเมื่อตอนเย็น
“พี่จะรีบกลับมานะครับ... รอพี่โทรหาเลย”
แต่ไม่มีโทรมาสักสาย...
จนกระทั่งเกือบตีหนึ่ง
โทรศัพท์สั่นขึ้นช้า ๆ ชื่อ “พี่กร” ขึ้นบนหน้าจอ
แพรสะดุ้ง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือเย็นเฉียบ กดรับสายทันที
“แพร...”
เสียงพี่กรฟังดูเหนื่อยมาก หอบเล็กน้อย เหมือนเพิ่งรีบวิ่งมาจากไหนสักแห่ง
“พี่ขอโทษจริง ๆ นะครับ... ที่เพิ่งโทรมาได้ตอนนี้
ที่ลงพื้นที่มันวุ่นวายกว่าที่คิด เจ้าหน้าที่มีปัญหาเอกสารด่วนจริง ๆ พี่กับอ.วิภาต้องอยู่แก้กันจนดึกเลย
พี่พยายามโทรหาหนูระหว่างทาง แต่สัญญาณตัดตลอด พอถึงคอนโดพี่รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วรีบโทรหาหนูทันทีเลยครับ”
แพรนิ่งไปครู่หนึ่ง น้ำตาที่กลั้นไว้เริ่มเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง
เสียงแพรสั่นเบา ๆ เมื่อพูดออกมา
“พี่กรคะ... ดึกมากแล้วนะคะ พี่บอกว่าจะรีบกลับมา แต่หนูรอทั้งคืนเลย
หนูคิดว่าพี่คงยุ่งกับอ.วิภามากจนลืมหนูไปแล้ว... หนูกลัวมากเลยค่ะ”
ปลายสายเงียบไปพักหนึ่ง
แพรได้ยินเสียงพี่กรถอนหายใจยาว แล้วพูดเสียงแหบพร่า เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“พี่ผิดจริง ๆ นะครับ แพร... พี่ไม่ควรปล่อยให้หนูต้องรอแบบนี้
พี่ไม่ได้ลืมหนูเลยสักวินาทีครับ พี่คิดถึงหนูตลอดทางกลับ พี่แค่อยากรีบแก้เรื่องให้เสร็จแล้วกลับมาหาหนูให้เร็วที่สุด
แต่พี่ทำไม่ได้ตามที่สัญญาไว้ พี่ขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้หนูเสียใจ
พี่... พี่รีบไปหาหนูตอนนี้เลยได้ไหมครับ พี่ขับรถไปหน้าบ้านหนูเดี๋ยวนี้เลย พี่อยากเห็นหน้าหนู อยากกอดหนู อยากบอกหนูตรง ๆ ว่าพี่รักหนูคนเดียว ไม่มีใครอื่น”
เสียงพี่กรสั่นนิด ๆ เหมือนกำลังกลั้นอะไรบางอย่าง
“หรือถ้าหนูยังโกรธพี่อยู่ พี่จะไม่ไปรบกวนก็ได้ครับ พี่จะรอให้หนูพร้อม แล้วพรุ่งนี้เช้าพี่จะไปรับหนูที่บ้านเหมือนเดิม พี่จะไม่ให้หนูต้องรู้สึกแบบนี้อีก พี่สัญญาจริง ๆ ครับ”
"พี่ยุคอนโดแล้ว จะลำบากขับมานี่อีกทำไม นอนเถอะค่ะ" แพรตอบ
พี่กรฟังแพรพูดจบแล้วเงียบไปครู่หนึ่ง เสียงหายใจที่ปลายสายฟังดูหนักอึ้งกว่าเดิม
“...ครับ แพร พี่รู้ว่าดึกแล้วจริง ๆ พี่ไม่ควรขับมานะครับ เดี๋ยวหนูก็เป็นห่วงอีก”
เสียงพี่กรต่ำลง แฝงความรู้สึกผิดชัดเจน
“พรุ่งนี้เช้าพี่จะไปรับหนูที่บ้านตามปกติเลยนะครับ เราคุยกันให้ชัดเจนตอนเจอหน้า พี่ไม่อยากคุยเรื่องสำคัญผ่านโทรศัพท์แบบนี้... ฝันดีนะครับ แพรของพี่ รักหนูมากเลย”
สายตัดลง
แพรนั่งนิ่งอยู่อีกพักใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นปิดไฟห้องนั่งเล่น แล้วเดินเข้าห้องนอนช้า ๆ
คืนนี้หลับไม่สนิทอีกเหมือนกัน นอนพลิกตัวไปมา คิดวน ๆ ถึงเสียงหอบของพี่กรตอนโทร คิดถึงคำว่า “พี่รีบไปดูให้” คิดถึงอ.วิภาที่โทรมาแบบนั้น
น้ำตาไหลซึมลงหมอนอีกครั้ง แต่แพรไม่ร้องดัง ไม่โทรกลับ ไม่ส่งข้อความเพิ่ม
แพรแค่นอนกอดหมอนแน่น แล้วบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่า “พรุ่งนี้ค่อยคุย... พรุ่งนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น”
**วันถัดมา — เช้าวันอังคาร**
แพรตื่นขึ้นมาด้วยตาบวมเล็กน้อย แต่พยายามแต่งหน้าให้ดูสดใสที่สุดเท่าที่จะทำได้
พอเปิดประตูหน้าบ้าน ก็เห็นรถ SUV สีเทาเข้มของพี่กรจอดรออยู่แล้ว
พี่กรลงจากรถทันที เดินตรงมาหาแพรด้วยฝีเท้าเร็ว
สีหน้าพี่กรตอนนี้ดูเหนื่อยล้า (ตาคล้ำนิด ๆ เหมือนนอนไม่พอ) แต่ยิ้มให้แพรยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม
“สวัสดีครับ แพรที่รักของพี่...”
พี่กรยกมือขึ้นแตะแก้มแพรเบา ๆ แล้วพูดเสียงต่ำจริงจัง
“เมื่อคืนพี่ทำไม่ได้ตามที่สัญญาไว้ พี่รู้ว่าหนูเสียใจมาก พี่เลยคิดว่าวันนี้พี่จะไถ่โทษหนูด้วยการพาไปกินข้าวกลางวันสองคน พี่จองร้านที่หนูชอบไว้แล้วครับ ร้านอาหารญี่ปุ่นแถวสยาม พี่จะไม่ให้ใครมารบกวนเราเลยวันนี้ พี่สัญญา”
พี่กรจับมือแพรแน่น แล้วพาแพรขึ้นรถ
ระหว่างทาง พี่กรพูดเบา ๆ
“พี่จะไม่ปล่อยให้หนูต้องรอแบบเมื่อคืนอีก พี่จะจัดการเรื่องงานให้เรียบร้อย แล้วพี่จะมีเวลาให้หนูมากกว่านี้แน่นอนครับ
หนูยังโกรธพี่อยู่ไหมครับ... หรือหนูอยากให้พี่ทำอะไรเพิ่ม พี่ทำหมดเลยนะครับ”
แพรยังไม่ทันได้ตอบอะไร
ถึงมหาลัย พี่กรพาแพรเดินเข้าไปด้วยกัน (จับมือหลวม ๆ แต่แน่นพอให้แพรรู้สึกอุ่นใจ)
แต่ยังไม่ทันถึงห้องทำงาน
อ.วิภาเดินตรงมาหาพี่กรทันที (ถือแฟ้มเอกสารหนา ๆ อีกแล้ว)
สีหน้าดูรีบร้อนและจริงจัง
“อาจารย์ธนากรคะ! ขอโทษที่รบกวนตอนเช้าเลยนะคะ แต่เรื่องที่เราไปลงพื้นที่เมื่อวาน มีปัญหาค่ะ เจ้าหน้าที่ขอแก้ไขข้อมูลด่วนมาก ต้องส่งรายงานฉบับแก้ไขก่อนเที่ยงวันนี้เลยค่ะ
หนูทำแก้ไขไปแล้ว แต่มีจุดหนึ่งที่หนูไม่แน่ใจ อยากให้อาจารย์ช่วยดูหน่อยได้ไหมคะ เดี๋ยวนี้เลยค่ะ... ถ้าไม่ทัน งานจะเสียหายหมดเลยค่ะ”
พี่กรหันมามองแพรแวบหนึ่ง สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอีกครั้ง
พี่กรหันกลับไปตอบอ.วิภาเสียงสุภาพแต่หนักแน่น
“ครับอาจารย์วิภา... ผมดูให้ครับ แต่ผมมีนัดกลางวันกับแพรไว้แล้ว ผมขอเวลาแป๊บนึงนะ เดี๋ยวรีบดูให้เสร็จก่อนเที่ยง”
อ.วิภายิ้มกว้าง แล้วพูดต่อ
“ขอบคุณมากเลยค่ะอาจารย์! งั้นฉันรอที่ห้องอาจารย์นะคะ งานด่วนจริง ๆ ค่ะ ถ้าอาจารย์ช่วยดูเสร็จ เราก็รีบส่งได้เลย”
พี่กรหันมามองแพรอีกครั้ง สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดชัดเจน
“แพร... พี่ขอโทษอีกครั้งนะครับ งานมันด่วนจริง ๆ พี่ต้องดูให้เสร็จก่อนเที่ยง แต่พี่สัญญาว่าจะรีบเสร็จ แล้วพาแพรไปกินข้าวตามที่บอกเลยครับ
หนูรอพี่ที่โต๊ะได้ไหมครับ หรือถ้าหนูไม่สบายใจ พี่จะบอกอ.วิภาว่าให้เธอรอไปก่อน พี่เลือกหนูก่อนเสมอครับ”
"พี่กรทำงานเถอะค่ะ"
แพรพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง แต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความโมโหปนเศร้า แม้ในใจอยากจะรั้งเขาไว้แทบขาดใจ
พี่กรมองหน้าแพรครู่หนึ่ง สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและห่วงใยที่ชัดเจนขึ้น
พี่กรยกมือขึ้นแตะแก้มแพรเบา ๆ แล้วพูดเสียงทุ้มต่ำ แต่จริงใจ
“ครับ... พี่จะไปทำงานก่อนนะครับ แต่พี่สัญญาว่าจะรีบเสร็จให้เร็วที่สุดเลย
พี่จะไม่ปล่อยให้หนูต้องรอหรือคิดมากคนเดียวอีก พี่จะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย แล้วเย็นนี้พี่จะมาหาหนูที่บ้านเลยครับ เราคุยกันให้ชัดเจนทุกเรื่องที่หนูกังวล พี่ไม่อยากให้มีอะไรค้างคาใจอีกแล้วจริง ๆ”
พี่กรก้มลงจูบหน้าผากแพรแผ่วเบา แล้วบีบมือแพรแน่นอีกครั้งก่อนปล่อย
“หนูทำงานต่อเถอะครับ... พี่จะรีบทำให้เสร็จแล้วมาหาหนูทันที พี่รักหนูมากนะครับ อย่าคิดมากนะ”
พี่กรหันหลัง เดินกลับไปห้องตัวเองช้า ๆ แต่ก่อนจะหายลับประตู พี่กรหันมามองแพรแวบหนึ่ง แล้วยกนิ้วโป้งให้เบา ๆ (แบบที่คนอื่นไม่เห็น) พร้อมยิ้มอ่อนโยนให้กำลังใจ
แพรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอีกครู่ มองตามหลังพี่กรจนลับตา
หัวใจยังหนักอึ้ง แต่คำพูดของพี่กรทำให้แพรรู้สึกโล่งขึ้นนิดหนึ่ง
แพรสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ต่อแบบเงียบ ๆ
ตลอดบ่าย แพรทำงานไปเรื่อย ๆ แต่สายตายังแอบเหลือบไปทางห้องพี่กรเป็นระยะ ๆ
เห็นพี่กรกับอ.วิภาหลายครั้ง (อ.วิภายังยืนคุยกับพี่กรในห้องบ่อย ๆ แต่พี่กรดูจริงจังกับเอกสารมากกว่า ไม่ได้ยิ้มหรือคุยเล่นอะไรเกินเลย)
ใกล้เลิกงาน (ประมาณ 17:00 น.)
พี่กรเดินก้าวออกจากห้องด้วยท่าทีที่ต่างจากเมื่อเช้า เขาไม่ได้เดินทอดน่องหรือหยุดคุยกับใคร แต่เขามุ่งตรงมาที่โต๊ะของแพร ราวกับว่าโลกทั้งใบมีเพียงจุดหมายเดียว (ไม่สนใจสายตาคนอื่นที่ยังเหลืออยู่บ้าง)
พี่กรยืนข้างโต๊ะแพร แล้วพูดเสียงเบา ๆ แต่ชัดเจนพอให้แพรได้ยิน
ท่ามกลางสายตาซุบซิบที่เริ่มเงียบกริบลง คือการประกาศชัยชนะที่ไร้เสียง พี่กรยื่นมือออกมา... มือคู่เดิมที่เคยสัญญาว่าจะไม่ปล่อย
“แพร... เสร็จแล้วครับ พี่จัดการเรื่องงานกับอ.วิภาเรียบร้อยแล้ว
เย็นนี้พี่พาหนูไปกินข้าวนะครับ ร้านที่พี่บอกเมื่อเช้า พี่จองโต๊ะไว้แล้ว ไม่มีใครมารบกวนเราแน่นอน
หรือถ้าหนูอยากกลับบ้านพักก่อน พี่ก็ส่งหนูกลับ แล้วค่อยไปรับตอนเย็นก็ได้ครับ
หนูอยากทำยังไง บอกพี่มาเลย พี่ตามใจหนูทุกอย่าง”
พี่กรยื่นมือออกมาให้แพรเกาะเบา ๆ สายตาจับจ้องแพรไม่วาง
บรรยากาศตอนเลิกงานเงียบลง เหลือแค่สองคนยืนคุยกันหน้าตึก
น้ำเสียงของเขาชัดเจนและมั่นคงพอที่จะให้คนทั้งแผนกรับรู้ว่า ใครคือ "ตัวจริง" ในใจของอาจารย์ธนากร
แพรเงยหน้ามองสบตาที่เต็มไปด้วยความรักและความทะนุถนอมนั้น ความโกรธ ความเศร้า และความระแวงที่สะสมมาตลอดหลายวันมลายหายไปเพียงเพราะรอยยิ้มเดียวของเขา
แพรยิ้มกว้างให้พี่กร แล้วพยักหน้าอย่างมั่นใจ
- อ.วิภา ที่ยังอยู่ในห้องพักครูของ อ.ธนากร -
ขณะที่ อ.กร ก้าวเท้าออกจากห้องทำงานเพื่อมุ่งตรงไปหาแพร
อ.วิภา ยังคงยืนอยู่ที่โต๊ะทำงานของ อ.กร
เธอแสร้งทำเป็นจัดเอกสารให้เข้าที่ แต่สายตากลับลอบมองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เธอหมายตาไว้ไม่วางตา
เธอมั่นใจในตัวเองมาตลอด... มั่นใจว่าความสวย ความสามารถ และฐานะทางสังคมที่ใกล้เคียงกัน จะทำให้ อ.กร หันมามองเธอได้ไม่ยาก โดยเฉพาะงานด่วน ที่เธอจงใจหยิบยกขึ้นมา เพื่อดึงตัวเขาไว้ให้อยู่ใกล้เธอให้นานที่สุด
แต่ภาพที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้รอยยิ้มมั่นใจของ อ.วิภา ค่อยๆ จางลงจนหายไป...
เธอเห็น อาจารย์ธนากร ผู้แสนสุขุมและเว้นระยะห่างกับทุกคนเสมอ กำลังเดินดิ่งเข้าไปหาเจ้าหน้าที่สาวตัวเล็กๆ คนนั้น
อ.กรไม่ได้มองซ้ายมองขวา ไม่สนสายตาใครในแผนกที่กำลังจับจ้อง สีหน้าเหนื่อยล้าของเขาเลือนหายไปทันทีที่เห็นหน้าแพร แทนที่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทะนุถนอม...
แววตาแบบที่อ.วิภา พยายามแทบตายเพื่อให้ได้มา แต่มันไม่เคยเกิดขึ้นเลยตลอดหลายวันที่เขาอยู่กับเธอ
'มือคู่นั้นที่เขาไม่เคยอนุญาตให้ฉันแตะต้องเกินขอบเขตงาน'
อ.วิภาเม้มริมฝีปากแน่น เมื่อเห็น อ.กร ยืนเคียงข้างแพรอย่างเปิดเผย มือที่ประสานกันนั้นบอกทุกอย่างโดยไม่ต้องมีคำพูดประกาศ เธอเห็น อ.กร โน้มตัวลงกระซิบข้างหูแพรด้วยท่าทางที่คนพิเศษเท่านั้นที่จะทำกัน
ความสวยงามและเพียบพร้อมที่เธอภูมิใจนักหนา กลายเป็นของไร้ค่าไปทันทีเมื่อเทียบกับรอยยิ้มกว้างที่แพรมอบให้ อ.กร
อ.วิภาทำได้เพียงยืนกำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนยับย่น ความขมขื่นแล่นขึ้นมาจุกที่คอ เธอรู้ตัวแล้วว่าต่อให้เธอจะหาเรื่อง "ลงพื้นที่" อีกกี่ร้อยครั้ง หรือมี "งานด่วน" อีกกี่พันเรื่อง...
เธอก็เป็นได้แค่ "เพื่อนร่วมงาน" ที่เขาให้เกียรติ แต่ไม่มีวันได้รับ "หัวใจ"
อ.วิภาหลบสายตา เดินกลับไปที่มุมห้องของตัวเองช้าๆ พยายามเก็บกู้เศษหน้าที่แตกสลาย ในขณะที่เสียงฝีเท้าของคนสองคนที่เดินเคียงข้างกันออกไปจากตึกคณะ ดังก้องอยู่ในโถงทางเดินที่เงียบสงัด...